ปง อัศวินิกุล (ช่างอัดเสียงมือหนึ่งของไทย)
01/01/04

ผู้นิยมชมภาพยนตร์ไทย ในรอบห้าสิบปีที่ผ่านมานี้ จะต้องเคยเห็นชื่อ ปง อัศวินิกุลปรากฏอยู่ในไตเติลนำภาพยนตร์ไทยเรื่องแล้วเรื่องเล่า ในฐานะผู้บันทึกเสียง จนกล่าวได้ว่าเป็นชื่อบุคคลในไตเติลหนังไทยที่คนไทยคุ้นตามากที่สุดชื่อหนึ่ง คุณปง อัศวินิกุล เกิดวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๗๓ เป็นเด็กในบ้านของคุณรัตน์ เปสตันยี ผู้มีบทบาทสำคัญท่านหนึ่ง ในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทย คุณปงเติบโตขึ้นสู่วัยหนุ่มพร้อม ๆ กับคุณรัตน์ เปสตันยี เริ่มยึดอาชีพสร้างภาพยนตร์ โดยได้เริ่มทำงานอย่างเป็นทางการกับคุณรัตน์ ในปี พ.ศ. ๒๔๙๕ เมื่อคุณรัตน์ทดลองสร้างภาพยนตร์เรื่องยาวของ ตนเองเรื่องแรก คือ "ตุ๊กตาจ๋า" เป็นหนังไทยระบบ ๑๖ มิลลิเมตร พากย์ ตามกระแสตลาดหนังไทย ที่กำลังนิยมสร้างหนังในระบบนี้ คุณปงหนุ่มวัย ๒๒ ปี ได้รับความไว้วางใจจาก คุณรัตน์ให้ทำหน้าที่ผู้ช่วยกล้อง หลังจากทดลองทำภาพยนตร์เรื่องแรก ออกฉายได้รับความสำเร็จอย่างดี

คุณรัตน์จึงตกลงใจยึด อาชีพสร้างภาพยนตร์จริงจัง โดยลงทุนสร้างโรงถ่ายภาพยนตร์เสียงขึ้น ที่บ้านถนนวิทยุ จัดการสั่งอุปกรณ์การสร้างภาพยนตร์เสียงระบบ ๑๖ มิลลิเมตรอย่างสมบูรณ์ ทั้งกล้อง เครื่องบันทึกเสียง เครื่องตัดต่อ เครื่องพิมพ์และล้างหนังเข้ามาจากต่างประเทศ แต่ยังไม่ทันได้ใช้งาน คุณรัตน์ได้พบกับนายโรเบิร์ต จี นอร์ธ ชาวอเมริกันอดีตนักสร้างหนังจาก ฮอลลีวู้ด ที่เข้ามาอาศัยอยู่ในเมืองไทย ได้ตกลงเข้าร่วมทุนกันตั้งบริษัทชื่อ ฟาร์อีสต์ฟิล์ม และตัดสินใจเปลี่ยนไปสร้าง ภาพยนตร์ระบบมาตรฐานสากล ๓๕ มิลลิเมตร เสียงในฟิล์ม ได้สั่งอุปกรณ์ระบบ ๓๕ สมบูรณ์แบบและอย่างดีเข้ามาอีก

คุณปงได้รับความไว้วางใจจากคุณรัตน์ ให้เป็นผู้ใช้เครื่องมือเหล่านี้ โดยเฉพาะเครื่องบันทึกเสียงโดยได้รับการฝึกสอน จากช่างฝรั่งที่เข้ามาติดเครื่อง บริษัท ฟาร์อีสต์ฟิล์ม โดยคุณรัตน์กับคุณโรเบิร์ท จี นอร์ธ ได้สร้างภาพยนต ์เรื่องแรกอย่างเร่งรีบ เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๗ เพื่อให้ทันส่งเข้าประกวด งานเทศกาลภาพยนตร์แห่ง เอเชียตะวันออก ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นการประกวดภาพยน ์ระดับนานาชาต ิครั้งแรกของเอเชีย ภาพยนตร์เรื่องนี้คือ "สันติ-วีณา" ซึ่งคุณรัตน์ทำหน้าที่ผู้ถ่ายทำ ตัดต่อ และบันทึกเสียง

โดยมีคุณปงเป็นผู้ช่วยใกล้ชิด ผลปรากฏว่า "สันติ-วีณา" ได้รับรางวัลจากการประกวด ๒ รางวัล คือ ถ่ายภาพ กำกับศิลป์ และยังได้รับรางวัลพิเศษ จากสมาคมผู้อำนวยการสร้างภาพยนต ์แห่งอเมริกา ในฐานะเป็นภาพยนตร์ ที่สามารถสร้างความเข้าใจ ระหว่างตะวันออกกับตะวันตก รางวัลเป็นกล้องถ่ายภาพยนตร์ชั้นดีคือ มิทเชล ๓๕ มิลลิเมตร ก่อนที่ "สันติ-วีณา" จะออกฉาย รอบปฐมทัศน์ในประเทศไทยไม่กี่วัน

