Search Latest Topics | Create New Topic  
ขอเชิญร่วมลงชื่อและแสดงความคิดเห็นที่ท่านมีต่อระบบการเซ็นเซอร์ไทย โดยมีภาพยนตร์เรื่องแสงศตวรรษเป็นกรณีศึกษา
อะไรคือมาตรฐานของระบบเซ็นเซอร์บ้านเรา

ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะมาร่วมมือกันแสดงความคิดเห็น และมีส่วนร่วม มีบทบาท ให้กองเซ็นเซอร์ไทยควรทบทวนตัวเอง ถึงขอบเขตการทำงาน และมาตรฐานที่ไม่เคยมีความชัดเจน

ด้วยเหตุดังที่ทราบไปแล้วถึงการ งดฉายภาพยนตร์เรื่องแสงศตวรรษ


ขอเชิญร่วมกันลงชื่อ และแสดงความคิดเห็น ที่คุณมีต่อระบบ กระบวนการ และมาตรฐานเซ็นเซอร์ไทย โดยมีภาพยนตร์ไทยเรื่อง แสงศตวรรษ เป็นกรณีศึกษา


ตอนนี้ได้เราทำpetition ขึ้นมาที่ http://www.petitiononline.com/nocut/petition.html

ขอเชิญช่วยกันไปลงชื่อสนับสนุนให้มีการเปลี่ยนแปลงกฏหมายเซ็นเซอร์โดยด่วน


จาก: ทีมงานคิกเดอะแมชชีน
วันที่: 11/04/50 - 21:17 น.
หัวข้อที่: C196
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 1
มาร่วมลงชื่อครับ

ลำพังการมองเห็นภาพยนตร์เป็นสินค้าอุตสาหกรรม แล้วละเลยมิติทางศิลปะก้แย่พอดูอยุ่แล้ว

ถึงขั้นที่จะมองเป็นสินค้าตัดต่อชิ้นส่วนได้ ก็ยิ่งแล้วกันไปใหญ่

ไท่น่าตกใจในความตื้นเขินคือ

สิ่งที่ถูกตัดต่อในแสงศตวรรษ ไม่ใช่เรื่องเกินจริง แต่เป็นความจริงที่เกิดขึ้นทุกเมื่อเชื่อวัน

น่าละอายยิ่งที่สิ่งเดียวที่คนเหล่านี้ฉกฉวยไปจากเรา ไม่ใช่ความลวงหรือการบิดเบือน หากคือความจริง

เราอยุ่ในโลกแห่งการปฏิเสธความจริงตั้งแต่ตอนไหนกัน

FILMSICK

จาก: วิวัฒน์ เลิศวิวัฒน์วงศา
วันที่: 11/04/50 - 21:41 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 2
ลงชื่อ 1 เสียง ค่ะ
จะส่งอีเมลล์ไปเป็นเมลล์ลูกโซ่ไหมคะ ?

กองเซ็นเซอร์น่าจะไปทำอย่างอื่นมากกว่ามาเบลอๆ บังๆ ให้เสียอรรถรสการชมนะคะ คนเล่นเขาอุตสาห์ตั้งใจเล่น

จาก: justagirl
วันที่: 11/04/50 - 21:54 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 3
ยืนยันว่าฉากที่โดนเซ็นเซอร์ใน "แสงศตวรรษ" เป็นฉากที่ในหนังไทยเรื่องอื่นมีฉากลักษณะใกล้เคียงกันมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นฉากอวัยวะเพศแข็งตัวในร่มผ้า, ฉากแพทย์ดื่มเหล้านั้น ถ้าให้พิจารณาหลักจรรยาบรรณ หนังอีกหลายเรื่องก็นำเสนอฉากแพทย์ในทางลบอยู่หลายเรื่อง เช่น "ศพ"

แสดงให้เห็นมาตรฐานการเซ็นเซอร์ในประเทศไทยนั้น "ไม่มี"

Yuttipung

จาก: ธัชชัย วงศ์กิจรุ่งเรือง
วันที่: 11/04/50 - 21:59 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 4
ลงชื่อด้วยคนครับ

นอกจากกรณีบังๆเบลอๆ แล้ว
กรณี "แสงศตวรรษ" เป็นเรื่องที่น่าจะสมควรกลับมาคิดเสียที

มีอย่างที่ไหน เขายอมไม่ฉายแล้วไม่คืนฟิล์มให้เขา
มันกำลังพยายามคิดแทนคนทั้งโลกอยู่นะ ไอ้กะโหลก 11 ตัวเนี่ย!!!

จาก: ชญานิน เตียงพิทยากร (nanoguy)
วันที่: 11/04/50 - 22:01 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 5
อยากให้ดูถึงเจตนา ว่าอะไรที่หนังในฉากนั้นๆต้องการจะสื่อ
ความมากน้อยในการเซนเซอร์ หรือจะตัดทิ้ง
ผลงานชิ้นๆหนึ่ง เขาย่อมพิจารณามาแล้วว่า ต้องการจะสื่อประเด็นไหน
จัดเรทได้ไหม อย่าตัด อย่าทอนอะไรที่คนทำหนังเขาอยากสื่อได้ไหม
มันทำให้หนังดีดี หลายๆเรื่องขาดตอน อามรมณ์สะดุด หรือบางที ความเข้าใจต่อหนังเปลี่ยนไปเลยก็มี

จาก: cobalt blue tint
วันที่: 11/04/50 - 22:07 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 6
อะไรคือมาตรฐาน และอะไรคือขอบเขตของการทำงาน ข่าวล่าสุดทราบมาว่า ทางกองเซ็นเซอร์เอง ได้บอกว่า จะไม่คืนหนังเรื่องนี้ให้กับเจ้าของหนัง เพราะกองเซ็นเซอร์จะต้องตัดฉากดังกล่าวออกก่อน และถึงขนาดว่ากอปปี้นี้ ไม่สามารถส่งไปฉายนอกประเทศได้

กองเซ็นเซอร์มีสิทธิ์ถึงขนาดนั้นเลยหรือ

เมื่อเจ้าของหนัง ตัดสินใจว่าจะไม่ฉาย

แต่กองเซ็นเซอร์ก็ยังงี่เง่าด้วยการต้องตัดออกให้ได้

รู้หรือไม่ว่าหากคุณจะเอามาตรฐานของศีลธรรมมากำหนดแล้ว

คุณควรพึงรำลึกเสมอว่า นี่คือหนัง คือภาพยนตร์

และในชีวิตจริงนั้น มันยิ่งกว่านั้นเยอะ

คุณเคยเห็นพระเดินพันธุ์ทิพย์มั้ย ซื้อซีดีโป๊น่ะ

พระซื้อหนัง ซื้อเทปเพลง

พระวนเวียนอยู่แผงหนังสือแม็กซิม และเอฟเอชเอ็ม ในงานสัปดาห์หนังสือสำหรับเด็ก (กรูงงมากว่า แม็กซิมเป็นหนังสือสำหรับเด็กด้วยหรือ แต่ไม่เคยเป็นประเด็น)

ถ้าจะยึดเอามาตรฐานงี่เง่าเช่นนี้

อะไรคือมาตรฐาน

อย่างนี้มันแสดงถึงสติปัญญาอันต่ำเตี้ย ที่รังแต่จะพาประเทศชาติให้ฉิบหายลงทุกวัน

จาก: ธัญสก พันสิทธิวรกุล
วันที่: 11/04/50 - 22:11 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 7
ร่วมลงชื่อด้วยคนครับ ประเด็นของผมก็คือ การเซ็นเซอร์ไม่มีความชอบธรรมใดๆทั้งสิ้น ไม่ว่าจะต่อสื่อแขนงใด ไม่ควรจะเกิดขึ้นไม่ว่ากับหนังประเภทใด ไม่ว่าจะเกิดขึ้นต่อหนังอารต์เฮาส์หรือหนังลามกอนาจาร ไม่ใช่ว่ามีแต่หนังอารต์เฮาส์ที่มีสิทธิ์นำเสนออย่างไม่จำกัด แต่หนังประเภทอื่นๆไม่มีสิทธิ์ในการนำเสนอ เพราะเสรีภาพในการแสดงผลผลิตของความคิด ควรจะเป็นของผู้สร้างทุกคน กับสื่อทุกประเภทครับ และการเชื่อมโยงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ต่ออิทธิพลของสื่อล้วนเป็นเรื่องเหลวไหลทั้งเพ

pc

จาก: พารุจ ชำนาญหมอ
วันที่: 11/04/50 - 22:16 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 8
สุดยอดแห่งความโง่เงลาในเมื่องไทย......

จาก: alienboon
วันที่: 11/04/50 - 22:17 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 9
การพิจารณาความเหมาะสมในไทยควรจะได้รับการตรวจสอบและเข้าถึงจากคนทั่วไปได้มากกว่านี้ มาตรฐานในการพิจารณารวมทั้งหลักเกณฑ์ที่ใช้พิจารณาในขณะนี้ยังเป็้นที่น่ากังขาอยู่มาก

จาก: วรงค์ หลูไพบูลย์
วันที่: 11/04/50 - 22:23 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 10
ควรยกเลิกระบบเซนเซอร์ของกองเซนเซอร์หนัง
รวมทั้งศูนย์เฝ้าระวังของกระทรวงวัฒนธรรมที่เซนเซอร์แผ่นดีวีดี
(เขาเหล่านี้ยิ่งใหญ่มาจากไหน
ถึงมาคิดแทนคนดูหนังทั้งประเทศที่เขาไม่ได้เลือกคุณมา)
แล้วให้คนทำหนังเซนเซอร์กันเองแบบ MPAA ของอเมริกาดีกว่าครับ
นั่นคือการจัดเรตของคนดู
ปัญหาคือ ทางโรงจะเอาด้วยหรือไม่
เพราะลูกค้าเป้าหมายส่วนใหญ่ คือวัยรุ่นที่อายุต่ำกว่า 17
ต้องไปดูหนังเรต R กับผู้ปกครอง ซึ่งก็คงไม่อยากไปกับผู้ปกครองเป็นแน่
และผู้ปกครองสมัยนี้ก็ไม่ค่อยชอบเข้าโรงหนังซะอีก

ถ้าไม่เอาแบบอเมริกา เอาแบบอังกฤษหรือฮ่องกงก็ได้
ขอให้มีการจัดเรตแบบประเทศที่เขาเป็นประชาธิปไตยก็แล้วกัน
เอาใจช่วยครับ


จาก: โอ
วันที่: 11/04/50 - 22:25 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 11
ขอลงชื่ออีกคน ...

เรื่องมาตรฐานของระบบเซ็นเซอร์เนี่ย มันเคยมีด้วยหรือ?
ไม่เคยจัดโหวตความเห็น? จัดแบ่งเรตใด ๆ เลย?

ก็แค่ความเห็นของคนกลุ่มหนึ่งที่บอกคนทั้งประเทศ
ว่ามันไม่ดี ต้องตัดออก ...

ไม่เคยมองเลยว่าเขาต้องการจะสื่ออะไร?

... อีกอย่าง ... นี่ตามความคิดเห็นของผมคนเดียวนะ
(คนอื่นผมไม่ทราบ)

ยิ่งปิดบัง ยิ่งปิดกั้น คนเราก็จะยิ่งอยากรู้อยากเห็นไม่ใช่เหรอ?

แบบนั้นมันก็เหมือนเป็นการยุกลาย ๆ สิ?

(พอแค่นี้ก่อนล่ะ ไม่งันได้ยาวแน่)

จาก: พิบูลย์ รณคนา [ Ren ]
วันที่: 11/04/50 - 22:29 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 12
มาตรฐานก็ช่างถ่อยไร้สิ้นดีครับ

ผมไปดู 300 มา อย่างที่รู้กันว่าตรงนั้นถูกเซ็นเซอร์

แต่ขอโทษเถอะ ไม่กี่เดือนก่อนนั้น ผมไปดู Snakes On A Plane มา ทำไมพวกถึงปล่อยให้มันนัวเนียนมนางบนแผ่นฟิล์มเสียล่อไปครึ่งนาที

มีข้อสอบ entrance ภาษาไทยปีหนึ่ง เคยนำบทความท่อนหนึ่งมาลงไว้ เนื้อหาประมาณว่า ควรแล้วหรือที่สื่อเสนอแต่สิ่งที่ดี น่าดูชมเพียงอย่างเดียว

โดยส่วนตัว ผมคิดว่ามันเป็นการกระทำของคนประเภท "ยอมรับความจริงไม่ได้" มากกว่า

ผมไม่ชอบนักหรอกนะครับ ที่จะให้บุคคลบางกลุ่มจำนวนเพียงหยิบมือมาติดฉลากให้ประชาชนไทยทั้งประเทศว่าเป็นพวก "ยอมรับความจริงไม่ได้" หนะ


สุดยอดแห่งความโง่เงลาในเมื่องไทย...... อย่างที่คุณ alienboon ได้้พูดไว้แล้วจริงๆ ครับ

ปล. ผมเป็นคนโคราชนะครับ หากจะมีการเดินหน้าหรือต่อต้านอะไร ผมยินดีที่จะเสียเงิน 200 บาทเพื่อลงไป กทม และร่วมต่อต้านความถ่อยและิสิ้นไร้สติปัญญาครั้งนี้ เพื่อปกป้องศิลปะที่ดีและน่าภูมิใจกว่าสนามบินบางแห่งที่สื่อล้างสมองให้ประชาชนรู้สึำกภูมิใจกับมันครับ ส่วนผลนั้นก็ออกมาอย่างที่เห็นและเป็นอยู่

จาก: บ่ายโมงตอนเช้า ฉันนั่งยืนคุย
วันที่: 11/04/50 - 22:32 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 13
อยากทราบหลักเกณฑ์ในการตัดสิน ว่าฉากไหนควร ฉากไหนไม่ควร เพราะเหตุใด มีผลเสียต่อคนกลุ่มไหน เขา(กบว.)ตัดสินกันด้วยตัวหนังสือกฎเกณฑ์ในตำราอย่างเดียวหรือเปล่า ช่วงหลังผมเห็นหนังไทยหลายเรื่อง มีคำพูดหยาบคายลามกทั้งเรื่องหรือมีฉากที่ไม่เหมาะสม ก็ผ่านมาได้ตั้งมากมาย เลยงงกับการเซ็นเซอร์ เพราะหนังแบบนี้ มันก็มีเรทของมันอยู่ในตัวแล้ว คนดูระดับไหน ถ้าเป็นผู้ใหญ่หรือวัยรุ่นก็พอมีวิจารณญานกันแล้ว หรือจะเอาแบบไม่ต้องเซ็นเซอร์เลย แล้วระบุเรทให้ชัดเจนไปเลย ว่าเด็กห้ามดูก็ว่าไป ส่วนที่ว่าไม่เหมาะกับพระ ความจริงธรรมวินัยก็บัญญัติห้ามพระดูหนัง,ดูละคร ซึ่งเป็นข้าศึกต่อพรหมจรรย์อยู่แล้ว หรือจะทำให้คนทั่วไปเข้าใจภาพพจน์พระผิด มันก็เหมือนกับเซ็นเซอร์เหล้ากับบุหรี่นั่นแหละ คนทำหนังระดับนี้ได้ เขาคงไม่สุ่มสี่สุ่มห้าทำออกมาโดยไม่ได้ใช้หัวคิดหรอก เขาต้องไตร่ตรองดูแล้วว่าเหมาะสมแค่ไหน หนังต้องลงทุนไปเท่าไร ทั้งกำลังเงิน,กำลังใจ และเวลาที่เสียไป มาเจอแบบนี้ เขาก็เสียความรู้สึก อีกหน่อยก็จะไม่มีหนังประเทืองปัญญาให้ดูกันแล้ว คนทำหนังดีดีเขาคงหนีไปทำหนังนอกประเทศกันหมด

จาก: อ๊อด
วันที่: 11/04/50 - 22:36 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 14
ขอร่วมลงชื่อด้วยคนครับ

คนทำหน้าที่เซนเซอร์ควรมีทั้งวิจารณญาณและความเข้าใจในศิลปะ แต่ที่เป็นอยู่ มันไม่มีสักอย่าง อะไรที่ควรทำ กลับไม่ทำ อะไรที่ควรส่งเสริม กลับไปบั่นทอนเหมือนกลัวคนอื่นได้ดีเกินหน้าตา

กองเซนเซอร์เป็นหน่วยงานของรัฐนะครับ ไม่ใช่ทาสรับใช้เจ้าของหนังบางค่าย

จาก: นรินทร์ จันทร์ศรี
วันที่: 11/04/50 - 22:42 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 15
ประเทศไทยประชาธิบไตยไม่ใช่หรอครับ การกระทำอย่างงี้ผมรู้สึกเหมือนโดนปิดกั้นยังไงไม่รู้นะครับ การเซนเซอร์ใช่ว่าจะทำให้ภาพยนตร์ หรือรายการทีวี ทั้งหมด อยู่ในเรท PG-13
ผมพูดจากคนที่เรียนสาขาภาพยนตร์อยู่ ถ้าคนทำหนัง (หรือศิลปินทุกสาขา) ไม่มีอิสระในการแสดงความคิดเห็นต่อสิ่งต่างๆ จะมีทำไมครับคำว่า "ศิลปิน" ไม่มีคำว่าศิลปินก็ไร้ซึ่งศิลปะ สังคมไทยจะอยู่ในโลกที่ไร้ซึ่งศิลปะ
ถ้าคุณคิดว่า การเซ็นเซอร์ การเบลอภาพอันไม่เหมาะไม่ควร การห้ามขายเหล้า เป็นการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง
ทำไม นร. นศ. ยังดื่มเหล้าสูบบุหรี่อยู่ ทำไมมีการฆ่ากันรายวัน ข่าวเมื่อวานก็พึ่งลง พระต่อยพระตาย ในวัดต่อหน้าประชาชน

หนังที่คุณเจ้ยทำ เรื่องไหนที่ได้เข้าชิงหรือได้รางวัลมา ไม่ว่าก่อนประกาศชื่อหนังหรือหลังประกาศชื่อหนัง เค้าก็บอก come from Thailand การกระทำของเค้า ณ ตอนนี้เหมือนคนที่ปิดท้องหลังพระ ไม่มีคนไหนที่ใหญ่โตสนใจ แม้ประเทศแม่ของเค้ายังไม่สนใจเค้า ผมก็รู้สึกเสียใจแทนครับ

ผมคงทำไม่ได้เหมือนกันครับ ที่จะให้มาตดแขนขาลุกของผม เพื่อความพอใจของคนเพียงกลุ่มนึง........

นักสร้างภาพยนตร์รุ่นใหม่

จาก: Gappy
วันที่: 11/04/50 - 22:45 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 16
"เจ้ย" ไม่หั่น "แสงศตวรรษ" กองเซ็นเซอร์เล่นแง่ ไม่ตัดไม่คืนฟิล์ม

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 11 เมษายน 2550 19:44 น.

http://manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9500000042073

เข้าไปอ่านความงี่เง่าของเซ็นเซอร์ไทยกัน

โดยย่อคือ

พี่เจ้ยบอกว่าถ้าตัดก็ขอไม่ฉาย แต่ทางเซ็นเซอร์บอกว่า กอปปี้นี้ต้องตัด เพราะส่งมาให้ตรวจแล้ว และถ้าไม่ตัด ก็ไม่สามารถส่งไปฉายประเทศอื่นด้วย

ตำรวจมีสิทธิ์อะไรในการกระทำนี้

จาก: ธัญสก พันสิทธิวรกุล
วันที่: 11/04/50 - 22:46 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 17
ร่วมลงชื่อด้วยค่ะ ขอเป็นกำลังใจให้นักทำหนังต่อไป
ขอให้คณะกรรมการบ้าอำนาจจงหูตาสว่าง
แล้วหันมาทำในสิ่งที่ควรทำด้วยเถอะค่ะ

จาก: ดาราณี ทองศิริ
วันที่: 11/04/50 - 23:02 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 18
ไปประท้วงกันเหอะ

ไม่ไหวแล้ว อะไรกันนักหนา

ปิดประเทศเถอะ

อายโลกเขา

จาก: bact'
วันที่: 11/04/50 - 23:03 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 19
ร่วมลงชื่อไม่เห็นด้วยครับ



จาก: สมพจน์ ชิตเกษรพงศ์
วันที่: 11/04/50 - 23:03 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 20
ลงด้วยคนนึงค่ะ

ไม่เข้าใจอย่างแรง!!!

จาก: zoOd
วันที่: 11/04/50 - 23:03 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 21
ขอลงชื่อด้วยคนค่ะ

จาก: ณัฐวลี ลีศิริชัยกุล
วันที่: 11/04/50 - 23:16 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 22
ร่วมลงชื่อไม่เห็นด้วยกับการกระทำของกองเซ็นเซอร์ครับ

จาก: จิตร โพธิ์แก้ว
วันที่: 11/04/50 - 23:20 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 23
ไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินของคณะกรรมการฯ

จาก: ทำเนียบ อุฬารกุล
วันที่: 11/04/50 - 23:25 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 24
แสงศตวรรษ ขอให้เธอมอบทางสว่างให้แก่วงการหนังไทยด้วยเทอด

จาก: ธณัฐชัย บรรดาศักดิ์
วันที่: 11/04/50 - 23:25 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 25
ความคืบหน้าเพิ่มเติม กรณีฟิล์มภาพยนตร์เรื่อง "แสงศตวรรษ"

หลังจากทีมงานภาพยนตร์เรื่อง "แสงศตวรรษ" ได้ตัดสินใจยุติการเข้าฉายในประเทศไทยไปแล้ว เพื่อแสดงจุดยืนไม่ยินดีที่จะทำการตัดฉาก 4 ฉากในหนังออกตามมติของคณะกรรมการตรวจพิจารณาภาพยนตร์นั้น (อนึ่ง เดิม หนังเรื่องนี้เข้ารับการพิจารณาครั้งแรกในวันที่ 2 เมษายน 2550 ซึ่งกรรมการตัดสินให้ตัด 3 ฉาก ต่อมาในวันที่ 10 เมษายน ได้มีตัวแทนจากแพทยสภาเข้าร่วมพิจารณาเพิ่มเติม และผลปรากฏว่าสรุปให้ตัดเพิ่มอีก 1 ฉาก จึงรวมเป็น 4 ฉาก)

ในวันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา ทีมงานจึงได้เข้าติดต่อเพื่อขอรับฟิล์มภาพยนตร์คืน "ในสภาพเดิม" โดยพร้อมกันนั้นได้ทำจดหมายเป็นลายลักษณ์อักษรแจ้งแก่คณะกรรมการตรวจพิจารณาว่า จะยุติการยื่นขอฉายภาพยนตร์เรื่องนี้ และยืนยันว่าจะไม่มีการยื่นอุทธรณ์อีกเนื่องจากไม่ต้องการฉายในระบบอีกต่อไป

แต่การณ์ปรากฏว่า คณะกรรมการฯ ไม่ยินยอมคืนฟิล์มภาพยนตร์ให้แก่ทีมงานในสภาพเดิม โดยชี้แจงกลับมาว่า จะคืนให้ก็ต่อเมื่อคณะกรรมการฯ ได้นำฟิล์มไปทำการตัดฉากทั้ง 4 ฉากทิ้งออกเสียก่อน (โดยกรรมการฯ ตัดเอง มิใช่ส่งคืนให้ทีมงานเป็นผู้ตัด) ด้วยเหตุผลว่า "หากส่งฟิล์มในสภาพสมบูรณ์คืนแก่ทีมงาน ทางทีมงานอาจถือโอกาสนำกลับมาตัดเองแล้วส่งเข้าสู่กระบวนการอุทธรณ์อีกครั้ง อันจะทำให้คณะกรรมการตรวจพิจารณาฯ มีความผิดในการปฏิบัติงานทันที"

เมื่อได้รับคำฟังคำยืนกรานดังกล่าว ทีมงานได้ชี้แจงว่า เราไม่มีเจตนาจะทำการตัดหนังเรื่องนี้ไม่ว่าโดยตนเองหรือโดยผู้ใด และมิได้มีความตั้งใจใดๆ ทั้งสิ้นที่จะยื่นอุทธรณ์ในกรณีใดๆ อีก แต่คำชี้แจงดังกล่าวมิเป็นผล

คณะกรรมการฯ ท่านหนึ่งกล่าวแก่ทีมงานว่า "ไม่เคยมีใครทำแบบนี้ หนังพันล้านยังไม่มีท่าทีแบบคุณเลย" ซึ่งทางทีมงานได้ชี้แจงกลับว่า "แสงศตวรรษ" มิได้อยู่ในสถานการณ์ลักษณะเดียวกับหนังทุนสูงต่างๆ ที่ท่านอ้างถึง เพราะหนังเรื่องนี้มิได้คาดหวังรายได้หรือกำไรเป็นกอบกำใดๆ จากการเข้าฉายโรงในประเทศอยู่แล้วในเบื้องต้น จึงมิได้ถือว่าตนเองจำเป็นต้องยอมตัดแก้สิ่งใดเพียงเพื่อแลกกับการได้เข้าฉายในระบบ แต่ทีมงานภาพยนตร์เรื่องนี้ต้องการรักษาคุณภาพของผลงานไว้ให้ตรงกับความตั้งใจในการสร้างมันขึ้นมา จึงได้เลือกวิธีถอนตัวออกจากระบบการฉายแทน เหตุผลเป็นดังนี้ซึ่งก็เป็นคำตอบที่ชัดเจนในตัวเองอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม จนถึงเวลาล่าสุด การติดต่อขอนำฟิล์ม "แสงศตวรรษ" ออกจากคณะกรรมการฯ ในสภาพสมบูรณ์ดังเดิม ยังคงไม่ประสบผลสำเร็จ สถานการณ์จะคลี่คลายลงเช่นไร ทีมงานจะแจ้งให้ทุกท่านทราบในวาระต่อไป

ขอเสรีภาพส่องแสงในจิตใจทุกท่าน

ด้วยมิตรภาพ

จากเว็บไบโอสโคป
http://www.bioscopemagazine.com/smf/index.php?topic=162.0

จาก: ธัญสก พันสิทธิวรกุล
วันที่: 11/04/50 - 23:27 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 26
เนื่องด้วยอำนาจอันเป็นสิ่งเดียวที่คณะกรรมการเซนเซอร์มีนั้น มันไม่ได้เป็นอำนาจที่สูงพอจะคอรัปท์ใครได้มากมายนัก แต่พวกเขาก็เลือกที่จะใช้มันอย่างไร้วิจารณญาณ ไร้สติ ไร้สามัญสำนึก ไร้มาตรฐาน และที่สำคัญ ไร้ความคิด

สิ่งที่ท่านๆเขาพยายามจะปกป้องมันคืออะไร และทำเพื่อใคร มันคือการปกป้องความจริงในโลกลวงตา หรือความลวงในโลกแห่งความเป็นจริงกันแน่

ขอให้ต่อไปมีแต่หนังหมอโรตจิตเชือดเมียเถอะครับ (ไม่ได้อยากยกตัวอย่างพาดพิงถึงใคร แต่มันก็ออกจะชัดเจนไม่ใช่หรือครับ)

สนับสนุนพี่เจ้ยที่กล่าวว่า งานศิลปะไม่ควรถูกดัดแปลงบิดเบือนให้พิกลพิการเนื่องด้วยอำนาจของผู้ที่หวาดกลัวและละโมบ



ดังนั้น...กรุณาอย่าจับงานศิลปะไว้เป็นตัวประกัน มันไม่ใช่ลูกผู้ชายเอาซะเลยนะครับ

จาก: สถิตย์ ศัสตรศาสตร์
วันที่: 11/04/50 - 23:32 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 27
มาร่วมลงชื่อครับ เห็นใจผู้กำกับเป็นอันมาก ต้องมาเจอผู้ใหญ่ใจแคบ ไม่มีวิสัยทัศน์

จาก: devildeaw
วันที่: 11/04/50 - 23:32 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 28
อำนาจเป็นของประชาชน!! มิใช่คนแก่คร่ำครึไม่กี่คนในห้องทำงาน

ขอลงชื่อไม่เห็นด้วยกับการเซ็นเซอร์ "แสงศตวรรษ"

และเสนอให้มีการปฏิรูประบบการเซ็นเซอร์หนังในเมืองไทยอย่างจริงจังพร้อมทั้งให้กองเซ็นเซอร์ออกจากราชการด้วยข้อหา "ทำลายศิลปะอย่างร้ายแรง"

จาก: นท เหมินทร์
วันที่: 11/04/50 - 23:40 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 29
มันต้องมีใครมีส่วนได้ส่วนเสียหรือไม่ก็ไม่พอใจเป็นการส่วนตัว

จาก: mek
วันที่: 11/04/50 - 23:45 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 30
ขอลงชื่อด้วยค่ะ


จาก: กุลวดี จรัสจารุวรรณ
วันที่: 12/04/50 - 0:02 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 31
หนังแต่ละฉากแต่ละตอนเค้าระดมความคิดออกมาเป็นล้านๆรอบแล้วเพื่อนำสารออกมา แล้วทำไมยังต้องมีกลุ่มอีกกลุ่มที่คิดน้อยกว่า กระทำน้อยกว่า แต่กลับมีอำนาจเหนือกว่า อย่างนี้ไม่ค่อยยุติธรรมเลย

จาก: bong
วันที่: 12/04/50 - 0:04 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 32
ขออีกหนึ่งชื่อ ที่ร่วมลง ขอประณามความล้าหลังทางความคิดของกอง อะไรก็ไม่รู้ ที่ตั้งขึ้นเพื่อสร้างความอุดมคติที่จะเกิดขึ้นต่อศีลธรรมอันดี อนึ่งนั้น ฉากที่โดนตัดเปนไปได้หรือไม่ว่า มันเปนฉากที่มีความเปนอยู่จริงในปัจจุบัน ???

เสียดาย ภาพยนตร์ไทยที่ถูกต้อนรับเปนอย่างดีในต่างประเทศ แต่ในบ้านเกิดเมืองนอนของตัวผู้สร้าง กลับถูกดูแคลน หนำซ้ำยังโดนตัดฉากที่ สร้างความ จริง ให้ตัวหนัง

จาก: พสุ อินทรมานวงศ์
วันที่: 12/04/50 - 0:10 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 33
เลิกไปซะ ยุบไปเลย กองบ้าบออะไรนี่
หลายต่อหลายครั้งที่บรรทัดฐานในการตัดสินเซ็นเซอร์หนังของหน่วยงานที่ ทำออกมาในลักษณะที่ไม่สามารถหาคำอธิบายได้ จะว่าเลือกที่รักมักที่ชังก็ไม่ใช่ จะว่ากลั่นแกล้งก็ไม่เชิง แต่เป็นการทำลายระบบโดยรวมทั้งหมด ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับจริยะธรรมของเยาวชนทั้งหลายแหล่ที่เอามาอ้าง ทำเหมือนคนอื่นไม่มีหัวสมองคิดเอง ตัวเองคิดเป็นอยุ่คนเดียว มองโลกซะมั่งเถอะครับ

จาก: ปกรณ์ วงศ์ชาลี
วันที่: 12/04/50 - 0:12 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 34
ยากเกินไปที่จะทำใจยอมรับ

ไม่ให้ฉายไม่พอ ยังล่อยาบ้าแล้วจี้ฟิล์มเป็นตัวประกัน ...

ยากเกินไปจริงๆ

จาก: นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์
วันที่: 12/04/50 - 0:16 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 35
เบื่ิอ

เสียอรรถรส

ทำไมไม่จัด rate ให้หนัง
แล้วก็ตรวจบัตรก่อยเข้าโรงไปเลยมั้ย

จาก: messiah
วันที่: 12/04/50 - 0:18 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 36
THEY'RE SUCK ASS!!!!!!!!! STUPID SHIT!!!!! WE AIN'T A COMMUNIST COUNTRY!!!!!
FUCK YOU! CENSORSHIP

จาก: Chanatip june
วันที่: 12/04/50 - 0:18 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 37
ไม่ชอบ กองเซ็นเซอร์

จาก: Mary
วันที่: 12/04/50 - 0:20 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 38

เราไม่ฉายแล้ว แต่ทำไมท่านยังจะยึดฟิล์มและทำลายของส่วนตัวของเรา

จาก: ไกรวุฒิ จุลพงศธร
วันที่: 12/04/50 - 0:21 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 39
ไม่ฉาย ยังจะมายึดของเค้าอีกเหรอ เออดีเว้ย ทำเกินไปป่าวเนี่ย
อยากเห็นหน้ากองเซ็นเซอร์กองนี้จิงๆ สงสัยสมองจะฝ่อกันหมด

จาก: Woottichai
วันที่: 12/04/50 - 0:27 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 40
แบบนี้แหละ ไทยถึงเจริญนำหน้าประเทศอื่นเค้าอะ

จาก: กมลภพ เวชชศาสตร์
วันที่: 12/04/50 - 0:37 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 41
มาลงชื่อว่าไม่เห็นด้วยที่กองเซ็นเซอร์ทำแบบนี้ค่ะ
และเท่าที่เห็นๆมา ก็รู้สึกว่าดูไม่มีมาตรฐานจริงๆนะคะ
บางอันมันไม่ make sense ซะเท่าไรเลย :\


จาก: อโณทัย ขุนทอง
วันที่: 12/04/50 - 0:37 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 42
สังคมไทยปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปมากครับ
เปลี่ยนแปลงไปอย่างที่คนกลุ่มหนึ่งไม่มีทางจะเข้าใจหรือยอมรับมันได้ แม้ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว อาจจะไม่ใช่เรื่องที่ยากต่อการทำความเข้าใจแต่อย่างใด หากเราลองเปิดใจกันสักนิด

ในสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป เรื่องที่ผู้คนในสังคมพึงจะต้องหวาดกลัวกันให้มาก ก็คือ พวกเขาจักต้องเผชิญหน้ากับอำนาจคุกคามในรูปแบบต่าง ๆ ที่ถูกซ่อนเร้นไว้อย่างแนบเนียนอย่างไรบ้าง

ทว่าในสังคมไทยที่เปลี่ยนแปลงไป ท่ามกลางความรู้สึกนึกคิดของผู้คนที่แตกต่างหลากหลายมากยิ่งขึ้น อันแปรผันไปตามช่องทางการเข้าถึงความรู้ ข้อมูลข่าวสาร ที่เพิ่มมากขึ้นเป็นทบทวี ขณะที่ผู้มีอำนาจก็พยายามยึดกุมอำนาจในการนิยามบรรทัดฐานต่าง ๆ ของสังคมเอาไว้ เพื่อให้บรรทัดฐานเหล่านั้นสอดคล้องกับโลกทัศน์เดิมของพวกตน เรากลับได้พบกับปรากฏการณ์ทั้งที่น่าหวาดกลัว และ น่าหัวเราะเยาะเย้ย

สิ่งที่น่าหวาดกลัวคือ อำนาจยังทำงานกับเราอย่างไม่ยอมลดละ ส่วนที่น่าหัวเราะเยาะเย้ยก็คือ ท่ามกลางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปนั้น อำนาจที่ว่ากลับยังวางกล้ามแสดงอำนาจของตนเองอย่างโบราณ คร่ำครึ ตรงไปตรงมา ไม่แนบเนียนเอาเสียเลย จนกระทั่งผู้กุมอำนาจนั่นแหละที่จะกลายเป็นฝ่ายเสียท่าเสียเอง และอาจจะไม่สามารถยึดกุมอำนาจของตนเองเอาไว้ได้ในที่สุด



จาก: คนมองหนัง
วันที่: 12/04/50 - 0:40 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 43
แย่มากๆ เซ็น"เซ่อ"

ลงชื่อด้วยคน!!!!!

จาก: สุพมิตรา วรพงศ์พิเชษฐ
วันที่: 12/04/50 - 0:40 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 44
ในโรงหนังและ dvd ไม่สมควร censor ด้วยประการทั้งปวง ถือว่าเปนแค่กลุ่มคนกลุ่มนึงที่มาดูหนัง ไม่ใช่เปิดให้สาธารณะ

จาก: -
วันที่: 12/04/50 - 0:41 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 45
ฟ้องศาลปกครองให้เป็นกรณีตัวอย่างเลย
การตัดสินของศาลจะเป็นบรรทัดฐานต่อไป

จาก: ธีรดา ศุภะพงษ์
วันที่: 12/04/50 - 0:42 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 46
จัดเรตหนังเหมือนต่างชาติเขา แต่ไม่รู้ว่าจะช่วยได้มากน้อยแค่ไหน เพราะวงการหนังไทยเรา (หรือกองเซ็นเซอร์บ้านเรา) อ่อนแอเหลือเกิน

จาก: มนต์ชัย ฉัตรบำรุงสุข
วันที่: 12/04/50 - 0:44 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 47
คนรุ่นเก่าแก่หัวโบราณก็ไม่ไหวครับ น่าจะหาบุคลากรใหม่ในกองเซ็นเซ่อ ให้มีวิจารณญาณที่ดีและตามยุคตามสมัยครับ

จาก: bank
วันที่: 12/04/50 - 0:49 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 48
ที่นี่ประเทศไทย พ.ศ.ไหนเนี่ย

รู้สึกเหมือนยังอยู่ในยุครัฐเผด็จการอำนาจนิยมเมื่อหลายสิบปีก่อน

จาก: what!
วันที่: 12/04/50 - 0:50 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 49
ลงชื่อเห็นด้วยให้มีการทบทวนการทำงาน และระบบที่ผ่านมาครับ เห็นว่าใช้ไม่ได้ผล และไม่มีอะไรเป็นมาตรฐานได้เลย

เห็นชอบให้มีการจัดแบ่งเรทหนังให้เหมาะกับผู้ชมแต่ละวัย และมีผลบังคับใช้ในทางกฎหมาย

อยากให้มีการออกมาแสดงความเห็นของหลายๆฝ่าย ร่วมกดดันให้รัฐบาลออกมารับผิดชอบ และหาหนทางที่ดีกว่า

หากยังนิ่งเฉย เห็นควรให้มีการยื่นฟ้องต่อศาล ทั้งกรณีหามาตรฐานในการเซ็นเซอร์ไม่ได้ และยังมายึดของเค้าอีก อิ อิ

จาก: เปี่ยมศักดิ์ เกริงกำจรกิจ
วันที่: 12/04/50 - 1:02 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 50
หากคุณอภิชาติพงศ์เปรียบภาพยนตร์ "แสงศตวรรษ" เป็นดั่งลูกชายลูกสาวของตัวเอง

การกระทำของกองเซ็นเซอร์ก็เหมือนกับการลักพาตัวลูกชาวบ้าวเขาไปจับหักแขนหักขา

ขอประณามการกระทำของกองเซ็นเซอร์ครั้งนี้

คุณกำลัง "ฆ่าศิลปะภาพยนตร์" อย่างเลือดเย็น (อีกครั้ง)

merveillesxx

จาก: คันฉัตร รังษีกาญจน์ส่อง
วันที่: 12/04/50 - 1:12 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 51
ด้วยความรู้สึกอย่างสัจจริงที่ผมที่ต่อระบบสื่อสารมวลชนของไทย
ผมไม่เคยเห้นคุณประโยชน์ของคณะกรรมการเหล่านี้ด้วยเหตุผลส่วนตัว 2 ประการ

ประการแรก
การที่เราจะลงมือตัดสินอะไรสักอย่าง ต้องมีบรรทัดฐานที่ชัดเจนในการวัด ซึ่งในระบบนี้ใช้กระแสสังคม ความดีงามจากวัฒนธรรมเก่า ที่ปัจจุบันได้ถูกปรับเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง มาเป็นบรรทัตฐานที่มีต่อสังคม โดยที่ไม่คำนึงถึงผลลัพท์ที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น จนบางครั้งอาจจะเกิดเป็น 2 บรรทัดฐานในการตัดสิน ทำให้เกิดความไม่แน่นอนในการพิจารณา ซึ่งอาจจะเปลี่ยนแปลงได้ตามความรู้สึกของกรรมการเหล่านั้น

ประการที่สอง
การวัดผลที่ไม่ใส่ใจถึงวิจารณญาณของผู้ชม ที่เราไม่เคยจำกัดในเรื่องของวัยวุฒิและคุณวุฒิของผู้รับชม ซึ่งเราต้องการจะสร้างสื่อที่ผลิตออกมาเพื่อคนทุกเพศทุกวัย แต่เราไม่เคยใส่ใจถึงเรื่องการให้คำแนะนำโดยผู้ปกครองกันอย่างจริงจัง ไม่เคยจำกัดอายุของผู้ที่จะเข้าชมภาพยนตร์ในเรื่องนั้นๆอย่างจริงจัง เพื่อเป้นการเปิดเสรีภาพให้กับผู้ชมและผ้ผลิต ที่จะได้เผยแพร่ผลผลิตของตนเองให้แก่ผู้ที่มีทั้งคุณวุฒิ และ วัยวุฒิอย่างชัดเจน


สุดท้าย
นี่เป็นความคิดเห็นของคนตัวเล็กๆที่รู้สึกว่า
ทำไมเราถึงไม่แก้ปัญหากันที่ต้นเหตุกันจริงจังเสียที
ผมว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น และผมมั่นใจว่าถ้าไม่มีการแก้ไข จะต้องเกิดเหตุการณ์เหล่านี้ตามมาอีกในสังคมที่กำลังเดินหน้าทางวัฒนธรรมร่วมสมัย และสื่อที่ถูกสร้างขึ้นด้วยแนวคิดของคนในสังคมสมัยใหม่อย่างไม่รุ้จบ


**ความคิดเห้นส่วนตัว***




จาก: พัชร เอี่ยมตระกูล
วันที่: 12/04/50 - 1:13 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 52
อย่าไปคิดแทนชาวบ้านเลยนะกองเซ็นเซอร์
ใครๆเค้าก็มีสมองแยกแยะเองเป็น...

