รายงานจาก Southeast Asian Cinemas at the Borders Conference
12/09/05 (By: พัชรินทร์ เอกอ่อนแสง)

15-16 สิงหาคมที่ผ่านมา ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ นักวิชาการและนักศึกษาวิชาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง จากนานาประเทศได้มารวมตัวกันในการจัดสัมมนาในหัวข้อ “Southeast Asian Cinemas at the Borders Conference” หรือภาพยนตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในต่างแดน ซึ่งน่าจะถือได้ว่าเป็นการจัดประชุมทางวิชาการภาพยนตร์นานาชาติเป็นครั้งแรกของบ้านเราด้วย 
        การสัมมนาเริ่มต้นด้วย การปาฐกถาเรื่อง Cinema in the politics of nationhood in Southeast Asia’ โดย คริสนา เซน จากมหาวิทยาลัยเคอติน ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเขียนหนังสือเกี่ยวกับภาพยนตร์อินโดนีเซียมาหลายเล่ม และเป็นนักวิชาการชั้นนำทางด้านสื่อของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  
ส่วนหัวข้อในการสัมมนาในครั้งนี้ มีการแบ่งประเด็นในการสัมมนาออกเป็น 8 ประเด็นด้วยกัน อันได้แก่
ส่วนที่ 1: ภาพยนตร์กับรัฐ
             พีเอเตอร์ อคูเลีย จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี นานยาง ประเทศสิงคโปร์เสนอเรื่องExporting the Nation: Singapore International Co-Productions and National Cinema ในสิงคโปร์นั้น ปัจจุบันเรียกได้ว่า การผลิตภาพยนตร์โดยเงินทุนข้ามชาติมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ บางครั้งการเรียกภาพยนตร์สักเรื่องว่าเป็น ภาพยนตร์ของประเทศสิงคโปร์นั้นยังคงไม่ชัดเจน จึงจำเป็นต้องมีการวิเคราะห์อย่างลึกซึ้งในการให้คำนิยามว่า ภาพยนตร์แห่งชาติสิงคโปร์คืออะไร และควรจะมีบทบาทอย่างไร  
            อายุ ฮัสวิดา อาบู บาการ์ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี มารา ประเทศมาเลเซีย เสนอเรื่องNational Identity in Malaysian Cinema เอกลักษณ์ของภาพยนตร์มาเลเซียนั้น ถือเป็นสิ่งที่ไม่สามารถบ่งบอกได้อย่างชัดเจน ด้วยอิทธิพลภายนอกที่ส่งผลกระทบอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นจากหนังอินเดีย หนังตะวันตก หรือกระทั่งหนังจีน การนำแนวทางที่รัฐได้กำหนดไว้ โดยเฉพาะนิยามของนโยบายวัฒนธรรมแห่งชาติ มาตีกรอบความเป็นหนังมาเลเซีย จึงดูจะเป็นสิ่งทำได้บนพื้นฐานที่ชัดเจนว่าอะไรคือ ภาพยนตร์แห่งชาติ
            ส่วนที่ 2: ทางเลือก หนังอิสระ
            เมอร์วิน เอสพิน่า นักทำหนังอิสระจากฟิลิปินส์ เสนอเรื่อง Alter(ed) natives: Indies Pinoy, Social Advocacy and the Southern Tagalog Exposure” The Southern Tagalog Exposure หรือ STE ถือเป็นกลุ่มคนที่มีความโดดเด่นที่สุดในฟิลิปปินส์ ในการใช้สื่อภาพยนตร์ต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมในสังคม โดยในการพูดคุยครั้งนี้มุ่งเน้นถึง 1.บทบาทและความสัมพันธ์ระหว่างการทำหนังอิสระและการต่อสู้เพื่อสังคม 2.การเติบโตของหนังทางเลือก 3.ความน่าไว้วางใจของหนังสารคดีและการต่อสู้ช่วงชิงสิทธิในการสื่อสารในฟิลิปปินส์
            ส่วนที่ 3: สาระของหนังที่ถูกตีค่าแค่ความบันเทิงระดับต่ำ