มิเตอร์โรเบิร์ต จี นอร์ธ ป่วยและเสียชีวิตกระทันหัน ทำให้คุณรัตน์รู้สึกสูญเสียเพื่อนร่วมงานสำคัญ ท่านบอกคุณปงซึ่งเป็นลูกน้องและลูกมือว่า "ปงเราขาดมือขวาที่ดีที่สุดไปแล้วนะ แต่ไม่เป็นไรเราจะสู้และทำต่อไป" คุณรัตน์ทำงานต่อไปด้วยใจรัก และตั้งชื่อกิจการใหม่ว่า "หนุมานภาพยนตร์" และยืนหยัดผลิตภาพยนตร์ไทย ทั้งภาพยนตร์เรื่องยาว และภาพยนตร์สารคดี ในระบบ ๓๕ มิลลิเมตร เสียงในฟิล์ม ท่ามกลางกระแสความนิยมภาพยนตร์ ไทยระบบ ๑๖ มิลลิเมตร พากย์ซึ่งครองตลาดอยู่ในเวลานั้นคุณปง ได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่ผู้ บันทึกเสียงของหนุมานภาพยนตร์ ทุกเรื่อง กลายเป็นช่างบันทึกเสียงที่มีความชำนาญ และมีฝีมือ ที่สุดคนหนึ่งของประเทศ จึงไม่น่าแปลกใจ เมื่อมีการจัดงานประกวดภาพยนตร์ไทย ครั้งแรก โดยหอการค้าไทย เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๐

คุณปงจึงเป็นคนแรกที่ได้รับรางวัลผู้บันทึกเสียงยอดเยี่ยม จากเรื่อง "ชั่วฟ้าดินสลาย" ของหนุมานภาพยนตร์ และยังได้รับรางวัลนี้ช้ำติดกันอีกในปีที่ ๒ จากเรื่อง "โรงแรมนรก" ของหนุมานภาพยนตร์ และปีที่ ๓ จากเรื่อง "รักริษยา" ของกรรสูตภาพยนตร์ นับจาก ปี พ.ศ. ๒๕๐๗ เมื่อหนุมานภาพยนตร์สร้าง "น้ำตาลไม่หวาน" ออกฉายไม่ประสบความสำเร็จนัก ประกอบกับคุณรัตน์ เปสตันยี เริ่มมีสุขภาพไม่ดี กิจการของหนุมานภาพยนตร์ซบเซาลง ว่างเว้นจาก การสร้างภาพยนตร์ คุณปงจำใจต้องแอบออกไป หางานรับจ้างผู้สร้างหนังไทย ๑๖ มิลลิเมตร ซึ่งเวลานั้นนิยมถ่ายทำบางฉาก โดยเฉพาะฉากร้องเพลงเป็น ๓๕ มิลลิเมตร บันทึกเสียงลงฟิล์ม ปี พ.ศ. ๒๕๑๓

หลังจากที่คุณรัตน์ เปสตันยี เสียชีวิตแล้ว คุณปงจึงออกจากหนุมานภาพยนตร์อย่าง เป็นทางการ ออกไปดิ้นรนต่อสู้ด้วยตนเอง ระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๑๓ ถึง ๒๕๑๙ คุณปงยึดอาชีพ รับงานเป็นผู้ถ่ายทำฉาก ๓๕ มิลลิเมตร ในหนังไทย ๑๖ มิลลิเมตร ซึ่งกำลังจะ สิ้นสุด เพราะวงการหนังไทยเริ่มปรับตัวเข้าสู่ระบบ ๓๕ มิลลิเมตร บันทึกเสียงในฟิล์ม คุณปงรับงานทั้งเป็น ตากล้องถ่ายภาพ ตัดต่อฟิล์ม และรับงานบันทึกเสียงพากย์ ทำเสียงประกอบ โดยเช่าห้องบันทึกเสียง คิงส์ซาวนด์และศรีสยาม แล้วนำฟิล์มและแถบบันทึกเสียงไปทำเอฟเฟค มิกซเสียงและพิมพ์ก๊อปปี้ที่ ฮ่องกงหรือญี่ปุ่น ตามแต่เจ้าของหนังต้องการ