จาก: ฉัตรชัย แสงเพชร
วันที่: 12/04/50 - 1:24 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 53
เห็นด้วยค่ะ พิจารณาเกณฑ์ได้แล้วนะกองเซ็นเซอร์ไทย


จาก: flordolotus.
วันที่: 12/04/50 - 1:30 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 54
ช่างแย่

จาก: คุณเอกนรินทร์
วันที่: 12/04/50 - 1:34 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 55
1 เสียงแด่ความปัญญาอ่อนของใครบางคน

จาก: เฮ้อ...
วันที่: 12/04/50 - 1:34 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 56
วันก่อนเห็นหนังฝรั่งเอามาฉายช่อง 3 ก็โดนเซ็นเซอรื
ฉากเอาเท้ามาพาดบนโต๊ะ

เข้ามาอ่านนี่ ไร้สาระ แถมนี่จะมายึดหนังเค้าไปตัดแบบไม่ฟังอะไรอีกอีก ห่าราก ไร้สาระ...แก้ปัญหาที่ปลายเหตุ

แทนที่จะมาเข้มงวดเรื่องศิีลธรรม ฉากอีโรติคในหนังจนแสดงออกแบบปัญญาอ่อนแบบนี้ เอาเวลาไปร้องเรียนแก้กฎหมายลงโทษไอ้พวกข่มขืนให้มันหนักๆแบบประหารไปเลย จะไม่ดีต่อสังคมในวงกว้างากกว่าเรอะครับ

แถมยังมาพูดอีกว่า "ไม่เคยมีใครทำแบบนี้ หนังพันล้านยังไม่มีท่าทีแบบคุณเลย" ...โธ่ ไอ้เหี้ย ประเทศไหนเค้าก็ไม่ทำกับหนัง ไม่ฟังเหตุผล ทำตัวปัญญาอ่อนแบบพวกมึงหรอกครับ ไอ้เทวดากองเซ็นเซอร์ล้านปี

จาก: Pzy
วันที่: 12/04/50 - 1:39 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 57
ยอมไม่ฉายแล้วทำไมยังจะมาทำลายอีก หรือนี่คือธรรมชาติของโลกแห่งความจริง ที่ผู้ใหญ่รังแกผู้น้อย
เสียใจมาก

จาก: สุชาดา สิริธนาวุฒิ
วันที่: 12/04/50 - 1:44 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 58
ลงชื่อด้วยคนครับ
เลือกปฏิบัติมากๆ ทำอะไรเกินขอบเขตมากไปหน่อยแล้วอะครับ

จาก: Miragez
วันที่: 12/04/50 - 1:44 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 59
กองเซ็นเซอร์ประเทศไทยไร้สาระมากจริงๆ
เซ็นเซอร์แบบไร้มาตรฐานสุดๆ แถมยังทำเบลอน่าเกลียด ไม่เข้าท่ามากๆ

1 เสียงค่ะ

จาก: Molamola
วันที่: 12/04/50 - 1:46 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 60
ลงคะแนนด้วยคับ

ผมคิดว่ามาตรฐานกองเซ็นเซอร์ของไทยนี่ควรปรับปรุง

ด้านการพิจารณาโดยใช้หลักสากลมากกว่าที่จะใช้

ความเห็นของคนกลุ่มๆนึงมาตัดสิน ซึ่งมาตรฐานบางอย่าง

หรือข้อบังคับบางอย่าง มันปิดกั้นความเป็นศิลปะของสื่อประเภทนี้

มองภาพยนตร์ ให้เป็นศิลปะ ครับ จะได้มีมาตรทัดเทียมกะชาวบ้านเค้ามั่ง

จาก: AkiRa
วันที่: 12/04/50 - 1:50 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 61
ขอเป็นหนึ่งเสียง
ที่ไม่เห็นด้วยเลยกับการกระทำเช่นนี้

ไม่ทราบว่าใช้มาตรฐานส่วนไหนมาวัดค่ะ

กองเซนเซอร์มีมาตรฐานยังไงล่ะเนี้ย

ไม่สนับสนุนให้ทำแบบนี้เลย

จาก: mahnmork
วันที่: 12/04/50 - 1:50 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 62
ที่คณะกรรมการได้เซนเซอร์ฟิลม์นั่นน่ะ ต้องการจะสื่ออะไรคับ
คิดอยากจะตัดต่อเรื่องไหนก็ทำ เรื่องไหนไม่อยากก็ไม่ทำ แล้วใช้อะไรมาเป็นมาตรฐานในการวัดล่ะครับ คือที่ผมอยากรู้ก็คือพวกเขาต้องการอะไรกันแน่ สิ่งที่ได้ตัดต่อไปก็เป็นสิ่งที่เราพบเห็นอยู่ได้ทั่วไปมิใช่หรือ
แพทย์ กินเหล้า+มีอารมณ์ทางเพศเนี่ย มันก็เป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ แล้วเรื่องพระเนี่ย ขอโทษนะครับถ้าใครได้ไปเห็นวัดไทยที่อเมริกา พระเนี่ยขับรถรับส่งคนเลยนะครับ แถมยังเป็นไกด์พาคนไทยเที่ยวด้วย เคยเห็นมั้ยล่ะครับ พระเล่นรถไฟเหาะอ่ะ ครับ มันอาจจะเป็นสิ่งที่เห็นได้ยากในเมืองไทย งั้นเรามาดูง่ายๆ เคยเห็นมั้ยล่ะครับ ที่พระไปเล่นเกมส์ เดินหาซื้อมือถือ ถึงกรรมการจะไม่ตัดต่อ เราก็พบเห็นได้ทั่วไป แล้วเรื่องแพทย์เนี่ย ที่แย่กว่านี้ยังมี ข่าวที่แพทย์ฆ่าเมียไงครับ ถ้ายังงั้นทำไมคณะกรรมการไม่ไปห้ามเขานำเสนอข่าวล่ะครับ
นี่ยังไม่พอนะครับ ยังจะไปตัดฟิล์มของเขาอีก ไม่ส่งเสริมก็อย่าทำลายสิครับ ผมว่า คณะกรรมการนี้น่าจะไปหาอะไรทำที่มันสร้างสรรค์กว่านี้นะครับ ดีกว่าจะมาคอยทำลายเจตนารมณ์คนอื่น

จาก: タジター チャンタルたい
วันที่: 12/04/50 - 1:50 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 63
One more signature from Japan.

I am personally very disappointed with the censorship's reaction, especially the comment that they cannot return the film without cutting the scenes by themselves.

That is nonsense.

I wonder if they know these kinds of news can damage the national image of Thailand abroad, while Apichatpong's films have continuously contributed to increase the image of Thailand abroad, WITHOUT CUTTING ANY SCENES FROM HIS FILMS.

จาก: Norihiko Yoshioka
วันที่: 12/04/50 - 1:52 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 64
ทนมาเยอะเเล้วนะ
จะไม่ทนต่อไปอีกเเล้วววววววว

1 เสียงเล็กๆ ที่ทนต่อไปกับการกระทำกองเซ้นเซอประเทศไทยไม่ไหวเเล้วค่ะ

คิดไปได้นะค่ะ
เห้อ ไม่อยากใช้ออกซิเจนร่วมกับคนเเย่ๆเเบบนี้เลย


จาก: ศิขรินทร์ บุญญประภา
วันที่: 12/04/50 - 1:54 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 65
ปีนี้ 2007 นะครับ ไม่ใช่ 1984

จาก: พิทยา สร้อยหลง
วันที่: 12/04/50 - 1:58 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 66
ขอลงชื่อให้ยกเลิกระบบเซ็นเซอร์ในบ้านเราเถอะ

เปลี่ยนเป็นระบบจัดเรตคนดูได้แล้วล่ะครับ
มีอย่างที่ไหน ทำหนังมาให้เด็กตั้งกะสามขวบยันคนอายุหกสิบดูได้หมด



จาก: นพดล สุัเนต์ตา
วันที่: 12/04/50 - 1:59 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 67
การไม่ยอมคืนฟิล์มแสดงออกซึ่งความบ้าอำนาจ อย่างไร้สาระ ที่สุด

ต่อไปก็ไม่ต้องโกรธหรอก ถ้าใครจะเรียกประเทศไทยว่าประเทศด้อยพัฒนา
ก็ผู้มีอำนาจในบ้านเมืองยังคิดกันได้แค่นี้ ...

1 เสียง

จาก: ืืNan
วันที่: 12/04/50 - 1:59 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 68
เอาแล้วไงครับ
มีเสียงมาจากญี่ปุ่นแล้วหนึ่งเสียง
และเชื่อว่าน่าจะมีมาอีก

จาก: nanoguy
วันที่: 12/04/50 - 2:01 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 69
ลงชื่อด้วยครับ

จาก: ศิวัช อ่วมประดิษฐ์
วันที่: 12/04/50 - 2:03 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 70
ลงชื่ออีกคนครับ
ก่อนอื่น ผมขอบอกว่า
พวกคุณเป็นผู้ใหญ่ที่ใช้ความรู้สึกส่วนตัวมาตัดสิน พวกคุณคิดแค่ว่า อันนี้ไม่ดี ไม่เหมาะ เด็กดูไม่ได้ ตัด!!

เอ้า โอ้โห ทั้งเต้าทั้งหัวเชียว อย่างนี้ไม่ได้ ให้ความรู้สึกเชิงกามารมณ์ เบลอ

เฮ้ย หมอกินเหล้า ไม่ดีนะนี่ โอ เดี๋ยวเสียภาพพจน์แพทย์ทั้งประเทศหมด ตัด

สูบบุหรี่ ไม่ได้ ไม่ได้ เดี๋ยวเด้กทั้งประเทศมันสูบกันหมดหรอก ต้องยัดโมเสคเข้าไป!!!

หยุดเถอะครับ หยุดดูถูกคนไทยทั้งประเทศ หยุดดูถูกลูกหลานตตัวเอง หยุดแสดงความคิดเห็นอันเผด็จการ และไร้เหตุผล
สุดท้าย
หยุดแสดงความโง่เขลาของคุณให้คนทั้งโลกรู้!!!

จาก: Anger Deliverer
วันที่: 12/04/50 - 2:06 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 71
เซ็นเซอร์ เซ็นเซอร์ เซ็นเซอร์ .....ๆๆๆๆ
ขอโทษครับ ผม(ไม่ได้)พูดไม่เพราะ ผมแค่พูดว่า ..
เซ็นเซอร์ เซ็นเซอร์ เซ็นเซอร์ .....ๆๆๆๆ
อะไรกัน"เซ็นเซอร์"
เออ ชาตินี้มีแต่เซ็นเซอร์ ...
ไม่เห็นด้วยกับการเซ็นเซอร์ครับ อย่างแรง น๊ะ อย่างแรง
อยากให้เข้าใจในคำว่า "ธรรมชาติ" จริงๆครับ

จาก: Pumpkin120
วันที่: 12/04/50 - 2:17 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 72
ขอเป็นอีกหนึ่งเสียงครับ

ทำไมพวกคุณ(กองเซนเซอร์)ถึงไม่มีสุนทรียรมณ์เอาเสียเลย

สิ่งต่างๆที่พวกคุณพยายามปิด มันไม่ได้ทำให้เด็กไทยเสียคนเลยนะครับ รู้ไว้เสียด้วย
ผู้คนเขาทนกันไม่ได้แล้วครับ
หยุดการกระทำที่ไร้สาระแบบนี้เถอะ
เปลี่ยนมาใช้สมองในการแก้ปัญหาเถอะครับ

อย่าให้ชาติอื่นมองว่าเราด้อยพัฒนาด้วยวิธีการอันไร้สาระของพวกคุณเลยครับ

--มันคนละเรื่องกับสิ่งที่พวกคุณเรียกว่า "วัฒนธรรม" นะครับ--

จาก: คณา วิชิตพรชัย
วันที่: 12/04/50 - 2:28 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 73



....

จาก: nanoguy
วันที่: 12/04/50 - 2:37 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 74
อีกเสียงหนึ่งก็แล้วกัน


จัดเรตเถอะ

แล้วมอบหมายความรับผิดชอบ ความคิด วิจารณญาณ ให้กับคนดู

ไม่ต้องมาตัดสินแทนกันอย่างนี้

ไม่ต้องมาคิดแทนกันครับ

หรือกองเซ็น คิดว่า

คนไทยคิดเองไม่เป็น ??

แนะนำลูกหลานไม่ได้??

จาก: จั๊กจั่น *
วันที่: 12/04/50 - 2:38 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 75
ทราบข่าวแล้วเศร้าใจ...

อ่านคำสัมภาษณ์ของเจ้ยแล้วก็ให้เข้าใจ เห็นใจจนรู้สึกจุกๆอยู่ข้างใน

เรื่องอย่างนี้คงไม่เกิดขึ้นมั๊งถ้าสตูดิโอเป็นคนจัดจำหน่าย คนวัฒนธรรมเดียวกัน(วัฒนธรรมไร้วัฒนธรรม) เขาคงมีวิธีที่ทำให้คุยกันรู้เรื่อง

มันจะมีวิธีอะไรที่ทำแล้วส่งผลทางปฎิบัติได้จริงไหมนี่ ...ลงชื่อแล้วพวก@#*%นั่นเขาจะสนใจเหรอ ...ฟ้องศาลปกครอง อืมม... ไม่ทันกินมั๊ง

วิ่งหาท่านมุ้ย ...ปรึกษาท่านหน่อย รบกวนท่านนึดนึง... ทำกันรึยังครับ

อยู่ในประเทศนี้ บางทีก็ต้องยอมทำไรที่ไม่ค่อยเข้าท่าเหมือนกัน วิธีนี้น่ะไม่เข้าท่าน้อยที่สุดแล้ว

จาก: เดชา ปิยะวัฒน์กูล
วันที่: 12/04/50 - 2:48 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 76
กองเซ็นเซอร์มีสติปัญญาทำได้แค่นี้ แล้วกล้าดียังไงมาตัดสินแทนคนทั้งประเทศว่าอะไรควรดูหรือไม่ควรดู



จาก: ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล
วันที่: 12/04/50 - 2:57 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 77
ผมรับไม่ได้กับการสั่งให้ตัดฉากดังกล่าวในหนังเรื่องนี้
มันแสดงให้เห็นว่าคนมีอำนาจในเรื่องดังกล่าว ไร้ปัญญาและความเข้าใจเพียงใด

แต่มาวันนี้ ผมคงทนอยู่เฉยไม่ได้กับการไม่คืนฟิล์ม
มันแสดงให้เห็นว่าคนกลุ่มนั้น ทำตัวเยี่ยงโจรหรือผู้ก่อการร้ายทางวัฒนธรรมมากกว่า

คณะกรรมการฯ ท่านหนึ่งกล่าวแก่ทีมงานว่า "ไม่เคยมีใครทำแบบนี้ หนังพันล้านยังไม่มีท่าทีแบบคุณเลย" <<< ประโยคนี้ประโยคเดียวแสดงความเบาปัญญา ขาดความเข้าใจในหน้าที่ของตัวเองอย่างไม่น่าให้อภัยพอแล้ว และเห็นใจทีมงานของหนังและทีมงานจัดฉายทุกท่านยิ่งนักที่ต้องทนพยายามพูดคุยด้วยเหตุผลกับเจ้าของประโยคนี้

-Dr. Syntax-

จาก: วราศร กิจจำนงค์
วันที่: 12/04/50 - 2:57 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 78
เรามาเปลี่่ยนความโกรธให้เป็นพลังดีกว่า

สิ่งที่เราต้องรณรงค์อย่างจริงจัง คือการเปลี่ยนระบบการเซ็นเซอร์ให้เป็นระบบเรตติ้ง คือ การจัดประเภทของภาพยนตร์โดยไม่มีการตัดทอนหรือแทรกแซงงานของผู้สร้างสรรค



จาก: ชลิดา เอื้อบำรุงจิต
วันที่: 12/04/50 - 2:58 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 79
ภาพยนตร์เป็นศิลปะที่แสดงแนวทางความปรารถนาของมนุษย์ ฉากที่ถูกตัดทอนทำหน้าที่แสดงออกถึงความปรารถนาของปถุชนธรรมดา ผิดตรงไหนกับการจ้องมองความปรารถนาอันธรรมดาเหล่านั้น

หรือว่าท่านผู้เกี่ยวข้องไม่เคยมีความปรารถนาดังกล่าว ขอคัดค้านการเซ็นเซอร์ศิลปะและสนับสนุนให้ใช้แนวทางอื่นเพื่อแก้ปัญหาครับ

จาก: กิตติภัต แสนดี
วันที่: 12/04/50 - 3:28 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 80
"สิ่งที่สร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่ศูนย์หาย"

มาถึงบัดนี้ จงปล่อยให้เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจทำไปตามกฎหมาย พระราชบัญญัติภาพยนตร์ พ.ศ. ๒๔๗๓

จงรู้สึกไม่หวั่นไหวต่อการถูกตัดสินประหาร โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการพิจารณาคดีโดยศาล

ขอให้อภิชาติพงษ์เสียสละ แสงศตวรรษ เลือดเนื้อแห่งปัญญา ให้เขาใช้กรรไกรกิโยตินบั่นร่างของลูกแต่โดยดี และรับร่างไร้ปัญญาของลูกคืน

ขอให้เขาประกอบอาชญากรรมต่อปัญญาแต่โดยดีเถิด
ร่างไร้ปัญญาของแสงศตวรรษจะศักดิ์สิทธิ์
เพื่อทวงสิทธิเสรีภาพในการรับรู้และศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์คืนมาแก่เราในแผ่นดินนี้

และขอเราทั้งหลายจงอย่าโกรธ อย่าเกลียด
แต่จงต่อสู้ด้วยเมตตาและกรุณา
เพื่อพิสูจน์ว่า "ภาพยนตร์ยังให้เกิดปัญญา"




จาก: ลุงจอ
วันที่: 12/04/50 - 3:51 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 81
เหมือนย้อนไปสู่ยุค "เผาหนังสือ" แล้วล่ะครับ

จาก: พันธ์ศักดิ์ สุพงศกร
วันที่: 12/04/50 - 4:12 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 82
ลงชื่อด้วยครับ

จาก: โลเล
วันที่: 12/04/50 - 5:04 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 83
ผมทราบว่าการเซ็นเซอร์มีหลักการอยู่พอสมควร แต่ผมพบว่าผู้รับผิดชอบใช้หลักกูมากกว่าจะเป็นหลักการครับ

และครั้งนี้ก็เช่นกัน แถมยังจะยึดฟิล์มอีก

เป็นวันที่น่าเศร้าที่สุดของวงการหนังไทยเลย

จาก: JEDIYUTH
วันที่: 12/04/50 - 5:34 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 84
ขอลงด้วยอีกเสียงแล้วกัน....
เลิกมองประชาชนคนดูหนังเหมือนไม่มีความคิดเถอะครับ
คนที่จะไปดูเข้าเองก็คิดเป็นหรอกนะครับ
ไม่ต้องการให้ใครมาคิดแทน

จาก: NiNeMarK
วันที่: 12/04/50 - 5:50 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 85
งดการเซ็นเซอร์แหลกแบบนี้ แล้วไปจัดเรทภาพยนตร์แบบต่างประเทศเค้าจะดีกว่ามั้ยครับ เซ็นเซอร์แหลกแบบนี้มันปิดหูปิดตาเกินไปหน่อย และไม่อิสระสำหรับคนทำหนังด้วย

จาก: อะมีบา
วันที่: 12/04/50 - 6:07 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 86
ขอลงชื่อด้วยค่ะ

เห็นด้วยกับชลิดา
ที่ว่ามาเปลี่ยนความโกรธให้เป็นพลังดีกว่า

รณรงค์ให้จัดเรตติ้งด้วยคน


จาก: grappa
วันที่: 12/04/50 - 6:10 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 87
คงต้องบอกว่า
บ้านเรานั้น
Censor Syndromes For A Century แล้วกระมังครับ

จาก: gooogolf
วันที่: 12/04/50 - 6:39 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 88
Rating is the best.


จาก: Tan Onwimon
วันที่: 12/04/50 - 7:06 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 89



จริงๆ แล้วแต่ละประเทศจะมีกฏเกณฑ์ในการเซนเซอร์ภาพยนตร์ ต้องยอมรับว่าภาพยนตร์ถูกมองว่าเป็นสื่อ เขาไม่ได้มองว่าเป็นศิลปะ แล้วบ้านเรายังไม่มีการแบ่งเรทภาพยนตร์อย่างชัดเจน อิสระของศิลปะไม่ได้มีอยู่จริงครับ มันอยู่ภายใต้กฏหมายและการเมือง

จาก: ตง มอนสเตอร์
วันที่: 12/04/50 - 7:11 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 90
รับไม่ได้จริงๆกับการกระทำเยี่ยงนี้

มันคือการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ทางความคิดดีๆนี่เอง

จาก: พิชญ อนันตรเศรษฐ์
วันที่: 12/04/50 - 7:32 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 91
คณะกรรมการเป็นเพียงคนส่วนน้อย แต่ทำไมมีอภิสิทธิ์ยิ่งใหญ่สามารถตัดฉากที่ตัวเองเห็นไม่เหมาะสมออกได้ ทุกวันนี้เวลาเข้าไปดูหนังในโรงภาพยนตร์ไม่แน่ใจว่าได้ดูหนังจากต้นฉบับ 100% หรือปล่าว แถมยังยึดฟิลม์ไปอีกและบอกจะคืนให้เมื่อตัดฉากที่ไม่ต้องการทิ้ง ช่างทำตัวได้ทุเรศสุดตีนพวกคณะกรรมการ

จาก: คนรักหนัง
วันที่: 12/04/50 - 7:34 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 92
อยากรู้ว่าฉากที่ถูกตัดเป็นฉากอะไรบ้าง
ทางกองเซ็นเซอร์มีเหตุผลว่าอะไร
อยากทราบมูลตรงนี้ก่อน
ตอนนี้เลย ออกความคิดเห็นไม่ได้
ใครมีข้อมูลบ้างช่วยแจ้งให้ทราบด้วย


จาก: แมงมุมมอง
วันที่: 12/04/50 - 8:08 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 93
ถ้าทำเรทติ้งหนังในบริบทไทย
แล้วจะทำแบบ "ให้เสร็จๆ ไป" แบบเรทติ้งทีวีอีกหรือเปล่าคะ

รบกวนผู้รับผิดชอบเรื่องพวกนี้
ช่วยจริงใจและจริงจังกันบ้างเถอะคะ

จาก: จารุรัตน์ เทศลำใย
วันที่: 12/04/50 - 8:10 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 94
ลงชื่อด้วยคน ทำทุเรศจังเลยนะ เค้าไม่ฉายเเล้วก็ยังจะไปตัดเค้าอีก อิจฉาคนต่างชาติเนอะที่ได้บริโภคศิลปะ

จาก: Akkarat
วันที่: 12/04/50 - 8:16 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 95
ขอร่วมลงชื่อด้วยคนครับ

แต่ก็อย่างว่านะครับ
นับวัน ประเทศไทยก็จะมีแต่เรื่อง absurd ๆ ให้เห็นเต็มไปหมด
ทั้งบล็อก YouTube (แต่ก็มีหลากหลายวิธีที่สามารถเข้า YouTube ได้)
จนมาถึงกรณีเซ็น "เซ่อ" แสงศตวรรษ

คิดๆ แล้วก็รู้สึกปวดใจจริงๆ ครับ
เพราะหนังดีๆ กลับไม่มีพื้นที่ให้อยู่ในบ้านของตัวเอง :(

จาก: อิสระสรรค์ กันทะอุโมงค์ (it ซียู)
วันที่: 12/04/50 - 8:21 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 96
แสงศตวรรษ เป็น เหยื่อของผู้ใช้อำนาจในทางที่ผิด อย่างแท้จริง

ถ้าไม่ให้โอกาสกัน ไม่สนับสนุนกัน ก็ไม่ควรถือวิสาสะมายึดสิ่งที่ไม่ใช่ของของตนเยี่ยงนี้

นี่มันเป็นการปิดกั้นเสรีภาพกันชัดๆ!!!!

Stupid Thai Censorship!!!!

จาก: other places
วันที่: 12/04/50 - 8:25 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 97
ตั้งแต่ดูหนังมาก ไม่เคยเจอเลยว่า หนังไทย ที่ทั่วโลกยอมรับ
แต่ กองเซ็นเซอร์ประเทศไทย ไม่ยอมรับ

เลยต้องทำให้คนในประเทศไทยอยากดู ต้องถ่อสังขารไปดูที่ต่างประเทศแทน

เวงกำ ประเทศไทยเรามีแบบนี้ด้วย

แล้วนี้ยังบ้าอำนาจ ขนาดยึดทรัพย์ศินของผู้อื่นไว้ ด้วย

จาก: มยุรี
วันที่: 12/04/50 - 8:27 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 98
ขอลงชื่อด้วยอีกเสียงนะครับ ขอเป็นกำลังใจให้พี่เจ้ยพร้อมทั้งทีมงานของหนังเรื่องนี้ และขอไว้อาลัยแด่กองเซ็นเซอร์ด้วยครับ

จาก: supoch
วันที่: 12/04/50 - 8:28 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 99
ไม่ชอบระบบการเซ็นเซอร์ประเทศไทย

ติดใจในกรณียึดฟิล์ม เพื่อ?....

แล้วยังนำไปตัดต่อเองอีก ทำไม?...(ถึงจุดนี้แล้วเคือง)

เหมือนละเมิดสิทธิส่วนบุคคล

จาก: สิริพร ศกุนะสิงห์
วันที่: 12/04/50 - 8:36 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 100
ประมาณ ตามใจฉันน่ะ น่าเบื่อ

จาก: คนไทย
วันที่: 12/04/50 - 8:41 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 101
ไม่เคยเห็นด้วยกับการพยายามใดๆ ของบุคคลใดๆก็ตาม ที่แสดงตนเป็นผู้วิเศษ คอยตัดสินว่า ความถูกต้องดีงามคืออะไร ตัดสินว่าอะไรควรนำเสนอ อะไรไม่ควรนำเสนอ

สังคมมีวุมิภาวะมากพอแล้วที่จะพิจารณาเองได้ว่าอะไรดีไม่ดี ไม่ต้องการ "คุณพ่อรู้ดี" จากไหนมาคอยชี้นิ้วบ่งการอีกต่อไป

ในสังคมโลกยุคปัจจุบัน การกระทำแบบนี้(เซนเซอร์) ถือว่าเป็นสิ่งที่น่าละอายและควรถูกประณาม

จาก: ชาตรี ประกิตนนทการ
วันที่: 12/04/50 - 8:52 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 102
เสนอให้ฟ้องศาลปกครองเลย

จาก: อรพิณ ยิ่งยงพัฒนา
วันที่: 12/04/50 - 8:55 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 103
บอกตรงฉากที่เห็นนะ แพทย์นี่ไม่ใช่คนเหรอ กินเหล้าไม่ได้เหรอ อยากมีเซกส์ไม่ได้เหรอ เป็นเรื่องจริงในสังคมทั้งนั้น กลัวทำไมครับความจริง คนไทยก้อเป็นซะเงี่ยกลัวความจริงกันไปได้ แล้วอยากให้หนังไทยไปฮอลลี้วู้ด บ้าจริงๆ อยากรู้ว่าเอาบรรทัดฐานในวัดโดยเฉพาะไปริบฟิลม์เค้าอะ

จาก: สอง
วันที่: 12/04/50 - 8:56 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 104
เซ็นเซอร์เห็นมาเยอะละ แต่กรณียึดฟิล์มนี่ รับไม่ได้จริงๆครับ ลงชื่อด้วย

จาก: วิชชา สุยะรา
วันที่: 12/04/50 - 9:01 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 105
ขอร่วมลงชื่อด้วยคนครับ
ทำงานกันยังไง ใช้อะไรคิดฮึ


จาก: ธรรมวัฒน์ คล้ายวงษ์
วันที่: 12/04/50 - 9:04 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 106
Shame!

I have to say that it's a genocide of artistic mind and imagination. From Doraemon's Shizuka-chan to Syndrome and a Century -- These f***ing "cultural gestapo" just do nothing but force us to watch what they want us to watch. What's their purposes? Why?


จาก: Suck sensei
วันที่: 12/04/50 - 9:06 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 107
จะบ้าอำนาจไปถึงไหนครับ กองเซนเซอร์

....จบครับ

จาก: DMS_1986
วันที่: 12/04/50 - 9:10 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 108
กองเซ็น" เซ่อ " คือตัวอยางของภาษิตไทย
" กบในกะลา "

ดูถูกคนดู คิดว่าคนดูไม่สามารถแยกแยะเองได้ว่าอะไรเป้นอะไร

ไปเถิด ไปไกลๆ คนพรรณนี้


จาก: renton
วันที่: 12/04/50 - 9:13 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 109
ผมขอบอกไว้เลยว่า
DVD เรื่องไหนมีเซ็นเซอร์
เรื่องนั้นผมซื้อแผ่นผี DVD เถื่อนชัวร์ครับ
ผมถือว่า กก.เซนเซอร์เนี่ยแหละ
เป็นผู้ผลักดันให้ผมซื้อแผ่นผีครับ

ผมมีเงินซื้อหนังดู และผมก็คิดว่าผมมีวิจารณญาณในการชมเพียงพอครับ
กรุณาอย่ามาคิดแทนผม

ปล.เรื่องหนังของคุณเจ้ยเนี่ย
กรุณาคืนฟิมล์ให้เขาด้วยครับ อย่ามาทำอะไรน่าเกลียดแบบนี้

จาก: ธนภูมิ สดุดี
วันที่: 12/04/50 - 9:14 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 110



ลงชื่อด้วยคน

ใช้มาตรฐานอะไรมาวัด ทำอะไรไม่ดูยุคสมัย มาตรฐานของร้อยปีที่แล้วมันใช้กันไม่ได้แล้ว ขอไว้อาลัย

จาก: popscene
วันที่: 12/04/50 - 9:24 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 111
จิงๆแล้วมันไม่ควรมีตั้งแต่แรกแล้วครับ ภาพทุกภาพถูกถ่ายทำมาเพื่อประกอบเป็นหนัง 1 เรื่อง จัดเรทไปสิครับ หนังที่ฉายในโรงภาพยนตร์ผมว่ามันไม่น่ายากอะไรที่จะห้ามเด็กเข้ามาดู การออกแผ่นมันจัดเรทลำบากก็จิงเพราะใครมันก็ซื้อได้ เหมือนเด็กมันแอบเอาหนังโป๊พ่อมาดูน่ะ คุนจะตัดบางตอนหรือเซ็นเซอร์ ก็พอเข้าใจ (แต่บางเรื่องมันตัดซะจนไม่รู้เรื่องเลยครับยกตัวอย่างได้ไม่หมด)
ผมว่าปัญหาจิงๆไม่ใช่สื่อหรอกครับ ตัวผู้ปกครองต่างหากที่ควรอธิบายให้เด็กมันฟัง หนังไม่ทำให้คนเลวขึ้นหรอกครับ ถ้าคนใกล้ชิดใส่ใจกว่านี้ การเซ็นเซอรืไม่ใช่วิธีที่ถูกครับ

เรื่องการไม่ยอมคืนฟิลม์ ผมว่าไม่มีสิทธ์ทำยังงั้นนะ นั่นมันของของเค้า คุนไม่อยากให้คนประเทศนี้ดู คุนอาจจะทำได้ เค้าอยากให้คนประเทศอื่นดูก็ห้ามเค้าไม่ได้นะคุนไม่มีสิทธ์ควบคุมไปถึงประเทศอื่นนะ แต่คุนยึดของๆคนอื่นมาทำลายแล้วค่อยคืนเค้าเนี่ย ยังไงก็ไม่ถูกนะ

จาก: meinside
วันที่: 12/04/50 - 9:25 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 112
มีสิทธิอะไรยึดฟิล์มของเขา

ทำแบบนี้ไม่ใช่แค่เรื่องสุนทรียศาสตร์ชั้นเลว แต่ผิดกฎหมายอาญาแล้วด้วยซ้ำ

จาก: ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์
วันที่: 12/04/50 - 9:30 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 113
จริงๆ แล้วตามกฏหมายเนี่ย
ทางคณะกรรมการมีสิทธิที่จะตัดฉากหนังในเรื่องใดๆ ก็ตาม โดยที่ผู้กำกับไม่ยินยอมได้ด้วยเหรอคะ

คือตอนนนี้เริ่มปลงแล้วล่ะว่าเราอาจจะไม่ได้ดูแสงศตวรรษในโรง เพราะเราก็ไม่อยากดูหนังที่ไม่สมประกอบ
แต่ประเด็นของกระทู้นี้อยู่ที่คณะกรรมการมีสิทธิตรงไหนที่ไม่ยอมคืนฟิลม์ให้ทางทีมงาน

มีข้อกฏหมายไหนเกี่ยวข้องบ้างคะ

จาก: อรกมล สาระยา
วันที่: 12/04/50 - 9:31 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 114
การเซ็นเซอร์ควรมีขอบเขตที่ชัดเจนมากกว่านี้นะครับ หรือไม่นะครับทำการแบ่งเรตหนังดีกว่าห้ามเด็กดูอะไรอย่างนี้ดีกว่ามากครับ การมาเซ็นเซอร์นอกจากจะทำให้เสียอารมณ์ในการดูหนังแล้ว บางสิ่งบางอย่างที่ผู้กำกับต้องการจะสื่อออกไปก็หายหมดอีก แล้วจะได้อะไรจากการดูหนังอ่ะครับ

จาก: aae
วันที่: 12/04/50 - 9:36 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 115
ขอลงชื่อประณามการกระทำของ คณะกรรมการตรวจพิจารณาภาพยนตร์ ค่ะ

"แสงศตวรรษ" คือหนึ่งในหนังแห่งความหวังของวงการภาพยนตร์ไทย และ ภาพยนตร์โลก

ฉากที่ทาง คณะกรรมการตรวจพิจารณาภาพยนตร์ เห็นว่าไม่เหมาะสม และต้องการให้ทีมงานตัดออกนั้น เป็นฉากที่ไม่น่าจะก่อปัญหาให้กับคนที่มีวุฒิภาวะและอาศัยอยู่ในโลกแห่งความจริงได้เลย

หรือว่า ทางคณะกรรมการตรวจและพิจารณาภาพยนตร์ ไม่มีทั้งวุฒิภาวะ และกำลังอาศัยอยู่ในโลกแห่งความลวง


... การที่คุณมีอำนาจ ไม่ได้แปลว่าคุณฉลาดกว่าคนอื่น
และไม่ได้แปลว่า คนไทยที่เหลือ "โง่" และ "ไม่มีวิจารณญาณ" นะคะ

ขอไว้อาลัย

tiktok.bloggang.com

จาก: หัทยา ภูดี
วันที่: 12/04/50 - 9:39 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 116
ขอร่วมลงชื่อด้วยคนครับ
คณะกรรมการกลุ่มนี้ (ไม่รู้ว่ามีใครบ้าง) มีมาตราฐานในการตัดสินถูกผิดแปลกมาก
ประเทศไทยไม่มีหมอสูบบุหรี่
ประเทศไทยไม่มีหมอคนไหนอวัยวะเพศแข็งตัวในขณะทำงาน
ประเทศไทยไม่มีพระเล่นกีตาร์

คณะกรรมการคงไม่เคยเห็นพระร้องเพลงออกทีวี

คณะกรรมการชุดนี้กำลังทำบาปกรรมให้กับลูกหลานของตัวเอง

จาก: พิธูร ตีรพัฒนพันธุ์
วันที่: 12/04/50 - 9:44 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 117
คณะกรรมการตรวจพิจารณาภาพยนตร์ พวกนี้ไม่รู้ใช้สมองส่วนไหนคิดแทนชาวบ้าน มันชอบคิดว่าคนอื่นโง่มั้งไอ้พวกที่มันทำภาพเบรอๆไว้คนเค้าคงไม่รู้มั้งว่าไอ้ที่เบลอคื่ออะไร แทนที่จะใช้ข้อความบอกอันตรายของบุหรี่และเหล้าก็พอแล้ว

จาก: art
วันที่: 12/04/50 - 9:46 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 118
ช่วยเรียก กทม มาเก็บกองนี้ไปทำลายซะ
ขยะจริงๆ

จาก: peera
วันที่: 12/04/50 - 9:48 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 119
คนดูหนังเค้ามีสติปัญญาพอ คิดเองได้ว่าอะไรเป็นอะไร ไม่ต้องมาตัดสินแทนคนอื่น!

จาก: Pantkarn Rangsinn
วันที่: 12/04/50 - 9:52 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 120
ลงชื่อ 1 เสียงกองเซ็นเซอร์บ้านเรามันปัญญาอ่อนจิง ๆ



จาก: nonthachar
วันที่: 12/04/50 - 9:57 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 121
ขอลงนามด้วยคน เกียดการเซนเซอร์ มีไปทำไม

และหนังไทยเรื่อง แสงศตวรรษ อ่ะ ไปงดฉายอีก

หนังไทยนะครับ ควรจะให้ฉายในบ้านเกิด

และแผ่น DVD อ่ะ ก็ไม่ควรเซนเซอร์ มันไม่คุ้มกับเงิน

อย่างงี้ไปซื้อแผ่นผีดีกว่าเยอะ

จาก: Topguknot
วันที่: 12/04/50 - 10:00 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 122
การยึดเอาความคิดแบบตัดสินผิดถูก ชั่วดี โดยใช้ความคิดของคนเพียงแค่ไม่กี่คน (เหมารวมถึงการไม่ยอมรับความเป็นไปของกระแสโลก) กับจำนวนผู้ไม่เห็นด้วย เท่านี้ ก็น่าจะเพียงพอแล้ว ที่ต้องกลับไปคิดใหม่

เมืองไทยยังพอมีคนคิดต่างอยู่บ้าง หากมีพื้นที่เล็กๆ ให้ เขาก็พอใจแล้ว ไม่ใช่กีดกันไม่ให้ แต่สนับสนุนกระแสหลัก แบบหน้ามืดตามัว

ความถูกผิด ในวันนี้ อาจเป็นเรื่องน่าขำในอนาคต หากลูกหลานในอนาคตของพวกคุณย้อนกลับมาตรวจสอบการตัดสินใจ การเซ็นเซอร์ครั้งนี้

จาก: อนุกูล เหมาลา
วันที่: 12/04/50 - 10:02 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 123
มาช่วยกับปฏิรูประบบการเซนเซอร์ของไทยกันเถอะ

จัดระบบเรทมันไปเลย

กองเซนเซอร์ควรใช้สามัญสำนึกในการตัด
อย่าทำตามระเบียบหน้าที่ให้มากจนไม่มีสามัญสำนักเลย
อย่าเอาอำนาจหน้าที่มาค้ำตนเองจนสูญเสียอิสระในจิตใจของความเป็นมนุษย์ที่เป็นสัตว์ที่ประเสริฐ

ใช้สามัญสำนักซักนิดแล้วชีวิตจะน่าอยู่ขึ้น

ภาพยนตร์ไทยน่าจะหาความร่วมมือกันสร้างหน่วยงานของเราเอง
หน่วยงานที่คนที่อยู่ในวงการนี้กำกับดูแลและมีระบบราชการช่วยตรวจสอบบ้าง ไม่ใช่อำนาจอยู่ที่ที่ไม่รู้เรื่องอย่างเดียว

เอาใจช่วย แสงศตววรรษ
เอาใจช่วย พัฒนาระบบการเซนเซอร์ภาพยนตร์ไทยให้ดีขึ้น
และพร้อมจะช่วยเหลือเสมอเมื่อมีการเคลื่อนไหว





จาก: ณุ
วันที่: 12/04/50 - 10:04 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 124
ถึงแม้ยังไม่ได้ดู....ครับ
ขอร่วม เรียกร้องด้วยครับ


ไม่อยากเห็นใบปิดหนัง ที่มีข้อความว่า
... กำกับโดย กองเซ็นเซอร์ (ประเทศไทย) จ้า ....



จาก: ลิง กิน หนัง
วันที่: 12/04/50 - 10:08 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 125
ร่วมลงชื่อครับ

ไม่เห็นด้วยกับการปิดกั้นความคิดเสรีทุกรูปแบบ




จาก: อัควีร์ มัธยมจันทร์
วันที่: 12/04/50 - 10:15 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 126
หนังเขาถึงขั้นได้รางวัลมา แสดงว่ากึ๋นมันต่างกันจริงๆ กึ๋นของกรรมการให้รางวัลหนัง กับ กึ๋นปรมาจารย์ 11 อรหันต์กองเซ็นเซอร์ไทย แล้วเมื่อไรจะเป็น Hollywood Of Thailand บ้างละ เป็นได้แค่ Hollywood รัชดา เฮ่อ !!!

จาก: คลื่นลูกใหม่ ซึนามิ
วันที่: 12/04/50 - 10:16 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 127
เมื่อเช้ายังอ้วกไม่พอ

วันนี้ก็ต้องอ้วกอีก

วันหน้าก็ยังมีให้อ้วก

นี่แหละประเทศไทยที่รัก

ประเทศที่เราใส่เสื้อสีเดียวกันได้ ถือเทียนร้องห่มร้องไห้ออกทีวีร่วมกันได้

แต่ห้ามเมินอำนาจข้านะโว้ย กฏข้าเท่านั้นที่ถูกต้องและศักดิ์สิทธิ์



จาก: ฟิล์มไวรัส
วันที่: 12/04/50 - 10:17 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 128
อีกหนึ่งเสียงค่ะ
ไว้อาลัยให้กับบรรทัดฐานของกองเซ็นเซอร์เมืองไทย

จาก: pooh
วันที่: 12/04/50 - 10:22 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 129
กองเซ็นเซอร์ควรจะรู้ว่าหนังต้องการสื่ออะไรมากกว่า

ถ้ากลัวลูกเล็กเด็กแดงเข้าไปดู จัดเรทสิครับ

กลัวผิดศีลธรรม หนังก็แค่อยู่ในโรง คนเสียเงินเข้าไปดู

แต่พวกผิดศีลธรรม ที่ออกตามสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะทีวี หนังสือพิมพ์

ตรงนั้นมาโจ่งแจ้งมากกว่ามั้ยครับ

ทำอะไร ๆ ควรพิจารณา สิ่งอื่น ๆ ประกอบด้วย

ไม่ใช่ว่าหนังต้องตัด ต้องเซ็นเซอร์เสมอไป

สิ่งที่ต้องทำคือไปเซ็นเซอร์สื่อที่มันโจ่งแจ้งก่อนดีมั้ย

อย่ามองแต่ภาพแล้วตัด แล้วเบลอ ช่างน่าสังเวช

จาก: คนดี
วันที่: 12/04/50 - 10:25 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 130
จากที่ตัวผมเข้าใจ
การเซนเซอร์หนังนั้น คือการแยกกลุ่มของหนังออกให้เหมาะกับคนดู
เหมือนพวก rate G, R อะไรแบบนี้

โตๆกันแล้วนะครับ เราดูหนังเรารู้อะไรเป็นอะไร
อะไรไม่เหมาะกับเด็ก ก็บอกพ่อแม่ให้ดูแลลูกไม่ให้ดูซิครับ เรื่องอะไรถ้าเรื่องไหนไม่เหมาะกับเด็ก จะไม่ให้ผู้ใหญ่ดูด้วยเหรอ

บ้าเปล่าครับ

คนที่ตัดสินคงมีลูกแล้วคงคิดว่า "อู ไม่อยากให้ลูกดูเรื่องนี้" เพียงเพราะเขาลืมไปว่าหน้าที่ของพ่อแม่ก็คือการสั่งสอนลูกให้รู้ดีรู้ชั่วไม่ใช่เหรอ แทนที่จะมาปิดบังความจริงไม่ให้เขาเห็น

อย่าหนีความจริงของสังคม และอย่าหนีจากความรับผิดชอบที่ตัวเองมีต่อสังคม

ถ้าสิ่งเหล่านั้นที่ไม่เหมาะสมไม่มีจริงในโลก คนทำหนังเขาคงไม่คิดมันขึ้นมาเองหรอก เพียงแค่เขาอยากให้คนที่ไม่รับรู้ความจริงเบิ่งตาออกมาดูโลกซะบ้าง

แล้วอย่าลืมนะครับว่า คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตสมัยนี้เขาเติบโตในยุคที่ การ์ตูน ด่ากันยันแล้วใล่ยิงกันทั้งเรื่อง ผมก็ไม่เห็นเขาจะเป็นคนโรคจิตนิครับ

คิดดูนะคุณอยากให้โลกมองคนไทยเป็นยังไง

1 : ชาติที่ผู้คนมีสติปัญญา รู้ผิดรู้ถูก
2 : ชาติที่คนดักดานเป็นกบในกะลา ไม่ยอมรับความจริง

จาก: tommeh
วันที่: 12/04/50 - 10:26 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 131
น่าอนาถเสียจริงหนอกองเซ็นเซอร์ไทย วันๆมัวแต่นั่งจับผิดชาวบ้านเค้าอยู่ได้ทำตัวเหมือนกบในกะลาไม่คิดที่จะออกมาโลกภายนอกซะบ้าง

ช่างน่าสมเพชสิ้นดี

จาก: คน
วันที่: 12/04/50 - 10:28 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 132
ไปประท้วงกันเถอะ

จาก: อู๊ดดี้
วันที่: 12/04/50 - 10:30 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 133
เซ็นเซอร์จงหายไป น่าจะจัดเรทได้แล้วนะ

จาก: อรรถพร เจริญเกษ
วันที่: 12/04/50 - 10:31 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 134
เคยแสดงความเห็นแบบสุภาพ แบบผู้เจริญแล้ว ก็ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเลย ไม่ทราบว่าคณะกรรมการแต่ละคนมีความรู้เรื่องหนังจริง ๆ หรือเปล่านะ หรือขอแค่ว่านี้หน้าที่ฉัน เรื่องไหนมีฉาก หรือเนื้อหาที่ฉันไม่พอใจ ฉันจะตัดอย่างเดียว... ขอแค่ให้ได้หน้า มีผลงานว่าหน้าที่ฉัน ฉันทำแล้วนะ ผมว่าพวกป้า ๆ ลุง ๆ ความรู้ไม่ถึงก็ลาออกไปล้างส้วมเถอะคับ นะ คนที่เค้าต้องการเสพงานศิลปจริง ๆ มีเยอะคับ
..............................................................................