            แอนเน็ตต์ แฮมิลตัน นักวิชาการรุ่นใหญ่ในด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากมหาวิทยาลัยนิวเซาธ์เวลส์ เสนอเรื่อง Cultures Crossing: Past & Future of Cinema in the Socialist States of Southeast Asia การพัฒนาของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในประเทศที่มีการปกครองแบบ “รัฐสังคมนิยม” อย่าง เวียดนาม กัมพูชา และลาว ในช่วงศตวรรษที่ 20 ได้เปลี่ยนไปหลังจากการก้าวสู่ระบบเศรษฐกิจแบบเปิด ภาพยนตร์ได้กลับมาฟื้นตัว แต่ยังคงใช้เทคนิคการสร้างและการดำเนินเรื่องแบบเก่า ซึ่งอาจอยู่รอดได้ด้วยการตอบรับของผู้ชมระดับชาวบ้าน หรือถูกกลืนหายไปพร้อมกับการเข้ามาครอบงำของอิทธิพลภายนอกประเทศก็เป็นได้
        แลน ดอง จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เสนอเรื่องLong-Legged Girls: Suspect Images and the Degradation of Vietnamese ‘Low’ Culture” หัวข้อนี้กล่าวถึงหนังทุนต่ำของเวียดนามเรื่อง Long-Legged Girls ที่ถูกนักวิจารณ์กล่าวว่าเป็นเพียงหนังบันเทิงไร้สาระ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมบันเทิงระดับต่ำในอุตสาหกรรมภาพยนตร์เวียดนามที่เพิ่งจะก่อตัวขึ้นไม่นาน อย่างที่กล่าวในหัวข้อข้างต้น
            ส่วนที่ 4: หนังกับการสร้างประวัติศาสตร์
        Global City: The Movies, Models and Meals that Made Singapore, 1955-1970 ในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิงคโปร์เริ่มเปิดประเทศตอบรับอิทธิพลต่างๆ จากฝั่งตะวันตก รวมถึงวัฒนธรรมภาพยนตร์ เบนจามิน แม็คเคย์ จากมหาวิทยาลัย ชาร์ลส ดาร์วิน ประเทศออสเตรเลีย ต้องการนำเสนอว่าการขยายตัวอย่างรวดเร็วของชนชั้นกลาง และการมีประชากรมีอายุน้อย เป็นปัจจัยหลักอย่างหนึ่งที่จุดฉนวนให้เกิดกระแสการนำอเมริกันสไตล์ที่ครอบงำโลกในยุคนั้น มาดัดแปลงให้เป็นสไตล์ทันสมัยแบบสิงคโปร์
        วินิตา รามณี เสนอเรื่อง Desaoarecidos – Lav Diaz and the Evolution of a Missing People  ซึ่งพูดถึงเรื่องThe Evolution of a Filipino Family ผลงานของ ลาฟ ดีอัซ ชิ้นนี้เป็นตัวอย่างอันทรงพลังของหนังฟิลิปปินส์ยุคปัจจุบัน เป็นงานที่รื้อถอนแนวคิดหลักเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และความเป็นชาติฟิลิปปินส์ ผ่านการดำเนินเรื่องแบบไม่ปะติดปะต่อ และเปิดกว้างให้คนธรรมดาๆ ได้พูดถึงประวัติศาสตร์ใน ‘เสียง’ ของพวกเขาเอง
            ส่วนที่ 5: อัตลักษณ์ และ ชาติพันธุ์
        - Representation of Multi-Ethniv Characters in Contemporary Malaysian Cinema หัวข้อนี้กล่าวถึงการเสนอภาพตัวละครหลากหลายเชื้อชาติในภาพยนตร์มาเลเซียยุคปัจจุบัน แต่ภาพของชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็น ชาวจีน หรืออินเดีย ในภาพยนตร์มาเลเซีย กลับดูมีเอกลักษณ์และความแตกต่างจากชาวจีนหรือชาวอินเดียตามที่อื่นๆ ทั่วโลก นอร์แมน ยูโซฟฟ์ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี มารา ประเทศมาเลเซีย ต้องการเสนอว่าตัวละครต่างๆ เหล่านี้ได้รับอิทธิพลจากอุดมการณ์หรือแนวคิดทางสังคมเกี่ยวกับเชื้อชาติ ชาติพันธุ์ หรือวัฒนธรรมแบบใด