ในช่วงนั้น นับว่าคุณปงเป็นคนสำคัญคนหนึ่งใน การปรับเปลี่ยนภาพยนตร์ไทยจาก ๑๖ มิลลิเมตรเข้าสู่ ๓๕ มิลลิเมตร ระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๒๐ ถึง ๒๕๒๕ คุณปงเริ่มก่อตั้งห้องบันทึกเสียงของตนเอง โดยทำขึ้นที่บ้านในหมู่บ้านรามอินทรา เริ่มจากห้องอัดเสียง เล็ก ๆ ห้องเดียว ค่อย ๆ หาอุปกรณ์มาทีละชิ้นสองชิ้น สามารถทำงานบันทึกเสียงเบื้องต้น ให้หนังไทย ที่เป็นลูกค้า ก่อนจะนำไปทำให้สมบูรณ์ที่ฮ่องกงหรือญี่ปุ่น ระหว่างนี้เองได้เริ่มมีผู้ประกอบกิจการห้องแล็บ พิมพ์-ล้างฟิล์ม และบันทึกเสียงภาพยนตร์ขึ้นในกรุงเทพฯ สองสามราย และคุณภาพค่อย ๆ ได้มาตรฐานขึ้น

ผู้สร้างหนังไทยจึงหันมาใช้บริการห้องแล็บเหล่านี้แทนที่จะไปฮ่องกง ห้องแล็บมีมากขึ้นงานบันทึกเสียง ก็ควรจะมากขึ้นด้วย แต่ผิดคาด งานของคุณปงกลับลดลง สาเหตุเพราะกิจการห้องบันทึกเสียงของคุณปง ไม่ครบวงจร คือ ไม่ได้ล้างและพิมพ์ฟิล์ม แต่หลังจากนั้น ๒ - ๓ ปี ลูกค้าซึ่งเคยเชื่อถือฝีมือและคุณ ภาพงาน ก็กลับมาหาเขาอีก ห้องบันทึกเสียงรามอินทราของเขา จึงเป็นที่นิยมของผู้สร้างหนังไทย ปี พ.ศ. ๒๕๓๓ ห้องบันทึกเสียงของคุณปง ได้รับความไว้วางใจให้รับงานมิกซ์เสียงภาพยนตร์ต่างประเทศ ที่พากย์ ภาษาไทย ​โดยเฉพาะภาพยนตร์จากฮอลลีวู้ด

ปี พ.ศ. ๒๕๓๖ ห้องบันทึกเสียงของคุณปง ได้รับอนุญาตลิขสิทธิ์จาก dolby ประเทศอังกฤษ ให้เป็นผู้มิกซ์เสียงเป็นระบบ dolby stereo SR เป็นแห่งแรกในประเทศไทย ปี พ.ศ. ๒๕๓๘ ห้องบันทึกเสียงของคุณปง ได้รับอนุญาตให้มิกซ์เสียงเพิ่ม เป็นระบบ dolby digital SR-D บัดนี้ ปี พ.ศ. ๒๕๔๒ ห้องบันทึกเสียงของคุณปง ได้ติดตั้งระบบมิกซ์เสียง เพิ่มเป็น dolby digital surround ER เป็นรายแรกในประเทศอีก

และขณะที่กำลังประกาศเกียรติคุณอยู่นี้ คุณปงกำลังสร้างห้องบันทึกเสียงขึ้นมาใหม่ เพื่อให้ได้ห้องมิกซ์เสียงที่ได้มาตรฐานสากล ขนาดห้องกว้าง ๙ เมตร ยาว ๑๒ เมตร สูง ๕ เมตร ซึ่งจะมิกซ์เสียงได้ทุกระบบ และจะเปิดบริการได้ในเร็ว ๆ นี้ จากประวัติการทำงานของคุณปง อัศวินิกุล คงจะเห็นได้ชัดเจยแล้วว่า คุณปง อัศวินิกุล เป็นบุคคลซึ่ง มานะทำงาน ด้วยการศึกษาเรียนรู้ สั่งสมประสบการณ์มาอย่างต่อเนื่องยาวนาน มีความซื่อสัตย์ต่ออาชีพ จนสามารถตั้งกิจการของตนเองเป็นปึกแผ่น และยั่งยืน งานของท่านนับว่าได้มีส่วน พัฒนากิจการภาพยนตร์ไทย ให้เข้าสู่มาตรฐานสากล

ด้วยเหตุนี้ มูลนิธิหนังไทย ในพระอุปถัมภ์ของ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า อนุสรมงคลการ จึงเห็นสมควรมอบรางวัลอนุสรมงคลการ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๔๒ แก่ คุณปง อัศวินิกุล เพื่อเชิดชูเกียรติ ในฐานะที่ท่านเป็นผู้ประสบความสำเร็จในวิชาชีพ และมีคุณูปการต่อวงการภาพยนตร์


       











สมัครสมาชิก Thai Film เพื่อรับข่าวสารข้อมูลทางอีเมล์และรับสิทธิประโยชน์ต่างๆสำหรับสมาชิก [ JOIN ]


Copyright © 2004
Thai Film Foundation All Rights Reserved.
Site by Redlab