จาก: นี้หรือเมืองพุทธ...
วันที่: 12/04/50 - 10:32 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 135
บางทีก็ไม่ได้ดูหนังดีๆเพราะเรื่องแบบนี้

จาก: กรรณิการ์ ผงสินสุ
วันที่: 12/04/50 - 10:35 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 136
น่าจะดูที่เจตนา ของหนังด้วยว่า เค้าจะนำเสนออะไร ในโลกความเป็นจริงมันก็มีเรื่องไม่ดี และดี พวก ที่ท่านว่าไม่ดีต้องหั่น ยิ่งปิดบัง ปิดกั้น ยิ่งไม่ทำความเข้าใจ กองเช็นเชอร์ นะตัวดี ยิ่งทำให้สังคมไม่มีภูมิคุ้มกัน คนเรามีความคิดน่า หนังของคุณ เจ้ย ก็มีคนดูเฉพาะ กลุ่ม กองเซ็นกองเซ็น(เชอ) มีกี่คน เอย ร่วมๆๆ อายุถึง 10000 ปีม้ย

จาก: ประสิทธิ์ บุตรบัว
วันที่: 12/04/50 - 10:37 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 137
มีสิทธิ์อะไรไปตัดฟิล์มเขา
ก็เขาไม่ฉายแล้ว จะเอาอะไรกับเขาอีก

จาก: อมรรัตน์
วันที่: 12/04/50 - 10:37 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 138
ขอลงชื่ออย่างเดียวดีกว่าครับ

เพราะถ้าพูดอะไรออกไป กลัวจะระงับอารมณ์ไม่อยู่....

จาก: ปานปิติ ริกตะจันทร์
วันที่: 12/04/50 - 10:39 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 139
ช์อคมาก ไม่นึกว่ากองเซ็นเซอร์ไทยมันจะ " บ้าอำนาจ " ได้ขนาดนี้ งานนี้ก็มีแต่จะแสดงความโง่ของตัวเองออกมาให้เห็น เรื่องนี้รู้กันไปทั่วโลกแน่นอน พวกเราคอยดูสิ

จาก: Tan_?
วันที่: 12/04/50 - 10:42 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 140
กุเกลียด censor เข้าใจไหม
ไอพวกที่ไม่เข้าใจในงานศิลป์

จาก: ...
วันที่: 12/04/50 - 10:42 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 141
ไร้มาตรฐานคือมาตรฐานล่ะมั้ง

สงสารคนทำหนัง

ต่างชาติชื่นชม คนไทยทำ แต่คนไทยไม่ได้ดู

เพราะความโง่เง่า โง่เขลา เบาปัญญาของพวกปากว่าตาขยิบ

เซ็ง

จาก: พลอย
วันที่: 12/04/50 - 10:43 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 142
มีเหตุผลอะไรถึงไม่คืนฟิล์มล่ะครับ ในเมื่อคุณเจ้ยก็เลือกที่จะไม่ฉายดีกว่าถูกตัดแล้ว หนังก็เป็นของกองทุนโมสาร์ทเค้า หน้าไม่อายนะครับ ไร้สมองดี (ว่ะ)

ปล.จัดเรทเป็นไม๊ ถ้าไม่เป็นก็ไม่ต้องเป็นมันแล้วกองเซนเซอร์ ไปจับหนังโป๊ดีกว่านะ

จาก: เจมส์ บอนด์
วันที่: 12/04/50 - 10:47 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 143
จัดเรทดีกว่า เซ็นเซอร์ นะ แล้วเวลาเซ็นเซอร์กันนะ เอาอะไรมาวัด
หรือใช้นิ้วจิ้มเอา เล่นพรรคเล่นพวกกันหรือป่าว คนทำหนังมาเค้าก็อยากให้คนดูได้รับ อรรถรสอย่างสมบูรณ์ของหนัง ไม่ใช่เอะอะอะไรก็มาตัด


จาก: ณัฐวุฒิ
วันที่: 12/04/50 - 10:50 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 144
ปกติไม่ดูหนังแนวนี้ แต่ตามติดข่าวเรื่องนี้แล้วชักทนไม่ได้กับไอ่ที่ไม่ยอมคืนฟิล์ม รู้สึกมันสะท้อนให้เห็นถึงสังคมบ้านเราที่นับวันชักไปกันใหญ่แล้ว

ขอลงชื่อไม่ให้ กองเซนเซอร์หยุดทำร้ายหนังค่ะ

จาก: มิ้น
วันที่: 12/04/50 - 10:51 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 145
ลงชื่อครับ

...เอาเข้าไป ประเทศไทย

จาก: ชาคร ไชยปรีชา
วันที่: 12/04/50 - 10:51 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 146
ทำไมไม่จัดตามอายุของคนดูหล่ะ ทำไมถึงต้องปิดกั้นด้วย
อายชาติอื่นจิงๆ ปิดกั้นแบบนี้ มันยิ่งเปนการยุยงมากกว่าดูแบบมีศิลปะ

จาก: เหมียว
วันที่: 12/04/50 - 10:56 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 147
...ไม่ขอพูดอะไรมากครับ เพราะพูดไปพวกเขาก็คงไม่สนใจที่จะฟังหรอก ไอ้เรามันเป็นแค่ 'เสียงเล็กๆ' เท่านั้นนี่ครับ อำนาจมันบดบัง 'หัวใจ' ของคนพวกนี้ไปหมดแล้ว

...คำเดียวสั้นๆ ที่อยากบอกก็คือ 'เสียใจ' ครับ



จาก: ธีพิสิฐ มหานีรานนท์ (อดีตกองบก. PULP และกองบก. GM ปัจจุบัน)
วันที่: 12/04/50 - 10:56 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 148
ผมไม่ดูหนังไทยทั่วไปที่ฉายในโรงเลยครับ

หนังห่วยๆ ทำไมฉายได้ หนังไม่จรรโลงสังคม
ตลกเอาตัวรอดไปวันๆ ให้ฉาย หนังดีดี ไม่ให้ฉายงง ครับ
.................
เห็นใจ คนสร้างหนังมากๆ ครับ อ่าน
บอกไม่ถูกครับ

อ่านที่คุณอภิชาติ พูดไว้ที่เทียบหนังกับลูก และการตัดแขนขาลูกตนในประเทศที่ลูกเกิด แล้วเศร้า แทนคน ไทย ที่พยายามทำสิ่งที่ควร ให้กับเรื่องที่ตน รู้ถนัด และ มีหัวใจ

ขอเป็นกำลังใจให้ครับ

ผมไม่รู้ว่าคุณมาอ่านไหม แต่ผมเองก็เป็นคนหนึ่งพยายามทำสิ่ง ที่หัวใจมันสั่ง
เวลาผมบังเอิญได้ไปอ่านเจอคนที่เขียนถึง คุณค่าในสิ่งที่เราทำ

ผมก็รู้สึกดีใจ และ สุขใจ ว่ามีคนรู้คุณค่าที่เราทำแม้เป็นการแสดงออกที่น้อยนิด
แต่มัน ก็ทำให้เราเดินไปข้างหน้าได้อย่างไม่ลังเล

ขอเป็นกำลังใจให้ครับ

มโนมัย คน มีหัวใจ

อันนี้ตามมาให้กำลังใจอีกรอบครับ

จาก: มโนมัย คน มีหัวใจ
วันที่: 12/04/50 - 10:56 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 149
ผมมาเขียนในฐานะคนดูหนังและเพื่อนของเจ้ย

ความอับเฉาทางปัญญาต้องถูกแก้ไขด้วยการต่อสู้อย่างมีสติ เราไม่ได้จะปกป้องเจ้ยคนเดียว แต่เราต้องการเห็นความหลากหลายทางศิลปะและวัฒนธรรมในโลกนี้ เราไม่ได้บอกว่าคนส่วนใหญ่ต้องเข้าใจหรือชอบหนังเจ้ย แต่เราต้องการเห็นศิลปินทุกคนได้มีโอกาสแสดงออกอย่างเท่าเทียมกัน และคนดูมีโอกาสได้คิดและติดสินใจเองว่าอะไรดีไม่ดีชอบไม่ชอบ

เรืองที่เกิดขึ้นช่างน่าอดสู แต่เราต้องอดทนและใช้มันเป็นโอกาสเพื่อแสดงจุดยืนที่ชัดเจน

จาก: ก้อง ฤทธิ์ดี
วันที่: 12/04/50 - 10:57 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 150
ร่วมลงชื่อครับ

ไม่เห็นด้วยกับกองเซ็นเซอร์ ที่ทำแบบนี้

จาก: พงศกร กัญจา
วันที่: 12/04/50 - 10:59 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 151



ไม่เห็นด้วยกับการเซนเซ่อร์หนังของคุณเจ้ย
เพราะไม่มีความจำเป็นต้องเซ็นเซ่อร์หนังที่
ไม่ได้ทำเพื่อ Commercial แต่ทำเพื่อคนกลุ่มหนึ่ง
ซึ่งต้องการชมหนังศิลปะ ไม่ได้ให้คนหมู่มากดู
ผมคิดว่าเด็กๆ คงไม่ไปดูหรอกครับหนังเรื่องนี้
ผู้ใหญ่ที่โตแล้ว หรือวัยรุ่นที่สนใจหนังศิลปะ
คงจะไปดูกันกลุ่มเล็กๆ และดูด้วยความชื่นชม
มากกว่าจะดูอะไรโด่ไม่โด่ พระเล่นกีตาร์เก่งไหม
หรือหมอเมาเป็นไงหรอกครับ

คือมันคิดง่ายๆ ว่าถ้าหนังประมาณนี้ออกมา
กองเซ็นเซ่อร์ไม่ควรตัดไรเลย เพราะไม่ถูกต้อง
ควรปล่อยให้หนังทำหน้าที่สำหรับคอหนังโดยเฉพาะเท่านั้น
ผมเจ็บปวดแทนพี่เจ้ยเรื่องที่หนังเขาไม่ได้รับการยอมรับจากคนไทยด้วยกัน
เหมือนที่ ผู้กำกับหนังอย่าง 3 Irons (ชาวเกาหลี จำชื่อมะได้) โดน
เป็นเรื่องแปลกและตลกมาก ที่คนไทยมีคนเก่ง มีมุมมองที่สากลยอมรับ
แต่กลับถูกมองว่าไม่ได้เรื่องในสายตาคนในประเทศตัวเอง

บ้าบอที่สุด

จาก: nhum
วันที่: 12/04/50 - 11:04 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 152
ผมก็อีกหนึ่งเสียงครับ
กองเซ็นเซอร์ควรจะหายไปจากเมืองไทยได้แล้วครับ ไม่มีมาตรฐานเอาเสียเลย ผมคนดูไม่ได้โง่นะครับ ที่ไม่รู้ว่า อะไรเป็นอะไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเซ็นเซอร์ในหนัง CD/DVD ที่ขายนี่ เหลือทนจริง ๆ แล้วก็อย่าเอาเรื่องเยาวชนมาอ้างด้วย ว่า ต้องเซ็นเซอร์ ทำไม ไม่จัดแบ่ง Rate หนังละครับ ทางออกอื่น ๆ มีเยอะแยะ ไม่ทำ แย่จริง ๆ เซ็นเซอร์เมืองไทย กบในกะลาพันธ์แท้จริง


จาก: สุกิจ แซ่เฮง
วันที่: 12/04/50 - 11:04 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 153
ผมคิดเองได้ครับ ว่าอะไรควรไม่ควร

มีความคิดในการแยกแยะว่าอะไรดีไม่ดี

ผมดูหนังมากว่า 30 ปี ไม่เห็นผมจะสูบบุหรี่ กินเหล้า ขมขื่น เอามีดไปจ่อคอใคร หรือเอาปืนไปจ่อหัวใคร

หรือ แม้แต่เห็นฉากโป๊เปลือย ก็ไม่มีความคิดที่จะไม่ฉุดสาวข้างทาง

ผมว่า คนที่ทำหน้าที่เซ็นเซอร์ กำลังดูถูกคนไทยด้วยกันเองนะครับว่าคิดไม่เป็น

เรากำลังจะกลับไปสู่ยุค นกแก้วนกขุนทอง หรือครับ แล้วการศึกษาแบบใหม่ที่เน้นให้คนคิดเองเป็นหล่ะ

ฝากให้ไปคิดนะครับ กรุณาอย่าทำตัวโง่ๆ ขอร้อง

จาก: kie
วันที่: 12/04/50 - 11:05 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 154
กองเซ็นเซอร์ดูไม่โปร่งใสค่ะ

ถ้าต้องการให้ทำตามระบบก็ควรทำให้โปร่งใสในระบบของตัวเองด้วย

1. มีการเปิดเผยชื่อคณะกรรมการหรือเปล่าว่ามีใครบ้าง

2.สามารถใขข้อกระจ่างของเกณฑ์การตัดสินได้ไหม ว่าทำไม

หนังแต่ละค่ายถึงได้รับการปฏิบัติในทางเซ็นเซอร์ไม่เหมือนกัน

3.ถ้าไม่สามารถหาหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนได้ ก็ควรจะเซ็นเซอร์ตัวเอง

ก่อนที่จะเซ็นเซอร์คนอืนนะค่ะ

จาก: กฤตยานนท์ ชำนาญพาณิชย์
วันที่: 12/04/50 - 11:06 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 155
มาร่วมลงชื่อด้วยคน เพราะไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่กองเซ็นเซอร์ทำกับหนังที่เค้าตั้งใจทำ เค้าแค่สะท้อนความเป็นจริงในสังคม คุณไม่ได้หรือ มันก็เป็นแค่มุมหนึ่งในสังคม ไม่มีที่ไหนในโลกที่มันขาวสะอาดไปหมดหรอก คุณได้พิจารณารึป่าวว่ามันเป็นฉากที่มันส่วนประกอบที่จะโยงไปยังตอนสำคัญรึไม่ คิดได้ยังว่าจะไปตัดเค้าทิ้ง และคุณมีสิทธิ์อะไรจะไปยึดฟิล์มเค้าไว้ ในเมื่อเค้ายอมไม่ฉายในประเทศแล้ว ปกติก็ไม่ใช่คนดูหนังแนวนี้ แต่มันทนไม่ได้จริง ๆ ถ้าหนังเค้าไม่ดีจริง คงไม่กวาดมาหลายรางวัลหรอก

ไม่ทราบกองเซ็นเซอร์ใช่หัวบนรึหัวล่างคิดอ่ะ..

จาก: คนชอบดูหนัง
วันที่: 12/04/50 - 11:06 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 156
ลงชื่อด้วยคน เบื่อมันเหลือเกินแล้วกองเซ็นเซอร์เนี้ย
จะมีทำไมให้ประชาชนเดือดร้อน ตั้งขึ้นมาก็ไม่ได้ช่วยอะไร
อาชญากรรมลดลงไหม? ไม่ลดเลย ยังฆ่าข่มขืนกันทุกวัน
เซ็นเซอร์หนังไปวัยรุ่นก็ไม่ได้ทำตัวดีขึ้นมา เด็ก ๆ มันแทบ
ไม่ดูหนังกันหรอก มันเล่นเน็ตดูเว็บลามกโน้น เจ็บใจจริง ๆ
คิดแทนประชาชน รวมมั่วไปหมดทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่
โตจนจะแก่ตายอยู่แล้วทำเหมือนเราไม่มีสมอง
นี่แหละประเทศไทย

จาก: ประภาพร ฉลาดลน
วันที่: 12/04/50 - 11:06 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 157
เลิกเซ็นได้แล้วแล้วจัดเรทเหมือนต่างประเทศเข้า ดูชาวบ้านเข้ามั่งวงการหนังเขาไปถึงไหนแล้ว

จาก: อำนาจ คิญชกวัฒน์
วันที่: 12/04/50 - 11:07 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 158
ไม่ต้องการให้ใครมาคิดแทนเรา

เราคิดเองได้


อ่อ ฝากนิด จัด Rate หนังน่าจะดีกว่านะครับ อย่าเอาเรื่องผลประโยชน์เรื่องรายได้ มาเป็นข้ออ้างเลยครับ

จาก: kie
วันที่: 12/04/50 - 11:07 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 159
มาตราฐานหนังไทยจะตำ่ลงก็เพราะพวกกองเซ็นเซอร์ นี้ละ
ชอบคิดแทนคนอื่น อวดรู้ ทำไมไม่จำกัดเรทไปเลยละครับ
ภาพเขียนหรืองานศิลปะชั้นเลิศสมัยก่อนก็มีเห็นอวัยะเพศ บางชิ้นอยู่ในวัดเลย ทำไมไม่ไปทุบทิ้งละครับ

จาก: วีรัช นัยชิต
วันที่: 12/04/50 - 11:09 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 160
ลงชื่อด้วยคนครับ
ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการเซ็นเซอร์
คนเรามีสมอง มีปัญญา สามารถแยกแยะเองได้สิ่งใดถูก สิ่งใดผิด
เปลียนจากระบบการเซ็นเซอร์ มาเป็นการจัดเรท ยังจะดีซะกว่า

จาก: ฉันทัส เจนวิทย์การ
วันที่: 12/04/50 - 11:10 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 161
1.การกระทำเช่นนี้ถือเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลอย่างร้ายแรง ควรฟ้องศาลปกครองเอาผิดหน่วยงานเจ้าปัญหาให้เป็นกรณีตัวอย่าง จะได้ไม่มีเหตุการณ์ซ้ำซากเกิดขึ้นอีกในอนาคต

2.สงสัยว่ากองเซ้นเซอร์เอาอำนาจตามกฎหมายไหนมายึดทรัพย์สินของคนอื่น อย่างนี้เข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบได้หรือเปล่า

ผมว่าต้องเล่นงานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับกรณีนี้ให้หนัก กรณีนี้ยิ่งตอกย้ำภาพลบให้กับประเทศเป็นอย่างมาก รับไม่ได้จริงๆ ครับ

จาก: สุรศักดิ์ เฑียรบุญเลิศรัตน์
วันที่: 12/04/50 - 11:18 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 162
เปลือง ภาษี อะ ยุบไปเหอะ

จาก: CMX.
วันที่: 12/04/50 - 11:18 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 163
เกลียดๆมากๆเลย กองอะไรบ้าบอเนี้ย มันจะรู้มั้ยว่ากว่าเขาจะทำหนังมาได้แต่ละเรื่องนี้ แต่ละฉากใช้เวลานานเท่าไร งบเท่าไร เพื่อต้องการให้หนังของเขาออกมาดีที่สุดแหละ ทุเรทมาก เที่ยวมาตัด เอาอะไรมาบดบังหนังของเขาอ่ะ ลาออกไปรับจ้าง ทำอย่างอื่นไป เช่น รับจ้างตัดหญ้าอ่ะ ชอบไม่ใช่หรอ

จาก: benzbenz
วันที่: 12/04/50 - 11:19 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 164
บังคับกันเกินไปหรือเปล่า
ใช้อำนาจเกินไปหรือเปล่า
ไม่คืนฟิล์มให้เค้าอีก
ทำไมทำแบบนี้



นี่ใช้หัวคิดแล้วใช่มั้ยครับ อยากรู้


ผมนึกว่าใช้ --เท้า-- คิด




ก็อย่างว่าแหล่ะครับ คนแก่บ้านเราอ่ะนะ ยอมๆเค้าไปก่อน หัวโบราณแล้วยังจะบังคับให้ลูกหลานโบราณตามอีก

นี่มันปี2007 แล้วครับ ไม่ใช่ 1970 ครับ

เราเข้าใจครับ
แต่บางทีมันก็เกินไปครับ

จาก: ตั้ม
วันที่: 12/04/50 - 11:19 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 165
ลงชื่อด้วยคนครับ

หนังพี่เจ้ย ฉายแค่สองโรง แค่นี้ก็จำกัดวงคนดูสุดๆแล้ว

พวกเลวชาติมันยังจะมีหน้ามาสั่งตัดทอนหนังของเขาอีก

พอไม่ยอมมันยังหน้าด้านไปยึดฟิล์มเขา

มีสิทธิ์อะไรครับ

ทำอย่างนี้มันเข้าข่ายละเมิดสิทธิ์เลวยิ่งกว่าเป็นโจรอีกนะครับ



จาก: ศิวัช โฉมขำ
วันที่: 12/04/50 - 11:24 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 166



....... กองฯ ทำลายความเป็นคน
พยายาทำตนเป็นเทวดา .........

แด่... ผู้เคราะห์ร้าย.



จาก: พักรบ
วันที่: 12/04/50 - 11:26 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 167
ถ้ามันไม่ใช่หนังที่เด็กดู ก็จะเซ็นเซอร์ไปทำไมก็ไม่รุ มันเป็นหนังที่ผู้ใหญ่ดู แล้วผู้ใหญ่เค้าก็มีวิจารณญาณในการชมกันอยู่แล้ว เซ็นเซอร์ไป มันจะยิ่งทำให้เสียอารมณ์ในการดู

มีอีกเรื่อง หงุดหงิดมาก เรื่องการเซ็นเซอร์การ์ตูน โดยเฉพาะเรื่องบุหรี่ เซ็งสุดๆ งงจริงๆ อย่างกะเด็กมันจะไม่รู้ล่ะนะ ว่าไอ้ที่เซ็นเซอร์มันคืออะไร เด็กมันยิ่งกว่ารู้ซะอีก พวกคุณเซ็นเซอร์บุหรี่ในการ์ตูน แต่หารู้ไม่ว่า ผู้ปกครองเด็กเอง อาจจะกำลังสูบบุหรี่ให้เด็กเห็นอยู่เลยก็ได้ เลยไม่เข้าใจว่า จะเซ็นเซอร์ไปทำแป๊ะอะไร??? (จริงๆคือ หงุดหงิดที่เห็นหน้าตัวการ์ตูนไม่เต็ม มันเสียอรรถรสในการดูอ่ะ)

จาก: แพร์
วันที่: 12/04/50 - 11:29 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 168
ร่วมไว้อาลัยกับยุคมืดของ คนทำหนังอิสระ และการจัดจำหน่ายหนังอิสระของเมืองไทยครับ

จาก: ภาณุ อารี
วันที่: 12/04/50 - 11:32 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 169
มาลงชื่อพร้อมลุยด้วยค่ะ
นี่ไม่ใช่แค่การใช้อำนาจในการควบคุมหรือจำกัดสิทธิแล้ว มันมีเรื่องของการคอรับชั่นด้วย ซึ่งเราไม่ควรปล่อยให้คนบางคนถือสิทธิ์เพื่อคอรัปชั่นทั้งอำนาจและผลประโยชน์

พิมพกา โตวิระ



จาก: pimpaka
วันที่: 12/04/50 - 11:33 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 170
มาร่วมลงชื่อให้ประจักรเจ้าค่ะ

ความน่าตระหนกตกใจครั้งใหญ่สำหรับดิฉัน

นี่เราจะไม่ได้เชยชมความงามทางศิลปะที่แท้ ที่ผู้สร้างได้จัดทำอยู่บนแผ่นฟิล์ม...แล้วหรือคะ

การเซ็นเซอร์...สำหรับดิฉันคิดว่าอาจมิใช่คำตอบที่ดีสำหรับใครหลายคน
คำถามก็คือ เราลืมตัวที่แท้จริงของตัวเราเองแล้วหรือคะ
หนังหลายๆเรื่องเ้ป็นกระจกเงานที่สะท้อนภาพความเ็ป็้นจริงออกมา หากแล้วแต่มุมมองของผู้สร้างที่ต้องการให้เห็นออกมาเป็นเช่นไร

"เราอยู่่ในโลกแห่งการปฏิเสธความจริงตั้งแต่ตอนไหนกัน"
ค่ะ เราห่างจากโลกความจริงมาไกลทีเดียว คงจะตั้งแต่เราเกิดมากระมัง เพราะว่าความเป็นจริงมันเป็น"ความจริง" มากเกินไป คนสมัยนี้จึงรับไม่ได้

สุดท้ายนี้ ดิฉันไม่เห็นด้วยกับกองเซ็นเซอร์ค่ะ ถึงเวลาหรือยังกับการจัดระบบเรตหนัง?



จาก: สาวสวยในหอแดง
วันที่: 12/04/50 - 11:38 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 171
I agree !

จาก: Wathana
วันที่: 12/04/50 - 11:41 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 172
งามหน้ามั้ยล่ะ
ที่ได้โชว์ระดับสติปัญญาและระดับคุณธรรมให้ประชาชนทั้งโลกเห็นกัน


งามหน้ามั้ยล่ะ
ที่คนเค้ากำลังแค่นหัวเราะและสาปส่งพวกคุณกันอยู่

จาก: อรอนงค์ ไทยศรีวงศ์
วันที่: 12/04/50 - 11:42 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 173
ลงชื่อด้วยอย่างแรง

จาก: ซัมเป้
วันที่: 12/04/50 - 11:42 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 174
มาร่วมลงชื่อด้วยคนค่ะ
ที่ไม่พอใจ คือทำไมคณะกรรมการฯ ต้องยึดฟิล์ม และจะตัดต่อเสียเอง

ทำเกินไปหรือเปล่า



จาก: พิณประภา ขันธวุธ
วันที่: 12/04/50 - 11:43 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 175
ขอร่วมลงชื่อด้วย จากความไม่ยุติธรรมและถือว่าจำกัดสิทธิของผู้บริโภค

จาก: พิเชฐ เกียรติพานิชกิจ
วันที่: 12/04/50 - 11:44 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 176
ลงชื่อด้วยครับ ทบทวนบทบาทของเขาด้วย ไม่ไหวเลย

จาก: ถิรวัฒน์ โชติกมาศ
วันที่: 12/04/50 - 11:52 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 177
ไม่ฉายแล้วยังจะยึดฟิล์มอีกเนี่ย มันมากไปแล้วล่ะ งี่เง่าจริงๆ

จาก: runtboy
วันที่: 12/04/50 - 11:55 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 178
ลงชื่อด้วยคนครับ

จาก: ก่อเกียรติ กิจธรรม
วันที่: 12/04/50 - 11:56 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 179
- น่าจะเซ็นเซอร์กองเซ็นเซอร์ไทยนี่แหละดีที่สุด ไม่มีมาตรฐาน ไม่มีความยุติธรรม ฯลฯ เป็นใครมาจากไหน มีความรู้เรื่องสื่อเหรอ ไม่มีมาตัดสินมั่วๆ ได้ไงอ่ะ ก็ต้องให้คนที่ทำสื่อ ใช้สื่อ ตัดสินด้วยสิ ถึงจะถูก
- คนไทยมีความรู้ความสามารถ มีวิจารณญาณพอที่จะเข้าใจจุดมุ่งหมายของคนทำหนังหรือผู้กำกับ
- ส่วนคนที่ไม่มีวิจารณญาณพอ ก็จัดเรทเลยสิ จะได้ช่วยคนพวกนี้ที่เป็นส่วนน้อยมากในสังคมได้ จะตรวจบัตรเลยก็ได้ก่อนเข้าดู ถ้ามันทำให้เกิดความยุติธรรมกับคนทำหนังและคนดูที่รอดูหนังไทยอยู่
- หนังไทยเรื่องอื่น บางตอนที่น่าโดนตัดกว่านี้ทำไมถึงไม่โดน อย่างเรื่องที่มีตลกแสดงเป็นพระบางเรื่อง บางตอนก็ไม่เหมาะ แต่คนไทยก็เข้าใจว่าจะสื่ออะไร ก็ไม่มีปัญหานี่
- กองเซ็นเซอร์ มีสิทธิ์ตัดหนังเค้าด้วยเหรอ มันผลงานเค้านะ ถ้าไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของหนัง ทำได้ด้วยเหรอ กฎหมายดูแลเรื่องนี้มีรึเปล่า แล้วถ้าตัดสิ่งที่ไม่น่าตัด ฟ้องได้รึเปล่า อยากรู้อ่ะ เพราะเค้าไม่มีมาตรฐานเลย
- อยากดูหนังไทย อยากฟังเรื่องจริง ไม่อยากถูกปิดหูปิดตา ไม่อยากถูกมองว่าแยกแยะอะไรไม่ออกโดยผู้ใหญ่ที่คิดว่าตัวเองถูกเสมอ

จาก: net_incee
วันที่: 12/04/50 - 11:59 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 180
ร่วมลงชื่อด้วยคนค่ะ
กองเซนเซอร์ของประเทศไทยมีหน้าที่ในการใช้อำนาจของตัวเองเพื่อทำลายงานศิลปะของผู้อื่น หากแต่การใช้อำนาจนี้ออกจะเกินขอบข่ายอำนาจที่ตัวเองพึงมี
ไม่ทราบว่ากองเซนเซอร์มีสิทธิอันชอบธรรมในการทำลายฟิล์มของผู้กำกับที่ไม่ประสงค์จะตัดบางฉากออกและยอมรับที่ภาพยนตร์จะไม่ถูกฉายในประเทศไทยด้วยหรือ?
การกระทำของหน่วยงานนี้สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยหมกมุ่นอยู่กับภาพลักษณ์ แต่ในขณะเดียวกัน สิ่งนี้กลับเป็นการนำภาพด้านลบมาให้กับประเทศไทย เพราะจะเป็นการดึงดูดความสนใจจากสื่อและประชาชนมากขึ้น
ที่สำคัญ มันเป็นการแก้ปัญหาไม่ตรงจุด ความรุนแรงในสังคมที่เห็นกันอยู่ทุกวี่วันมันเกิดมาจากหลายสาเหตุ และทีเกิดจากภาพยนตร์นั้นนับได้ว่าน้อยมาก ฉากของภาพยนตร์เรื่องนี้ที่กองเซนเซอร์ต้องการให้ตัดออกนั้นก้อไม่ได้ทำให้สังคมไทยเสื่อมลงไปมากมายเลย ในทางกลับกัน กลับเป้นการนำเสนอแง่มุมที่แท้จริงให้คนทั่วไปได้รับทราบและเสพผ่านสื่อ จุดนี้อาจนำมาสู่ผลในทางตรงกันข้ามก้อได้ นั่นคือ สังคมอาจจะตระหนักถึงปัญหาและมองเห็นความเป็นจิงมากขึ้น

นอกจากนี้ ภาพยนตร์เรื่องอื่นที่ไร้สาระกลับได้รับอนุญาตให้เข้าฉายได้
นี่ถือว่าเป็นการประเทืองปัญญาให้กับสังคมไทยโดยแท้? รวมไปถึงการใช้ภาพเบลอเพื่อปกปิดบางฉากนั้นนับได้ว่ายิ่งเป็นการดึงดูดความสนใจจากผุ้ชมมากขึ้นอีก อีกทั้งไม่ได้ปกปิดเลยว่ากำลังทำอะไร ผู้ชมสามารถมองออกว่า เป็นบุหรี่ หรือ ปืน สิ่งนี้ไม่ได้ช่วยทำให้ความรุนแรงในสังคมลดลงเลยแม้แต่น้อยค่ะ

จาก: PP
วันที่: 12/04/50 - 12:01 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 181
ช้าก่อนพี่น้อง.......................

ยังไม่ได้ดูหนังสักช็อต!!.........ใยมาด่าคนโน้นคนนี้เรื่อยเปื่อย....ไม่ดีเลยครับ
แน่จริง...คุณเจ้ย!...ยอมตัดแล้วเอามาฉายให้ดูกันก่อนเป็นไร...แล้วค่อยมาพูดกันถึงส่วนที่ตัดว่ามันดีแค่ไหน..สำคัญยังไงๆ...
ยุติธรรมไม่ยุติธรรมยังไง...มานั่งด้น..คำด่า..เดาส่ง..ไปได้ยังไง
บ้านเมืองยิ่งวุ่นวาย ยุ่งเหยิง..อยู่แล้ว..หากวันนี้คนไทยเราไม่อยู่กันอย่างมีเหตุผล...ใช้อคติมาพูดจากัน...ความสามัคคีจะไม่เกิด..น่ากลัวนาครับ...
อยากให้คนไทยรักกัน........รักชาติให้มากๆ

จาก: เอนก
วันที่: 12/04/50 - 12:02 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 182
ลงชื่อครับ

เห็นฉากที่มีปัญหาทั้ง 4 แล้วครับ

มันไม่เห็นจะมีปัญหาอะไรตรงไหน หนังอีกหลายพันเรื่องที่มีปัญหาหนักกว่านี้ ยังเคยผ่านตาผมมาแล้ว

ประเทศไทย ไร้หลักการณ์ มาตรฐาน สิทธิและอิสระภาพ

จาก: กานต์
วันที่: 12/04/50 - 12:06 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 183



ถึงคุณเอนก...

ต่อให้คุณเจ้ยยอมตัด
กองเซนเซอร์มันก็จะเอาไปตัดเอง
มันใช่เรื่องมั้ยล่ะครับ?

คนแก่ 11 ตัวนี้มีความรู้เรื่องศาสตร์ของภาพยนตร์แค่ไหนกันเชียว
ถึงได้อหังการ์จะยึดฟิล์มไปตัดเองน่ะ!!!

จาก: nanoguy
วันที่: 12/04/50 - 12:10 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 184
ไม่เห็นด้วยกับกองเซ็นเซอร์เมืองไทย เอาเปรียบทั้งคนทำหนังและผู้บริโภค ละเมิดสิทธิอันชอบธรรมส่วนบุคคล ไอ้กองเซ็นเซอร์สารเลว

จาก: อมิตตา
วันที่: 12/04/50 - 12:12 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 185
ไม่รู้หรอกว่าหนังดีไม่ดียัง (แหงหล่ะ เพราะยังไม่ได้ดู)

แต่ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่กองเซ็นเซอร์ทำอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะทำกับหนังเรื่องนี้หรือเรื่องไหน ทำไมถึงคิดว่าวิจารญาณของตัวเองเป็นบรรทัดฐาน ทำไมถึงมองว่าผู้บริโภคทุกรายเป็นเด็กๆที่ต้องการบุพการีมาชี้นำ

ขอร่วมลงชื่อคัดค้านค่ะ

จาก: ซัง
วันที่: 12/04/50 - 12:21 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 186
นอกจากเรื่องเซ็นเซอร์ฟิล์มแล้ว
อยากให้หันมามองพวกเกมด้วย
มีหลายๆจุดที่ไม่เหมาะสมสำหรับเด็กๆ
ที่เดี๋ยวนี้หัวไว ตามติดเทคโนโลยีได้เร็วกว่าพวกเรามากๆ

จาก: othello.hokhoksil
วันที่: 12/04/50 - 12:23 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 187
เกิ๊นนน...
ขอลงชื่อด้วยคนค่ะ

จาก: nithita-dah
วันที่: 12/04/50 - 12:30 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 188
ตามมาจากบล็อกพี่กรัปป้าค่ะ

มาลงชื่อนะคะ

จริงๆ ในเมื่อเจ้าตัวเค้าไม่ยอมให้ตัด ก็คืนฟิล์มเค้าไปสิคะ ถ้ากลัวมีปัญหาด้านการฟ้องร้องทีหลัง ก็ให้คุณเจ้ยทำก็อปปี้ไว้ให้ชุดหนึ่ง (ได้มั้ย?)

เราว่า..ตอนนี้กองเซนเซอร์เป็นเรื่องของอคติและอัตตาส่วนตัวแล้วนะคะ

"หนังพันล้านยังไม่มีทีท่าอย่างคุณ"

คำพูดนี้มันแสดงให้เห็นอะไรหลายๆ อย่างนะคะ



เฮ้อ..ประเทศชาติ

จาก: สาวไกด์ใจซื่อ
วันที่: 12/04/50 - 12:30 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 189
เอ่อ...คุณเอนกครับ คือคนที่เข้ามาลงชื่อเนี่ย ส่วนใหญ่เป็นคนในแวดวงภาพยนตร์ที่ได้ดูหนังเรื่องนี้กันมาหมดแล้วทั้งนั้นแหละครับ (ส่วนผมซวยไปที่ยังไม่ได้ดู)

...แต่ที่พวกเขา (ซึ่งก็รวมถึงผมด้วย) รู้สึกเป็นเดือดเป็นร้อนจนถึงขนาดต้องมาร่วมลงชื่อไม่เห็นด้วยเนี่ย ไม่ได้เกี่ยวกับการเซ็นเซอร์เพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวพันไปถึงการกระทำอันเกินขอบเขตของ กบว. ที่ไม่ยอมคืนฟิล์ม และพยายามเซ็นเซอร์หนังตามที่พวกเขาตัดสินให้ได้ต่างหากล่ะครับ

กบว. มีสิทธิอะไรมิทราบที่จะไปบีบบังคับให้คนอื่นทำอย่างที่ตัวเองต้องการ และถือโอกาสทำลายทรัพย์สมบัติของผู้อื่นเช่นนี้ ...มันคือสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรมแล้วอย่างนั้นหรือ?

โดยส่วนตัว ผมเห็นว่านี่มันเป็นการใช้ 'อำนาจ' บนพื้นฐานของ 'ความรุนแรง' โดยแท้ !!


จาก: ธีพิสิฐ มหานีรานนท์
วันที่: 12/04/50 - 12:38 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 190
ขอลงชื่อด้วยคนครับ

เดี๋ยวผมจะทำเป็น forward mail แจกให้เพื่อนๆให้หมดเลย
เอาให้ถึง 50000 รายชื่อเลย

ไล่กองเซนเซอร์ออกให้หมดจากประเทศไทย

ถึงเวลาซะทีที่เราจะจัดเรตหนังกันจริงๆจังแบบเมืองนอกเค้า

จาก: ธนิต ประสพโภคากร
วันที่: 12/04/50 - 12:40 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 191
ในเมื่อ เราเปิดเสรีทางความคิด หนังก็เป็นเป็นเสรีในแง่นั้น
ี่ล่วงละเมิดสิทธิเสรีทางความคิด โดยอาอคติของตนมาตัดสิน คิดดีแล้วหรือ จึงจะทำ

เรื่องนี้ อคติมีจริง ความแคบของใจคนก็มี แถมท้ายด้วย กะลาครอบหัว พวกคุณคิดได้แค่นี้ หรือ ???

จาก: ปุณยนุช
วันที่: 12/04/50 - 12:41 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 192


"..ไม่แต่ประเทศไทย โลกต้องเป็นหนี้บุญคุณของอภิชาติพงษ์และหนังของเขา

แต่การที่คนในประเทศไทยเราจะไม่มีโอกาสได้สัมผัสแสงศตวรรษเช่นนี้ เป็นประหนึ่งคนพิการผู้ด้อยโอกาส.."



มีอะไรที่พวกเราทำได้มากกว่าลงชื่อหรือเปล่าครับ


จาก: bank
วันที่: 12/04/50 - 12:46 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 193
ถูกครับควรจะจัดเรทได้แล้วไำม่ใช่มาเซนเซอร์+ตัดทิ้งปิดโลกกว้างทางความรู้กันอย่างนี้

จาก: morino
วันที่: 12/04/50 - 12:51 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 194
น่าจะมีการจัดเรทตั้งนานแล้วครั บเพื่อผู้ชมคนดูเด็กๆ จะได้มีอะไรดีๆ เสพให้เขาบ้าง ลงชื่อด้วยคนครับ อยากดูหนังเรื่องนี้มากๆครับ ยังไม่ได้ดูเลย

จาก: ฮอ จอง วู
วันที่: 12/04/50 - 12:52 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 195
ขอแสดงความเสียใจอย่างจริงจังต่อเหตุการณ์นี้ครับ

เสียใจกับหนังเรื่อง"แสงศตวรรษ"
เสียใจกับผู้กำกับหนังเรื่องนี้
เสียใจกับคนทุกคนที่เกี่ยวข้องและ เข้าใจหนังเรื่องนี้
เสียใจกับคนที่ชอบ และรอดูหนังเรื่องนี้
เสียใจกับหนังไทยในอดีตที่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้
เสียใจ(ล่วงหน้า)กับหนังไทยเรื่องต่อไปที่จะซ้ำรอยเหตุการณ์นี้
เสียใจกับคนไทย และประเทศไทยของเรา
เสียใจกับคนที่เสียใจต่อเหตุการณ์นี้

และสุดแสนจะเสียใจ (และน่าน้อยใจแทนคุณเจ้ย) กับกองเซนเซอร์บ้านเราครับ

หากจะมีเหตุการณ์ หรือความเคลื่อนไหวอื่นใดที่พอจะช่วยได้ วานบอกกันนะครับ ยินดีช่วยจนสุดแรง

จาก: zoxmok
วันที่: 12/04/50 - 12:59 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 196
ปัญญา



ปัญญา



ปัญญา







สะกดกันเป็นไหมครับ
หรือไม่รู้จักมาก่อน

จาก: ธเนศ มรรคาสกุล
วันที่: 12/04/50 - 13:10 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 197
ประเทศไทยแม่งถึงไม่พัฒนา
ไม่เข้าใจผู้ใหญ่คิดอะไรกันอยู่

ไม่เห็นด้วยกับการกระทำครั้งนี้อย่างมาก
ขอลงชื่อ

จาก: ชัยภัฏ มีระเสน
วันที่: 12/04/50 - 13:11 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 198
ลงชื่อค่ะ ขอร่วมคัดค้านการใช้อำนาจหน้าที่อย่างไม่ชอบธรรมของกองเซ็นเซอร์

และขอเป็นกำลังใจให้ผู้กำกับและทีมงานแสงศตวรรษด้วยค่ะ

Freedom is always in your heart. Noone can take it away.