            ส่วนที่ 6: พื้นที่ชายขอบ
        From Beyond Rangoon to Shan VCD: The Politics and Authentic of Appropriation คุณอัมพร จิรัตติกร นักศึกษาปริญญาเอกสาขามานุษยวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยเท็กซัส ออสติน ได้ศึกษากรณีที่ชุมชนไทใหญ่ ซึ่งอาศัยอยู่ในประเทศไทย ใช้สื่อเป็นเครื่องมือสร้างความหมายใหม่ๆ ให้กับตนเอง เพื่อสื่อสารให้บุคคลภายนอกได้เห็นภาพอีกด้านหนึ่งของชาวไทใหญ่ ซึ่งแตกต่างจากที่ประวัติศาสตร์ของพม่าได้บันทึกไว้โดยสิ้นเชิง โดยหยิบยกประเด็นของมิวสิกวีดีโอเพลง The Promises of Panglong ซึ่งเป็นเพลงแนวชาตินิยมของชาวไทยใหญ่ (ที่ถูกผลิตขึ้นมาขายในลักษณ์วีซีดีเถื่อน) ที่แอบหยิบยืมคลิปหนังฮอลลีวูดเรื่อง Beyond Rangoon มาเป็นภาพประกอบ
        เจน เอ็ม เฟอร์กูสัน นักศึกษาปริญญาเอกสาขามานุษยวิทยาจากมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ เสนอในหัวข้อ Ton Indaya Po Meets the Shan State Army: Shan Migrants, Burmese Stars and Political Discord at the Thai-Burma Border จากประสบการณ์ที่เคยลงพื้นที่เป็นอาสาสมัครในชุมชนไทยใหญ่ ตามชายแดนในช่วงปี 2547-2548  เธอพบว่าชาวพม่าหลายคนที่อยู่ในกลุ่มผู้อพยพ ที่มีแนวคิดทางการเมืองต่อต้านพม่า กลับมีความชื่นชอบและคลั่งไคล้ดาราภาพยนตร์และนักร้องพม่าบางคนอย่างมาก ในการสัมมนาครั้งนี้ เธอจึงเสนอประเด็นที่กล่าวถึงความหลากมิติในการที่ชาวไทใหญ่อพยพเปิดรับวัฒนธรรมป๊อบพม่าในฐานะผู้ดู ผู้ฟัง และแฟนๆ ผู้คลั่งไคล้
            ส่วนที่ 7: เพศหญิง ในหนังผี
        ดร.ราเชล แฮร์ริสัน แห่ง SOAS เสนอในหัวข้อPandora’s Pot: Sexuality and the Monstrous Feminine in Thai Horror Film หัวข้อนี้เน้นวิเคราะห์ถึงความเชื่อเกี่ยวกับผี หรือสัตว์ประหลาดเพศ “หญิง” ของไทย เช่น กระสือ หรือ ปอบ ความเชื่อดังกล่าวสะท้อนถึงสังคมที่หวาดกลัวเรื่องความแตกต่างทางเพศ ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของพลังของเพศแม่ ความเป็นหญิง รวมทั้งความปรารถนาราคะของเพศหญิงด้วย ในหนังผี ความกลัวของสังคมในเรื่องนี้สื่อออกมาในลักษณะแฟนตาซี โดยผ่านรูปลักษณ์ของผีหญิงที่มีหน้าตาท่าทางอัปลักษณ์
ในหัวข้อ Troublesome Bodies: An Anatomy of Contemporary Thai Horror Cinema อดัม นี จากมหาวิทยาลัยโอไฮโอได้วิเคราะห์ลงลึกไปถึงประเด็นหนังผีในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา หนังผีนั้นเริ่มได้รับความนิยมในบ้านเราอีกครั้งช่วงปี 2539 เป็นต้นมา หนังผีในปัจจุบันนั้นมีตัวตน ร่างกายที่จับต้องมองเห็นได้อย่างน่าประหลาด และมักจะเน้นถึงความสัมพันธ์ระหว่างร่างกายกับความรุนแรงในประวัติศาสตร์เป็นพิเศษ
        ถึงแม้ว่าแวดวงการศึกษาหนังผีไทยเริ่มให้ความสนใจเรื่องของ “ผี” แต่ก็ยังจำกัดอยู่ในมิติเพศสภาพ การมุ่งศึกษาหนังผีเฉพาะหนังเกรดเอ รวมถึงยังขาดการศึกษามิติของผู้ชม ดังนั้นในหัวข้อนี้ อาจารย์กำจร หลุยยะพงศ์ จึงเสนอในหัวข้อ  Haunted Ghost of Southeast Asia in Thai Celluloid เพื่อต้องการขยายการศึกษาหนังผีในขอบเขตที่กว้างออกไป ประการแรก ขยายสู่การศึกษาหนังผีไทย ที่เกี่ยวกับมิติเชื้อชาติ คือ ผีปอบ อันเป็นความเชื่อของคนอีสานและคนลาว ในหนังเรื่อง บ้านผีปอบ (2532) และ ปอบหวีดสยอง (2544) ประการที่สอง หนังทั้งสองเรื่องเป็นหนังที่ได้รับความนิยมอย่างสูง แต่มักจะถูกวิจารณ์ว่าไร้ซึ้งศิลปะ และประการสุดท้าย การมุ่งศึกษามิติผู้ชมต่อการดูหนังผีปอบ 