จาก: นัทธมน
วันที่: 12/04/50 - 13:12 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 199
คืนฟิล์มมา

จาก: DN
วันที่: 12/04/50 - 13:13 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 200
น่าจะไล่ออกยกชุด เคยถามผู้บริโภคไหมว่าต้องการในสิ่งที่พวกเขาทำหรือเปล่า
ไหนบอกว่าประเทศไทยเป็นประชาธิปไตย สิทธิของผมที่จะได้ดูหายไปไหน มันเป็นเพียงเเค่ความบันเทิง เป็นศิลปะ พวกเซ็นเซอร์ในไทยเป็นเทพเจ้าหรือไงกันที่จะมากำหนดว่าคนไทยห้ามดูเรื่องนี้
หลังจากที่พวกเขาดูกันเเล้ว ผมทนต้องเเต่เริ่มมามีการเซ็นเซอร์2-3ปีที่ผ่านมา
เเละผ่านมาถึงตอนนี้เริ่มทนความปัญญาอ่อนไม่ไหวเเล้ว
ขอลงชื่อคัดค้านการเ็ซ็นเซอร์ครับ

จาก: ณัฐพล ชุมพลอโนมคุณ
วันที่: 12/04/50 - 13:19 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 201
"กองเซ็นเซอร์ทำเหมือนคนดูหนังไม่มีสมองที่จะไตร่ตรองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นบนจอมันคืออะไร"

-- อันนี้เพื่อนฝากลงชื่อค่ะ พอดีมันเปิดเวบนี้ไม่ได้

จาก: อาร์ต
วันที่: 12/04/50 - 13:19 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 202
ลงด้วยอีกหนึ่งเสียงครับ

ทุกคนได้ให้ความเห็นกันไปเพียงพอแล้วที่คนปกติจะไตร่ตรองได้ แต่กองเซ็นเซอร์ก็คงยังไม่เข้าใจอยู่ดี น่าเสียใจนะครับ

จาก: ภากร จุ่งร่งเรือง
วันที่: 12/04/50 - 13:24 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 203
ขอลงชื่อด้วยคนครับ ไม่เห็นด้วยกับการกระทำหลายๆเรื่อง

จาก: ขัตติยานันท์ โนนไธสง
วันที่: 12/04/50 - 13:25 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 204
ร่วมด้วยคนครับ ไม่รู้เค้าอยู่ถึงทุกวันนี้ได้ยังไงกองเซนเซ่อเนี่ย มีอีกทางนึงก็ลอง "ฟ้องศาลปกครอง" ดูครับน่าจะเป็นที่พึ่งให้ประชาชนอย่างเราได้ครับ

จาก: อนุชน
วันที่: 12/04/50 - 13:26 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 205
อยากให้เหตุการ์ในครั้งนี้ นำไปสู่การหามาตรฐานที่เป็นมาตรฐานจริงๆ
ไม่ใช่การอิงอยู่กับทัศนะของคนบางกลุ่ม การตัดฉากบางฉากไม่ช่วยอะไร
จากเรื่อง 300 เราก็คงเห็นได้ดี (รอบที่ผมดูมีเด็กอนุบาลดูด้วย)
จัดเรตไปเลยน่าจะดีกว่าครับ ไม่อยากให้เกิดการทำร้ายกันแบบนี้อีก

จาก: jakba
วันที่: 12/04/50 - 13:27 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 206
ลงด้วยครับ ทีทีวีมีฉากข่มขืนในละครทุกเรื่องยังไม่มีใครว่าเลย

จาก: ปลาทูนอต
วันที่: 12/04/50 - 13:27 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 207
อยากทราบว่าฉากที่ถูกกองเซ็นเซอร์มีเนื้อหาอย่างไรอ่ะค่ะ

แต่ถึงยังไงก็ตาม.....

ความคิดเห็นส่วนตัวนะคะ
ถ้าทางภาครัฐหรือผู้เกี่ยวข้อง ต้องการส่งเสริมการสร้างหนังของคนไทย
ควรยกเลิกระบบเซ็นเซอร์ และใช้ระบบติดเรทแทน
ประโยชน์ที่ได้รับก็คือ การนำเสนอผลงานของผู้สร้งหนังจะทำได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

แต่สิ่งที่จะต้องทำตามมาคือ...การเข้มงวด ในเรื่องผู้เข้าชมหนัง
และนี่แหละ คือสิ่งที่สังคมไทยไม่เคยทำได้

เพราะอะไร...เพราะผลประโยชน์เหรอ........

ก็เลย ทำให้ระบบเซ็นเซอร์ยังคงดำเนินอยู่

จาก: Cassiopeia
วันที่: 12/04/50 - 13:27 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 208
"เรารู้สึกไม่มีอิสระ เหมือนถูกริดรอนเสรีภาพ ขาดความเป็นประชาธิปไตยในบ้านเกิดตัวเอง คิดไม่ออกว่าศิลปะบริสุทธิ์จะได้รับการยอมรับและเผยแพร่ในประเทศนี้ได้อย่างไร อุปสรรคมันมากมายเหลือเกิน จากรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็น ผู้มีอำนาจ คนกลาง หรือผู้เสพเองก็เถอะ หากรู้มาก ก็คงจะควบคุมยากสินะ ปิดกั้นการเรียนรู้ด้วยคำว่า ศีลธรรม ซึ่งกำหนดกฏเกณฑ์มาจาก ผู้มีอำนาจ อะไรเป็นเครื่องชี้วัดขอบเขต ? เรามีสติ มีปัญญา คิดได้ สามารถแยกแยะ รู้ว่าอะไรคืออะไร"

จาก: Zweet_Daddy
วันที่: 12/04/50 - 13:32 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 209
ครับผมว่าควรจะคิดไตร่ตรองกันให้ดีกว่านี้ครับ มันแยกแยะกันไม่ได้หรือไงแค่นี้ ชิซุกะอาบน้ำยังโดนเซนเซอร์เลยครับ

จาก: sutak
วันที่: 12/04/50 - 13:34 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 210
อืมมม...
เข้าใจใช่ไหมล่ะครับ
ทำไม
ศิลปะ
ในบ้านเรา
ถึงไม่เจริญ
ผู้ใหญ่ปิดกั้นจินตนาการเด็ก
This Is Madness...
This Is Thailand...

จาก: รับน้องไม่โดนนะ
วันที่: 12/04/50 - 13:34 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 211
ลงชื่อด้วยค่ะ จะจำกัดมุมมองโลกของคนไทยไปถึงไหนคะ จัดเหรดหนังเอาซิคะ เจ๊เครียด!!!

จาก: กระติก... เพื่อนอาร์ต
วันที่: 12/04/50 - 13:39 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 212
...หัวใจและทัศนวิสัยแคบจังเลยนะครับ ผู้ใหญ่ในประเทศนี้....
...คงลืมไปว่า เมื่อก่อน ตอนเป็นวัยรุ่น คิดอ่าน อะไร....
...ศิลปะ ในประเทศ ถูกลืม ถูกกักกั้น.....
...การตลาดเป็นใหญ่...
...หนังหลายๆเรื่อง พูดจาหยาบคาย เด็กเข้าไปฟังเต็มหู...
...มาตรฐาน การ cencer อยู่ตรงไหนครับ
...เห็นด้วยกับคุณเจ้ย ที่จะไม่ฉายในโรง..เพราะดูไปก็คงต้องอยากดูแบบเต็มๆ....
...งานศิลปไม่ควรถูกริดรอน...
...เปิดตา เปิดหูให้กว้าง ส่งเสริมคนเก่งเถอะครับ...
...อย่าลืมครับว่า ศิลปสร้างประวัติศาสตร์ ...
...หรือว่าเราจะอยู่กับเก่าๆ ขายมุขเก่าๆไปวันๆ...
...หลอกเด็กไปวันๆ สอนเด็กให้เป็นคนดีที่อยู่ในกะลา....
...ทั้งๆที่เดินผ่านแผงหนังสือ ก็เห็นภาพแอบถ่าย นม กางเกงในของดารา....




จาก: NUK
วันที่: 12/04/50 - 13:40 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 213
ตูดโนบิตะ >>>เซ็นเซอร์
หุ่นกายวิภาค>>>เซ็นเซอร์
ชิซึกะอาบน้ำ>>>เซ็นเซอร์
สูบบุหรี่>>>เซ็นเซอร์
ปืนจ่อหัว>>>เซ็นเซอร์
ขวดเหล้า>>>เซ็นเซอร์
พระเล่นกีต้า>>>เซ็นเซอร์

บ้าไปแล้ว ประเทศไทย

จาก: จะเอาอะไรอีก
วันที่: 12/04/50 - 13:41 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 214
อัปยศ ได้ถึงใจจริง หนังไทยที่เฝ้ารอ แต่คนไทยจะไม่ได้ดู

เอาไปฉายที่ประเทศเพื่อนบ้านที่เดินทางสะดวก เช่น ลาว กันดีไหมครับ แล้วจัดทัวร์ไปดูกัน

จาก: ตี๋
วันที่: 12/04/50 - 13:43 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 215
สั้นๆง่ายๆ t(-*-t

จาก: First
วันที่: 12/04/50 - 13:48 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 216
ร่วมลงชื่อด้วยคนครับ

แก่ๆกันแล้ว อย่าโง่เลย หนังดีๆมาปิดตาไม่ให้ดู

ทีหนังตลกโคตรหยาบคาย ตีนลูบหน้าด่าพ่อล่อแม่กัน คุณปล่อยได้.....

ดูท่าทีแล้วงานนี้มี 2 มาตรฐานแบบน่าเกลียดแง่ที่สุดที่เคยเห็นนะ

จาก: ความตานยสีชมพู
วันที่: 12/04/50 - 13:56 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 217
อดดูหนังดีๆหนึ่งเรื่อง เลย

จาก: เศร้า
วันที่: 12/04/50 - 13:56 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 218
ลงชื่อๆ เราว่าเราหัวโบราณแล้วนะ แต่การตีแผ่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงในสังคมไม่น่าผิด ทำอย่างนี้เหมือนเปนการปิดหูปิดตา เหมือนเอาผ้าคลุมของเน่า แทนที่จะเปิดแล้วหาทางกำจัดเสีย ยิ่งหมกยิ่งเน่า

จาก: zomzom
วันที่: 12/04/50 - 14:00 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 219
กองเซ็นเซอร์ไทยใจระยำ บรรณทัดฐานศีลธรรม จริยธรรมพวกคุณอยู่ในระดับไหนหรือ หากสูงนักก็ช่วยชี้แจงอย่างละเอียดทีดิ ไร้สาระจริงๆ

จาก: เต๋อ
วันที่: 12/04/50 - 14:01 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 220
มาตรฐานกองเซนเซอร์ มันไม่เคยมีคับ

เซง...........

จาก: tzz
วันที่: 12/04/50 - 14:01 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 221
ร่วมลงชื่อด้วยครับ

จาก: ดำเนิน เตจ
วันที่: 12/04/50 - 14:03 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 222
ขอลงชื่อให้อีกหนึ่งเสียงค่ะ คำว่าจิตนาการมันมีมาก เราต้องการให้เด็กมีจินตนาการแต่เมือโตแล้วกลับถูกครอบไว้จะมีประโยชน์อะไร ความจริงเหตุการเหล่านี้มีมากมายในสังคมไทยแต่มัวอายและไม่ยอมรับมัน มันแค่เป็นการสะท้อนความเป็นจริง ซึ่งผู้ดูแลและจัดระเบียบควรเข้าไปดูแลที่ต้นเหตุ มิใช่เพราะความอายในอาชีพที่ตนทำต้องโดนออกมาบอกกล่าวแล้วไม่พอใจเลยแบน

จาก: คนไทยคนหนึ่งที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง
วันที่: 12/04/50 - 14:03 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 223
ลงชื่อด้วยค่ะ
หนังดีที่ต่างชาติยอมรับ
คนไทยกันเองกลับไม่เปิดโอกาส

จาก: นภปิยา
วันที่: 12/04/50 - 14:04 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 224
มาร่วมลงชื่อครับ

ออกเรทของหนังมาเถอะครับ พวกผมมีสมองคิดครับ เมื่อก่อนพวกคุณที่นั่งในกองเซ็นเซอร์ ก็คงเคยดูสมบัติ มิตร กินเหล้าสูบบุหรี่ เอาปืนจ่อหัว เอามีดจ่อคอ

ถามหน่อยว่าพวกคุณโตมาแล้วเป็นคนไม่ดีเหรอไงกันครับ

บุหรี่เหล้านะ แค่เดินออกนอกบ้านก็มีให้เห็นแล้วครับ เลิกการเซ็นเซอร์แล้วออกเรทมาได้แล้วครับ

จาก: สุวิทย์ เพ็ชรรุ่ง
วันที่: 12/04/50 - 14:20 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 225
ร่วมลงชื่อด้วยคนคับ แต่ขอไม่แสดงความคิดเห้นแล้ว ตอนนี้อารมณ์ดีๆ แสดงความคิดเห็นทีไร เดือด ทุกที.. หึหึ


จาก: อลงกร เขมทัสสี
วันที่: 12/04/50 - 14:25 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 226

ทำอย่างนี้มันเหมือนกับการดูถูกมันสมองของประชากรประเทศตัวเอง
ทำยังกับว่า
ประชากรประเทศไทย นั้นมีสมองเท่ากับเด็กอายุต่ำ 13 ปีทั้งประเทศ........



จาก: เสรีย์ หล้าชนบท
วันที่: 12/04/50 - 14:33 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 227
จากเหตุการณ์ที่เกิดกับคุณเจ้ย ผมจึงมาเพื่อด่าครับ
วงการภาพยนตร์ของไทยคงไม่มีวันพัฒนาไปกว่านี้แล้วเพราะ

1 ยังอยู่ในระบบทุน - ระบบทุนนี่ส่งผลหลายอย่างเลย อย่างที่เห็นชัดๆนี่ถ้าหนังท่าทางจะไม่ได้กำไรนายทุนก็ไม่ให้ทุนมาทำ จนผู้กำกับที่มีความคิดไม่อิงตลาดต้องออกไปหาทุนจากต่างชาติมาทำแทน

2 ภาครัฐไม่เอื้ออำนวย - อันนี้อยากด่ามากๆครับ
- กระทรวงวัฒนธรรม
หน้าที่ : ส่งเสริมศิลปะวัฒนธรรมไทย
ลักษณะเด่น : ตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นมาไม่มีผู้บริหารที่รู้ตัวเลยว่างานของตัวเองคืออะไร (มีแต่ผู้ใหญ่=แก่,อายุมาก) เพราะไม่มีปัญญาตีความคำว่าศิลปะและวัฒนธรรมซักคน เพราะฉนั้นท่านเลยไม่รู้ว่าจะส่งเสริมอะไรพัฒนาอะไร
ผลงาน : นอกจากกรมศิลปากรที่คอยดูแลรักษาปูชนียสถานของชาติแล้ว นอกนั้นวันๆไม่มีอะไรมากคอยเปิดสื่อหาเรื่องนั่งจับผิดคนโน้นคนนี้แต่งตัวโป๊
ทั้งๆที่มีงานสร้างสรรค์อย่างอื่นอีกเพียบเช่น
- จัดงบไปส่งเสริมศิลปินไทยให้ยกระดับวัฒนธรรมไทย
- จัดทุนสำหรับจ่ายให้โปรเจคต์งานศิลป์ดีๆที่ไม่มีทุน
- ศิลปินแห่งชาติ+ศิลปินอาวุโสก็น่าจะมีหน่วยงานดูแลกำกับให้ ตัวศิลปินมีความเป็นอยู่ที่ดี มีการคุ้มครองดูแลรักษาเมื่อเจ็บไข้ได้ป่วย และ ดูแลให้สามารถสืบสานศิลปะแขนงนั้นๆให้คนรุ่นหลังได้ รวมถึงช่วยรักษาผลงานทางศิลปะนั้นๆเอาไว้ให้คงอยู่อีกด้วย
.....ไม่เคยเห็นกระทรวงฯทำ

-กองเซ็นเซอร์
หน้าที่ : เป็น Saw ตัด ต่อ ตาย
สิ่งที่ทางกองขาด : บุคาลากรที่มีความรู้ความสามารถทางศิลปะ
ลักษณะเด่น : เพราะคนที่มาพิจารณาไม่มีความรู้ความสามารถทางศิลปะเพียงพอ ทำให้การตัดสินใจไม่ถูกว่าอะไรควรผ่านอะไรไม่ควรผ่านเซ็นเซอร์

เมื่อเดือนก่อน
-เปิดเรื่อง The Banquet ฉากนางเอกเดินหันหลังลงสระน้ำ ฉากยิ่งใหญ่อลังการภาพสวยงามแต่ปรากฎว่าเบลอก้นนักแสดงหญิงเฉยเลย
.....ไม่สามารถหาคำด่าใดมาด่าเจ้าหน้าที่กองเซ็นเซอร์ได้ นอกจาก ไอ้โง่
-เปิดแสบสนิทศิษย์ส่ายหน้าดู ปรากฎว่าสบถและด่ากันทั้งเรื่อง เรื่องนี้เค้าพูดหยาบทั้งเรื่องจริงๆ คงเซ็นเซอร์ไม่ได้ แต่ขอโทษได้ฉายออกมาให้ลูกเล็กเด็กแดงดูครับ
..... ผมพูดได้แต่เพียงว่าขอให้ลูกหลานเจ้าหน้าที่ที่ปล่อยให้เรื่องนี้มันออกมาฉาย พูดไปด่าไป เป็นอย่างในหนังทั้งชาติเถิด สาธุ้
.
.
.
.
นี่ขนาดคุณเจ้ยไปได้ทุนจากต่างชาติมาแล้วก็ยังมามีปัญหากะกองเซ็นเซอร์อีก แถมเป็นปัญหาที่ไม่น่าจะเกิดด้วย ยิ่งชี้ให้เห็นถึงสามัญสำนึกของเจ้าหน้าที่รัฐชุดนี้เป็นอย่างดีเลย .... สาธุ มันทำกับวงการหนังไทยยังไงก็ขอให้กรรมส่งผลกับชีวิตพวกมันเท่านั้นเช่นกัน

จาก: HEREOH
วันที่: 12/04/50 - 14:40 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 228
แก่กะโหลกกะลาจริงๆ ทำอะไร ปัง-ยา-อ่อง ชิเป๋ง ไอ้กอง"เซ็ง-เซ่อ" เนี๊ยะ

แล้วไอ้คนที่พูดว่า
"ไม่เคยมีใครทำแบบนี้ หนังพันล้านยังไม่มีท่าทีแบบคุณเลย"
ออกมาแสดงตัวด้วยนะครับ อยากเห็นหนังหน้าซะจริง

ทำตัวใหญ่คับฟ้า เพื่อจะได้ลบปมด้วยตัวเองช่ายมะล่า ว่าสมองเล็กกว่าปิ๊มด

จาก: จริงๆนะจ๊ะ
วันที่: 12/04/50 - 14:40 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 229
ฟังจากทาง ไบโอสโคป ผู้นำหนังเรื่องนี้เข้ามาฉายแล้ว ยิ่งทำให้เกิดความไม่เข้าใจในกองเซ็นเซอร์เข้าไปใหญ่ เพราะเขาบอกว่า 4 ฉากที่ถูกตัดไปนี้ เขาไม่ได้เน้นเรื่องที่เห็นจากภาพเลย(ภาพออกมาแป๊บเดียว) เป็นแค่ฉากผ่านหรือประกอบของเนื้อหาในหนังเท่านั้น แต่พวกกรรมการเซ็นเซอร์ไม่ได้ดูตลอด ใช้การตัดสินจากภาพที่เห็นแค่ไม่กี่นาที ไม่เข้าใจภาพรวมของหนัง ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผู้สร้าง,ผู้กำกับเขาต้องการสื่ออะไรเป็นหลักให้กับคนดู หนังระดับนี้ คงไม่มีผู้ใหญ่พาเด็กไปดูหรอกครับ หรือถ้าไม่ทราบพาเข้าไปดู เด็กก็คงหลับตั้งแต่ต้นเรื่องแล้ว ถึงแม้เด็กไม่หลับผู้ใหญ่ก็ต้องทำหน้าที่ผู้ปกครองที่ดีอยู่แล้ว หนังประเภทนี้ เขามีบทพูดไม่มาก ภาพเหล่านี้ดูเพื่อประกอบเท่านั้น ให้ใช้สติปัญญา(สมอง)คิดไปด้วยในขณะดูครับ เพราะฉะนั้นเรื่องอารมณ์ไม่เกิดแน่ เพราะเมื่อสมองคิด มันจะหาแต่เรื่องเหตุผลมากกว่า ไม่ใช่แบบหนังตลกกะเทย,ผีสยอง พูดหยาบคายลามกตลอดทั้งเรื่อง นั่นแหล่ะตัวอันตรายเลย มันยัดเยียดตลอดจนเด็กซึมซับเข้าไปลึกเลย หนังตลาดพวกนี้ในขณะที่สื่อภาพออกมา แต่มีบทพูด(หยาบคาย)มากๆเน้นจนเราคล้อยตาม กลายเป็นอารมณ์ไป ขาดสติที่จะมาคิดหาเรื่องเหตุผลกัน ผู้ใหญ่คงไม่เท่าไร แต่ถ้าเด็ก อันตรายครับ ผมว่ากองเซ็นเซอร์ยังขาดวุฒิภาวะทางภาพยนตร์อยู่มาก คงต้องไปอบรมกันใหม่ การที่จะให้ผู้ที่ทำหน้าที่นี้ จะต้องเป็นบุคคลที่มีความรู้ ความเข้าใจ สติปัญญา วุฒิภาวะทางด้านภาพยนตร์มาตัดสินมากกว่า ทางการยังใช้คนไม่เหมาะกับงาน อย่างที่อาจารย์โดมว่า กฎหมายที่กำหนดมา มันก็เปิดช่องให้ด้วยว่าขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ด้วยว่า จะให้ผ่านหรือไม่ ในข้อที่ว่า ขัดต่อความปลอดภัยของบ้านเมืองและศีลธรรมอันดีงามของประเทศ แต่ก็อย่างว่า บังเอิญเขา(กองเซ็นเซอร์)ให้หมอมาร่วมให้ความเห็นด้วย นี่ถ้าให้พระก็คงไม่เหมาะ ทุกฝ่าย ทุกกลุ่มก็มองแค่ภาพที่เห็น แต่ไม่ได้ดูตลอดเรื่อง ก็จะเห็นแก่ภาพพจน์ของตนอย่างเดียว ถ้าให้ทุกกลุ่มมาดู ก็คงตัดมันหมดทั้งเรื่อง ไม่ต้องดูกันทั้งโลกเลย หนังประเภทนี้เป็นศาสตร์ชั้นสูง ต้องดูให้ตลอดครับ ท่านกองเซ็นเซอร์ เอาคนดูหนังไม่เป็นมาตัดสิน เศร้าครับ ประเทศไทย แล้วยึดฟิล์มเค้า ไม่ยอมให้คืน บังคับให้ตัด 4 ฉาก ถึงจะคืน ผิดกฎหมายละเมิดทรัพย์สินส่วนบุคคลหรือเปล่า เห็นเขาบอกว่าเรื่องนี้เป็นทรัพย์สิน(ทุน)ของต่างชาติ คือ กองทุนโมสาร์ท ให้มาทำเนื่องในปีที่ครบรอบ 200 ปี(ไม่แน่ใจ)ของท่านโมสาร์ท เจ้าของสามารถนำออกไปเผยแพร่นอกราชอาณาจักรได้ ไม่ผิด พ.ร.บ.ภาพยนตร์ 2471 เพราะไม่ใช่ทรัพย์สินของคนไทย(เพียงแต่ผู้กำกับเป็นคนไทย และเป็นหนังเกี่ยวกับคนไทย,ใช้คนไทยแสดงและถ่ายทำในไทยเท่านั้น)

หวังว่าวันที่ 18 เมษายน กองเซ็นเซอร์ จะมีหูตาที่สว่างขึ้นบ้างนะครับ ไม่ได้กดดันให้ฉายในประเทศหรอก เพียงแต่ให้คืนฟิล์มเขากลับไปในสภาพเดิม เพื่อให้เขาเอาไปฉายต่างประเทศ คุณเจ้ย เขาสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยมามาก สิ่งที่ได้รับก็เป็นอย่างที่เราเห็น งานภาพยนตร์ของไทยเราได้พัฒนาไปไกลเทียบชาวโลกเขาแล้ว(ไม่กี่เรื่อง) แต่กองเซ็นเซอร์ ยังติดอยู่กับการทำงานแบบเมื่อหลายสิบปีก่อน ยังไม่พัฒนาไปไหนเลย แล้วความเจริญมันจะเกิดขึ้นได้ยังไง เรื่องกรอบของสังคม มันควรมีก็จริงอยู่ แต่มันต้องดูส่วนอื่นด้วย มันไม่ได้มีเฉพาะเรื่องหนังเท่านั้นหรอกนะครับ ต้องดูสิ่งที่เราควบคุมนั้นมันคืออะไร มันเป็นเพียงสิ่งเดียวที่สามารถชี้เป็นชี้ตายปัญหาทั้งหมดของสังคมได้อย่างนั้นหรือ มันเป็นประเด็นเดียวกันหรือไม่ และจะมีผลเสียหายต่อฝ่ายอื่นหรือไม่ ฝ่ายที่ได้รับความเสียหายเป็นใคร เคยทำประโยชน์หรือทำลายประเทศชาติ

จาก: อ๊อด
วันที่: 12/04/50 - 14:49 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 230
แวะมาลงชื่อร่วมประนามคณะกรรมการเซ็นเซอร์หนังครับ ผมว่าพวกนี้มันเลว และไม่มีวุฒิภาวะเพียงพอที่จะมาตัดสินอะไรให้คนทั้งประเทศหรอกครับ ถ้าผมมีอำนาจจะจับพวกนี้ไปยิงเป้า หรือไม่ก็ส่งไปราชการที่สามจังหวัดภาคใต้ซะให้หมด โทษฐาน โง่แล้วยังอวดฉลาด

จาก: อายุวัฒน์
วันที่: 12/04/50 - 14:51 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 231
ประนามกองเซ็นเซอร์หนังด้วยคน ลาออกไปเหอะ เอาคนหนุ่มๆ สาวๆ มาทำได้แล้ว โลกเค้าไปกันถึงใหน ไม่รู้เลยเหรอ?

จาก: อาภากร โยมา
วันที่: 12/04/50 - 14:56 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 232
ขอลงชื่อคัดค้านด้วยคนครับ
ทำไมนักสื่อสารมวลชนทางภาพยนตร์ต้องถูกจำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นอยู่เลย
อารมณ์เสียครับ

จาก: เมธัส ศิรินาวิน
วันที่: 12/04/50 - 14:57 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 233
มาร่วมลงชื่อครับ
มาตรฐานไม่มีเลยไม่ไหวๆ

จาก: ชาญ
วันที่: 12/04/50 - 14:59 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 234
ลงชื่อด้วยคน

เซ็งจิตมาก - -

จาก: The Firemind
วันที่: 12/04/50 - 15:08 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 235
kor-sa-dang-kram-mai-hen-deuy-yang-yig-kup-ka-na-kong-sen-ser-thai


จาก: zart tancharoen
วันที่: 12/04/50 - 15:10 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 236
การทำให้คนเป็นคนดีเนี่ย
มันอยู่ที่การปลูกฝังและพัฒนาความคิด
ออกกฏระเบียบแบบมีวิจารณญาณ
(คำว่า "วิจารณญาณ" เนี่ย เป็นศัพท์ชั้นสูงหรือเปล่า
เรากลัวพวกกองเซ็นเซอร์ไม่เข้าใจ...)

ไม่ใช่การปิดกั้น ปิดหูปิดตาไม่ให้เห็นอะไร
พยายามเอากะลามาครอบหัวประชาชน
แบบนี้มันไม่ได้ช่วยให้เยาวชนในชาติดีขึ้นหรอก
ยิ่งกลับเป็นการกระตุ้นให้อยากออกนอกลู่นอกทาง

จาก: ร่วมลงชื่อ
วันที่: 12/04/50 - 15:11 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 237
i agree with you all

จาก: pichanund
วันที่: 12/04/50 - 15:13 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 238
ไม่เข้าใจเหมือนกัน จะปิดกั้นกันไปถึงไหน

จาก: ลูกสิงห์น้อย
วันที่: 12/04/50 - 15:14 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 239
ไม่เห็นด้วยกับการเซ็นเซอร์ครับ

จาก: nuttorn
วันที่: 12/04/50 - 15:14 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 240
คืนฟิล์มมาเหอะๆ ทำบ้าอะไรอ่ะคุณกองเซ็นเซอร์

จาก: JeZZy
วันที่: 12/04/50 - 15:18 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 241
เซนเซอร์ไทย มาตราฐานคือใครเป็นผู้สร้างครับ

ลองให้เป็นภาพยนต์ของท่านผู้นั้น จะเห็นกี่จุกกี่สาหร่ายก็ไม่กล้าแตะ

รับสภาพนะครับ นี่คือสังคมไทยครับ

พระเล่นกีตาร์ไม่แปลกครับ หาดูได้กับเณรหนุ่มๆตามวัดทั่วไป

หมอดื่มเหล้าไม่แปลกครับ ก็คนเหมือนกัน

หมอแข็งยิ่งไม่แปลกครับ ถ้าไม่แข็งก็คงป่วยน่ะครับ

จาก: โลกไม่ยุติธรรมเป็นเรื่องปกติ
วันที่: 12/04/50 - 15:23 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 242
ลงชิ้อด้วยครับ
ได้ดูหนังเรื่องนี้รอบสื่อมวลชนแล้ว
ไม่เห็นว่าจะมีอะไรที่เป็นความน่ารังเกียจหรือรุนแรงเลย เมื่อเทียบกับหนังไทยลอกฮอลลีวูดเกลื่อนจอทุกวันนี้ที่มีฉากความรุนแรง ภาพส่งเสริมทางเพศที่ไร้รสนิยม
หากกองเซ็นเซอร์บอกว่า พระเล่นกีตาร์หรือร้องเพลงเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม ให้ลองไปดูความเป็นจริงในสังคมก่อนว่า พระจริงๆเหลือกี่รูป
มาตรฐานกองเซ็นเซอร์กับความบ้อำนาจจนถึงขั้นยึดฟิล์มไว้ เป็นความเสื่อมโทรมของระบบราชการไทยที่ควรจบสิ้นไปได้แล้ว
หดหู้กับพฤติกรรมข้าราชการไทยเหลือเกิน จะขอคืนบัตรประชาชน และสัญชาติไทยไปอยู่กัมพูชาได้มั๊ย

จาก: Toto
วันที่: 12/04/50 - 15:24 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 243
จะดูอะ อย่าเซนเซอร์ได้ป่าวเฮีย

จาก: third
วันที่: 12/04/50 - 15:25 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 244
ลงชื่อด้วย
กองเซ็นเซอร์ คงจะเซอร์อะนะ

จาก: m
วันที่: 12/04/50 - 15:27 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 245
ผมจะเอาขี้ไปปาหน้าไอ้พวกกองเซนเซอร์ครับ


จาก: ทิวา
วันที่: 12/04/50 - 15:27 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 246
หวังว่ากฏหมายใหม่ที่มีการพยายามที่จะใส่คำว่า ภาพยนตร์ เข้าไปในหมวด สื่อ จะสำเร็จ
เพราะ บรรจุคำว่าเมื่อบรรจุคำว่าสื่อแล้ว
การเซนเซอร์จะไม่สามารถกระทำได้เพราะกฏหมายจะคุ้มครองงานภาพยนตร์ในฐานะสื่อสารมวลชน
ขอให้พวกเราสนับสนุน คำว่า ภาพยนตร์ ในหมวดสื่อ แล้ว เรื่องแบบนี้จะหายไป
คนทำหนังก็จะมีอิสระในการคิดมากขึ้น

จาก: คนดูหนัง
วันที่: 12/04/50 - 15:30 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 247
ขอร่วมด้วยคน เอาไปเลย 1 เสียง
ใช้อะไรคิดคะ จะไม่คืน Film ให้เขาเนี่ย?

จาก: Phattarachanon
วันที่: 12/04/50 - 15:31 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 248
เซ็งมากครับ
ขอลงชื่อด้วย

จาก: tincubus
วันที่: 12/04/50 - 15:33 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 249
นับวันกบว. ชักทำตัวกร่างไปทุกวันทุกวัน

จนประชาชนเขาด่าสาบแช่งกันทั้งประเทศไปแล้ว

จาก: maxlancer
วันที่: 12/04/50 - 15:34 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 250
หนังดีๆ
ขอเด็กๆอย่างผมดูบ้างได้มั้ยครับ?

จาก: ram
วันที่: 12/04/50 - 15:36 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 251
เหนใจคนทำหนังเถอะค่ะ

จาก: ศริฐณี นิติการ
วันที่: 12/04/50 - 15:38 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 252
เซ็งไอ้พวกแก่ๆ โง่ๆพวกนี้จริง เสียเงินภาษีไปให้มันทำลายความรู้สึกอีก

จาก: นาวา พิพัฒน์พงศ์ไพบูลย์
วันที่: 12/04/50 - 15:39 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 253
เซ็งมากด้วยคน

มีเวลาทำไมไม่ไปคุยกะพระแถวพันทิพย์สักองค์สิว่ามาซื้อซีดีอะไร หรือทำเครื่องลางของขลังขายที่ไหน

มีเวลาทำไมไม่ตรวจสอบว่ามีหมอที่ไหนจ่ายยาเกินความจำเป็นให้คนไข้หรือเลี้ยงไข้รึเปล่า

ประเทศนี้เป็นอะไรไปแล้วเนี่ย ... ฟิลม์ก็ไม่คืน เพราะกลัวตัวเองผิด ก็รู้ตัวว่าจะผิดแล้วยังจะทำอีก คิดว่าคนอื่นเค้านิสัยเหมือนพวกตัวเองรึไง

จาก: Eve's first bite
วันที่: 12/04/50 - 15:42 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 254
มาร่วมเป็นกำลังใจครับ

หากหนังเรื่องนี้ทำให้เปลี่ยนจากระบบเซ็นเซอร์
เป็นระบบจัดเรตได้ ก็จะดีมากครับ

ขอไว้อาลัยให้กับกองเซ็นเซอร์อีกคน

จาก: สักกาคม
วันที่: 12/04/50 - 15:43 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 255
ขอลงชื่อด้วยครับ !

การกระทำใดๆในช่วงนี้ของคณะกรรมการฯ ไม่ว่าจะเป็นการแบนหนังโดยไม่สังเกตถึงนัยยะ หรือจะเป็นการอ้างหน้าที่ในการทำลายผลงานศิลปะที่อาจกล่าวได้ว่าได้รับการยอมรับและยกย่องจากทั่วโลกโดยไม่คำนึงถึงสิทธิเสรีภาพของทีมงานแล้ว สิ่งเหล่านี้คงไม่พ้นนิยามของคำว่า "เลวร้ายอย่างร้ายกาจ"ครับ

ผมว่าทางคณะกรรมการคงเข้าใจความหมายของคำว่าเซ็นเซอร์ผิดไปนะครับ

- เพราะการเซ็นเซอร์"ไม่ใช่"การทำให้หนังทุกเรื่องอยู่ในเรตPG-13นะครับ

ไหนช่วงนี้หน่วยงานต่างๆของรัฐกำลังทำลายภาพลักษณ์ของ"เผด็จการ"ที่ยิงยาวมาแต่19กันยา ทำไมพวกคุณถึงต้องมาทำลายความพยายามของผู้อื่นด้วยล่ะครับ? คุณไม่สังเกตหรอครับว่านี้มันภาพยนตร์ร่วมทุนสร้างกับต่างชาติแถมสร้างในวาระครบรอบโมสาร์ท ถ้าภาพยนตร์มันวิกลจริตจนถึงกับต้องแบนหรือตัดทิ้งผมก็คงเห็นด้วยและเชิดชูในความห่วงใยและความกล้าหาญที่จะปกป้องพี่น้องเราจากสื่อต่างประเทศที่มีพิษภัยต่อพวกเรา... แต่นี้ทำไมมันกลับตรงกันข้ามล่ะครับ?



ผมก็ยินดีในความเสียใจที่ว่าสังคมไทยจะได้รับการเยียวยาจากเหตุการณ์อันวิปริตครั้งนี้ ซึ่งผมก็ไม่อาจทราบได้ว่าอาการ"พิกลพิการ"อันเรื้อเรื้อนนี้จะได้หายขาดหรือไม่ ได้แต่หวังว่ามันคงจะมีทิศทางที่ดีขึ้น ที่เห็นๆบ้างแล้วก็มี

- การเสวนาการเซ็นเซอร์ที่คุณอภิพงศ์จะจัดขึ้นในเวลาอันใกล้นี้(ขอกล่าวว่าผมขอร่วมด้วยความเต็มใจอย่างเปื้ยมล้นเลยครับ)

- การสนทนาผ่านสื่อโทรทัศน์เมื่อคืนที่ผ่านมาทางUBC(จากการสังเกตของผม ผมว่าพวกเขาบ้าอำนาจไปแล้วครับ เขาเป็นตัวกรองพิษร้ายที่อาจบั่นทอนประเทศชาติ แต่พวกเขากลับทำตนเป็นผู้ตัดสินถึงสิทธิ์ของประเทศชาติแทนโดยไม่คำนึงถึงหน้าที่แต่มัวเมากับรสชาติของพลังอำนาจมากกวาครับ)


ขอให้ทุกอย่างคลี่คลายไปในทางที่ดีครับ

จาก: ศีลภัทร ตั้งสุขนิรันดร
วันที่: 12/04/50 - 15:43 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 256
เอาเถอะครับพี่น้อง คงจะต้องยอมรับกันแล้วว่าปัจจุบัน กองเซ็นเซอร์ ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าหน่วยงานไหนดูแลนะครับ ได้เข้ามาตัดสินใจแทนนักดูหนังอย่างเราๆท่านๆว่า(ในเครื่องหมายคำพูดต่อจากนี้ ขอความกรุณาท่านผู้อ่านให้ทำเสียงเป็นคุณนายแก่ๆนะครับ""คุณต้องดูอันนี้ แค่นี้นะ โอ้ย ตรงนี้โป๊นะ ไม่ด๊าย( ย้ำกรุณาทำเสียงเหมือนคุณนายแก่ๆ) ห้ามดู ว๊าย คำหยาบ ดูดเสียงเลย เด็กจะได้ไม่รู้ว่าพูดว่างัย ฮิ ฮิ(ก็เห็นอยู่ว่ามันพูดคำว่าอะไร) ตายแล้ว ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ เซ็นเซอร์เลยค่ะ เด็กๆจะได้ไม่รู้(ผมถามหน่อยเถอะ คุณจะให้เด็กมันเข้าใจว่า ในเรื่องอากาศมันหนาว คนพูดเลยมีควันออกปากอย่างนั้นหรือ ทั้งที่มันก็พ่นบุหรี่กัน ผุย ผุย)"
พอจะเห็นภาพกันแล้วใช่ไหมครับ ในระยะแรกๆมีการดูดเสียงในภาพยนตร์ที่ฉายทางโทรทัศน์(ใครเคยดูหนังสั้นเรื่อง 12 ที่ฉายทางทีวีคงพอจะนึกภาพออก ว่าผลมันออกมาเป็นไง เด็กในเรื่องพูดกันเป็นจังหวะฮิปฮอป พูดอยู่ดีๆมีหลบเสียง ฮา) ต่อมาก็มีการเซ็นเซอร์ในละคร ทั้งๆที่ในละครมีแต่เรื่องตบตีแย่งผู้ชาย แม่ผัวลูกสะใภ้(เป็นตัวอย่างที่ดีแก่เด็กมากนะนั่น)แต่ละครดีๆก็เยอะนะครับ อย่าง"เปาบุ้นจิ้น" แต่ช้าก่อน! เมื่อไม่นานมีข่าวว่าละครเรื่องนี้ มีความรุนแรง เพราะมีฉากการสั่งประหารผู้กระทำความผิด ไม่ควรให้เด็กดู(ซะงั้น)
(ทานโทษ ผมก็มาตั้งแต่เด็ก ผมว่าผมโตขึ้นมาก็ไม่ได้ทำอันตรายใครนะครับ)
ไม่นานนัก มันก็ลุกลามเข้ามาในแผ่นวีซีดี ในระยะแรก ผมก็ยังพอรับได้ คิดในแง่ดีว่า เอาน่า อย่างน้อยก็มีผู้ใหญ่ที่เค้าเป็นห่วงเราเว้ย ฮา ฮา........ แต่ เอ๊ะ ไม่สิ นี่มันเงินเราซื้อมานะครับ (มีใครจำได้บ้าง ว่าช่วงหนึ่ง หลังแผ่นวีซีดีมีการกำหนดว่าอายุเท่าไหร่ถึงจะซื้อแผ่นนี้ได้ โหย เอาจริงแล้วเว้ย!! แต่ทำไม ทำไม ร้านค้ายังขายแผ่นเหล่านี้ให้เด็กๆตัวเล็กๆอยู่เลย เอ! รึว่าคนขายเขาจะอ่านไม่ออกว่าห้ามขายให้เด็ก ไม่มั้ง เพราะถ้าคนขายเขาเก่งขนาดไรท์แผ่นหนังจากคอมพ์มาขายได้ ก็แค่ตัวหนังสือ ทำไมเขาจะอ่านไม่ออก) สักพักก็เลิกไป.........
ปัจจุบันครับพี่น้อง เราๆท่านต้องคอยลุ้นว่า"เฮ้ย แผ่นที่เราเก็บเงินจากน้ำพักน้ำแรงซื้อมาเนี่ย จะมีหมอก มีเตือนไหมน้า...
หมอกที่ว่าแย่แล้วยังไม่เท่าไรครับพี่น้อง คราวนี้ครับ มันตัดหนังออกครับ เดี๋ยวนี้ ตัดออกจนสั้นครับ "ฮิ ฉากเนี้ยเดี๊ยนเห็นแล้วว่า เด็กไม่ควรดู ตัดเลยย่ะ ฮิ" ยกตัวอย่าง ดีวีดี ภาพยนตร์เรื่อง Hostel ครับ ง่ายๆแผ่นแท้บ้านเรา ดีวีดีมีความยาว 87 นาที ส่วนฉบับไม่ตัด มีความยาว 94 นาทีครับ แล้ว 7 นาทีที่เหลือ มัน หาย ไป ไหน

โอเค พี่ตัดใช่มั้ย เบลอใช่มั้ย ด๊าย งั้นผมไปดูในโรง เออ แน่จริงตามมาดิ เอาดิ เบลอผมเลย เอาดิ ตัดเลย
พระเจ้า ของเขาแรงจิงๆ 300(ชื่อหนังนะครับ ไม่ใช่เงินเดือนของท่านผู้มีหน้าที่เซนเซอร์ เพราะเงินเดือนพี่ท่านคงจะมากโข เลยต้องทำงานให้สมกะตังค์หน่อย)
ครับ หนังเรื่อง 300 นั่นแหละครับ ก็เห็นพี่ๆว่าเซ็นเซอร์ ทั้งๆที่ไม่ควร ซึ่งก็จริงครับ ฉากเหล่านั้น ผมว่ามัน"งาม"มากกวา"อนาจาร"นะครับ (ตายแล้ว ไม่น่าไปลบหลู่เขาเลย เขาตามมาจริงๆด้วย)
ได้ข่าวว่ามีการตัดเรื่อง BABEL ด้วยหรือครับ

แต่สิ่งที่ผมไม่คิดว่าจะเจอนะครับ คือการดูดเสียง
นี่ครับ วีซีดีเรื่อง เดอะเลตเตอร์ เขียนเป็นส่งตาย(หนังที่มีวิธีการโปรโมต แบบสุดยอดไอเดียมาทีนึงนั่นแหละครับ) วีซีดีนะครับ ส่วนดีวีดี ผมไม่ทราบเหมือนกัน ที่พูดถึงคือหนังเรื่องนี้มีการดูดเสียงคำว่า"Here"นะครับ เซ็งหมีแพนด้ามากครับพี่น้อง (เฮ้อ....นึกว่าพี่แกจะตามไปดูดแค่ในทีวี เสียงนะครับเจ๊ ไม่ใช่น้ำอัดลม ดูดอยู่ได้)

เอาหล่ะครับเรื่องสุดท้าย แวะมาที่รายการทีวีหน่อย รายการ "ฉลาด สุด สุด"ครับ ดีครับ ดูกันได้ทั้งครอบครัว(แต่ผมไม่ค่อยได้ดูหรอกครับ เพราะคิดว่ารายการแบบนี้ถ้าไม่มีผู้ใหญ่มาเอาใจใส่คิดแทนเรา เดี๋ยวเราเห็นอะไรไม่ดีเข้า พาลจะเสียคนเอา ใครรับผิดชอบ) แต่ ให้ตายเถอะ ผมคิดผิดครับว่าจะไม่มีผู้ใหญ่มาเอาใจใส่ ที่ไหนได้ ผมก็รู้มาจากพันทิปนี่แหละว่ามีการเซ็นเซอร์หุ่นกายวิภาค.....ไม่จริงใช่มั้ยครับ...............คือไอ้หุ่นแบบนี้ถ้าเห็นแล้วมันเกิดอารมณ์จริงๆ คงจะทุกโรงเรียนในประเทศไทยหล่ะครับที่จะแย่ เอ่อ คือนี่มันเป็นสิ่งที่เอาไว้ให้เรียนรู้มิ ใช่ หรือ(เน้นเสียง จะได้อารมณ์มาก) แต่ที่เห็นกะตาคือ คุณพิธีกรบอกว่า "ท่านผู้ชมครับ นี่คือว้อดก้านะครับ ว้อดก้า" เราก็อ๋อ เอ่อว้อดก้า เฮ้ยนี่มันเหล้านี่ อ๋อ เหล้า ทันใดนั้น ท่านพี่แกเล่นโมเสคเบลอทั้งขวดหล่ะครับ (อ๋อ เด็กคงไม่รู้หรอก เบลอจนมิด แต่พิธีกรก็ย้ำจัง นี่ว๊อดก้า นี่ว๊อดก้า นี่ว๊อดก้า(ร้องทำนองหมีแพนด้านะครับ ลองดู) เฮ้อ

หยุดเถอะครับ ผมว่าพวกคุณ หันไปสนใจการเสนอข่าวของสื่อ กันบ้างดีกว่า ยกตัวอย่างเรื่อง ฆ่ากัน แย่งสามี ภรรยากัน ผมว่าอย่างนี้ที่เด็กสามารถหาอ่านได้ง่าย และ ราคาถูกกว่าแผ่นซีดีอีกนะครับ


เฮ้อ ถอนหายใจยาวๆครับ อาจจะเล่ายาวไปนิดนึง แต่ก็ขอบคุณนะครับที่อ่านจนจบ

ไม่มีอะไรครับ ผมเข้าใจว่าเป็นหน้าที่ ที่บ่นๆมาก็แค่อยากให้ดูความเหมาะสมนิดนึง ไม่ใช่หลับหูหลับตาทำ ลองฟังเสียงของผู้บริโภคบ้าง ประชาชนควรจะมีโอกาสได้เสพความบันเทิงแบบเต็มๆเสียที

จาก: พิชย จรัสบุญประชา
วันที่: 12/04/50 - 15:47 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 257
เท่าที่สอบถามทราบมาว่า กองเซ็นเซอร์ จะเป็นตัวแทนจากองค์กรต่างๆ ที่มี "ตัวตน" ปรากฏ อยุ่ใน ภาพยนตร์เรื่องนั้นๆ เช่น เรื่อง "แสงศตวรรษ" นี้ ก็จะมี ตัวแทนจากกรมการศาสนา และ แพทยสภา มาร่วมด้วย..

ไม่ว่าโดยตั้งใจหรือไม่.. บุคคลเหล่านี้จึงเหมือนมีหน้าที่มา overprotect องค์กรของตัวเอง..

มันจึงเป็นแบบนี้ไงครับ..


ไม่มีมาตรฐานใดๆทั้งสิ้น.. มี แต่ "สายตา" เท่านั้น..

... ร่วม ลงชื่อครับ ....

จาก: ณภัค เสรีรักษ์
วันที่: 12/04/50 - 15:52 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 258
ที่นี่ประเทศไทย เฮ้อ

จาก: อติชาต วงศ์วุฒิวัฒน์
วันที่: 12/04/50 - 15:52 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 259
กองเซ็นเซอร์นี่เป็นคนรักหนังรึเปล่า ไม่น่าจะนึกถึงแต่ด้านภาพหรือฉาก ควรจะดูว่าทำไมถึงต้องมีฉากนั้น ถ้ามั่วๆแล้วพยายามโป๊เปลือย อันนั้นน่าตัดค่ะ แต่ถ้า สอดคล้องกับเนื้อหา คุณน่าจะนึกถึงว่าเป็นประโยชน์ต่อวงการศิปะการทำหนังของบ้านเรา จัดเรทก็พอแล้วค่ะ

จาก: pp
วันที่: 12/04/50 - 15:53 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 260
อนาถใจคนไทย
มาร่วมอีกหนึ่งเสียงต้านเซนเซ่อ

จาก: สำเหนียก
วันที่: 12/04/50 - 15:55 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 261
เมื่อตะกี้ลืม ขอลงชื่ออีก 1 เสียงครับ
ผมขอเพิ่มเติมจากเรื่องที่ผมโพสท์ข้อความข้างบนนะครับ
อย่างกรณีหนังพี่เจ้ยนี่ ผมว่ากองเซ็นเซอร์ทำเกินไปแล้วแหละครับ
*-*
เห็นด้วยกับทุกๆความเห็น ว่าทำไมไม่พิจารณาจากหนังทั้งเรื่องว่าต้องการสื่ออะไร....*-* ไม่ใช่ดูเป็นฉากๆ
ลงชื่อครับ ลงชื่อ

ผมเขียนเรื่องข้างบนเก็บไว้ในบล๊อกผมนะครับ
Littletiger2232.bloggang.com

จาก: พิชย จรัสบุญประชา2232studio
วันที่: 12/04/50 - 15:56 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 262
ขอเหอะ เมื่อไรมันจะพัฒนากว่านี้
เอาวิจารณญาณมาจากกะโหลกเป็ดเหรอ

แล้วที่จะยึดฟิลม์หนะ ทำได้ไง

ไม่รู้จะพูดอะไรเพราะหลายคนก็พูดไปแระ

ขอเป็นกำลังใจให้พี่เจ้ย


จาก: eminy hayes
วันที่: 12/04/50 - 16:00 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 263
แค่จะตัดก็แย่แล้ว นี่ถึงขั้นยึดฟิล์มเลยเหรอ เกินไปนะ

จาก: ช่อผกา
วันที่: 12/04/50 - 16:02 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 264
โจรดีๆนี่เอง ไอ้พวกนี้

จาก: ดาวซัลโว
วันที่: 12/04/50 - 16:04 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 265
อืม อยากแนะนำว่า คือเห็นด้วยนะที่มีการเซนเซอร์ เพราะหลายๆอย่างในสังคมปัจจุบัน ก็ไมเหมาะสมที่จะให้เด็กและเยาวชนดูจริงๆ

แต่ ช่วยเลือกเซนเซอร์ให้มีเหตุมีผลหน่อยได้ป่าว แบบ อย่างเรื่องโลโก้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่อยู่ในละครไรงี้อ่ะ การที่เอาตัวเซนเซอร์ไปแปะมันทำให้คนสนใจมากขึ้น แล้วคนที่มีวุฒิภาวะพอสมควรแล้ว ไม่สิ เด็กสิขวบยังมองออกเลยว่ามันคือเครื่องดื่มยี่ห้ออะไรน่ะ

แล้วเรื่องการเซนเซอร์หนัง ละคร หรือสื่อตามทีวีน่ะ แทนที่จะเอาเวลามาดูเรื่องี้ ไปจัดการกับพวกสิ่งพิมพ์ไม่ดีกว่าหรอ...ภาพที่อาจเข้าข่ายลามกอนาจารเพียบเลย แล้วมันเป็นการพิมพ์ มันมีความถาวร มากกว่าพวกสื่อทางทีวีตั้งเยอะ....

คิดหน่อยนะ คิดนิดนึง แล้วสังคมจะดีขึ้นเยอะเลยล่ะ

จาก: tp
วันที่: 12/04/50 - 16:07 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 266
ประเด็นก็คือ มันไม่มีมาตรฐานไงล่ะครับ

ก็อย่างที่หลาย ๆ คนแสดงความคิดเห็นกันไปแล้ว

ช่วยกันยกระดับมาตรฐานในประเทศไทย

เอามันออกไปครับ !!!

ขอร่วมลงชื่อด้วยอีกหนึ่งเสียง

จาก: กัณธี วิจิตสกุลชัย
วันที่: 12/04/50 - 16:08 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 267
อีก 1 เสียงครับ

จาก: ฐปนัฬศ์ วิจิตรรัฐกานต์
วันที่: 12/04/50 - 16:08 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 268
ไม่ให้ฉายก็ 'สตึ' พออยู่แล้ว

นี่ยังจะยึดฟิล์มเขาไปด้วยเหตุผลเบื๊อกๆอีกหรือนี่

เอาไปเผา...เอาไปเผา...ทิ้งลงทะเล...ต่อต้านๆกองเซ็นเซอร์

ล้างบางมันให้หมด!!

จาก: พลอยพิม
วันที่: 12/04/50 - 16:08 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 269
บอกได้คำเดียวว่า
ควายจริงๆๆไอ่พวกนี้
หลายทีแล้ว
ไม่มีความคิดเลย

จาก: khampan
วันที่: 12/04/50 - 16:08 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 270
ผมไม่รู้เหมือนกันนะครับ การลงชื่อนั้นกับประเทศที่มีแต่ไดโนเสาร์ปัญญาทึบ บางทีมันก็เหมือนลมเปล่าครับ มันก็เป็นวิธีที่สันติและไม่รบกวนใคก็จริง แต่ถ่าจะ ignore ซะอย่าง ก็ทำอะไรไม่ได้ แต่ผมก็เห็นด้วยกับการลงชื่อนะครับ (ขอให้ได้ทำอะไรก็ดีแล้วครับ) แล้วไอ้การจะไปประท้วงนั้น ก็ไม่อยากให้ใครแถวนั้นวุ่นวาย ม็อบบ้าๆบอๆตอนนี้ก็มีเยอะแล้วด้วย ไม่อยากเห็นประเทศไม่มีความสงบเลย ช่วยกันคิดหาทางออกด้วยครับ แต่ถ้าจะประท้วงกันจริงผมมีไอเดียหลากหลายมากเลยครับ คือไปหน้าที่ทำการแล้วทำทุกอย่างที่กองเซ็นเซอร์ห้าม เช่นกินเหล้า(กินหลอกๆก็ได้ ถ้าเมาเละยิ่งโดนด่า) เอาปืนหรือมีดจ่อหัว(แน่นอนของปลอมครับเดี๋ยวโดนจับ) เอาจอกับโปรเจ็คเตอร์มาฉายหนังที่มีทุกอย่างที่เซ็นเซอร์มาฉายซะเลย(แน่นอนต้องหนังทำเองครับไม่งั้นเดี๋ยวโดนลิขสิทธิ์) หรือตลกเข้าไปอีกก็ตัดชุดไดโนเสาร์มาล้อเลียนกองเซ็นเซอร์ซะเลย (ถ้าเอาถ่อยสะใจก็ปาขี้ใส่เลย)
ผมไม่รู้นะว่าการประท้วงเป็นทางออกที่ถูกต้องหรือเปล่า แต่ผมว่ามันถึงจุดที่จะต้องลุกขึ้นมาทำอะไรแล้วมันจะบ้าบอเกินไปแล้วครับ
ผมเองก็อยากเป็นนักทำหนังเหมือนกันแต่เห็นวงการอย่างนี้ หมดกำลังใจครับ
ช่วยกันคิดหาทางออกด้วยครับ

จาก: pass patthanakumjon
วันที่: 12/04/50 - 16:09 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 271
กองเซ็นเซอร์ กลัวอะไรกันก็ไม่ทราบ จัดเรทก็หมดเรื่องแล้วจ้า
คิดว่างั้นนะ



จาก: Pat
วันที่: 12/04/50 - 16:18 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 272
ล่าสุดไปดูเรื่อง 300 มาครับ แล้วก็รู้สึกโกรธมากที่หนังโดนเซ็นเซอร์น่ารังเกียจแบบนั้นในฉากการมีเพศสัมพันธ์

แต่ฉากตัดคอ เข่นฆ่าเลือดกระฉูด คุณก็ปล่อยให้ฉายได้

อยากทราบเหตุผลและวัตถุประสงค์ของการเซ็นเซอร์จังเลยครับ เพราะจากที่เห็นในเรื่อง 300 นี่ ผมคิดเท่าไหร่ก็ไม่เข้าใจ

จาก: Nattabhon Phanmanee
วันที่: 12/04/50 - 16:23 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 273
เห็นใจคนทำหนังและให้เกียรติคนดูด้วยเถอะค่ะ
อย่าแค่ทำไปตามหน้าที่...
โตๆกันแล้วนะคะ

ปล. เราจะจัดเรตหนังกันเมื่อไหร่ดีคะ?





จาก: -*-
วันที่: 12/04/50 - 16:24 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 274
ใช้คำว่าควายยังไม่ได้เล้ย เพราะควายมันยังฉลาดไถนาได้ ทำตัวมีประโยชน์ต่อเจ้าของ
แต่ไอ้พวกที่ทำอะไรไม่มีประโยชน์ ไม่เคยฟังเสียงคนส่วนมาก คิดแต่ตัวเองถูก ทำลายวงการภาพยนตร์กันอย่างหน้าด้านๆแบบนี้ มันหาคำบรรยายยากอ่ะ
อยากรู้เหมือนกันว่าเดียวนี้ monster จากไหนไม่รู้ก็เอามาเซนเซอร์หนังได้แล้วเหรอ มันเปนคนที่อยู่ในแวดวงสื่อรึเปล่า หรือมีใครไปขุดรูเจอแล้วเอามาทำงานพาทไทม์ไปวันๆ สมองกลวงๆ อย่างที่เค้าว่า รู้มากก็โง่มาก พอรู้ถึงจุดๆนึงก็เลยคิดว่าตัวเองฉลาดล้ำ ทั้งที่ความจริงโง่เง่าเกินบรรยาย ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว การเอาแต่ปิดกั้นแบบนี้มันไม่ช่วยอะไรหรอก
ความหายนะของวงการหนังไทยมันใกล้เข้ามาทุกทีแล้วล่ะ ผู้ใหญ่บ้านเมืองเราสนใจแต่เศรษฐกิจความมั่นคงห่าเหวไรไม่รู้ ช่วยแบ่งเศษเสี้ยวสายตามามองสภาพปัญหาที่เป็นอยู่ตอนนี้บ้างจะได้มั้ย
ขอสาปแช่งพวก monster จอมเซนเซอร์แสนงี่เง่าทุกตัว ซักวันพวกแกจะรู้สึก

จาก: คนรักหนัง
วันที่: 12/04/50 - 16:24 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 275
The wind of change is coming...

Let it gain strength with every vote here, including this one.




จาก: Anocha Suwichakornpong
วันที่: 12/04/50 - 16:41 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 276
เห็นด้วยกับการจัดเรต

ไม่เห็นด้วยกับการเซ็นเซอร์ครับ



จาก: Tick
วันที่: 12/04/50 - 16:42 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 277
ทำงานฉาบหน้า ให้หนาไปวันๆ อำนาจอยู่ในมือ ของคนที่สมองไม่อยู่ในหัว

จาก: นังจิ้งจอก
วันที่: 12/04/50 - 16:42 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 278
ร่วมลงชื่อว่าไม่เห็นด้วยกับระบบการเซ็นเซอร์หนังครับ

ควรจัดเรตหนัง และจำกัดอายุผู้ชม ได้แล้วครับ


ยกตัวอย่างในอเมริกา เขาจะขอตรวจบัตรประชาชนตอนซื้อตั๋วทุกคนก่อนเข้าไปดูหนังที่จำกัดอายุ ผมว่ามันไม่ยากหรอกครับ อยู่ที่จะทำหรือเปล่าเท่านั้น

เหตุผลในการไม่จัดเรตหนังหรือจำกัดอายุ เพราะจะกระทบกับรายได้ของผู้ประกอบการ ผมไม่ค่อยเข้าใจว่าจะมันจะเสียหายสักเท่าไรเชียว ในเมื่อคนที่มีกำลังซื้อส่วนใหญ่ก็คือพวกที่อายุเกิน 18-20 ปีอยู่แล้ว

ถ้าคิดแค่เรื่องเงินจริงๆ สมควรถูกประณามครับ


ถ้ากลัวเรื่องศีลธรรม เรื่องเซ็กซ์ เรื่องการเลียนแบบสิ่งที่ไม่ดีในหนัง

ก็ให้การศึกษาสิครับ ให้สติปัญญาควบคู่กับการดูหนัง โรงเรียนมีไว้ทำไม ครูบาอาจารย์มีไว้ทำไม พ่อแม่มีไว้ทำไม วัดวาอารามมีไว้ทำไม


เริ่มจัดเรตหนังและจำกัดอายุได้แล้วครับ

จาก: คนทับแก้ว
วันที่: 12/04/50 - 16:53 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 279
เซนเซอร์ไทย คือกำแพงขนาดใหญ่ที่ป้องกันไม่ให้ประเทศไทยพัฒนาไปมากกว่านี้ จบข่าว....

จาก: สิ่งดีดี
วันที่: 12/04/50 - 17:01 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 280
เอาเวลาไปดูแลพวกดาราที่ชอบโชว์ แต่งตัวยั่วไม่กว่าเหรอ
หนังยังไงก้อคือหนัง คนเค้าตั้งใจทำออกมา ทีหนังจากเมืองนอกเข้ามาฉายเห็นถึงไส้ถึงพุงไม่สั่งห้ามบ้างล่ะ หนังไทยฝีมือคนไทยแท้ๆ ไปจัดการไอ้พวกหนังแผ่นให้ได้ก่อนเถอะ กลัวคนเค้ากาว่ากระทรวงไม่ทำหน้าที่เหรอ ไปทำอย่างอื่นที่มันมีสาระกว่ามานั่งจับผิดคนอื่นเถอะนะ

จาก: คนมีสมอง
วันที่: 12/04/50 - 17:01 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 281
ไว้อาลัยประเทศไทย

จาก: ชัยศิริ จิวะรังสรรค์
วันที่: 12/04/50 - 17:04 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 282
เมื่อก่อนก็โกรธฝรั่งที่มันว่าคนไทย uncivilization (ไม่พัฒนา, ล้าหลัง) แต่ตอนนี้ร้องอ๋อถึงบางอ้อเลย เป็นกันอย่างนี้นี่เองถึงได้โดนว่ามาแบบนี้
P.S. พวกป้าๆทั้งหลายที่คอยมานั่งจับผิด ตัดนู่น ตัดนี่ ในหนังของคนอื่นเค้าน่ะ
ลองกลับไปดูในห้องลูกชายตัวเองบ้างนะว่ามีมั้ย ไอสื่อลามกอนาจารน่ะ พูดแล้วก็โกรธอ่ะ ถ้าเยาวชนไทยจะเสีย ก็ตรงที่โดนปิดกันขอบเขตทางความคิดนี่แหละ จะว่าไปแล้ว ไอฉากที่บอกว่าให้ตัดออกน่ะ มันก็เรื่องจริงทั้งนั้น ได้มองกันบ้างมั้ยว่า คนไทยอาจจะรู้สึกดีถ้าได้เห็นฉากที่พระเล่นกีต้าร์ ดีกว่าเห็นฉาก พระมั่วสีกานะจ๊ะ พูดถึงเรื่องนี้ ทำไมรายการบางรายกันยังเอาความจริงมาเปิดเผยได้ แต่ทำไมหนังจะสร้างจากเรื่องจริงบ้างไม่ได้อ่ะ งงแฮะ ไปอยู่ที่อื่นดีกว่ามั้ยเนี่ย

จาก: Cuteking~
วันที่: 12/04/50 - 17:08 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 283


...มานีชวนปิติมาชักว่าวในห้องเพราะคุณแม่ห้ามไม่ให้เล่นว่าวกลางแจ้ง

ผมว่าเซนเซอร์ตัดออกหมดกลายเป็น

..มานีชวนปิติมาในห้องเพราะคุณแม่ห้ามไม่ให้เล่นกลางแจ้ง

ผมว่าอยู่ที่เจตนากับปัญญามากกว่าที่จะคิดกันได้ พวก ฟาย 11 ตนนะ

จาก: เชา
วันที่: 12/04/50 - 17:08 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 284
ลงชื่อครับ

รับไม่ได้จริงๆ

จาก: ศิวะภาค เจียรวนาลี
วันที่: 12/04/50 - 17:25 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 285
hate it

จาก: CyberOne
วันที่: 12/04/50 - 17:25 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 286
ลงชื่ออีกหนึ่งเสียงครับ
ไม่อยากพูดว่าอะไรมากเพราะหลายคนพูดมาเยอะแล้ว

แต่คิดว่าหลังจากนี้ผม หนึ่งในคนที่ยังไม่ได้ดู คงจะต้องตามหาหนังเรื่องนี้ดูแถว ๆ ร้านขายดีวีดีเถื่อน บางทีกองกอบอวอ อยากจะให้เราสนับสนุนธุรกิจเอ็สเอ็มอีพวกนี้ก็ได้ครับ ดูอย่าหนังโป๊สิครับ หาซื้อได้ไม่ยากถ้าอยากจะหา

ยังไงก็ขอสาปส่งให้ลูกหลานพวกท่านกอบอวอทุกคน(ย้ำว่าทุกคน) ถ้าเป็นผู้ชายแล้วบวชก็เป็นพระอย่างที่ในหนังโดนตัดไป ถ้าดีหน่อยไฝ่ดีเป็นหมอก็กินเหล้า จ่ายยาผิด หรือถ้าแย่หน่อยขอให้เป็นคนไข้ที่เจอหมอแบบในหนังครับ พวกคุณจะได้รู้เสียทีครับว่า ในสังคมไทยนี้มีเรื่องอย่างนี้จริง ๆ แล้วถึงคราวนั้น ท่านอาจจะนำเรื่องนี้กลับมาพิจารณาใหม่ ว่าเป็นเรื่องจริง สาธุ.....

จาก: เหวิน
วันที่: 12/04/50 - 17:28 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 287
อยากรู้ว่าคณะกรรมการมีใครบ้าง ลูกหลานของใคร เรียนจบจากไหน ถึงได้มีความเห็นเช่นนี้

จาก: เปา
วันที่: 12/04/50 - 17:32 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 288
มาร่วมลงชื่อด้วยคนครับ

จาก: ปิยวัฒน์ ทู้สกุล
วันที่: 12/04/50 - 17:40 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 289
เริ่มทำงานได้ดีนะ สำหรับกองเซ็นเซอร์ แต่พักหลัง ชักจะไม่คำนึงถึงตัวหนังแล้ว อย่างเรื่อง 300 ฉากโป๊ ฉากเซ็กซ์ ก็เซ็นเซอร์ มันทำให้เสียอรรถรสในการดูมาก
นี่ก็อีก แสงศตวรรษ ถึงผมไม่ค่อยอยากดู แต่การที่คุณนำหลักศีลธรรมมาตัดสินตัวหนังแบบนี้ มันทำให้ความชื่นชอบหนังไทยของต่างประเทศลดลง เค้าจะด่าเราได้ว่า เรื่องมาก
และที่สำคัญ หนังอย่าง Anna and the King สมควรโดนเพราะฉากที่รุนแรงทางหลักศาสนา นั่นก็สมควร แต่นี่แค่พระเล่นกีตาร์ ถ้างั้น ทำไมคุณไม่ฟ้องรายการของช่อง 7 ล่ะว่านำข่าวที่ไปทางอนาจารให้เยาวชนได้ดู เพราะเด็กมันจะสนใจ
และซีดีเถื่อนเหมือนกัน คุณต่อต้าน แต่ทำไมต้องเซ็นเซอร์ซะมากเรื่อง Saw 3 ก็เรื่องล่าสุดที่เซ็นเซอร์ฉากโหดๆ
แล้วรายการหนึ่งของช่อง 7 ก็เชิญดาราคนนึงมาเป็นแขกรับเชิญ เค้าพูดถึงสื่อสิ่งพิมพ์ว่า ไม่สมควร ไม่เหมาะ โป๊ไป แต่ทำไมคุณนำข่าวมาลง เด็กมันก็จะสนใจ
อีกอย่าง ยึดฟิล์มทำไม โง่รึเปล่า นี่มันการยึดทรัพย์สินอย่างไม่ถูกต้องแล้ว ถ้าต้องมีการฟ้องศาล กองเซ็นเซอร์สมควรโดน
และอีกอย่าง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช มีฉากโป๊ ทำไมคุณไม่เซ็นเซอร์ หรือว่านี่เป็นหนังของราชินี จึงไม่กล้าทำ บอกตามตรงนะ ถ้าต้องมาอีหรอบนี้ เราไม่เข้าไปดูหนังที่เซ็นเซอร์มั่วซั่วหรอก สู้ซื้อของจากต่างประเทศมาดีกว่า

จาก: Tom
วันที่: 12/04/50 - 17:43 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 290
ลงชื่อค่ะ

จาก: เมธาวี รัตนทวีโสภณ
วันที่: 12/04/50 - 18:03 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 291
ลงชื่อครับ
รู้สึกเห็นใจพี่เค้าเช่นกันครับ

จาก: ภูพาน สรวิศมงคล
วันที่: 12/04/50 - 18:04 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 292
แย่ที่สุด
ผมเกลียด กองนี้ไปจนวันตาย





จาก: วรุตม์ ลิ้มวัฒนพันธ์ชัย
วันที่: 12/04/50 - 18:05 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 293
พวกผู้ใหญ่ครับ กรุณาใช้สมองกันหน่อยครับ

เฮ้อออ...

ทำลายศิลปะกันเอง

เพื่ออะไร?

กองเซ็นเซอร์ที่ใช้อวัยวะเบื้องต่ำคิด

ถอนหายใจอีกครั้ง!

เซ็งจริงครับ

จาก: เอ็มเสต็ป
วันที่: 12/04/50 - 18:06 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 294
ไม่เห็นด้วย และขอร่วมลงชื่ออีกคนครับ

จาก: สมศักดิ์ อาศัยศาสน์
วันที่: 12/04/50 - 18:07 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 295
ร่วมลงชื่อครับ

จาก: Qooma
วันที่: 12/04/50 - 18:10 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 296
อยากให้ทางผู้สร้างหนัง หรือสมาพันธ์ภาพยนตร์รวมตัวกัน เพื่อบอยคอต หรือแสดงจุดยืนต่อต้านการเซ็นเซอร์กับกระทรวงวัฒนธรรมล้าหลัง

อยากให้เมืองไทยมีการจัดเรตแบบ MPAA (สมาพันธ์ภาพยนตร์อเมริกา) หรือแบบ BBFC (คณะกรรมการจัดเรตของอังกฤษ) ก็ยังดี

จาก: คนรักหน้ง
วันที่: 12/04/50 - 18:12 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 297
ภาษาเซ็นเซอร์วันละคำ จ้า
การเซ็นเซอร์หนังโรงยังอยู่กับสำนักตำรวจแห่งชาติ ใช้อำนาจตาม พรบ. ภาพยนตร 2473
การเซ็นเซอร์วิดิโอ อยู่กับกระทรวงวัฒนธรรม ใช้ พรบ. วิดิโอเทปและวัสดุโทรทัสน์ พ.ศ. 253?
กบว.(คณะกรรมการบริหารกิจการวิทยุและโทรทัศน์ ) ไม่มีแล้ว ปัจจุบันให้ทีวี วิทยุ เซ็นเซอร์ตัวเอง


จาก: เซ็นเซอร์เก่าแต่ไม่แก่
วันที่: 12/04/50 - 18:30 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 298
ลงชื่อด้วยครับ

บ้าอำนาจไปรึเปล่า ?

จาก: รัชภูมิ อนุพงศ์พันธุ์
วันที่: 12/04/50 - 18:30 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 299
ลงชื่อครับ

กองเซ็นเซอร์ ควรใช้ "ปัญญา" ในการเซ็นเซอร์หนังด้วยครับ

จาก: วสุวัชร์ เมตตพันธุ์
วันที่: 12/04/50 - 18:31 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 300
ลงชื่อด้วยครับ
การที่จะเซ็นเซอร์อะไรมันต้องดูวัตถุประสงดูอะไรหลายๆอย่างด้วย ไม่ใช่ว่า พอไม่ชอบใจ ก็ตัดนู่ แบนนี้ แบบนี้ไม่ถูกต้อง กองcensorก็ไม่ใช่พระเจ้ามาตัดสินแทนคนไทยทั้งประเทศ อะไรควรไม่ควรผมตัดสินเองได้น่ะ!!!!

จาก: วิวัฒน์ ประดับกุล
วันที่: 12/04/50 - 18:33 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 301
การจัดเรทหนังโรง จะต้องล้มกฎหมาย ภาพยนตร์ 2473 ก่อน จ้า
หรือไม่หาก รัฐธรรมนูญใหม่ ระบุว่า ห้ามรัฐตรวจตัดข้่าว บทความหรือสื่อมวลชนใด ๆ (และรับรองว่าภาพยนตร์เป็นสื่อสารมวลชนอย่างหนึ่ง) ก็จบได้ เพราะ พรบ. ภาพยนตร 2473 จะเป็นโมฆะทันทีจ้า เพราะขัดรัฐธรรมนูญจ้า

จาก: แก่ก็ได้
วันที่: 12/04/50 - 18:35 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 302
ลงชื่อ ๑ เสียงครับ

จาก: ชลธิศ บุษบงก์
วันที่: 12/04/50 - 18:39 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 303
ใช่ ทำไมไม่จัดเรทหนัง ว่า เด็กอายุเท่าไรสามารถเข้าโรงหนังดูหนังเรื่องใดได้บ้างเหมือนต่างประเทศ กำหนดกันไปเลย ไม่ใช่มาแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ โดยการกำจัดสิทธิ์ไม่ให้คนทั้งประเทศดูหนังเรื่องนี้ ผมว่าคราวนี้กองเซ็นเซอร์ทำเกินกว่าเหตุ ภาพยนตร์มันเป็นงานศิลปะ ถ้าทำการอย่างนี้ วงการภาพยนตร์ไทยก็คงไม่เจริญ ส่วนวงการเทปผีซีดีเถื่อนก็คงเจริญรุ่งเรืองแทน

เพราะฉะนั้นผมขอเป็นอีกหนึ่งเสียงครับ

จาก: MPV
วันที่: 12/04/50 - 18:42 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 304
ลงชื่อด้วยอีกคนครับ

รำคาญการเซ็นเซอร์บ้านเรามากๆๆๆ

จัดเรทน่าจะดีกว่านะครับ

จาก: Art
วันที่: 12/04/50 - 18:44 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 305
ขอร่วมลงชื่ออีกคนครับ น่าจะมีมาตรฐาน หรือจัดเรทก็ได้ จะได้มีผลในระยะยาวต่อไป....

จาก: chris
วันที่: 12/04/50 - 18:51 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 306
การจัดเรทไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุครับ ผมว่าตัวหนังมันจัดเรทคนดูของมันเองอยู่แล้วครับ ผมไม่เชื่อว่าจะมีเด็กคนไหนรบเร้าพ่อแม่ไปดูหนังเรื่องนี้ หรือแม้แต่พ่อแม่ก็คงไม่พาลูกไปดูหนังเรื่องนี้ เอาจริง พ่อแม่เองยังไม่อยากไปดูเลย คงไม่อยากเสียเงินไปหลับ
ผมว่าพวกคนที่จะยอมมาเสียเงินดูหนังเรื่องนี้ต้องเป็นคนที่มีหัวคิดหน่ะครับ เขารู้และเข้าใจว่ามันคืออะไร พวกไม่เสียเงินก็เข้าใจอยู่แล้วว่าทำไมเขาไม่ยอมเสียเงินให้กับหนังเรื่องนี้ มันมีคำตอบอยู่แล้วครับ
พอถึงตอนนี้ มันไม่ใช่ว่าจะมีใครมากำหนดว่าเด็กควรดูอะไร หรือไม่ควรดูอะไร แต่นี่มันกลับหมายถึงว่าคนทุกเพศทุกวัยในประเทศนี้ไม่ควรดูอะไรบ้าง ผู้ใหญ่ไม่ได้โง่ ผมไม่เชื่อว่าเราหาเรื่องอย่างนี้ในหนังไม่ได้ ผมอาจจะไปเอาเวอร์ชั่นเต็ม ๆ ของหนังเรื่องสามร้อย มาจากอเมริกาแล้วกลับมาบ้านเปิดให้เด็กที่บ้านดู คณกอบกวอสิบเอ็ดท่านมันจะรู้ไหม มันจะมาบ้านผมเนเซอร์ไหม แล้วมันจะมาเพื่ออะไร

จาก: เหวิน
วันที่: 12/04/50 - 18:53 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 307
ขอเป็นอีกหนึ่งเสียงครับ ไม่รู้มันจะเซ็นเซอร์อะไรกันนักหนา คนกลุ่มเดียวทำคนดูหนังเสียอารมณ์กันทันประเทศ เซ็งจิตครับ

จาก: โชคชัย นำทิพย์
วันที่: 12/04/50 - 18:59 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 308
เป็นหมอครับ
ไม่เห็นด้วยครับ
แต่ใจเย็นๆกันหน่อยครับ

จาก: ทศพล เจียมตน
วันที่: 12/04/50 - 19:29 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 309
กองเซนเซอร์ทำงานกัน ไม่ค่อยใช้หัวใจเน้อ
ใช้แต่สมอง แล้วก็เป็นสมองเสื่อม ๆ ซั่ว ๆ ซะด้วย

คือดิชั้นไม่พอใจมาตรฐานการทำงานขององค์กรนี้มาพักใหญ่แล้ว
องค์กรที่ชอบทำเหมือน "คนดูหนัง" เป็นคนโง่

ดิชั้นคิดว่า คนในวงการภาพยนตร์ และคนรักหนังกลุ่มต่าง ๆ
น่าจะนำเสนอเรื่องพวกนี้กัน ...จะใส่กฏหมายใหม่ รัฐธรรมนูญใหม่แล้ว
ก็ยื่นเสนอกันเลยซิคะ ดิชั้นเชียร์และจะให้ความร่วมมือด้วยเป็นอย่างมาก

มันไม่มีมาตรฐานอะไรเลย มันเป็นเรื่องโง่งี่เง่าจิง ๆ ค่ะ
อยากชี้หน้าด่าแต่คงไม่สุภาพ ดิชั้นแค่อยากให้....จัดรง จัดเรท
หรือจำกัดโรงฉาย หรือวิธีอื่นที่ดีกว่านี้
(ดิชั้นไม่ค่อยทราบขั้นตอน แต่เป็นคนที่รักการดูหนังมาก ๆ)

เฮ่อ...หนังเค้าดีขนาดนนั้น ใช้ทุนสร้างจากต่างประเทศ เหล่า กองเซ็นเซอร์หรือคนไทยที่แอนตี้ทั้งหลาย ก็น่าจะอายแล้วนะคะ

แล้วนี่...ไม่ให้คนไทยได้ดูอีก โอยยย ไม่รู้จะพูดไรแล้วค่ะ

ps. ขอโทดนะคะ ดิชั้นขัด feel มาหลายครั้งแล้วล่ะ กะอีกองเซ็นเซอร์เนี่ย (ล่าสุดก็ที่เซนเซอร์เรื่อง 300)

*ล่ารายชื่อ แล้วจัดตั้งองค์กรที่ได้มาตรฐานกว่านี้เลยค่ะ
ดิชั้นว่า ได้เกิน 1 แสนรายชื่อ ชัวร์ค่ะ

จาก: DiaNa
วันที่: 12/04/50 - 19:37 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 310
อีกหนึ่งเสียง

จาก: เซอร์
วันที่: 12/04/50 - 19:41 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 311
กองเซ็นเซอร์ครับถ้าทำได้แค่เนี่ยยุบเถอะครับ

จาก: ผมเอง
วันที่: 12/04/50 - 19:53 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 312
ไม่ทราบว่ากองเซ็นเซอร์ทำเพราะห่วงภาพลักษณ์ของ''สถาบัน''บางสถาบันหรืออย่างไร ถึงได้พยายามปิดบัง'ความจริง' บางอย่างของสถาบันบางสถาบัน ผ่านการหั่นภาพยนตร์ ที่เพียงเสนอบางสิ่งผ่านมุมมองของคนสร้าง

ไม่ทราบว่ากองเซ็นเซอร์รู้หรือไม่ว่า ระดับความคิด สติปัญญาของคนทั้งประเทศน่ะค่ะ ต่างชาติเขามองว่า มันดูได้จากปฏิกริยาต่อเรื่องบางเรื่องของคนในสังคมโดยเฉพาะการเซ็นเซอร์ ยิ่งคุณพยายามปิดบัง การเสนอความคิด การแสดงงานศิลปะของศิลปินเท่าไหร่ นั่นแหละค่ะ คนเขาจะมองว่าคุณช่างไร้สติปัญญา และนั่นรวมถึง''ภาพลักษณ์''ของคนทั้งชาติ ในสายตาคนต่างชาติ เหมือนที่พวกเราหลายคน ณ ที่นี้ กำลังขบขัน โกรธเคืองในความด้อยสติปัญญา ที่แสดงออกมาด้วยการตัดฉากที่แสดงภาพที่เกิดขึ้นในสังคมจริงๆ ใครๆก็เคยเห็น และก็ไม่ได้เป็นพิษเป็นภัยกับใคร นอกไปจากพวกไร้วิจารณญานขั้นบัวใต้ดิน [ที่ก็ไม่น่าจะโผล่มาในโรงหนังที่ฉายหนังของเจ้ยได้] และพวกมือถือสากปากถือศีล ทีดิ้นทุรนทุรายพยายามจะปกป้องภาพลักษณ์ของสถาบันที่ตนพึ่งใบบุญอยู่จนตัวสั่น

ลงชื่อคัดค้านการกระทำอันไร้สติปัญญาที่มีแต่จะทำให้คนข้างนอกเขามองว่าคนในชาตินี้ไร้สติปัญญาตามพวกคุณไปด้วย



จาก: mil
วันที่: 12/04/50 - 20:12 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 313
ไมได้ดั่งใจตัวเองก็เอาแต่ด่า ด่า ด่า
มีอะไรที่สร้างสรรค์กว่าการก่นด่าอีกมั๊ย เสนอแนวทางมาทำกันเถอะ

จาก: เต้ย
วันที่: 12/04/50 - 20:14 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 314
ร่วมลงชื่อด้วยคนครับ
จะพยายามทุก ๆ ทางให้วงการภาพยนตร์บ้านเราพัฒนาขึ้นครับ
แต่คงต้องร่วมมือกันหลายฝ่ายและยอมรับความจริงกันให้ได้ครับ
ทำให้คนในสาขาอาชีพต่าง ๆ เข้าใจว่าหนังก็คือหนังและต้องยอมรับความจริงกันซักที
ว่าในทุกสาขาอาชีพมีทั้งคนดีและคนเลวปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้คือ
การแยกแยะกันไม่ออกครับ ว่าหนังคือหนัง
เวลายื่นเรื่อง เซ็นเซอร์ทีนึง ก็จะมีตัวแทนจากสาขาอาชีพต่าง ๆ ที่ปรากฎในหนังเข้ามานั่ง
เป็นกรรมการแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไรครับ ถ้าตัวเลวในเรื่องมีอาชีพเป็นอะไรตัวแทนของ
อาชีพนั้นก็จะไม่ยอมให้หนังผ่านครับ จะบอกว่าทำให้อาชีพเค้าเสื่อมเสียครับเช่น หรือแม้กระทั่ง
สถาบัน หรือบางครั้งก็ เป็นอำเภอ ชุมชน คือเอาเป็นว่า ถ้าตัวละครในเรื่องที่เป็นตัวเลว มีอะไรเกี่ยวข้อง
กับตนเองนี่ไม่ยอมเลยครับ แยกไม่ออกว่าความดีความเลว เป็นเรื่องของตัวบุคคล ไม่เกี่ยวกับสาขาอาชีพ
ถิ่นที่อยู่ใด ๆ เลย และที่สำคัญเป็นหนังด้วยครับ ผมว่าข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ ยังจะทำให้เสื่อมเสียมากกว่าอีก
หน้าหนังสือพิมพ์พูดทีพูดทั้งอาชีพเลย ตำรวจโหด พระวัดดังฉาว นักเรียนจังหวัด.... ไม่ไปฟ้องหนังสือพิมพ์กันละครับ



จาก: abatiser
วันที่: 12/04/50 - 20:26 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 315
I would like to see full version of this movie

http://www.silomstreet.com

จาก: :-)
วันที่: 12/04/50 - 20:27 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 316
ทำไมถึงจำกัดการสร้างหนังของคนไทยนักล่ะ ถึงเขาจะไม่ฉายเมืองไทย ก็ยังห้ามส่งออกอีกด้วย
ในขณะที่ต่างประเทศสร้างหนังอะไร พี่ไทยนำเข้ามาตลอด

จาก: ?
วันที่: 12/04/50 - 20:29 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 317
เสียดายเงินที่ผมอาบเหงื่อต่างน้ำ มาเสียภาษีให้เป็นเงินเดือนให้แก่กองเซ็นเซอร์ ผู้ซึ่งริดรอนสิทธิและเสรีภาพแม้กระทั่งศิลปะ


ผมควรจะบอกแก่สื่อต่างประเทศไหมว่า ภาพยนต์ที่คุณกำลังยกย่องเชิดชู ถูกปิดกั้นโดยประเทศแม่ของเขาเอง

จาก: Macatre
วันที่: 12/04/50 - 20:32 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 318
จริงๆผมก็ไม่ใช่แฟนหนังของคุณเจ้ยแต่เรื่องมาตรฐานเซนเซอร์นี่ทำให้
ประเทศชาติดูด้อยพัฒนาทั้งด้านการศึกษาและรสนิยม

จาก: บากะ
วันที่: 12/04/50 - 20:46 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 319
หลังจากอารมณ์ของตัวเองเริ่มเย็นลงบ้างแล้ว ก็เริ่มได้คิดว่าถ้าหากสามารถเปลี่ยนให้มีการจัดเรทหนังได้จริงๆก็ดีเหมือนกัน เพื่อที่ปัญหาแบบนี้จะได้ไม่เกิดขึ้นอีก

อย่างที่ ULRIKE MEINHOF (ผู้ก่อการร้ายหญิงชื่อดัง) พูดไว้

Protest is when I say this does not please me.