            ส่วนที่ 8: เพศวิถีในหนังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
         คุณอรดล แก้วประเสริฐ อาจารย์จากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ซึ่งปัจจุบัน กำลังศึกษาปริญญาเอก จากมหาวิทยาลัยเอสเส็ค ในอังกฤษ เสนอเรื่อง The Very First Series of Thai Queer Films: What was happening in the 80’s? หัวข้อนี้พูดถึง Queer’ยุคแรกในหนังไทย โดยเน้นวิเคราะห์ภาพยนตร์สามเรื่องคือ เพลงสุดท้าย รักทรมาน และฉันผู้ชายนะยะ
         เบร็ตต์ ฟาร์เมอร์ จากมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย เสนอเรื่องAngels in Disguise: New Thai Cinema, Tran nationalism, and the Queer Mobilities of the Kathoey หนังไทย ‘โกอินเตอร์’ นั้นมีให้เห็นกันหลายเรื่องด้วยกัน แต่ในหัวข้อนี้ ขอหยิบยก Beautiful Boxer (2003) ขึ้นมาวิเคราะห์ในเชิงที่ว่า การนิยาม ‘ความเป็นกระเทย’ นั้นอาจเป็นองค์ประกอบหนึ่งในตัวหนัง ที่ช่วยให้หนังไทยรุ่นใหม่ก้าวสู่ตลาดภาพยนตร์ระดับนานาชาติได้ง่ายขึ้นก็เป็นได้
        มาเรียม บีวี แลม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ภาควิชาตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เสนอเรื่องVisual Consumption and Sex Tourism in Vietnam and the Philippines การสื่อสารและนำเสนอภาพและเรื่องราวแบบใหม่อันเต็มไปด้วยความท้าทายในภาพยนตร์เรื่อง Bar Girls (เวียดนาม) และ Macho Dancer (ฟิลิปปินส์) นำมาซึ่งประเด็นที่น่าศึกษา ไม่ว่าจะเป็นการพูดถึงผู้ขายบริการทางเพศ หรือประวัติอิทธิพลทางทหารของสหรัฐในภูมิภาค 
        หลังจากการพูดคุยถึงประเด็นต่างๆ ที่กล่าวมากันอย่างเต็มอิ่มถึง 2 วันแล้ว การประชุมทางวิชาการภาพยนตร์ในครั้งนี้จึงปิดท้ายลงด้วยการทำเวิร์คช็อปพัฒนาหลักสูตรภาพยนตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยคาดว่าผู้ที่เข้าร่วมเวิร์คช็อปจะได้นำความรู้ที่ได้รับไปพัฒนาภาพยนตร์ในแถบภูมิภาคของเราต่อไปในอนาคต  
งานในครั้งนี้ ถึงแม้จะเรียกได้ว่าเป็นครั้งแรกของการประชุมทางวิชาการในด้านภาพยนตร์ แต่ก็ถือว่าประสบความสำเร็จในระดับที่น่าพึงพอใจ เหล่าวิทยากร, ผู้บรรยาย และผู้เข้าร่วมงาน ได้มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นกันอย่างถ้วนหน้า
        โครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่างมูลนิธิหนังไทยและโครงการเอเชยตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยได้รับการสนับสนุนส่วนหนึ่งจากสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม 




       











สมัครสมาชิก Thai Film เพื่อรับข่าวสารข้อมูลทางอีเมล์และรับสิทธิประโยชน์ต่างๆสำหรับสมาชิก [ JOIN ]


Copyright © 2004
Thai Film Foundation All Rights Reserved.
Site by Redlab