Resistance is when I ensure what does not please me occurs no more

รู้สึกว่าตอนแรกตัวเองได้แค่ PROTEST ด้วยการประณามกองเซ็นเซอร์ แต่บางทีนี่อาจจะเป็นเวลาสำหรับ RESISTANCE แล้ว และหวังว่าการมีระบบเรทหนังน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด

ถ้าหากกลัวยุ่งยาก ในขั้นเริ่มแรก จัดให้มีแค่สองเรทก็ยังดี นั่นก็คือเรทหนังทั่วไป กับเรทหนังสำหรับผู้ชมที่มีอายุสูงกว่า 20 ปี โดยภาพยนตร์เรื่องแรกที่ควรได้รับเกียรติให้ฉายในไทยโดยไม่ตัดทอนสำหรับผู้ชมอายุ 20+ ก็คือ ANATOMY OF HELL


จาก: MdS
วันที่: 12/04/50 - 20:51 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 320
หอก เอ๊ย พวกกองเซ้นเซไม่ได้สร้างหนัง จะรุถึงความลำบากที่เขาถ่ายทำ ได้ไง อยุ่ดีๆๆก็มายึดไป งี้มันน่า อัดสักทัก ทำงี้ไม่ถูกผมก็เห็นเช่นเดียวกันกับท่านอื่นๆๆอะไรคือมาตราฐานของคุณละ กองเซ็น ถ้าจะเซ็นเซอนะ ผมว่าคุณเอาเวลาไปไล่จับหนังสือโป๊ ซีดีโดก่าผลงานดีกว่าเยอะนี่สิ อันตรายต่อเยาวชนเยอะ

จาก soulfly



จาก: เสียงของเด็กในสังคม
วันที่: 12/04/50 - 20:51 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 321



แค่เนี้ยต้องตัด

จาก: ไรว้า
วันที่: 12/04/50 - 21:00 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 322



หมอไม่กินเหล้าหรือไง

จาก: ไรว้า
วันที่: 12/04/50 - 21:02 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 323
รู้สึกเห็นใจทีมงานผู้สร้างภาพยนตร์เรื่องนี้จริงๆค่ะ ส่วนกองเซ็นเซอร์ หรือหน่วยงานใดก็ตามที่เกี่ยวข้อง เราไม่ได้เสยภาษีมาจ้างให้พวกคุณคิดแทนเรานะคะ

จาก: Felisha
วันที่: 12/04/50 - 21:03 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 324



หมอก็คน บางครั้งเป้ามันก็ต้องตุงบ้างแหละ

จาก: ไรว้า
วันที่: 12/04/50 - 21:04 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 325



พระยังไม่ใช่อรหันต์นี่นะ

จาก: ไรว้า
วันที่: 12/04/50 - 21:06 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 326



ชี้อะไร อ๋อ ชี้ไอ้นี่ มันร้ายแรงมากนักเหรอ

จาก: ไรว้า
วันที่: 12/04/50 - 21:08 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 327
ร่วมด้วยช่วยลงชื่อ



จาก: กิตติพงษ์ แซ่ลิ้ม
วันที่: 12/04/50 - 21:11 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 328

คิดว่าหนังที่คุณเห็น1นาทีนั้น
ทำกันออกมาง่ายๆรึไง
ถึงจะไปทำลายฟิล์มของคนอื่น


จาก: BITCH
วันที่: 12/04/50 - 21:21 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 329
ทำไมไม่ไปเซนเซอร์ เหล้า บุหรี่ ที่มีคนทั้งกินทั้งสูบอยู่ทั่วบ้านทั่วเมือง เด็กเดินผ่านเห็นง่ายกว่าที่เด็กจะมาเจอในหนังซะอีกบางบ้านเด็กนั่งอยู่กับพ่อในวงเหล้าก็มี ส่วนฉากโป๊วาบหวาม แล้วตามร้านหนังสือทั่วไปละครับ ที่วางขายนิตยสารสำหรับท่านชายวางกันเกลื่อนเด็กเดินผ่านก็เห็นแล้วไม่ต้องมานั่งรอดูในแผ่นหนังหรอก

เลิกทำลายศิลปะซะทีเถอะครับ ผมขอร้อง

จาก: เซนเซอร์
วันที่: 12/04/50 - 21:23 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 330
สวัสดีทุกท่าน ใครไม่ว่างไม่ต้องอ่านข้อความผมก็ได้บ่นยาวหน่อย เก็บกดเหลือเกิน

ขอแนะนำตัวเองก่อนนะครับ ผมเพิ่งได้มีโอกาสเข้ามาสัมผัสวงการภาพยนตร์ก็เพราะเรื่องนี้และความกรุณาของพี่เจ้ย อาจยังไม่รู้ตื้นลึกหนาบางมากนัก แสดงความเห็นอะไรคลาดเคลื่อนไปก็แนะนำด้วยนะครับ

คือผมดูรูปการณ์แล้วเดาได้ไม่ยากเลยว่า คณะกรรมการที่มาเซ็นต์เซอร์หนังเรื่องนี้จริงๆแล้วคงอยากทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เค้าอาจไม่รู้จักหนังแนวนี้หรือตัวพี่เจ้ยเองด้วยซ้ำไป แต่แค่ว่าเออเค้าส่งมาตรวจหนังก็ตรวจไป โดยไม่ได้มีความรู้ ไม่เคยดูหนังเรื่องอื่นๆ ที่ตรวจผ่านด้วยซ้ำมั้ง แล้วจริงๆไม่รู้ว่าเป็นคนสูงอายุ หรือ วัยรุ่น หรือเด็กเมื่อวานซืนด้วยหรือเปล่าก็ไม่รู้

เอาเป็นว่า แทนที่พวกเราจะมานั่งบ่นนั่งด่า ผมว่าถึงเวลาที่เราน่าจะทำอะไรที่มันไม่ได้เรื่องได้ราวกับบ้านเราให้มันได้เรื่องได้ราวซะทีดีมะ เพราะว่ากว่าจะรอให้พวกที่เราไม่ชอบแก่ตายไป คงรอกันไม่ไหว

เสวนาเหมือนกัน จัดไปก็เท่านั้น เพราะพวกกองเซ็นต์เซอร์คงไม่มาดูมาสนเพราะหมดหน้าที่เค้าไปแล้ว

ผมว่าสิ่งที่เราน่าจะทำคือร้องเรียนนายกไปเลย ให้ตั้งคณะกรรมการโดยให้มีคนทำหนังอยู่ด้วยอย่างน้อยกึ่งหนึ่ง ไม่ใช่เอาใครก็ไม่รู้มาตรวจหนังเรา ผมผิดหวังนะถ้ารู้ว่า มีอาจารย์มหาลัยที่สอนคนทำหนังมาตรวจ แล้วผลตรวจเป็นแบบนี้ ไม่รู้ว่าเค้าเรียนทำหนังตะลุง หรือหนังทำกระเป๋า มาหรือไร ถึงดูอะไรไม่ออก ขอบ่นแทรกเรื่องหน่อยแล้วกัน

หรือถ้าเป็นอย่างที่ว่าจริงว่า รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะออกมาว่า หนังเป็นสื่ออย่างหนึ่ง รัฐก้าวก่ายหรือเซ็นต์เซอร์ไม่ได้ อันนี้ เราบ่นไปหรือทำเสวนาไป ก็ไม่มีประโยชน์ หรือจัดเสวนามาผมว่า เราจะยิ่งของขึ้นไปกันใหญ่ ยิ่งถ้าผมไปด้วยผมว่าผมได้พายกพวกประท้วงแน่นอน เพราะนิสัยเป็นคนไม่ยอมใคร ยิ่งเรื่องงี่เง่าแบบนี้นะ ของมันขึ้น

ถ้าผมเป็นพี่เจ้ยนะ แล้วพวกนี้ไม่คืนหนังนะ ผมฟ้องตำรวจเลย ของของเราไม่มีสิทธิยึด แต่พวกตรวจก็ดันอยู่ในส่วนของตำรวจอีก ฟ้องกฤษฏีกาได้มะ ถ้าได้น่าฟ้องนะ

ตอนนี้ก็ได้แต่รอนะ ถ้าพี่เจ้ยเอ่ยปากแค่คำเดียว ผมลุยเองได้ ในนามของนักแสดงและผู้ชม ดูสิว่าจะโค่นระบบนี้ได้มะ อยากรู้เหมือนกัน

คุยดีๆ ไม่รู้เรื่องเราก็คงต้องใช้วิธีของเรา ผมว่า พวกเราคนทำหนังยอมเค้ามามากพอแล้วนะ เราควรสู้เพื่อตัวเราเองบ้าง ไม่งั้นเราก็จะมาปวดหัวอย่างนี้ทุกครั้งที่หนังเราตรวจไม่ผ่าน ถ้าเค้ามีกฏเกณฑ์ที่ชัดเจนพวกเราคงไม่มาบ่นหรอก แต่นี่ หน่วยงานที่ดูแลพวกเรามีเจ้าหน้าที่เป็นระบบเป็นเรื่องเป็นราวหรือเปล่าก็ไม่รู้ หรือแค่งานฝากที่ไม่มีใครอยากทำ งานที่ตรวจออกมาเลยเป็นแบบนี้

ยังไงอยากให้ทุกคนที่ไม่พอใจกับเรื่องนี้และต้องการช่วยให้มันเป็นดั่งใจ เตรียมตัวไว้เพื่อพวกเราจะทำอะไรที่ดีกว่า นั่งบ่น และให้เค้ากดหัวอยู่อย่างนี้ ประเทศไทย ยังมีระบบเผด็จการครอบงำอยู่อีกหลายหน่วยงาน แต่งานนี้ต้องไม่ใช่งานหนังของพวกเราก็แล้วกัน

ยังไงวันเสวนาโทรบอกกันด้วยนะครับผมไปแน่นอน แล้วเราไปก่อม๊อบกันต่อ

see you

จาก: จารุชัย เอี่ยมอร่าม (หมอหน่อง)
วันที่: 12/04/50 - 21:25 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 331
ขอต่ออีกหน่อย

พี่เจ้ยรู้จักฝรั่งเยอะ ผมอยากให้พี่สู้เพื่อน้องๆ กับคนไทยด้วยนะครับ ถ้าพี่ยอมเค้า พี่ช่วยเรื่องข้อมูลก็ได้นะครับ

ผมว่าเราฟ้อง UN น่าจะได้นะครับ คนไทยถูกละเมิดสิทธิอย่างแรง ถึงแม้การแจ้ง UN จะเป็นผลหรือไม่ก็ตาม อย่างน้อยวันฟ้อง วันยื่นหนังสือ มีสื่อจากต่างประเทศมาทำข่าว ผมว่าผู้ใหญ่ที่มองข้ามเรื่องหนังไป อาจต้องกลับมาคิดกันใหม่

ผมเห็นมี นสพ.ต่างประเทศชมหนังพี่เจ้ยหลายฉบับ เราขอให้เค้าช่วยเรื่องนี้น่าจะได้นะครับ

ผมไม่รู้ที่ผ่านมาเราสู้กันแค่ไหน ถ้าผมเข้าใจผิดไปขออภัยด้วยนะครับ ความรู้เรื่องนี้ผมแค่หางอึ่งจริงๆ

ผมอยากให้เราทำการตอบโต้เรื่องนี้อย่างแรงที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ อยากให้เป็นสงครามของคนฉลาด เราชนะแน่นอน ผมอาสาเป็นหัวแรงให้อีกคน

จาก: จารุชัย เอี่ยมอร่าม
วันที่: 12/04/50 - 21:31 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 332
... ลงชื่ออีก 1 คนคะ



จาก: พรวรินทร์
วันที่: 12/04/50 - 21:36 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 333
ผมคิดว่าถ้าจะเซ็นเซอร์ก็ควรจะมีศิลปะกว่านี้ การใช้เรตติ้งก็เป็นการเซ็นเซอร์อย่างหนึ่งแล้ว
ประกอบกับการจำกัดโรงฉายหนังอีก
หรือจะใช้การขึ้นคำเตือนก่อนก็ได้
แต่การตัดหนังนี้มันก็เกินไป

แล้วตัวคุณเองเคยโดนตัดเงินเดือนบ้างมั้ย
แต่ผมก็ไม่ทราบว่าสี่ฉากนั้นมันมีแง่คิดอะไรแฝงอยู่บ้างเพราะยังไม่เคยดูหนังนิ
และผมก็ยังไม่เข้าใจเรื่องสุดเสน่ห์หา แต่ก็เชื่อใจผู้กำกับ ดูได้จากรางวัลได้
สุดท้ายก็ขอลงเสียงด้วยอีกหนึ่งเสียงนะครับ

จาก: วิญญู เมตตานันท
วันที่: 12/04/50 - 21:44 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 334
ร่วมด้วยครับ

อับอายขายขี้หน้าจริงๆมีผู้ใหญ่ปกครองบ้านเมืองแบบนี้

จาก: จิรัฏฐ์ เฉลิมแสนยากร
วันที่: 12/04/50 - 21:52 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 335
ร่วมลงชื่อไม่เห็นด้วยกับการเซ็นเซอร์
และรับไม่ได้อย่างยิ่งกับการที่จะไม่คืนฟิล์ม

ถ้าศิลปะไม่ใช่ของทุกคน ก็คืนเค้าไปเถอะ

จาก: ธารางกูร วันอุ่น
วันที่: 12/04/50 - 21:54 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 336
ผมว่าผมเข้าใจเรื่องสุดเสน่หานะคุณวิญญู แต่แบบคนดูหนังตลาดๆ
เพราะภาพที่เห็นในหนัง ผมก็เคยทำ คนรอบตัวผมก็เคยทำ
อย่างการอ้างเหตุลางานดื้อๆ แล้วไปหาแฟน ไปเที่ยวกับแฟน
นินทาคนลับหลัง พอต่อหน้าก็ยิ้มแย้ม เฮฮาปาร์ตี้ (ที่พี่อรโดนนางเอกนินทา)
คนงานที่ผมทำงานด้วย ก็เก่งแบบในหนัง ขี่มอเตอร์ไซค์ ขับรถก็เป็น แต่งี่เง่ากับสูตรครีมทาผิวแบบโง่ๆ แบบนั้นเหมือนกัน
และอีกสารพัด แค่ครั้งแรกที่ดู ผมก็ชอบเลยหนังเรื่องนี้
ผมตีความอะไรไม่เป็นหรอก แต่ผมดูแล้ว ผมเลยเข้าถึงสัจธรรมว่า
คนไทยส่วนใหญ่ของประเทศ มีพฤติกรรมแบบตัวละครในหนังแบบนี้จริงๆ
มิน่า เมืองไทยถึงไม่เจริญอย่างญี่ปุ่น แล้วเหตุการณ์บ้านเมืองขณะนี้ ก็เพราะคนไทยเป็นแบบในหนังีนี่แหละ พี่เจ้ยทำหนังเก่ง ดูแล้วได้คิด
ขอสนับสนุนหนังดีๆแบบนี้ และไม่เห็นด้วยกับการเซ็นเซอร์

จาก: นันทวัฒน์
วันที่: 12/04/50 - 21:58 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 337
ปวดหัวเพคะ เสด็จพี่เจ้ย

น้องอยากดูจริงๆเลยล่ะ
ดังสวรรค์แกล้งให้ทรมาน

โถ แม่คุณ ไม่น่าทำกันอย่างนี้เลย

แล้วชาวไทจะเหลือมหรสพใดไว้ให้เชยชม
ได้โปรดกลับมาเถิด ที่รัก

จาก: เข้
วันที่: 12/04/50 - 21:59 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 338
ร่วมลงชื่อด้วยคนค่ะ ดูถูกสติปัญญาคนดูจริง ๆ

จาก: Jeenina
วันที่: 12/04/50 - 22:00 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 339
มาร่วมลงชื่อเช่นกันค่ะ ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งเลย

ยังไงเรื่องนี้ก็เป็น 1 ใน หนังที่เราอยากดูมากที่สุดในปีนี้

จาก: Cheriez
วันที่: 12/04/50 - 22:07 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 340
ร่วมลงชื่อด้วยครับ .

จาก: สมจุ้ย
วันที่: 12/04/50 - 22:09 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 341
คนไทยอยากดูหนังไทยดีๆ
แต่ไม่มีโอกาสได้ดู

ทีหนังเรทR ปล่อยเด็กเข้าไปดูหน้าตาเฉย

เพี้ยน

จาก: avozart
วันที่: 12/04/50 - 22:15 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 342
ขอพูดตามตรง เพิ่งรู้จักหนังเรื่องนี้เมื่อสิบนาทีที่แล้ว อ่านเรื่องย่อ อ่านบทความต่างๆที่อยู่ในเวบนี้แล้ว พบว่า กองเซ็นฯ ยังโง่อยู่

สำหรับหนังเร่องนี้ผมไม่พูดมากนะครับ เพราะเพิ่งรู้จักมันได้แค่สิบนาที แต่ผมเซ็งกองเซ็นฯมานานแล้ว พวกเขาคงไม่เคยพัฒนาตัวเองไปกับโลกนะครับ เลยคิดว่าคนดูเดี๋ยวนี้โง อันที่จริงเขา...กว่าเราเยอะ

ผมขอลงชื่ออีกคน ถ้ากองเซ็นฯมีปัญหา ผมก็อยากจะคุยกับเขาตัวๆเหมือนกัน เซ็นไปได้กับหนังมากมาย เอานักสืบจิ๋วโคนันภาคสิบของเขาแบบไม่เซ็นคืนมานะ

จาก: ปวีณ พีชวณิชย์
วันที่: 12/04/50 - 22:16 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 343
มาๆ ขอลงชื่อด้วยคน

พี่เจ้ย สู้ๆๆๆ

ศึกไหม!!!

จาก: ธัชพล สุวรรณพินิจ (ห้าจิก)
วันที่: 12/04/50 - 22:30 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 344
ขอลงชื่อด้วยคน ทำไมประเทศอื่นเขาจัดเรตกันได้ แล้วทำไมประเทศไทยทำไม่ได้ หรือว่ากองเซ็นเซอร์ ไม่มีปัญญาทำ

ถ้าไม่มีปัญญาทำ ก็ลาออกไปเถอะ

จาก: อลงกต แก้วขาว
วันที่: 12/04/50 - 22:38 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 345
หนังเรื่องอื่นโป๊ตั้งมากมาย

เมกันพายผมไม่เห็นมันจะตัดเลย

หนังไทยเรื่องๆมีฉากอย่างว่าก็รอดมาได้

ปล.กองเซ็นทำตัวยังกะไม่เคยดูหนังโป๊

จาก: ศักดิ์รพี รินสาร
วันที่: 12/04/50 - 22:40 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 346
น่าเสียใจมากๆ
รู้ข่าวแล้วตกใจมาก
ก่อนหน้านี้ก็รู้สึกว่ากองเซนเซอร์ไม่มีมาตรฐานอยู่แล้ว
อยากรู้มากว่าใครเป็นใครในกองเซนเซอร์บ้าง
มีชื่อเสียงเรียงนามใด
มีวุฒิการศึกษาระดับใด
ทำงานทำการอะไรกันมาบ้าง
ทำไมถึงทำงานกันแบบนี้
แย่ โมโห โกรธจริงๆ

จาก: พีรพัฒน์ กิตติสุวัฒน์
วันที่: 12/04/50 - 22:43 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 347
ลงชื่อครับ เซ็งจริงๆ หนังไทย จะไม่ได้ดูที่เมืองไทย

จาก: Poom
วันที่: 12/04/50 - 22:49 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 348
เพิ่งเปิด Movie Time
เขาบอก แสงศตวรรษ ติดเรต PG-13

ดูมันทำกับหนังเรต PG-13 ซิ!!

จาก: nanoguy
วันที่: 12/04/50 - 22:52 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 349
นี่ถ้าจะประท้วงกันบอกด้วยนะ
จะไปเดี๋ยวนี้เลย
เดือดดดดด

จาก: พีรพัฒน์ กิตติสุวัฒน์
วันที่: 12/04/50 - 22:55 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 350
กองเซนเซอร์ ทุเรศสิ้นดี เลยต้องมาลงชื่ออีกเสียง พี่เจ้ยสู้ๆ เอาต้นฉบับคืนมา เซนเซอร์ออกไป๊....

จาก: ชาครี ดวงเก้า (เก่ง)
วันที่: 12/04/50 - 22:56 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 351
ขอลงชื่อด้วยคน
เราไม่เห็นด้วยโคตรๆ ในเรื่องเซนเซอร์หมอกับพระ

การเซ็นเซอร์คืออะไร? การแสดงสื่อในด้านที่เหมาะสม
หรือการปิดบังความเป็นจริงเลวๆไว้แล้วนำเสนอแต่ด้านดีๆ?
อย่างนั้นเหรอเนี่ย!!!
ถ้าอย่างงั้นแล้ว ภาพยนตร์จะให้คุณค่าอะไรกับเราหละ
กรุณาอย่าทำลายศิลปะ และอุดมการณ์ของคนอื่นเลย
การกระทำของกองเซ็นเซอร์ มันไม่ต่างจากการเผด็จการเลยจริงๆ
จริงๆ!!!!

หนัง
มันก็เหมือนภาพวาด ที่แสดงความโหดร้ายของสงคราม
แสดงด้านมืดภายในจิตใจของมนุษย์
การที่คุณต่อต้านสิ่งนั้น
มันเหมือนกับยอมรับไม่ได้ว่ามนุษย์ทุกคนมีความชั่วในใจ
และโลกนี้ถ้าเป็นอย่างนั้น
มันจะมีแต่การตอแหล ใส่หน้ากาก
และไม่มีใครคิดที่จะแก้ไขความเสื่อมโทรมนั้น
เข้าใจมั้ย? ศิลปะมันเกิดจากการพบเจอสิ่งภายนอก
ที่มันเลว หรือ ดี แล้วเกิดความสะเทือนใจ เกิดแรงบันดาลใจ
แสดงออกมาเป็นงานศิลปะให้คนอื่นได้เกิดความรู้สึก
เกิดความสะเทือนใจ ถ้าไม่มีศิลปะ คนมันก็ไม่ได้สัมผัสตรงนั้น
มันก็ไมรู้สึกรู้สาอะไร
กูอยู่ของกูไปวันๆ โดยที่ไม่รู้ว่าสังคมมันเลวลง เลวลง จากภายใน

อยากให้ยอมรับตรงนี้ แล้วร่วมกันแก้ไขมากกว่าที่จะเสียเวลากับการ
พยายามปิดบังมัน

ถ้าทุกประเทศในโลกเป็นแบบนี้ สังคมมันคงไม่เจริญหรอก
เพราะปชชก็จะไม่ได้รับรู้อะไรเลย

ปล.. ชอบพี่เจ้ยจัง :) เปนเราต้องเสียใจมากแน่ๆอ่ะ
งานได้แสดงทั่วโลก แต่ประเทศตัวเองไม่ได้แสดง





จาก: earth :(
วันที่: 12/04/50 - 22:58 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 352









ไม่เห็นด้วย!

















ซัดกันไปแต่ละคน

จาก: ยุทธเลิศ สิปปภาค
วันที่: 12/04/50 - 23:07 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 353
ผมเกลียดการเซ็นเซอร์ของประเทศไทยที่สุด

จาก: blackeden
วันที่: 12/04/50 - 23:10 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 354
ลงชื่อด้วยคนครับ

จาก: ภวินท์ แสงสุวรรณ
วันที่: 12/04/50 - 23:11 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 355









ร่วมลงนามไม่เห็นด้วย

(เหตุผลมีหมดแล้วข้างบน)



















จาก: ยุทธเลิศ สิปปภาค
วันที่: 12/04/50 - 23:11 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 356
..ผมไม่ค่อยต่อต้านนะเวลาคนไทยถ่ายทอดเรื่องของเราไทยๆออกไป ไม่ว่าด้านดีหรือด้านไม่ดี ดีกว่าเวลาต่างชาติบางคนด่าเราหรือชมเรานะ เพราะคนไทยย่อมรู้จักอะไรที่เป็นไทยๆกันดี

จาก: twainsundae
วันที่: 12/04/50 - 23:13 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 357
ความคิดตีบแคบ ไม่เปิดกว้าง
ไม่มีมาตรฐาน คิดว่าคงเป็นศูยน์รวมของ
สมาคมแก่ขวางโลก

คิดว่ารู้ดีแล้วแต่จริงๆโลกกระทัดแคบ
จึงเห็นสิ่งเล้กน้อยธรรมดาโลกเป็นเรื่องใหญ่

น่าจะมองความจริงปัจจุบันบ้าง

จาก: Crossbone
วันที่: 12/04/50 - 23:17 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 358
ร่วมลงชื่ออีก 1 เสียงค่ะ

จาก: ปุยฝ้าย คิดเองเป็น
วันที่: 12/04/50 - 23:19 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 359
ลงชื่อด้วย

จาก: ทศพร โขมพัตร
วันที่: 12/04/50 - 23:21 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 360
ร่วมลงชื่อ ไม่เห็นด้วย กับการเซ็นเซอร์แสงศตวรรษครับ

และขอร่วมลงชื่อ สนับสนุน เซ็นเซอร์ความคิดของกองเซ็นเซอร์และผู้ร่วมขบวนการครับ

จาก: ninecatz
วันที่: 12/04/50 - 23:24 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 361
1 เสียงค่ะ

จาก: วี ปัญญาชน คนมีสมอง
วันที่: 12/04/50 - 23:26 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 362
มันคิดว่ามันเป็นใคร ไอ้กองกะโหลก พวกนี้ "เทวดา" เรอะ นึกคำด่าไม่ออกเลยฟระ - -"

จาก: หมูคุง
วันที่: 12/04/50 - 23:36 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 363
ร่วมลงชื่อครับ
ถ้าจะให้ทำอะไรมากกว่านี้ขอให้บอก

จาก: วิชญ์ พิมพ์กาญจนพงศ์
วันที่: 12/04/50 - 23:42 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 364
ลงชื่อครับ

จาก: นราสิทธิ์ เสนาจันทร์
วันที่: 12/04/50 - 23:47 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 365
ร่วมลงชื่อค่ะ
วงการหนังไทยไปไม่ได้ไกล
เพราะความคิดแค่คนกลุ่มเดียว

จาก: ทานตะวัน
วันที่: 12/04/50 - 23:49 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 366
สิ่งที่กองเซนเซอร์ของไทยชอบทำ:
-เบลอขวดเหล้า เพราะกลัวเด็กมันซดเหล้าตาม
-เบลอปากกะบอกปืน (กระทั่งในการ์ตูน)
-เบลอคนสูบบุหรี่ เพราะกลัวเด็กมันดูดเลียนแบบ
-เบลอชินจังที่เล่นมะนุดต่างดาวนู้ดครึ่งก้น เพราะหาว่าโป๊ ไม่เหมาะสม

สิ่งที่กองเซนเซอร์ควรทำ (แต่ไม่ทำ)
-พิจารณาฉากตบตีแย่งผัวชาวบ้าน
-พิจารณาฉากเลิฟซีนบนเตียงของละครน้ำเน่าหลังข่าว (เพราะพวกมันก็ดู)
-พิจารณาการพูดคำหยาบของพวกตลกคาเฟ่ในหนังโรง

ต่อให้ไม่เบลอ คนมันก้อยังกินเหล้านะ ผู้ใหญ่เนี่ยตัวดี
แล้วบุหรี่ ตราบเท่าที่โรงงานยาสูบยังอยู่ คนมันก็ยังสูบ

นี่แหละเมื่องไทย เมืองประชาธิปไตย...
ลงให้ 1 เสียงค่ะ

จาก: พิชามญชุ์ ไชยกูล
วันที่: 12/04/50 - 23:50 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 367
กบในกะลา จิงๆ กองเซน"เซอร์"

จาก: กฤตนันท์ ตันวัฒนา
วันที่: 13/04/50 - 0:09 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 368
ลงชื่ออีกคน

จาก: เมธัส ฉายชยานนท์
วันที่: 13/04/50 - 0:17 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 369
นี่เป็นอีก1ตัวอย่างที่ว่า "ความเกรียนไม่จำกัดความยาวของผม อายุ ต่ำแหน่งหน้าที่ และวุฒิการศึกษา"

จาก: Raizen
วันที่: 13/04/50 - 0:21 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 370
พวกโง่แล้วอวดฉลาด
ขนาดดูหนัง ยังไม่เป็นเลย
ริจะมาเซ็นเซอร์หนัง
โง่ยิ่งกว่าควายทั้งหมด


จาก: phaley13
วันที่: 13/04/50 - 0:38 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 371
ขอรับเลี้ยงลูกสาวลูกชายพี่เจ้ยไว้ในอ้อมใจของปูกับเล็กแทนนะคะ ถ้าไม่รังเกียจ ไม่ขอว่าใคร ทุกคนทำตามควาเห็นส่วนตัว
แต่อยากให้ทุกฝ่ายเข้าใจงานศิลปะมากขึ้น และมองมันอย่างเปิดกว้างค่ะ
ให้กำลังใจพี่เจ้ยและทีมงานคิกเสมอ


จาก: ปูกับเล็ก
วันที่: 13/04/50 - 0:49 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 372
ร่วมด้วยคร้าบไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่มีการเซ็นเซอร์ครับเพราะว่าคนที่ชมหรือเสพมันมีความคิดเป็ฯของตัวเองครับรู้ว่าไหนดีไม่ดี ถ้าตัดออกหรือทำภาพเบลอๆๆก็เสียความรู้สึกครับไม่เห็นด้วยในการเซ็นเซอร์ครับ
..เซ็งสัดๆๆๆ...

จาก: ต้า
วันที่: 13/04/50 - 0:54 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 373
ติ๊งต๊องปัญญาอ่อนล่ะที่1...
วงการหนังของไทยไม่เจริญก็เพราะไอ้พวกกองเซ็นเซอร์นี่แหละ..

จาก: วิภานิติ บัวบุตร์
วันที่: 13/04/50 - 0:56 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 374
มาช่วยลงชื่อชมเชยกองเซ็นเซอร์ครับ
แหม...ทำไปด้าย

จาก: note8825
วันที่: 13/04/50 - 0:57 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 375
มีใครสนใจจะไปประท้วงหรือยื่นคำร้องบ้างมั้ยครับ เพราะต่อไปคงมีกรณีแบบนี้เกิดขึ้นอีกแน่นอน แล้วคนไทยก็จะไม่มีหนังดูกัน ก็คงได้ดูแต่ที่คน11คนป้อนให้

จาก: Unsensor
วันที่: 13/04/50 - 0:57 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 376
ทำแบบนี้ได้ไง
ทรามมาก
ไม่เข้าใจศิลปะไม่ว่า
แต่อย่าเอาส้นเท้า
ที่เหยียบคนหลายคน
เพื่อขึ้นไปในระดับสูง
มาเหยียบศิลปะ
เพราะหวังได้หน้าเลย

จาก: FlEa
วันที่: 13/04/50 - 1:05 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 377
ไม่ได้มาลงชื่อครับเพราะลงไปแล้วแต่ขอด่าให้หายแค้นหน่อยเหอะ อารมณ์ตอนนี้อยากกวาดล้างเหลือเกิน

ชอบความเห็นที่ 222 นะครับ เลขสวยดี

นิสัยคนแก่ดูง่ายๆ ครับ ตอนเด็กเค้าถูกกระทำยังไงโตขึ้นเค้าก็กระทำอย่างนั้น ชีวิตถึงได้ต๊อกต๋อยอยู่อย่างงี้ไงครับ อีกอย่างตอนเด็กๆ คงทำอะไรโง่ๆ ไว้เยอะ โตขึ้นเลยกลัวไปหมดกลัวเด็กทำตามนู่นนี่ ท่าทางตอนเด็กๆ จะเห็นผิดเป็นชอบอยู่นานนะ เนี่ยดีกลับใจได้นะมาได้งานต๊อกต๋อยแบบนี้ทำ นี่มีลูกมีหลานน่าสงสารมันเนอะได้พ่อแม่ซังกะบ๊วยแบบนี้ นี่ด่าออกอย่างนี้ไม่รู้รู้ตัวป่าวไม่รู้ ลูกมันมีปมด้อยนะ สงสารมันเถอะ

ผมก็ไม่รู้พวกเราที่ฉลาดกว่า ปล่อยให้คนโง่กว่ามากดขี่อยู่ได้ ถึงเวลาลุยแล้วครับ

ขอแรงโจรใต้วางบอมบ์ให้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

จาก: อาบูจาปี้
วันที่: 13/04/50 - 1:05 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 378
เรื่องนี้ก้อคงเป็นอย่างที่พวกท่านว่ามาผนลองอ่านข้อมูลดูแล้วก้อคิดว่ามันไม่ควรจริงที่ จนท. กระทำการเช่นนั้น .....แต่สิ่งที่เราควรกระทำคือการกระทำซึ่งจะก่อให้เกิดความยุติธรรมต่อคนทุกๆฝ่าย

ผมก้อพยายามคิดว่าจนท. เค้าพยายามทำเพื่อคนไทย แม้มันอาจจะเป็นความคิดของเค้าข้างเดียว

-เค้าอาจทำผิดในสายตาเรา มันก้อจริง
-เค้าอาจจะไม่ใช่คนที่ทันสมัยเข้ากับยุคแห่งข่าวสารแบบปัจจุบัน
-เค้าอาจจะไม่ใช่นักคิดแบบพวกเราที่จะเข้าถึงจิตใจและเนื้อแท้ทางความคิดเหล่านี้ได้

พวกเราเป็นนักคิดที่มีอุดมการณ์
จากมุมมองของผมแล้วสิ่งที่พวกเราสามารถทำได้ตอนนี้มีเรื่องเดียวคือช่วยกันออกเสียง...ซึ่งป็นเสียงที่แสดงถึงแนวคิดของเรา
ช่วยกันลงชื่อแล้ว การตัดสินทั้งหมดจะอยู่ที่พีเจ้ย
ผมอยากให้พวกเราออกความเห็นเหล่านี้ เล่าสู่กันฟัง และupdateข่าวสารความเคลื่อนไหวด้วยความสุภาพ

ผมไม่อยากให้คนที่เข้ามาอ่านในกระทู้นี้แล้วรู้สึกว่าพวกเราเป็นคนไม่ดี หยาบคาย เอาแต่ใจ พูดเข้าข้างแต่ตัวเอง ใช้เหมือนวิธีปลุกระดมหรือเหมือนการก่อ ม๊อบบนโลกไซเบอร์ดีๆนี่เอง

เพราะมันจะทำให้คนอ่านที่ไม่ได้เข้าใจเราอยู่แล้ว(หมายถึงฝ่ายเจ้าหน้าที่)ยิ่งพยายามจะไม่เข้าใจเรากว่าเดิมซะอีก เพราะว่ายิ่งอ่านก้อเหมือนโดนเราด่า(เพราะมันเป็นมุมมองหนึ่งที่ผมรู้สึกได้เมื่ออ่านไปเรื่อยๆ)

ประเด็นคือจริงๆผมอยากให้ทุกคนเลิกที่จะด่า (เสียดสีก้อพอมีได้แต่อยากให้เป็นการระบายอารมณ์ที่สุภาพ) เพราะมันจะทำให้ตัวเราเองนั่นแหละที่ดูตกต่ำ ผมอ่านจากบทสัมภาษณ์ ผมว่าพี่เจ้ยเค้าสุภาพและมีเหตุผลมากพออยู่แล้วในเรื่องของการไม่ยอมคืนหนัง

ผมกลัวในเรื่องของเหตุผลบางอย่างที่เรากำลังพาดพิงอยู่อาจทำให้เกิดผลเสียได้ในบางกรณี เช่น เราบอกว่าทีหนังนั้นของต่างประเทศยังxxxกว่าอีกยังให้ฉายได้เลย... มันอาจส่งผลต่อหนังประเภทนี้เรื่องต่อไปที่จะเข้ามาในเมืองไทยก้อได้ *ขอพี่น้องอย่าพาดพิงหนังคนอื่นเค้าเลยสงสารหัวจิตหัวใจคนทำหนังบางเรื่องที่ท่านนำมาเปรียบเทียบ

ผมเชื่อมั่นในความถูกต้องของพวกเราว่าพวกเค้าไม่สามารถจะทำอะไรกับแผ่นฟิมส์ของพี่เจ้ยได้

ผมอยากให้ทุกคนที่ได้อ่านแล้วสามารถเข้าใจพวกเราด้วยสาระของเราจริงๆ
ผมขอเป็นคนหนึ่งที่ร่วมลงชื่อเพิ่อเรียกร้องความยุติธรรมของพวกเรา


ปล* ผมไม่ได้ตั้งใจว่าคนที่โพสไม่สุภาพนะครับ แต่อยากให้พวกเราดูดีในสายตาคนอื่นครับ เพราะเหตุผลทางเราถูกต้องแต่แรกแล้วทุกประการ

จาก: ธัญญวัฒน์ สุขสำราญ
วันที่: 13/04/50 - 1:16 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 379
ขอแค่ลงชื่อครับ เพื่อนๆคนรักภาพยนตร์ได้เขียนอะไรต่างๆไปเยอะแล้วตอนนี้ 378 ความเห็นแล้ว ยังคงนับต่อไปเพื่อความยุติธรรม หวังว่าความเห็นของพวกเราที่นี่จะไม่ถูกกลายเป็นหน้าว่างเปล่าและไร้ประโยชน์นะครับ

จาก: สาริน บางณรงค์
วันที่: 13/04/50 - 1:18 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 380
เค้าหัวโบราณกองเซ็นเซ่อ อ่ะ ก็ต้องเจอวิธีโบราณ เอาขี้ปาหน้าแน่ถ้าได้เจอกัน ผมว่าพวกเดียวกับที่เซ็นเซ่อโกยเถอะโยมแหล่ะ หน้าตากวนติง เหมือนกัน

ใครอยากทำร้ายร่างกายมันเพื่อความสะใจ พวกเงินไปด้วย ค่าปรับถ้าตำรวจจับแค่ 400 บาท ผมว่าคุ้มนะ จอดรถผิดที่ถูกล๊อกล้อ ยังแพงกว่าเลย ฮ่าๆ โดนแน่มิง

จาก: อาแป๊ะ
วันที่: 13/04/50 - 1:20 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 381





...หนังบ้านเรา...ก็ถ่ายทอดวิถีของคนไทย...

...หนังประเทศนอก...ก็ถ่ายทอดวิถีของบ้านเขา...

...แล้วความคิดของแต่ละคนนั้นย่อมแตกต่างกันไป...

...ถึงเวลาที่เอาความคิดที่แตกต่างกันนั้น...มาพูดคุยกันสักที!!!...

...งานภาพยนต์ในบ้านเราจะได้มีมาตรฐาน พอที่จะเดินไปด้วยกัน...

...ด้วยดี...ขอบคุณ...




จาก: benz : tuchemetallica
วันที่: 13/04/50 - 1:23 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 382


กองเซ็นเซอร์...ไ...โรคจิต...ทู...เ...ศ....Ugly...@!#*^%#!!!~~

จาก: เบนซ์
วันที่: 13/04/50 - 1:27 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 383
Apichatpong Weerasethakul attracts many foreign audiences to Thai movies, he is the real spiritual leader of new Thai cinema. What the censorship did is self-despise of Thai art.

Syndromes and A Century is excellent.Thank you, Joei.

จาก: Claude(from China)
วันที่: 13/04/50 - 1:29 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 384
อย่าทำให้คนไทยเกลียดคนไทยด้วยกันเลยนะ ขอร้องล่ะกองเซ็นเซ่อ+กระทรวงวัฒนธรรม

จาก: ภักดี ต้นไพบูลย์
วันที่: 13/04/50 - 1:36 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 385
เข้ามาลงชื่อกัน เพื่อให้เกิดความแตกแยกทำไม ใน 1 หรือ 10 หรือ 100 ชื่อ ถึงชื่อจะต่างกันความคิดเห็นในกระทู้นี้แต่อาจจะเป็นคนเดียวกันก็ได้


เห็นด้วยกับกองเซ็นเซอร์ไทย

อยู่ในกรอบ วัฒนธรรมไทยเถอะ เราคนไทยนะอารยะธรรมเรามี
อย่าพยายามแหกหรืออ้างว่าประยุกต์พัฒนา.. ก็ไม่รู้ว่าจะให้ทันกระเป๋าใคร ได้ยินมาบ่อยๆว่าสังคมเราอันตรายไม่ปลอดภัย
เห็นใจผู้อ่อนแอทั้งเด็กและผู้ใหญ่โดยเฉพราะผู้หญิง ที่เขายังอยู่ในสังคมไทย ไม่ว่าจะ ท่ารถเมล์ หรือซอยที่เงียบๆ หรือจุดล่อแหลม
ที่จะก่อให้เกิดอันตราย ทำไมไม่ช่วยทำให้สังคมไทยดีขึ้นละ คนละนิดๆ ก็มีแต่ตะแบงคนละนิดๆมากกว่า


ทำไมเรื่อง แฟนฉัน หรือ อื่นๆอีกมาก เป็นหนังดีและทำเงินได้

จาก: ผ่านมา
วันที่: 13/04/50 - 1:41 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 386
เสนอให้จัดเรตหนังครับ มันยากนักหรือไง ผมไม่รู้ว่าคุณหัวโบราณ หรืองี่เง่า หรือบ้า หรือบวม หรือบ๊องตื้น หรือไม่มีความคิดกันแน่

เบลอ ๆ บัง ๆ กันให้หมด บุหรี่ก็เบลอ เหล้าก็เบลอ ถามหน่อยเถอะตัวคนเซ็นเซอร์เคยกินเหล้า เคยสุบบุหรี่บ้างไหม ถ้าปัจจุบันยังทำอย่างนั้นอยู่ก็ควรเอาแผ่นเบลอพกติดตัวไว้ตลอดเวลาด้วย

คนไทยทำไมถึงไม่ทันโลก

ก็เพราะแม้แต่คนไทยด้วยกันเองยังตัดสินว่า "เฮ้ย สูบบุหรี่ ต้องเบลอ เดี๋ยวเด็กเอาเป็นเยี่ยงอย่าง" สรุปว่าเด็กโง่ คิดเองไม่ได้ว่าอะไรดีไม่ดี โดยที่ "คิดแทน" เขาเสียหมด

ถ้าจัดเรตหนังทุกอย่างจะลงตัว เชื่อผมสิ ปรับตัวไม่นานหรอก

จาก: เด็กหนัง
วันที่: 13/04/50 - 1:46 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 387
ลงหนึ่งเสียง
ได้ดูที่เทศกาลหนังที่ลอนดอน ไม่เห็นว่ามีฉากล่อแหลมตรงไหน และหนังหลายเรื่องรุนแรงและแย่กว่านี้

และกองเซนไม่มีสิทธิ์ตัดฟิล์ม

จาก: จิงจัง
วันที่: 13/04/50 - 1:53 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 388
ลงชื่ออย่างเดียวแล้วกันนะครับ ไม่พูด เพราะที่อยากพูดก็มีคนพูดไปหมดแล้ว

จาก: พลพงศ์ จันทร์อัมพร
วันที่: 13/04/50 - 2:07 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 389
ลงชื่ออย่างเดียวแล้วกันนะครับ ไม่พูด เพราะที่อยากพูดก็มีคนพูดไปหมดแล้ว

จาก: พลพงศ์ จันทร์อัมพร
วันที่: 13/04/50 - 2:08 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 390
เฮ้อ อีกหนึงเสียง เอาใจช่วยนะครับ พูดไม่ออกเลยย เจอแบบนี้เสียความรู้สึก

จาก: ทินภัทร เอี่ยมสอาด
วันที่: 13/04/50 - 2:12 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 391
ลงชื่อไม่เห็นด้วย อีกหนึ่งเสียง

จาก: วิลาสินี ทองศรี
วันที่: 13/04/50 - 2:43 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 392
เขาคงมีเหตุผลของเขา

แต่ผมว่ามันเป็นเหตุผลที่ไม่เข้าท่า

จาก: สกาจวิช แก้วแกมทอง
วันที่: 13/04/50 - 2:51 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 393
ไม่เห็นด้วย

จาก: poser
วันที่: 13/04/50 - 2:53 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 394
รวมลงชื่อครับ
ไร้มาตรฐานการเซ็นเซอร์อย่างมากมายเห็นมาหลายเรื่อง ทั้งไทยและเทศ
เห็นมาหลายเรื่อง

รอวันนี้มานานแล้ว

ลงนาม
นาย กอบชัย กอบสุข หมายเลขบัตรประชาชน 3320501191xxx

จาก: กอบชัย กอบสุข
วันที่: 13/04/50 - 3:03 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 395
จัด rate ดีกว่าครับ เลิกปิดหูปิดตากันซะที

อ้อ อีกนิด ค่ายไหนนึกจะเซ็นเซอร์ ก็แจ้งที่กล่องด้วยนะครับว่าโดนเซ็นเซอร์ไปแล้ว จะได้ไม่ดู ไม่ไปหาซื้อหนังเรื่องนั้นๆ เพราะเสียอารมณ์และมันทำให้อารมณ์เสียด้วย หึๆๆๆ

จาก: dorakung
วันที่: 13/04/50 - 3:05 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 396
ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการตั้งคำถามกับผู้มีอำนาจในมือทั้งหลายที่ต้องเข้ามายุ่งเกี่ยวกับหนังไทย ทั้งๆที่บางคน อาจไม่ชอบมหรสพชนิดนี้เลย และขอไว้อาลัยกับประเทศ ประเทศหนึ่ง ที่เราคงจะไม่ตั้งความหวังอะไรกับเขาอีกแล้ว

จาก: moody blue
วันที่: 13/04/50 - 3:18 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 397
ขอลงด้วยอีกเสียครับ จัดเรทได้แล้วครับ ถ้าอยากจะพัฒนาหนังที่มีคุณภาพ

ที่ทุกคน เขียน ๆ มาทั้งหมด ได้เข้ามาอ่านบ้างไหมครับ

ขอบคุณครับ

จาก: Agilityelf
วันที่: 13/04/50 - 3:26 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 398
หมดยุคคุณ ก็คือยุคผม เตรียมตัวพร้อมหรือยังครับ?

คิดเหรอครับว่าลูกหลานที่จะสืบเชื้อสายเต่าล้านปีงี่เง่าจะสู้พวกผมได้

จาก: Darth Aiglatson
วันที่: 13/04/50 - 3:38 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 399
ขอร่วมลงชื่อไม่เห็นด้วยเช่นกันค่ะ

จาก: จตุพร ถาวรเจริญ
วันที่: 13/04/50 - 3:47 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 400
เราควรยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง
ในข้อที่ว่า เมื่อทีมงานแสงศตวรรษยอมไม่ฉายหนังในระบบแล้ว
หลังจากนี้ไปจึงพ้นอำนาจหน้าที่ของกองเซนเซอร์
หมายถึงว่า
หนังต้นฉบับเดิม-ซึ่งในขณะนี้แล้วย่อมไม่อยู่ภายใต้กฏหมายเซนเซอร์อีกต่อไป หากเจ้าหน้าที่ยังยึดฟิล์มเอาไว้ และนำไปตัดเอง หนังต้นฉบับที่เป็นทรัพย์สินส่วนตัวของบุคคล รวมถึงสิทธิมนุษยชนของบุคคลนั้น คือพี่เจ้ยถูกละเมิด
กองเซนเซอร์จึงน่าจะทำผิดรัฐธรรมนูญ





จาก: นก ปักษนาวิน
วันที่: 13/04/50 - 3:56 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 401
ร่วมลงนามด้วยคนครับ...

ไม่ว่าหนังเรื่องนั้นจะดีหรือเลวอย่างไร
กองเซ็นเซอร์มีหน้าทีตัดสินเพียงแค่ควรไม่ควร


แต่ไม่ควรปู้ยี่ปู้ยำหนังเยี่ยงนี้....
กองเซ็นเซอร์ต่างหากที่สมควรโดนแบนได้แล้ว

จัดเรตกับหนังเฉพาะกิจก็ได้
ขอร้องล่ะ

จาก: กฤษฎา หมัดละเต๊ะห์
วันที่: 13/04/50 - 4:06 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 402
ขอลงชื่อคัดค้านด้วยคนครับ อยากจะด่าก็คนอื่นด่าไปหมดแล้ว

จาก: จักรนาท นาคทอง
วันที่: 13/04/50 - 4:49 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 403
ทำไมไม่จัดเรทหนังหละครับเพ่ ให้มันชัดเจน อย่างงี้พวกผมก็อดดูหนังดีดี เลยอะดิ เซ็นเซ่อ อยู่นั่นหละ อารมณ์เสียจิงวุ้ย
ขอลงชื่อด้วยครับ

จาก: ฉัตรชัย โนตานนท์
วันที่: 13/04/50 - 4:57 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 404
ผมไม่เคยดูหนังของคุณเจ้ย - อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล เลยแม้แต่เรื่องเดียว ไม่ได้ชื่นชอบเป็นการส่วนตัว แต่ระบบเซ็นเซอร์มีปัญหามาตลอด ไม่เคยเห็นตัวตนของคณะกรรมการ ออกมาชี้แจง ปรับปรุงหรือแก้ปัญหาเลย ประกาศรายชื่อคณะกรรมการเซ็นเซอร์ในแต่ละครั้งที่มีปัญหาเลยดีกว่า

จาก: น้อย ศรัทธา
วันที่: 13/04/50 - 4:58 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 405
Voted !!!!

I don't want Censor system decide what good or what bad for movie lover.



จาก: Chanatda Pokum
วันที่: 13/04/50 - 5:24 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 406
ลงชื่อด้วยคนครับ

จาก: กีรติ ปัญญา
วันที่: 13/04/50 - 6:22 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 407
ครับ

จาก: วาริศ ยูถนันท์
วันที่: 13/04/50 - 7:25 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 408
หมดศรัทธาและอนาถมากกับการไม่ยอมคืนฟิล์ม
ไม่เข้าใจความคิดของกลุ่มคนที่มีอำนาจตัดสิน อยากรู้เกณฑ์คัดเลือกคณะกรรมการตัดสิน ว่าเขาเลือกเอาคนที่มาตัดสินใจแทนคนไทยอีกหกสิบล้านของประเทศว่าจะให้ดูไม่ให้ดูอะไรกันยังไง

อยากให้ฟ้องศาลปกครอง และมีการจัดเรทกันแบบจริงจัง

เป็นกำลังใจให้พี่เจ้ยและคนทำหนังทุกคนที่มีความตั้งใจดีในการทำงานด้วยค่ะ

จาก: อภิรดี ศิริสมบูรณ์
วันที่: 13/04/50 - 7:54 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 409
ไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไร
เพราะรู้สึกว่าพูดไปเขาก็ไม่เข้าใจ
และไม่คิดจะเข้าใจ

การเปลี่ยนเป็นการจัดเรท ต้องเสนอเป็นกฎหมายผ่านสภา
...
...
...
สงสัยว่าจะได้ฉลอง 100 ปีกฎหมายเซ็นเซอร์ฉบับนี้เสียก่อนมากกว่า
อีก 23 ปีเอง ช่างคงกระพัน

ลงชื่อจริงไปเลย จะได้ไม่มีพวกมืดบอดมาสงสัยว่าเวียนเทียน

จาก: พจนีย์ ฉัตรชัยวิวัฒนา
วันที่: 13/04/50 - 8:33 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 410
ผมคิดว่าคงจะไม่มีประโยชน์อะไรแล้วที่จะมานั่งถกกันว่าหนังสมควรถูกตัดหรือไม่ ถ้าหากเราลองรวมเอากรณีหนังเรื่องนี้กับการเซ็นเซอร์โง่ๆ ที่เกิดขึ้นตลอดเวลาบนจอทีวี เราจะเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นว่าสังคมนี้ยังห่างไกลจากคำว่า "เจริญ" อีกมาก

จาก: นพพร สกุลวิจิตร์สินธุ
วันที่: 13/04/50 - 9:03 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 411
ขอลงชื่อด้วยคน ไม่เห็นด้วยกับการตัดฉากที่ไม่มีอะไรให้ต้องตัดออกไป และขอประนามการตัดสินใจจะตัดฟิล์มก่อนส่งคืนด้วย นี่คือการลิดรอนสิทธิเสรีภาพที่คนควรจะพึงมี

จาก: เนื้อตะไคร้กับข้าวไกทอด
วันที่: 13/04/50 - 9:11 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 412
อย่าถามหามาตรฐานของการเซ็นเซ่อ เพราะอยู่ที่ดุลยพินิจของบุคคลผู้เป็นกรรมการ และบุคคลในคณะกรรมการที่พิจารณาภาพยนตร์แต่ละเรื่องก็หมุนเวียนเปลี่ยนไป

หลักเกณฑ์การพิจารณา ข้อปลีกย่อย มีเกณฑ์ชัดอยู่ที่อวัยวะ เช่น ท่านว่าห้ามเห็นหัวนม ห้ามเห็นถัน ห้ามเห็นขนในที่ลับ ยกเว้นแต่ว่า ท่านว่าถ้าเป็นหัวนม ถัน ของคนป่าหรือคนพื้นถิ่นที่มีประเพณีไม่ปกปิดของสงวนอยู่แล้ว เช่น หญิงบาหลี ก็อนุญาตได้บ้าง

แต่หลักเกณฑ์ข้อใหญ่ อยู่ที่การครอบจักรวาล ด้วยข้อหาว่า ...ท่านว่าอาจจะเป็นการทำลายศิลธรรมอันดีของประชาชน

ข้อหาเดียวกันกับเวลาที่อำนาจรัฐยุคเผด็จการใช้อ้างในการจับกุมคุมขังหรือประหารชีวิตราษฎร โดยไม่ต้องผ่านกระบวนพิจารณาคดีในศาลสถิตยุติธรรม

นั่นหมายความว่า เอ็งผิดอยู่แล้ว ในฐานที่เกิดมาเป็นลูกแกะ พ่อของเอ็งเคยทำน้ำให้ขุ่นมาก่อน

เราจึงไม่ควรกล่าวโทษบุคคลผู้เป็นกรรมการพิจารณาภาพยนตร์ แต่ควรแผ่เมตตาว่า ล้วนเป็นเพื่อนทุกข์ เกิดแก่เจ็บตายด้วยกันหมดทั้งสิ้น

เป้ากา่รเรียกร้องต่อสู้ เพื่อทวงคืนสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานอย่างหนึ่งของเรา ประชาชนไทย คือสิทธิเสรีภาพในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารและการแสดงความคิดเห็น และศักดิ์ศรีแห่งการเป็นมนุษย์อย่างสมบูรณ์ของพวกเราให้ยืนอยู่บนแผ่นดินนี้อย่างเคารพนับถือตัวเองได้ คือ...

การเรียกร้องให้รัฐธรรมนูญฉบับที่กำลังมีการร่างกันอยู่ มีบทบัญญัติว่า ห้ามรัฐแทรกแซงสื่อสารมวลชน การตรวจตัดข่าวหรือบทความในหนังสือพิมพ์หรือสื่อสารมวลชนอื่น ๆ จะกระทำมิได้ รัฐธรรมนูญฉบับ ๒๕๔๐ ไม่ได้ระบุคำว่าสื่อสารมวลชนอื่น ๆ ไว้ในบัญญัติข้อนี้ และมิได้ระบุชัดว่า สื่อสารมวลชนนั้นมีภาพยนตร์อยู่ด้วยไหม
ฉะนั้น รัฐธรรมนูญฉบับที่กำลังร่างกันอยู่นี้ จะต้องบัญญัติชัดว่า ภาพยนตร์ซึ่งรวมหมายถึงวีดิโอหรืออาจใช้คำว่า สื่อโสตทัศน์ เป็นสื่อสารมวลชนอย่างหนึ่ง และพึงได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันกับสื่ออื่น ๆ

ที่จริงการเซ็นเซ่อภาพยนตร์ที่ผ่านมาภายใต้รัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ ที่ถูกฉีกไปแล้วนั้น อาจเป็นการกระทำของอำนาจรัฐที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญก็ได้ แม้ว่ารัฐธรรมนูญให้รัฐออกกฏหมายที่อาจจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนได้ แต่กฏหมายนั้นต้องใช้บังคับทั่วไป ห้ามเลือกปฏิบัติ

แต่ที่ผ่านมา คนเขียนนิยาย คนวาดรูป คนทำละครเวที ไม่เคยถูกอำนาจรัฐตรวจตัดงานของพวกเขาก่อนจะอนุญาตให้นำออกแสดง นั่นคือไม่ต้องมีการขออนุญาต
แต่คนทำหนังถูกตรวจตัดตลอดมา ถูกข่มขืนน้ำใจ ถูกดูหมิ่นศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ตลอดมา
และนั่นเท่ากับว่า ประชาชน ราษฎรเราถูกดูหมิ่นศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ไปด้วย ว่าพวกเอ็งผิดอยู่วันยังค่ำ เพราะเอ็งเป็นลูกแกะ

ราษฎรเรายังโง่อยู่ อำนาจรัฐซึ่งเป็นพ่อ จึงต้องคอยปกป้องคุ้มครองพวกเอ็ง ไม่ให้ถูกความฉลาดทำร้าย
อย่าสงสัยว่า ทำไมเรื่องต่ำๆ ลามกจกเปรต หยาบช้า จึงได้รับอนุญาต ในขณะที่สัจธรรม อันละเมียดละไม จึงถูกตรวจตัด

ขอให้ลูกแกะอย่างพวกเราท่านทั้งหลาย ซึ่ง
พ่อแม่ของเรา ได้ทำความผิดไว้ที่ให้กำเนิดเรามา
จงใช้ แสงศตวรรษ ส่องทางให้เห็นปัญญาที่จะแก้ไขการกระทำอาชญากรรมต่อปัญญาของเรา ให้สำเร็จเป็นจริงให้ได้
ลูกหลานแกะของเราจึงจะพ้นทุกข์

จาก: ลุงจอ
วันที่: 13/04/50 - 9:22 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 413
ขอให้พิจารณาจากความเป็นจริงที่เกิดขึ้นจริงด้วยครับ ภาพยนตร์ก็ถือเป็นการสร้างและสะท้อนเรื่องราวจากสังคมส่วนหนึ่งด้วย และสิ่งที่เผยแพร่ก็มิได้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เลียนแบบแต่อย่างใด หากแต่ต้องการแสดงให้เห็นถึงความเป็นจริงในด้านลบของสังคมและวิธีการแก้ใข หรือ ผลของการกระทำต่างๆ

ภาพยนตร์มิใช่เครื่องมือในการสร้างภาพว่าสังคมของเรางดงาม หากแต่ภาพยนตร์เป็นเครื่องสร้างความบันเทิงและเสริมแง่คิดและสะท้อนการกระทำของผู้ชม

ปัจจุบัน ประชาชนทั่วไปก้มีวิจารณญานกันมากขึ้นในการรับสื่อ แต่หากท่านยังปิดกั้นการเผยแพร่สารที่เป็นการกระทำอันแสนจะไร้สาระของพวกท่าน คิดแล้วกันครับว่าสังคมจะเป็นยังไง

คนไม่ได้ก้าวร้าวเพราะหนังที่ดี แต่คนก้าวร้าวเพราะหนังที่ท่านปล่อยให้ผ่านเพราะคิดว่ามันไม่มีเรื่องเสื่อมเสีย แต่หากผลที่ได้คือไม่มีการสะท้อนและจรรโลงศิลธรรมในการนำเสนอเลย

ยิ่งปิดกั้นคนยิ่งโง่ ยิงเปิดคนยิ่งฉลาด การเซ็นเซอร์ ควรคำนึงถึงความจริงที่เกิดขึ้นในสังคมด้วย หากผู้สร้างทำให้เห็นถึงผลกรรมของการกระทำอันไม่ดีแล้ว นี่ถือเป็นเรื่องที่ควรนำมาฉายอย่างยิ่ง

ขอให้พิจารณาตัวพวกท่านกองเซ็นเซอร์กันเองได้แล้วว่า ท่านเซ็นเซอร์เพราะหนังรุนแรง หรือท่านเซ็นเซอร์เพราะไม่ชอบส่วนตัว


*** หรือเซ็นเซอร์เพื่ออวยกับใคร ***

จาก: PSYCHOMASTER
วันที่: 13/04/50 - 9:44 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 414
ไอ้ทีควรเซนเซอร์ อย่างหน้าปกนิตยสาร/นิตยสารเล่มเท่าสมุดโทรศัพท์บางเล่มเห็นตูดชัดเจน ปกหนังสือพิมพ์อาขญากรรมหัวขาด ตลกด่าพ่อล่อแม่ไร้สาระทำเงินได้เป็น100ล้าน หน้าป้าระเบียบเหี่ยวๆ ฯลฯ พวกนี้ไม่เซนเซอร์ล่ะ มัวแต่เอาเวลามาจับผิดอะไรพวกนี้ ซึ่งน่าจะรู้ว่ากลุ่มคนเสพมันน้อยไม่มีทางทำให้เกิดผลกระทบหรอก

ไร้สาระกลัวไม่มีงานทำรึไง ขอให้เจริญลงฮวบๆนะครับ สาธุ

จาก: SchwedaKong
วันที่: 13/04/50 - 9:57 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 415
ลงชื่อด้วยคนครับ เบื่อการทำงานของกองเซนเซอร์มานานแล้ว

จาก: ra18thangel
วันที่: 13/04/50 - 9:59 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 416
ลงชื่อด้วยคนครับ

ผม ว่า กองเซนเซอร์ บ้าน เรา ยัง ไม่มีคุณภาพ อย่างมากครับ ขาดความเข้าใจ และยังใช้ความชอบส่วนตัวมาเป็นที่ตั้งในการเซนเซอร์หนัง
ซึ่งทำใ้่ห้หนังดีๆนั้นแย่ไปเลยที่เดียว ถ้ายุบได้ยิ่งกองเซนเซอร์บ้านเรา ห่วยมากๆ ไม่รู้จะเซนเซอร์ถึงไหน ดูแล้วเสียความรู้สึกอย่างแรง ยุบไปเถอะ กองเซนเซอร์บ้านเรา

จาก: Momotaro
วันที่: 13/04/50 - 10:32 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 417
ประเด็นนี้ไม่ใช่แค่เรื่องการเหยียดหยามงานภาพยนตร์และคนดูหนัง แต่ที่สำคัญ เป็นประเด็นทางสังคม/การเมืองที่เกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจรัฐอย่างไม่เป็นธรรมด้วย ซึ่งว่าไปจริง ๆ แล้วมันเกิดขึ้นอยู่ทั่วระแหงในบ้านเมืองเราอยู่แล้ว เพียงแต่มันไม่ได้ไปเกิดกับส่วนอื่นที่เราไม่รู้สึกเกี่ยวข้องมากเท่านี้ ยังไงก็ตาม สิ่งที่ขอเสนอเท่าที่คิดได้สองอย่างตอนนี้คือ

1. นักทำหนังรวมตัวกันช่วยกันคิดทำหนังสารคดีเรื่องยาวเพื่อเปิดโปงความด้อยปัญญาและฉ้อฉลของระบบเซ็นเซอร์ ที่เสนอให้ทำเป็นเรื่องยาวเพราะดูจะมีโอกาสเผยแพร่ได้ในวงกว้างกว่า ส่วนจะทำเป็นสารคดีแนวไหนก็แล้วแต่ แต่คิดว่า อย่าทำให้คนส่วนใหญ่รู้สึกแปลกแยกจะดีกว่า เพราะจริง ๆ แล้ว นี่เป็นประเด็นสาธารณะ แต่ตอนนี้ในพันธุ์ทิพย์ดูเหมือนมีคนหลายคนไปคิดว่าเป็นปัญหาส่วนตัวระหว่างแสงศตวรรษกับกองเซ็นเซอร์ หรือเป็นปัญหาของแฟนหนังอาร์ตกลุ่มเล็ก ๆ และพาลมาหมั่นไส้เจ้ย กลับกลายเป็นว่าสิ่งที่เป็นประเด็นจริง ๆ ถูกมองข้ามไป กำลังคิดว่าถ้า Sacha Baron Cohen อยู่เมืองไทย คงมี Borat ภาคใหม่ที่มันกว่าเรื่องที่ผ่านมามาก ๆ ถ้าเราถนัดแนวสารคดีหรืออะไรที่มัน concrete หน่อย คงคิดทำอยู่นะ ตอนนี้นักทำหนังสารคดีของเราก็มีเยอะ ถ้าใครคิดจะทำจริง ๆ จะให้ช่วยเรื่องอื่นก็บอก

2. ตอนนี้ดูเหมือนเราจะไม่มีคนที่มีความรู้ในเรื่องกฎหมายและสิทธิของประชาชนตามรัฐธรรมนูญอยู่เลย คิดว่าน่าจะ work กว่า ถ้าเราสามารถหาคนเหล่านี้มาเป็นที่ปรึกษาเพื่อที่จะทำอะไรให้เกิดผลอย่างที่เราต้องการอย่างเป็นรูปธรรม

ถ้าคิดว่าข้อเสนอที่ว่ามาเป็นอะไรที่น่าจะต่อยอดหรือเป็นไปได้ อยากให้มีการนัดคุยกันในกลุ่มคนที่สนใจ ลิจะช่วย organize ได้ไหม

จาก: found footage
วันที่: 13/04/50 - 10:40 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 418
น่าสนใจมากพี่ เดี๋ยวจะลองคิดดู

จาก: ลิ
วันที่: 13/04/50 - 11:22 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 419
ปิดประเทศเลยดีกว่า มัวแต่มองโลกในมุมของตัวเอง ส่องแต่กระจกในห้องแคบ ๆ ออกมามองโลกมั่งสิคราบลุงเค้าไปกันถึงไหนตัวอย่างไม่ดีในโรงหนังอ่ะเด็กไม่เอาอย่างหรอก ถ้าเด็กจะไม่ดีเค้าเอาอย่างผู้ใหญ่ในบ้านเมืองนู่น

จาก: บีบี
วันที่: 13/04/50 - 11:40 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 420
น่าสงสารคนทำหนังดี ๆ ต้องให้คนไทยดูแต่หนังตลกปัญญาอ่อน
หรือไม่ก็น้ำเน่าเคล้าน้ำตามั้งถึงจะรักษาวัฒนธรรมไทยอ่ะ


จาก: aa
วันที่: 13/04/50 - 11:44 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 421
ถึงเวลารึยัง ที่เราจะให้โอกาสคนได้ดูงานศิลปะบ้าง ถ้ามามัวแต่ปิดกั้นความคิดกันด้วยระบบเดิมๆ ประเทศเราจะก้าวเข้าสู่อารยธรรมร่วมสมัยได้หรือ

จาก: bo37
วันที่: 13/04/50 - 12:07 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 422
กองเซ็นเซอร์ทำอย่างกับเด็กหวงของเล่น น่าจะมีจัดเรตหนังนะ รู้สึกถูกปิดหูปิดตายังไงไม่รู้ อีกไม่นานเราทุกคนอาจโดนปิดจมูก เฮ้ออากาศหายใจรู้สึกจะน้อยลงทุกวัน ขอพื้นที่ให้กับพวกเราหน่อย มีเสรีภาพกันบ้างนะครับประเทศไทย

จาก: ธารา
วันที่: 13/04/50 - 12:09 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 423
เอากันอีกแล้วครับ...

ราชการไทย... ชอบจัดการปัญหาที่ปลายเหตุ....

เพราะอะไรน่ะเหรอ...

เพราะ ว่า..ถ้า ตัดที่ต้นเหตุ... ตัวเองก็จะไม่มีงานทำไง...

หนังศิลปะ นะครับ.... ไม่ ได้เข้าใจอะไรเลย...

ขอเอาใจช่วยครับ....

300 ก็ทีนึงแล้ว... ผมโชคดีที่ได้ดูตอนแรกๆ ...

ฉากที่เขาว่าโดน มันสวยจนขนลุกเลยนะครับ....

จ่ายภาษีให้-วาย มาขวิดแท้ๆ...

จาก: ต้น
วันที่: 13/04/50 - 12:14 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 424
จิตใจคับแคบมากคับ แล้วบังคับให้ผู้อื่นได้รับสารอย่างขาดๆเกินๆ สังคมมันถึงได้พิกลพิการ ไปแล้ว
พวกนี้พยายมเปนอย่างมากที่จะวางบรรทัดฐานให้กับสังคม
ปิดกันเสรีภาพอย่างไม่ยั้งคิด .....ร่วมประนามคับ

จาก: คุณคนหนึ่ง
วันที่: 13/04/50 - 12:24 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 425
กองเซ็นเช่อร์กำลังดูถูกคนดูแลกำลังดูถูกคนทังประเทศว่ามิสามารถแยกแยะสิ่งที่ได้รับจากภาพยนต์กองเซ็นเซอร์กำลังโชว์ความโง่เขลาของวุฒธิปัญญาขาดความรู้และอ่อนประสบการจึงไม่สามารถแยกแยะอะไรให้กระจ่างชัดทำให้วงการภาพยนต์ยำ่อยู่กับที่โง่อย่างนี้ไปไถนาดีกว่าครับอย่ามานังทนดูหนังที่ตัวเองดูไม่รู้เรื่องแล้วไปตัดหนังเขาทิ้งผิดจรรยาบัญมนุษย์ชาติก็เพราะไม่มีความรู้ด้านศิลปะไงครับ๔ึงแยกแยะไม่ออกว่ามันคืออะไรคงจะดูแต่หนังโป้ละมังเสียอัตถรสความรู้สึกหมดนี่หรือครับความถูกต้อง....โดนด่ายับอย่าให้พวกเราทนไม่ไหวนะครับกับความโง่เขลาเบาปัญญาของคุณ.

จาก: จ่า
วันที่: 13/04/50 - 12:25 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 426
เมื่อไรจะจัดเรทหนังละครับ
หรือกองเซ็นเซอร์ไม่มีสมองคิดหรือไง

จาก: someone
วันที่: 13/04/50 - 12:48 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 427



โอ้มายก้อด พระเจ้าจอร์จก็ช่วยไ่ม่ได้ งานนี้ ประเทศไทยกลายเป็นประเทศปิดโดยสมบูรณ์ ยินดีด้วย กับการปิดประเทศให้อยู่กับขี้ข้าราดชากานและพวกผลประโยชน์บางกลุ่ม

อืม...ผมเคยสัมผัสขี้ข้าราดชากานบางกลุ่ม เขาอยู่สุขสบายและมีเงื่อนไขในชีวิตที่ต้องระมัดระวังเยอะ เลยกลัวขี้หดตดหาย กลัวว่าถ้าตัวเองปล่อยให้อะไรบางอย่าง(ที่คิดว่าไม่เหมาะสมจากก้านสมองงี่เง่า) ออกไป แล้วจะมีผลกระทบต่อความมั่นคงของตัวเอง

โ้อ้ พระเจ้าจอร์ถไถนา

อะไรที่มันมั่นคงมากก็จะสั่นสะเทือนได้สักวัน เพราะมันมั่นจนไม่ทันใครเขาแล้ว ปิดประเทศจนมั่นใจเกินไปแล้ว มั่นใจว่าตัวเองคิดถูกอยู่คนเดียว

มีชีวิตรูปแบบเดียว หนังที่ดีต้องมีรูปแบบเดียว

อืมม.... คือคุณหมอห้ามทานเหล้านะจ๊ะ เดี๋ยวทำลายสุขภาพและภาพพจน์คุณหมอ เอ่อออ...อยากจะเรียนให้ทราบนะครับว่า คุณหมอในเมืองไทยทานเหล้าไม่เป็น ทานแล้วมันคันฟัน

และคุณหมอก็โด่ไม่ได้ เพราะไร้อารมณ์และความรู้สึกมานาน วันๆเอาแต่อยากจะเรียนให้ทราบว่า เออ...คุณคนไข้ คุณ เอ่อ...

อืม....โ้อ้มายก้อด

อืม....งานศิลปะเขามีไว้ให้หัวใจมนุษย์งดงาม เปล่งประกาย มีความหวังหลากหลาย มีหลายแง่มุม หลายอารมณ์ เพราะมนุษยชาติเรามีหลายพันล้านคน จริงนา...ไม่ได้โม้

แต่ถ้าประเทศไทยต้องมีแบบเดียว คือ สุภาพและ เอ่อ อยากจะเรียนให้ทราบว่า... โอ้มายก้อด พระเจ้าจอร์จก็ไม่อาจมาช่วยไถนาอีกต่อไป

ผมจะบอกใ้ห้ ความรัก เซ็กซ์ เหล้ายา ปาปิ้ง อาหารที่ก่อให้เกิดมะเร็ง มันเป็นอะไรที่เราทำให้มันเหมาะสมและมีชีวิตอย่างเป็นสุขได้มากๆ ถ้าเราเปิดสมองให้กว้างๆ ปัญหาสังคมก็แทบจะไม่มี เพราะเยาวชนรู้วิธีสัมพันธ์กันหลากหลายอย่างฉลาดและเท่าทัน

ถ้าคุณปิดกันอยู่แบบนี้ แต่ความจริงคุณเซ็นเซ่อร์(มากๆ) ควรรู้ไว้ด้วยว่าเยาวชน เสพทัศนคติด้านไม่ดีเยอะแยะมากมาย ทำไม่ไม่ไปเซ็นฉลาดกันบ้าง เข้าไปดูกันให้ถูกที่หน่อย แล้วชีวิตบ้านเมืองจะได้สุขสงบอย่างแท้จริง

นะครับคุณเซ็นฉลาด



จาก: Dr.Lek Loops
วันที่: 13/04/50 - 12:57 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 428
เห็นด้วยกับความคิดที่ให้เลิกระบบการเซ็นเซอร์ เพราะมาตราฐานของคนกลุ่มเดียวไม่สามารถใช้เป็นตัวแทนความคิด
ของคนในสังคมได้ และหลายครั้งที่การตัดสินมาพร้อมกับปัจจัย
"การดูไม่รู้เรื่อง" ของคณะกรรมการและแปลมันมาเป็นความโกรธ
โกรธที่ตัวเองดูไม่รู้เรื่องและหนทางที่จะบรรเทาความโกรธคือการ
ทำลายล้าง.... เออ...



จาก: วิมลรัตน์
วันที่: 13/04/50 - 13:01 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 429
เห็นด้วย กองเซ็นเซอร์ไม่มันความที่มารวมตัวกันก็เท่านั้น

จาก: แจ็คซ่า
วันที่: 13/04/50 - 13:09 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 430
ลุงจอนับถือพุทธศาสนาเป็นศาสนาที่ ๑ และเคารพศาสนาอื่น ๆ ทั้งมวล
ลุงจอนับถือภาพยนตร์เป็นศาสนาที่ ๒ เพราะเห็นว่าภาพยนตร์เป็นสื่อให้มนุษย์เราเข้าถึงสัจธรรม ซึ่งนำไปสู่การศึกษาเรียนรู้ความจริงเพื่อให้เราหลุดพ้นจากทุกข์ได้

นิทานกาลามสูตร ในพุทธประวัติ เล่าว่า ครั้งหนึ่งพระพุทธเจ้าทรงเทศนาโปรดแก่ชาวกาลมะ ซึ่งติดข้องสงสัยว่า ในโลกนี้เราจะเชื่ออะไร อย่างไรดี ว่าอะไรจริงไม่จริง ถูกไม่ถูก อะไรคือสัจธรรม
ทรงบอกวิธีเชื่อ ๑๐ ประการ ที่ภายหลังเรียกกันว่า สูตรแห่งกาลมะ หรือกาลมสูตร ได้แก่
๑ มา อนุสสเวนะ อย่าได้เชื่อตามถ้อยคำที่ได้ยินได้ฟังมา
๒ มา ปรัมปรายะ อย่าเชื่อตามถ้อยคำที่เล่าสืบ ๆ กันมา
๓ มา อิติกิรายะ อย่าเชื่อโดยตื่นข่าวว่าได้ยินอย่างนี้
๔ มา ปิฎกสัมปทาเนนะ อย่าเชื่อโดยอ้างตำรา
๕ มา ตึกกเหตุ อย่าเชื่อโดยเดาเอาเอง
๖ มา นยเหตุ อย่าเชื่อโดยคาดคะเน
๗ มา อาการปริวิตักเกนะ อย่าเชื่อโดยความตรึกตามอาการ
๘ มา ทิฐินิชฌานักขันติยา อย่าเชื่อโดยชอบใจว่า ต้องกับทิฐิของตัวเอง
๙ มา ภพพรูปตายะ อย่าเชื่อโดยถือว่าผู้พูดสมควรจะเชื่อได้
๑๐ มา สมโณ โน ครูติ อย่าเชื่อเพราะนับถือว่าสมณะนี้คือครูของเรา
หากพระพุทธองค์อยู่มาถึงสมัยนี้ คงจะมี สยามานุตสูตร เป็นข้อที่ ๑๑ ว่า

๑๑ มา โสตทัศโน จิตชวาล อย่าเชื่อเพราะเห็นว่าเป็นหนัง

เพราะระบบการตรวจพิจารณาหนังในสยาม ทำให้หนังซึ่งสามารถฉายให้เห็นสัจธรรม กลายเป็นมิจฉามายาและมุสาแท้ ๆ

จาก: ลุงจอ
วันที่: 13/04/50 - 13:10 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 431
ขอร่วมลงชื่อไม่เห็นด้วยอีกคน

กับการกระทำของกองเซ็นเซอร์

ยิ่งแร้นแค้นงานสร้างสรรค์และไม่คิดจะใส่ใจอยู่เป็นทุนเดิมแล้ว

ยังปิดโอกาสและบั่นทอนพลังใจของคนทำงานสร้างสรรค์หนักขึ้นไปอีก

ของสาปส่งด้วยความจริงใจ (มีเท่าไหรให้หมด)

ไชโยโห่ร้องให้กับการเสพติดความมั่งคั่งรำรวยทางเศรษฐกิจของประเทศ

และความเน่าฟอนนานาที่ (พวกคุณ) คู่ควร

จาก: อุทิศ เหมะมูล
วันที่: 13/04/50 - 13:17 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 432
ในระบบนิเวศน์ของธรรมชาติยังต้องมีความหลากหลายทางพันธุ์กรรม
เพื่อก่อให้เกิดความสมดุล.... นับประสาอะไรกับหนังที่จะต้องมีทั้ง
หนังตลกเบาสมอง ไม่ประเทืองปัญญา
หนังโป๊ลามกอานาจาร
หนังฆ่ากันตายเลือดกระฉูดท่วมจอ
หนังเซอร์แตกไม่เล่าเรื่อง
หนังอาร์ตจ้า ๆ ที่คนดูต้องกุมขมับไป แล้วบ่นว่าตัวกูนี่โง่จริง....
ความหลากหลายย่อมมีมาเพื่อเกื้อกูลกัน เพราะสุดท้ายแล้ว "ภาพยนตร์ยังให้เกิดปัญญา" ทำให้รู้ว่าสิ่งที่ดีกว่านั้นเป็นอย่างไร

แต่มนุษย์มักจะแสดงความฉลาดโดยการฝืนกฎแห่งธรรมชาติอยู่ร่ำไป พยายามตัดต่อพันธุ์กรรมให้เหลือแต่สิ่งที่สามารถเอื้อประโยชน์ให้แก่ตัว ....เราคงได้แต่รอว่าเมื่อไหร่จะพ้นร่มเงาแห่งความฉลาดอันแสนโง่เขลานี้ไปได้....



จาก: friday
วันที่: 13/04/50 - 13:18 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 433
ลงชื่อด้วยคนครับ

มีคนมองว่าการกระทำของพวกเราในครั้งนี้ เป็นเพียงแค่คนกลุ่มเล็กๆ ที่อยากจะดูภาพยนตร์เรื่องนี้แต่ไม่ได้ดู เป็นเหมือนเด็กน้อยที่งอแงเวลาไม่ได้ขนม

แต่ถ้าลองคิดดูดีๆ นี้คือจุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหาในวงการภาพยนตร์ที่สั่งสมกันมานาน มันถึงเวลาที่ควรจะเปลี่ยนแปลงได้แล้ว ภาพยนตร์ไทยจะได้พัฒนาไปเสียที

จาก: ศุภกิจ อิศดิศัย
วันที่: 13/04/50 - 13:40 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 434
กองเซนเซอร์
ดูดพลัง
เพื่ออะไร
หนังไทย
จุดบอด

หนึ่งเสียง
เพื่อยุติ
ความเพ้อเจ้อ
ความอวดรู้
ของกลุ่มอำนาจ
หน้า........

จาก: paenaked
วันที่: 13/04/50 - 13:52 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 435
ผมมีสมองนะครับ ไม่ต้องคิดแทนผม ทำไมไม่รับเด็กรุ่นใหม่ให้เข้าไปอยู่ในกองเซ็นเซอร์บ้าง มีแต่รุ่นลุง ป้า รับฟังความเห็นหลาน ๆบ้าง กลัวเขาว่าไม่ทำงานหรือครับ

จาก: ่jackcvd
วันที่: 13/04/50 - 14:02 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 436
ร่วมลงชื่อด้วยอีกคนครับ

ความเห็นของผม สำหรับเป็นหนึ่งในทางเลือกของทางออกเกี่ยวกับเรื่องนี้คือ
ควรยกเลิกระบบเซ็นเซอร์ แล้วใช้ระบบเรตติ้งแทน
และการจัดตั้งคณะกรรมการจัดเรตในอนาคต ควรต้องใช้บทเรียนเรื่องคณะกรรมการเซ็นเซอร์นี้มาร่วมพิจารณาอย่างมากด้วยครับ

จาก: Pongson Arunsintaweeporn
วันที่: 13/04/50 - 14:07 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 437
ร่วมลงชื่อด้วยอีกคน

ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของกองเซนเซอร์ เป็นการริดรอนสิทธิอย่างหน้าตาเฉยที่สุด!

จาก: คาซาม่า
วันที่: 13/04/50 - 14:17 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 438
พรรัตน์ วชิราชัย
ร่วมลงชื่อค่ะ

จาก: me
วันที่: 13/04/50 - 14:31 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 439
ร่วมลงชื่อด้วยคนครับ

จาก: ทวีพงษ์ ทวีชัยถาวร
วันที่: 13/04/50 - 14:33 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 440
อีกเสียงครับ!!

แม้ผมจะไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่ผมอยากจะให้พวกคนไร้สติกลุ่มนี้เข้าใจหน่อยนะครับ เวลาเราจะทำอะไร ก็แบ่งเป็นๆกลุ่มๆนะครับ คนที่อยากดูแนวนี้ ก็เป็นกลุ่มของเขาไป คุณจะมาเหมารวมเป็นมาตรฐานใหญ่ๆเลยไม่ได้นะครับ (หลายเรื่องแล้วล่ะนะ หลายเรื่องแล้ว....)

ขอร้องเถอะครับ ให้คนไทยเราได้มีโอกาสใช้ความคิดในแบบของเขาสร้างสรรค์ผลงานที่ดี และพัฒนามันไปเรื่อยๆแหละครับ ให้เจริญเหมือนประเทศอื่นที่เค้า"ฉลาด"และเปิดกว้างซะทีเถอะครับ ไม่อยากให้คนไทย"โง่เป็นกบในกะลา เหมือนคนที่พยามจะทำให้คนไทยเป็นแบบนี้"นะครับ อย่าให้ผมรังเกียจประเทศไทยเพราะเรื่องพวกนี้เลยนะ

ขอความเป็นธรรมที่ถูกต้องด้วยครับ ไม่ใช่การเห็นแต่ผลประโยชน์อย่างนี้!!! โดนว่าขนาดนี้ มาอ่านแล้วสำนึกกันหน่อยเถอะ!!

จาก: REVO
วันที่: 13/04/50 - 15:09 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 441
ผมอนาถใจกับกองเซ็นเซอร์และรู้สึกไร้ความหวังกับเรื่องนี้ พอๆกับ ไร้ความหวังกับการเมืองบ้านเราครับ

มีไรให้ช่วย ขอให้บอกครับ

จาก: ยุทธิพงศ์ จิว
วันที่: 13/04/50 - 15:27 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 442
ยอมตายได้เลยถ้ามันจะทำให้กองเซ็นเซอร์เมืองไทยมีระบบและมีความชัดเจนเรื่องของการเซ็นเซอร์และจัดเรตมากขึ้น

อดดูแสงศตวรรษเลย 'รมณ์เสีย T^T!

จาก: เบญจพรรณ รุ่งศุภตานนท์
วันที่: 13/04/50 - 15:31 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 443



อย่าให้พวกเราเสียเงินซื้อแล้วต้องมาเสียความรู้สึกกับเรื่องพวกนี้นะครับผมขอลงนามด้วยคน

จาก: toomtam เตรียมศักดิ์ สมบูรณ์
วันที่: 13/04/50 - 15:32 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 444
วงการภาพยนตร์จะตกต่ำเพราะกองเซ็นเซอร์
เราเคยเรียกร้องว่าให้จัตเรต
.
.
.สุดท้าย ก็มีเพียงแต่ความว่างเปล่า

จาก: initial A
วันที่: 13/04/50 - 16:11 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 445
ขอลงชื่อเรียกร้อง เกี่ยวกับการทำงานของคนทำงานศิลปะ งานตีแผ่สังคม ความจริงที่เกิดขึ้นในประเทศ อย่าปิดหูปิดตา ประชาชนกันนักเรย

จาก: พัชรินทร์ ช่อมะลิ
วันที่: 13/04/50 - 16:59 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 446
เก่าหรือยังไม่รู้ แต่รวมลงชื่อครับ เรื่องความเห็นผมขอยังไม่พูดละกัน

จาก: อนุชา วงษ์การค้า
วันที่: 13/04/50 - 17:14 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 447
หมอเตยแห่งแสงศตวรรษ ลงชื่อด้วยคะ
เราแคร์คนดูทุกคนนะที่อยากดูหนังพี่เจ้ย
เราว่ามันต้องมีวิธีที่พวกคุณจะได้ดู แบบไม่เสียเงิน
เพราะถ้าเราเก็บเงิน เราจะโดนจับทันที

ลองถามพี่เจ้ย กะไบโอก่อนนะ ว่าจะทำยังไง

ขอบคุณทุกคนมากๆ คะ
เราก็จ๋อยเหมือนกัน

จาก: นันทรัตน์ สวีสดิกุล
วันที่: 13/04/50 - 17:45 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 448
ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ

จาก: บัณฑิตทัศน์ ทสยันไชย
วันที่: 13/04/50 - 17:52 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 449
เป็นกำลังใจให้คนทำหนังค่ะ จะคอยดูให้ได้ด้วย ไม่เปิดรับหนังอาร์ตไม่พอ ยังกีดกัดคนอื่นอีก แล้วเมื่อไหร่วงการหนังจะพัฒนา ทีหนังงี่เง่า ไร้สาระ ฉายได้ คนทำหนังอาร์ตไม่ได้มีมากนัก เพราะไม่ใช่หนังตลาดที่จะทำรายได้อยู่แล้ว ยังไกดกัด ทั้งๆที่หนังเค้าทำก็ได้รางวัล ทั้งเรื่องก่อนหน้านี้ มันเห็นกันอยู่โทนโท่ ว่าถ้าหนังเค้าไม่ดี ทำไมได้รางวัลเอยะแยะจากต่างประเทศ ยังไม่ยอมรับ

เสียดายที่คนไทยไมยอมเปิดใจ พยามเรียนรู้ พยามเข้าใจ กับหนังที่ไม่เป็นไปตามรูปแบบเดิม หนังที่ทำให้ดูแล้วต้องคิด ไม่ใช่ดูไปผ่านๆ


ขอเป็นกำลังใจให้คนทำหนังค่ะ

จาก: บราลี
วันที่: 13/04/50 - 18:31 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 450
ต้องให้ลูกหลานของกองเซ็นเซอร์ไปดู

บอดี้การ์ด + หอแต๋ว + เมล์นรก สัก 10 รอบ

.
.

จะได้พูดจาได้ "หยาบคายแบบถูกใจพ่อแม่ที่ทำงานอยู่ในกองเซ็นเซอร์" ได้อย่างถูกต้องครับ ^^

จาก: Top27@pantip
วันที่: 13/04/50 - 18:36 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 451
ถ้าแค่นี้ถึงกับเซ็นเซอร์ แล้วทีเรื่อง "saw" และหนังฝรั่งโหดๆอีกหลายเรื่อง ทำไมไม่เห็นเซ็นเซอร์บ้างล่ะ

หนังพวกนั้นน่ะมีทั้งฉากฆ่าโหด ฉากทรมานคน แถมไม่ใช่หนังรางวัลอะไรเลยด้วย ก้อยังปล่อยให้ฉายอยู่ด้าย

ทีหนังเรื่อง "แสงศตวรรต" โหดไม่เท่าพวกนั้น แถมยังได้รับรางวัล กลับโดนเซ็นเซอร์

ควายุติธรรมในเมืองไทยอยู่ไหนวะ?


จาก: นักดูหนัง
วันที่: 13/04/50 - 18:48 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 452
อยากให้มีการจัดเรตครับ
ไม่ใช่มาเซ็นเซอร์แบบหามาตรฐานไม่เจอแบบนี้


จาก: เดชชนะ สุขรินทร์
วันที่: 13/04/50 - 19:10 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 453
อีกเสียงค่ะ

ไหนพูดกันนักกันหนา ว่ากันว่าประเทศไทยมีสิทธิเสรีภาพ
แล้วนี่มันอะไรกันคะ ??

จาก: ทัศน์วรรณ วงศ์เลิศศิริ
วันที่: 13/04/50 - 19:34 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 454
เรื่องบางเรื่องที่สมควรทำกลับไม่ทำ

จาก: แพน
วันที่: 13/04/50 - 19:37 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 455
มันไม่ค่อยถูกต้องน่ะครับ การยึดแล้วเอาผลงานของผู้อื่นมาดัดแปลงโดยเจ้าของไม่ยินยอม ตรรกะง่ายๆที่ผมว่าเด็กอนุบาลก็น่าจะรู้นะครับ

จาก: โอ เตชะดิลก
วันที่: 13/04/50 - 19:57 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 456
เลิกเซ็นเซอร์ไร้สาระเสียที เมื่อไหร่จะหันมาจัดเรตบ้าง

จาก: NightWing
วันที่: 13/04/50 - 20:00 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 457
อีกอย่างได้ไหมครับ ไม่ค่อยอยากให้ด่าหรือใช้คำพูดที่รุนแรงเลยนะ มันดูเหมือนใช้อารมณ์แต่ไม่ใช้สติน่ะครับ

จาก: โอ เตช
วันที่: 13/04/50 - 20:04 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 458
กบว. โตๆ กันแล้วน่าจะคิดเองได้นะคะ

ว่า "คนเพียงกลุ่มเดียว ไม่สามารถตัดสินแทนคนทั้งประเทศได้"

ผู้ชมผิดหรอ ที่ต้องการได้รับอรรถรสอย่างเต็มที่กับภาพยนตร์ที่ไปดูมา

แต่คุณกลับทำลายมัน

คุณต้องการอะไรหรือ? ต้องการให้หนังนำเสนอแต่สิ่งดีๆ หรือคะ?

ทั้งที่คุณก็รู้อยู่แก่ใจว่าสังคมทุกวันนี้มันเสื่อมโทรมแค่ไหน?

ผิดหรือที่หนังหลายๆ เรื่อง จะตีแผ่สังคม?

หรือว่าสิ่งที่เค้าตีแผ่มันทำให้คุณเดือดร้อนคะ? คุณถึงต้องกำจัดมันออกไป

จาก: ธิดารัตน์ เกตุจุมพล
วันที่: 13/04/50 - 20:23 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 459
ร่วมลงชื่อครับ

จาก: เฉลิมพันธ์ ปัญจมาพิรมย์
วันที่: 13/04/50 - 20:29 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 460
ร่วมลงชื่อคะ
อยากให้ทางคณะกรรมการเซ็นเซอร์ให้อิสระแก่ผู้ทำหนังมากกว่านี้

ความจริงในปัจจุบันมันเลวร้ายกว่าในหนังมาก ทำไมถึงให้หนังแสดงแต่ความฝัน จิตนาการ (ในแง่ดีมากเกินไปี)

ให้คนรับรู้ความจริงไม่ได้หรอคะ

จาก: โสภาพร หวังธนบดีกุล
วันที่: 13/04/50 - 20:51 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 461
ลงชื่อค่ะ




จาก: สิรินันท์ ด่านค้ามาก
วันที่: 13/04/50 - 21:08 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 462
จัดเรท ตามที่หลายคนเรียกร้องได้ไหม

หรือไม่กล้าทำเพราะกลัวรายได้หดหาย

ลงชื่อด้วยหนึ่งคนครับ

คืนฟิลม์ให้เจ้าของไป แล้วให้เค้าไปฉายต่างประเทศ
ไปกวาดรางวัลกลับมา แล้วประกาศต่อโลกว่าหนังเรื่องนี้เมืองไทย ฉายไม่ได้

จาก: lonely
วันที่: 13/04/50 - 21:14 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 463
ผมขอลงชื่อด้วย คับ ถึงแม้ จะ แค่ 1 ความเห็น แต่ก้อ อยากให้ ไอ้กองเซ็นเซอร์ ทั้งหลาย มาดูด้วยคับ หนังมันน่าจะได้ความอิสระมากกว่านี้อีกนะคับ ไม่ควรเซ็นเซอร์

จาก: 0-burisan
วันที่: 13/04/50 - 21:17 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 464
ลงชื่อด้วยคนครับ หนังมันก็เหมือนกับศิลปะชิ้นหนึ่งนะถ้าเอาอะไรไปบังไว้หรือว่าไปตัดมันทิ้ง ถึงจะมองว่าเป็นศิลปะอยู่แต่คุณค่าในตัวของมันก็หายไปหมดแล้ว

จาก: คชินทร์ จินตนา
วันที่: 13/04/50 - 21:31 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 465
เพิ่งได้ทราบข่าวแล้วตกใจ ที่กองเซนเซอร์ไทย มักจะก่อให้เกิดโทษ มากกว่าที่จะสร้างประโยชนืให้แก่ชาติ

จาก: นนทวัฒน์ นำเบญจพล
วันที่: 13/04/50 - 21:44 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 466
เซ็นเซอร์เวอร์เกิน
เอามาตรฐานอะไรมาตัดสินว่าดี-ไม่ดี อะไรควร-ไม่ควร

ทำไมมนุษย์เราชอบคิดแทนคนอื่นจังนะ ว่าเค้าต้องารอันนั้น หรือเค้าต้องการอันนี้
คำว่าผู้ใหญ่ต้องมีอายุเท่าไหร่
ต่ำกว่า 18 ห้ามเข้า อืม แสดงว่าอายุ 18 ยังไม่มีวิจารณญาณ แต่ทำไมเด็กต่ำกว่า 18 สมัยนี้ มีทั้งสามี ลูก ได้ ..อืม ..อืม ..อืม

และเท่าที่ทราบข่าว หนังเข้าแค่ 2 โรงไม่ใช่เหรอ กลุ่มคนดูก็ใช่ว่าจะ 60 ล้านคนทั้งประเทศซะเมื่อไหร่ คนไปดูก็น่าจะมีวิจารนญาณพอเหมาะพอควรอยู่แล้วล่ะ


ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย แต่ถ้าอยู่ในมือของกองเซ็นเวอร์แล้ว ความจริงตายหมด เหลือแต่ความฝัน

เฮ้อ...


จาก: พิชชา ปัทมภิรมย์
วันที่: 13/04/50 - 21:59 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 467
ลงชื่อด้วยคน แล้วจะทำอะไรต่อล่ะ คำร้องของเราถึงสัมฤทธิ์ผล

จาก: พิชชา ปัทมภิรมย์
วันที่: 13/04/50 - 22:03 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 468
ขอลงชื่อด้วยอีก1ครับ
ผมคงไม่มีความรู้, วิจารญาณและอำนาจเท่ากับกองsensorที่จะสามารถออกความคิดเห็นว่าหนังเรื่องใดหรือฉากในหนังเรื่องไหนเหมาะสมหรือไม่เหมาะสมที่จะฉายในประเทศแบบนี้
แต่ในเมื่อหนังเค้าก้อยอมรับกติกาแล้ว ไม่ฉายในประเทศแบบนี้แล้ว
ทางที่ดีน่าจะคืนฟิล์มกันไปนะครับ

จาก: เติมพงศ์ แสงแก้ว
วันที่: 13/04/50 - 22:07 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 469
ไม่ขอพูดอะไรมาก

แต่มาขอประนามพวกห่วงภาพลักษณ์แบบโง่ๆในกองเซ็นเซอร์

จาก: arty
วันที่: 13/04/50 - 22:23 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 470
- - มานเซนเซอร์การ์ตูนเรื่องโดเรม่อน ฉากที่ อาบน้ำของชิซูกะ เลวโคตรๆ ไอไดโนเสาร์ ช่วยกันทีเถถอะ ลง ชื่อไล่ออกหรือ รวมเงินกันจ้างมือปืน นักฆ่าก้อได้ ฆ่ามันที ใครรู้จักโจรใต้ เอาระเบิดไปวางเลยครับ ผมสนับสนุน เอาให้พวกไดโนเสาร์ได้ไปสู่ สุขติสักที ผมละเบื่อกับการกระทำของพวกเค้า เอาอะไรไม่รู้เปนตัววัด เอาแค่คนไม่กี่ 10 คน มาตัดสินคนทั้งประเทศมันจะมากเกินไปแล้วนะครับ ไปตายซะ ผมไม่อยากอยู่ประเทศไทยแล้ว ถ้ายังมีพวกงี่เง่าแก่ๆ ไอพวกที่ ป.4 มา ทำสู่รู้ หรือว่าอยากดังนัก อยากจะทำตัวเองให้ดัง ให้ติดประวัติศาสตร์งั้นหรอ ทำเป็นแต่งตัวผู้ดีไปทำงาน อยากจะถุ้ย แล้วทำมาเปนหวังดี เพื่อลูกหลานเยาวชนไทย โถ่เอ้ย ลูกหลานเค้าใช้อินเตอร์เนตเขียนเวปเขียนโปรแกรมเองเป็นกันแล้ว แล้วไดโนเสาร์ละ เปิดคอมเปนหรือยังครับ กลับบ้านไปนั่งเคี้ยวหมากดีกว่ามั้ง อะไรๆก้อจะเซนเซอร์ ปากดีแท้ รนรงค์ เหล้า บุหรี่มั้งแหละ ถามหน่อยเถอะ คุณไม่ขายเหล้าบุหรี่แล้วมันจะมีคนกินมั้ย จะบอกว่าเงินส่วนใหญ่มาจากเหล้าบุหรี่หรอ .. .. เออ จริง แล้วจะรนรงไปทำไม โง่หรือป่าว ในเมื่อจำหน่าย ทุกคนก้อมีสิทธิ์ซื้อดิ ไอทีวีมั้งแหละทำมาเซนเซอร์ ขวดเหล้า บุหรี่ น้องผมยังไม่โง่เลย อายุแค่ 5 ขวบ มันรู้แหละ นั้นบุหรี่ ยิ่งปิดกั้นเท่าไหร่มันก้อยิ่งอยากลองมากขึ้นเท่านั้น นอกจากคุณจะสั่งสอนลูกของคุณเอง ไม่ต้องมาพยายามสั่งสอนลูกของคนอื่นครับ เอาลูกตัวเองให้รอดก่อน
ถ้าเป็นไปได้นะ ผมอยากจะลงชื่อแล้วขับไล่กระทรวงวัตนธรรมออกให้หมด เปนไปได้ไม่ต้องมีเลยดีกว่า เซนเซอร์การ์ตูนทีแต่ละเรื่องทำให้เจ้าของที่ซื้อลิขสิทมาอดตายกันเปนแถวๆขายไม่ออกเพราะกระทรวงไดโนเสาร์เนี่ยแหละ มันเปนตัวการที่ทำให้ประเทศล่มจมลงหายนะ
ผมขออวยพรให้รีบๆไปตายทั้งกระทรวงเลยนะครับ
ไม่อยากจะได้ยินชื่อกระทรวงวัตนธรรมอีก
นี่แหละ 1 เสียงของประชาชน 60 ล้านคน ผมคิดว่า คนที่เห็นด้วยกับผมมีมากกว่า 40 ล้านคนแน่นอน

จาก: kanoksing
วันที่: 13/04/50 - 22:26 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 471
ผมก็เหลือทนกับการใช้อำนาจอย่างบ้าคลั่งของผู้มีอำนาจในประเทศนี้มานานแล้ว

จาก: จิรภัทร์ พรพรหมประทาน
วันที่: 13/04/50 - 22:33 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 472
มาตรฐานอยู่ตรงไหน , ใครกำหนด ?


จาก: ทิตยา คูหาวิไล
วันที่: 13/04/50 - 22:40 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 473
เข้าข่ายลักทรัพย์หรือเปล่าครับ น่าเกลียดเกินไปนะ
ถามไรอย่างดิครับทุกท่านกองเซ็นเซอร์เนี่ยมันสังกัดหน่วยไหนกันแน่ผมทำงานอยู่ในวงกานหนังแผ่นหนังโรงเนี่ยตัดหนังส่งเซ็นเซอร์มาก็มากเชื่อไหมว่าไม่เคยเจอเจ้าหน้าที่เลย แต่จะมีนายหน้ามารับอีกต่อหนึ่ง แถมมาตรฐานก็ไม่มี ตัดส่งอย่างออกขายอีกอย่างก็ได้ แล้วหนังสตูดิโอใหญ่เนี่ยได้เปรียบโคตรยังไงก็ได้ออก เรื่องกองเซ็นเซอร์เนี่ยพวกทำผีจะรู้ดีครับว่ามันอย่างไร
ป.ล.ลงชื่อด้วยครับแต่คดีแผ่นผีนี่ค่อยคุยทีหลังนะ

จาก: กฤษดา คงสุจริต
วันที่: 13/04/50 - 22:52 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 474
ผมเห็นด้วยครับว่า
ควรจะให้พวกเรานั้นสมัครเป็นกองเซ็นเซอร์แทน
ได้ดูหนังแทบทุกเรื่องแบบเต็มๆก่อนด้วย
แล้วจะได้ให้ทัศนคติใหม่ๆแก่พวกทีมงานเดิมด้วย

แต่ก็ถ้าได้เป็นแล้วก้อย่าใช้อำนาจกับคนอื่่นนะครับ
เพราะอำนาจควรใช้บังคับตัวเองก่อน

แล้วก็ผมรณรงค์การใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์นะครับ
การโมโหเพียงฝ่ายเดียวแต่ไม่รู้เขารู้เราจะเป็นชนวนปัญหาได้(อย่างไฟใต้เป็นต้น)

จาก: วิญญู เมตตานันท
วันที่: 13/04/50 - 22:58 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 475
คนที่ทำหน้าเซ็นเซอร์ควรเป็นคนมีความรู้ด้านหนังหรือปล่าวครับ รู้ว่าอะไรสำคัญไม่สำคัญ
ส่ิงที่พวกคุณทำกันเหมือนคุณเป็นคนไม่มีปัญญา
น่าเสียใจกับวงการศิลปะไทย มีคนมีสามารถ
แต่ต้องผ่านขั้นตอนจากคนไร้ความรู้ ขาดความรู้สึก ด้อยปัญญาอย่างคุณ

จาก: อธิษว์ ศรสงคราม
วันที่: 13/04/50 - 23:00 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 476
เราต้องปฏิวัติ !!!!!!!!


จาก: อธิษว์ ศรสงคราม
วันที่: 13/04/50 - 23:02 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 477
ร่วมลงนามครับ

จาก: ชัยณรงค์ เถาปฐม
วันที่: 13/04/50 - 23:05 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 478
ลงชื่อๆค่ะ

ต่อให้อยากตัดยังไง ถ้าเค้าจะไม่ฉายในไทยแล้วก็ไม่มีสิทธิไปยึดฟิล์มนะ มันเป็นสิทธิของผกก. เค้าจะทำหนังยังไงมันก็เรื่องของเค้า

จาก: newwy
วันที่: 13/04/50 - 23:06 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 479
มาลงชื่อและลงความเห็นที่เคยลงไว้ในกระทู้และบล้อกของตัวเองคับ


จาก http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A5310223/A5310223.html



...เมื่อคืนผมนั่งอ่านกระทู้ หนังไทยเรื่อง แสงศตวรรษ ของคุณเจ้ย อภิชาติพงศ์งดฉาย เพราะถูกกองเซ็นเซ่อร์หั่นไป 3 ฉาก

จริง ที่ผมผิดหวังมาก เพราะ ผมอยากดูหนังเรื่องนี้ ด้วยฝีมือผู้กำกับและด้วยเครดิตที่หนังได้รางวี่รางวัลมา และ ผมมั่นใจว่า ไม่ใช่หนังทำให้สังคมเสื่อมโทรม

แต่ผมก็จะยอมรับได้ หาก 3 ฉากที่หั่นไป ไม่เหมาะสมกับการฉายในโรงจริงๆ

...จากที่รู้ว่าหนังเกี่ยวกับ หมอ และ สังคมในชนบท

ผมจึงเดาว่า 3 ฉากนั้น คงเป็น ฉากโป๊นัวเนียระหว่างหมอโชว์ช้างน้อยกับพยาบาล , ฉากเห็นนมตัวละครฟาดหน้าพระ , ฉากลากไส้กันก่อนจะเอามีดสปาต้ากรีดหน้าคนไข้

ผมจึงตามเข้าไปอ่านข้อมูลแล้วพบว่า 3 ฉากที่โดนตัดไปคือ

1.ฉากหมอกินเหล้า
2.ฉากพระเล่นกีตาร์
3.ฉากอวัยวะเพศแข็งตัวในร่มผ้าของตัวละครหมอ

ผมไม่แปลกใจ ที่ผู้กำกับตัดสินใจ ไม่ฉายหนัง

แต่

ผมแปลกใจ ว่า กองเซ็นเซอร์ใช้เกณฑ์อะไรในการ ตัดฉากทั้ง3 นี้

ความไม่เหมาะสมอยู่ตรงไหน ?

ฉากที่ 3 ผมเข้าใจว่าหมิ่นเหม่ในการตัดสินใจ แต่ สองฉากข้างต้น ผมไม่เข้าใจว่า ความไม่เหมาะสม ใช้เกณฑ์อะไร

เพราะ ผมไม่คิดว่า คำว่า ความเหมาะสม คือ การนำเสนอแต่หนังที่

หมอ ช่างเป็นพ่อพระ ใจบุญ ดีงามประเสริฐเกินร้อย
พระ ที่ถือศีลเคร่งครัด และ เป็นที่เคารพของประชาชนทุกครัวเรือน

...เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น หนัง ก็ไม่ต่างอะไรจาก โฆษณาชวนเชื่อ

ผมเห็นด้วย หากการเซ็นเซอร์ด้วยการแบนหรือตัดฉากในหนัง เป็นกรณีที่ทำให้ภาพของบางอาชีพถูกบิดเบือนก่อเกิดเข้าใจผิด หรือ ดูหมิ่นผู้ใดผู้หนึ่ง อาชีพใดอาชีพหนึ่ง

เช่น กรณี หนังเรื่อง ศพ หรือ อาจารย์ใหญ่ ที่เป็นการหมิ่นครูที่นักศึกแพทย์เคารพในการเรียน แล้ว ทำให้คนอาจเข้าใจผิดถึงที่มาที่ไปในกรณีการบริจาคร่างกาย หรือ กรณีที่เอาพระมาเล่นตลกโปกฮาแก้ผ้าทาลิปสติก เล่นหัวทำทะลึ่งตึงตังหวังแค่ขายความขำขำ

... หากใครคิดว่า การนำเสนอแต่ภาพดีๆ จะทำให้สังคมดีขึ้น การสร้างหนัง ควรมีแต่ฉากจรรโลงใจ ถือว่า เข้าใจผิด โดยสิ้นเชิง

ถ้าคิดว่า หนัง คือ สื่อที่สามารถใช้สะท้อนสังคม ทำไม เราจึงอยากให้สะท้อนแต่ด้านเดียว การสะท้อนด้านเดียวมิได้ช่วยให้อาชีพนั้นๆ หรือ สังคมๆนั้น ดีงามขึ้นมาได้เลยแม้แต่น้อย

ลองดูหนังเรื่อง The Village ก็ยังได้ สังคมที่พยายามสร้างแต่สิ่งดีๆ และ ปกปิดหรือหมกเม็ดสิ่งไม่ดีไม่งามไว้ สุดท้ายแล้ว การไม่รู้จักรับมือกับความชั่วร้าย ก็นำมาสู่ความย่อยยับได้

การจรรโลงสังคมให้ดีงาม การพยายามสร้างสังคมอุดมคติ ไม่ใช่ สอนให้เด็กๆหรือประชาชนรู้ว่า "โลกนี้มีแต่สิ่งดีงามนะจ๊ะ" แล้ว ก็กลบความชั่วร้ายทั้งหลายไว้ กลบเรื่องราวแย่ๆ ความเห็นแก่ตัว ความเลวทรามในสังคม เสมือนว่า ไม่เคยมี

ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ไม่ใช่ว่า หนังควรจะนำเสนอด้านมืดอย่างมัวมันแถมไปเชิดชู เช่น สร้างหนัง เณรทำคุณไสย แล้วสุดท้ายได้เป็นเจ้าอาวาส หรือ การประโคมโหมลงแต่เรื่องราวเสื่อมๆ เอาภาพคนคอหลุด/แขนขาด/ผูกคอตาย พาดหัวข่าวหน้าหนึ่ง โดยไม่พิจารณาถึงความเหมาะสมอะไรเลย

เพียงแต่ เราจะนำเสนอความเลวร้ายในชีวิต หรือ ในสังคมอย่างไร ให้เหมาะสมเท่านั้นเอง

ไม่ต้องดูอื่นไกล อีกกรณีหนึ่งคือ 300

หนังเรื่อง 300 หลายคนบอกว่า “อย่าคิดมากเลย แค่ เบลอนมก็ดีแล้ว ดีกว่า ไปเบลอหนังทั้งเรื่อง”

ผมไม่คิดเช่นนั้น

ผมไม่คิดว่า แค่เบลอนม หรือ เบลอเลือด แล้วก็ปลอดภัย เด็กๆดูได้สบายแฮ

เพราะ

ผมคิดว่า 300 ไม่ใช่หนังที่เหมาะสำหรับเยาวชนตั้งแต่แรกแล้ว ไม่สมควรที่พ่อแม่จะหอบหิ้วเด็กๆเล็กๆหรือแม้แต่เด็กประถมเข้าไปดูเพราะคิดว่าเป็นหนังแอคชั่นมันส์ๆ หรือ เลือกเช่าแผ่น Sin City ให้ลูกวันหยุดเพราะคิดว่าเป็นหนังการ์ตูนต่อสู้ หรือ อุ้มลูกเข้าไปฝึกรับมือกับผีและเสียงดังๆฉากโหดๆในหนังผีอย่าง โคตรผีดุ เพราะอยากให้ลูกไม่กลัวผี หรือ ชวนให้เด็กเล็กๆดูฉากหักกระดูกกร้อบแกร้บใน ต้มยำกุ้ง เพราะเป็นคนไทยควรสนับสนุนหนังไทยกินลำไยช่วยชาติอะไรเทือกนั้น

...มาตรฐานอยู่ตรงไหน นมไหนควรป้าย นมไหนควรปล่อย นมไหนคือนมศิลปะ นมไหนคือกามารมณ์ เพราะเมื่อไม่มีมาตรฐาน เราจึงเห็นการเบลอในหนังที่ไม่สมควรเบลอ เบลอในฉากที่ไม่ควรเบลอราวกับ ใช้เกณฑ์ ‘มีนมมีเบลอ’

ไม่แค่เรื่องนม แต่ ยังรวมถึงความรุนแรงเช่น บางเรื่อง เบลอปืนในมือมาแต่ไกล คำถามคือ ปืนในหนังกระบอกไหนรุนแรง ปืนในหนังกระบอกไหนดูได้

หนังที่มี นมยืนเฉยๆ กับ ไม่เห็นนมแต่ตัวละครกอดจูบนัวเนียพัวพันจนลิ้นแทบจะทะลุหูซ้ายออกหูขวา อันไหน มันกระตุ้นเร้าทางเพศหรือยั่วยุกามารมณ์มากกว่ากัน

หนังที่มี เลือด กับ หนังไม่มีเลือดแต่หอกทิ่มหัวพลั่วทุบหลัง หรือ หักกระดูกกันกร๊วบกราบ หรือ ด่ากันหยาบๆคายๆในหนังตลก ฯลฯ อันไหนที่จะส่งต่อให้คนดูซึบซับความรุนแรงมากกว่ากัน

....ผมไม่ได้มีเจตนาที่จะเสนอว่า ควรจะปล่อย นมให้เรี่ยราดกันซะทุกเรื่อง เพราะ นมหลายเรื่องก็เข้าข่ายยั่วยุทางเพศ ที่เด็กหรือคนชราเข้ามาดูก็อาจส่งผลในทางลบได้ แต่ ประการสำคัญที่อยากจะพูดถึงคือ

เจตนาดีที่ตั้งใจทำขึ้นมานั้น มันแก้ไม่ได้ตรงจุดประสงค์ มันเกาไม่ถูกที่คัน มันขาดมาตรฐาน และ มันสะท้อนกรอบความคิดของผู้เกี่ยวข้องที่ไม่เข้าใจตัวงานศิลปะ


... อิสรภาพของคนทำหนังต้องถูกลิดรอนในการนำเสนอ และ อิสรภาพในการดูหนังของคนดูต้องถูกลิดรอนในการรับสื่อ ก็เพราะระบบจัดการที่ไร้มาตรฐานนี่เอง

จาก: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
วันที่: 13/04/50 - 23:15 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 480
คณะกรรมการเซ็นเซอร์ ควรมาจากผู้สร้างหนังกันเอง ทำนองเดียวกับแพทยสภา อะไรแบบนั้น ตามหลักแล้วผู้ที่อยู่ในวงการย่อมรู้ดีที่สุดว่าอะไรเหมาะสม อะไรไม่เหมาะสม การเอาคนที่ไม่รู้จักศิลปะมาทำงานศิลปะ พูดให้ตายเขาก็ไม่เข้าใจหรอกครับ ขอไว้อาลัยด้วยอีกคน....

จาก: pattarit khunkitti
วันที่: 13/04/50 - 23:21 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 481
และอีกหนึ่งสิ่งที่เรียกร้องและอยากเห็นมานาน คือ การจัดเรตติ้งที่น่าจะมีเสียที

ลองไปอ่านความเห็นคนหลายๆคน กว่าสองร้อยความคิดเห็น ที่มองเห็นประโยชน์ก็น่าจะเข้าใจ

ที่ลิงค์นี้ ที่เคยมีคนมาคุยกันไว้

http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A5241346/A5241346.html



จาก: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
วันที่: 13/04/50 - 23:22 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 482
ร่วมลงชื่อด้วยค่ะ

ความจริงเราน่าจะตั้งฉายาใหม่ให้กับเมืองไทยกันนะคะ
ไม่ใช่ Land of smile
แต่เป็น Land of censorship
ทั้ง 'ถูกเซ็นเซอร์' และ 'เซ็นเซอร์ตัวเอง'

ที่นี่แหละประเทศไทย

จาก: พนิดา วสุธาพิทักษ์
วันที่: 13/04/50 - 23:24 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 483
จะเคลื่อนไหวยังไงก็ว่ามานะครับ จะร่วมมือเต็มที่ ไม่รู้จะบ่นอะไรแล้ว เบื่อสิ้นดี

จาก: วิษณุ
วันที่: 13/04/50 - 23:24 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 484
หนึ่งเสียงครับ

อยากให้จัดการระบบให้ดีกว่านี้

ผมดีใจนะครับที่กองเซ็นเซอร์พยายามเอาจริงและทำได้จริงขนาดนี้ มันโดนใจมากๆ ไม่ใช่เรื่องที่ทำกันได้ง่ายๆและต้องมุ่งมั่นมากนะเนี่ย

เพียงแต่คงต้องมีการปรับการเซ็นเซอร์ให้เหมาะสมกว่านี้

เห็นด้วยกับความเห็นก่อนหน้านี้ครับ ที่ว่า "อย่าดูถูกคนไทยด้วยกัน"

พํฒนาระบบการเซนเซอร์ให้ดีขึ้น

พัฒนาระบบการจัดเรต

แล้วทำให้มันได้จริงอย่างนี้ จะเป็นพระคุณอย่างสูง

ให้คนไทยได้มี สิ่งที่ดูแล้วได้คิด ได้ประเทืองปัญญา ดูกัน

จาก: เอกบุตร ลิ่วเฉลิมวงศ์
วันที่: 13/04/50 - 23:37 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 485
1 เสียง สั้นๆ ง่ายๆ แต่เอาจริง ....

จาก: ต้อ
วันที่: 13/04/50 - 23:37 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 486
เป็นคนหนึ่งที่ขอต่อต้าน

เหตุผลคงดังที่ข้างบนได้กล่าวมาแล้ว

ขอความเปิดกว้างต่องานศิลปะครับ

จาก: ศาสวัต บุญศรี
วันที่: 13/04/50 - 23:38 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 487
ในฐานะผู้ชมภาพยนตร์ธรรมดาๆ คนหนึ่ง
ที่ไม่ได้คลั่งไคล้การดูหนังจนเข้าไส้
และเชื่อว่าเดินเข้าโรงหนังน้อยกว่าอีกหลายๆ คนที่อยู่ข้างบน

เรามีความเห็นว่า
การจัดเรทภาพยนตร์น่าจะเป็นทางออกที่เหมาะสมกว่าการเซ็นเซอร์


จาก: ฐิตินันท์ ศรีสถิต
วันที่: 13/04/50 - 23:43 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 488
ขอร่วมด้วยครับ

จาก: กษิติ เกตุสุริยงค์
วันที่: 13/04/50 - 23:47 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 489
ความเห็นเหมือน คนข้างบน

การจัดเรทภาพยนตร์น่าจะเป็นทางออกที่เหมาะสมกว่าการเซ็นเซอร์

จาก: นุด
วันที่: 13/04/50 - 23:47 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 490
อีกหนึ่งก้าว(ถอยหลัง)สำคัญของวงการหนังไทย !

จาก: วินัย กิจเจริญ
วันที่: 14/04/50 - 0:07 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 491
ขอเป็นหนึ่งเสียง สนับสนุนการไม่เห็นด้วยกับกองเซนเซอร์ครับ

และขออ้างถึงบทความ"เอาหัวนมของผมคืนมา"ในบล๊อกของคุณ Bickboon
ก็เป็นที่ซึ่งมีอีกหลายเสียงร่วมคัดค้านการกระทำนี้เช่นกัน
---> http://bickboon.exteen.com/20070323/entry


จาก: 9handy
วันที่: 14/04/50 - 0:09 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 492
ร่วมลงชื่อครับ

จาก: พลพัฒ ปรีชาเลิศ
วันที่: 14/04/50 - 0:15 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 493
ชูสองจักแร้ออกเสียงไม่เห็นด้วยกับกองเซ็นเซ่อร์ครั้งนี้ครับ น่าจะใช้ระบบเรตติ้งแทนการเซ็นเซ่อร์สักที เผื่อว่าจะไม่เซ่อเหมือนทุกวันนี้

จาก: ชาญวิทย์ หรูอนันต์
วันที่: 14/04/50 - 0:34 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 494
มาร่วมลงชื่อประท้วงเซน-เซ่อ
และขอให้กำลังใจคุณเจ้ยอีกคน ในฐานะแฟนหนังของคุณคนหนึ่ง

จาก: อภิรดี จูฑะศร
วันที่: 14/04/50 - 0:34 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 495
ลงชื่อไม่เห็นด้วยกับการเซ็นเซ่อร์ครับ

จาก: iamtez
วันที่: 14/04/50 - 0:45 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 496
ลงชื่อไม่เห็นด้วยอีกคนค่ะ
กองเซ็นเซอร์ไทยมันเต่าล้านปีไปแล้ว
โลกยังหมุนอยู่นะคะ สมองเนี่ยอย่ามัวแต่ไปทำเรื่องโง่ ๆ เลย
เอาความฉลาดเข้าหัวบ้าง พวกแก่กะลา
"เสรีภาพจะมีไปเพื่ออะไร ถ้าไม่ได้ใช้งาน"

จาก: ไอ แอม ......
วันที่: 14/04/50 - 0:49 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 497
ตลกจังเลย
หนังสือดาราใส่บิกินี วางอยู่เกลื่อนแผง
เด็กแต่งตัวโชว์ก้น โชว์หน้าอก มีกันเต็มถนน
ไม่ไปจัดการเหรอคะ
ตัวละครตบกันทุกวัน ด่ากันเป็นคำหยาบขึ้นพ่อขึ้นแม่
คนก็ดูอยู่ทุกวัน
ไม่ไปเคลียร์เหรอคะ
มานั่งเซ็นเซอร์อะไรก็ไม่รู้
ไม่ได้ช่วยให้สังคมไทยดีขึ้นนักหรอก
ตลกจัง

เพิ่งรู้สัจธรรม ไม่แน่นะคะ ความจริงก็อาจจะเป็นแบบนี้
ที่คนไทยห้ามแต่งตัวโป๊ เพราะกลัวเปิดแล้วคนจะคิดอกุศลมั้ง
ฝรั่งเขาไม่ได้จิตใจอกุศลแบบนั้น เขาก็เลยโชว์ได้มั้ง
คนเราตัดสินคนอื่นว่าคิดไม่ดี เพราะมาตรฐานใจเราเป็นแบบนั้นเองรึเปล่า
น่าคิดเหมือนกันนะคะ

พี่เจ้ย สู้ๆ
เชียร์ในฐานะที่พี่เป็นตัวแทนประเทศไทยที่ทำหนังให้ต่างชาติดูและชื่นชอบ
คนไทยไม่ได้ดู เพราะมีคนกลุ่มเล็กๆ บางกลุ่ม
เอากะลาครอบหัวคนอื่นไว้



จาก: bamee
วันที่: 14/04/50 - 0:54 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 498
ลืมไปค่ะ เอาแต่บ่น ขอลงชื่อด้วย
ชื่อจริงไปเลย
bamee

จาก: ประภาวี เหมทัศน์
วันที่: 14/04/50 - 0:55 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 499
ลงชื่อด้วยครับ

จาก: P Chong
วันที่: 14/04/50 - 1:32 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 500
ลงชื่อด้วยค่ะ




จาก: ณัฐธิดา เปี่ยมสุวรรณศิริ
วันที่: 14/04/50 - 1:34 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 501
เห็นด้วยคับ ใม่ดีเลย ทำยังงี้ใม่ใหว

จาก: tong 2522
วันที่: 14/04/50 - 2:02 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 502
เห็นด้วยกับพี่เจ้ยนะคับ อย่ายอมนะคับ

จาก: tong 2522
วันที่: 14/04/50 - 2:05 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 503
มันเสื่อมได้ขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย วิจรณญาณของคนกุมอำนาจ
หนังเค้าไม่ได้สื่ออะไรเลยร้ายซะหน่อย

นี่ยังจะไม่คืนฟีล์มสมบูรณ์ให้เค้า จะเอาไปหั่นเอง
มันก็เหมือนการดันทุรังจะเอาชนะของเด็กไม่รู้จักโต


จาก: อภิชญา ไชยพยอม
วันที่: 14/04/50 - 2:10 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 504
ปิดตา ปิดหู ปิดปาก เเล้วนอนหลับไปตลอดชีวิตดีกว่าครับพวกเรา

จาก: ตุล ไวฑูรเกียรติ
วันที่: 14/04/50 - 3:49 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 505
"Censorship is the root of Tyranny."

ไม่ใช่ความแตกแยก เราแค่มีความเห็นแตกต่างจากหน่วยงานไดโนเสาร์
เราไม่ได้ทำร้ายใคร เราแค่ช่วยกันเรียกสิทธิที่เราพึงจะได้รับในประเทศประชาธิปไตยกลับคืนมา

จาก: ภฤศ ปฐมทัศน์
วันที่: 14/04/50 - 4:15 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 506
ลงชื่อกันขนาดนี้แล้ว หวังว่าพอจะกระทบไปบ้างนะคะ
ถ้ามีอะไรที่ชัดเจน หรือมีร่างอะไรที่ต้องการให้ลงชื่ออีกครั้ง
ยินดีเป็นอย่างยิ่ง ส่งข่าวด้วยค่ะ

จาก: ค.ที่41
วันที่: 14/04/50 - 5:51 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 507
มีใครทราบชื่อคณะกรรมการฯชุดนี้บ้างครับ
มีกี่คน ใครบ้าง
อยากทราบทั้งชื่อและนามสกุลเลย
และมติในการพิจารณาเป็นอย่างไร
เช่น ใครบ้างที่เห็นด้วยกับการตัดฉากนั้นๆ
ใครบ้างที่เห็นว่าไม่ควรตัด
อยากรู้จริงๆ ครับ

จาก: แมงมุมมอง
วันที่: 14/04/50 - 6:19 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 508
ขอร่วมลงชื่อแสดงความไม่เห็นด้วยกับกองเซ็นเซอร์ ต่อการกระทำในครั้งนี้ครับ

จาก: ทนพ.เอกลักษณ์ วิทยนันท์
วันที่: 14/04/50 - 6:25 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 509
เรื่องนี้อยากให้ผู้ชมเป็นฝ่ายตัดสินมากกว่า


ทำไมเผด็จการจัง


แสงศตวรรษไม่ควรถูกกระทำเช่นนี้

ไม่เห็นด้วยกับกองเซ็นเซอร์

จาก: สุข
วันที่: 14/04/50 - 7:32 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 510
สู้ๆครับ หนังดีดีอย่างนี้ต้องสนับสนุนครับ
ไม่เข้าใจเลยว่าหนังไทยการันตีถึงระดับโลก ทำไม๊ทำไม
คนไทยถึงไม่สนับสนุน ปิดหู ปิดตา ปิดปาก อย่าลืมปิดจมูกหล่ะ
จะได้ไม่ต้องหายใจ ตัดแขนตัดขาด้วยสิ เชอะ

จาก: ไม่ปลื้ม.....จบ
วันที่: 14/04/50 - 8:01 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 511
หนังเรื่องนี้น่าจะสร้างเเรงผลักดันให้ต่อสู้กับสิ่งที่ยังไม่พัฒนาทั้งหลาย หรือไม่ก็ยอมให้เป็นแบบนี้เรื่อยๆ

จาก: มนต์
วันที่: 14/04/50 - 8:40 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 512
ถ้าการแบนหนังเรื่องนี้คืออีก 1 ในความภูมิใจของกองเซ็นเซอร์ช่วยระบุชื่อนาม-สกุลด้วยนะครับว่าประกอบด้วยใคร ถือศีลกันกี่ข้อบ้าง เกิดมาจากประเทศโลกอะไร

จาก: ิำbelle
วันที่: 14/04/50 - 9:42 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 513
ลงชื่อด้วยคนครับ

จาก: คงเดช จาตุรันต์รัศมี
วันที่: 14/04/50 - 10:01 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 514
...เซ็นเซอร์เฮงซวย...

จาก: ธวัช เจริญวุฒิธรรม
วันที่: 14/04/50 - 10:04 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 515
“Censorship reflects a society's lack of confidence in itself. It is a hallmark of an authoritarian regime.” - Potter Stewart
(การเซ็นเซอร์สะท้อนความไม่มั่นใจในตัวเองของสังคม มันคือลักษณะที่โดดเด่นที่สุดของระบอบเผด็จการ)

ถ้าัยังเซ็นเซอร์กันชุ่ยๆ ด้วยเหตุผลห่วยๆ ที่แย่กว่าระบอบ "ขวาจัด" ของอิหร่านสมัยโคไมนี หรืออัฟกานิสถานสมัยตาลีบันไปอย่างนี้เรื่อยๆ อีกไม่นานเชื่อว่าหนังสือ ภาพยนตร์ เพลง และศิลปะแขนงอื่นๆ ที่คนไทยได้เสพก็จะไม่มี "ศิลปะเปี่ยมสาระ" ที่กระตุ้นให้คนคิดอีกต่อไป มีแ่ต่เรื่องประเภท "ขำๆ ชิลๆ บันเทิงๆ ไ้ม่มีพิษมีภัย" เท่านั้นเอง

ขอเป็นกำลังใจให้คุณเจ้ย และศิลปินทุกท่านที่ยืนหยัดต่อต้านการเซ็นเซอร์ในทุกรูปแบบค่ะ

"คนชายขอบ"

จาก: สฤณี อาชวานันทกุล
วันที่: 14/04/50 - 10:20 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 516
หนังไทยดีๆจึงมีให้ดูน้อย
สุดท้ายหนังไทยก็ได้แต่ขายขำ
น่าสงสารผู้บริโภคนะครับ

จาก: ป้อง
วันที่: 14/04/50 - 10:25 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 517
ขอประนามกองเซ็นเซอร์ครับ
ชั่วช้าเลวทราม
นรกส่งมาเกิด
สมองหมา
หน้าวัวบัดซบ
ถ้ายังไม่เลิก
ขอให้แม่พ่อมันตาย

จาก: ำำ
วันที่: 14/04/50 - 10:45 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 518
โถ ....เกรียน

จาก: เบื่อเกรียน
วันที่: 14/04/50 - 11:09 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 519
ร่วมลงด้วยนะครับ การเซ็นเซแรทำให้หนัง
เสียคุณค่าอยากมากไม่ว่ตะในโรง หรือแผ่น
ทำให้ไม่เสี่ยงซื้อ

จาก: เอิร์ท
วันที่: 14/04/50 - 11:10 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 520
ขอร่วมลงชื่อ "ไม่เห็นด้วย" กับกองเซ็นเซอร์ครับ!
พยายามทำความเข้าใจพวกเขามาหลายที ว่าเขาคงมีเหตุผล...
จะขึ้นคำเตือนก่อนเรื่องหลังเรื่องอะไร ยังพอรับไหว
แต่บางอย่างมันก็มากเกินไป ผมว่าหัวอกคนทำหนังก็เตรียมใจที่จะ
ประณีประนอมยอมทุกอย่าง เพื่อให้หนังตัวเองได้ออกฉายอยู่แล้ว
ทำไมกองเซ็นเซอร์ไม่แคร์กันบ้าง ทำกันแบบนี้ใครจะยอมรับ
การทำงานของพวกคุณได้ล่ะครับ เมื่อไหร่ ที่พวกคุณถึงจะรู้สึก
ว่าต้องหาหนทางแก้ไข ลองย้อนดูต่างชาติ เค้าก็มีวิธีที่น่าสนใจ
หลากหลาย ทำไมไม่ลองเอามาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับบ้านเราบ้างล่ะครับ?

หรือเหนื่อยแล้วครับ กับการแก้ปัญหาให้ทุกฝ่ายยินดี?

กองเซ็นเซอร์เอาเวลา นอกเหนือจากการหั่นหนังคนอื่นเป็นว่าเล่น
ไปทำอะไรอยู่หรือเปล่าครับ ... บอกพวกเราที

จาก: เกรียงไกร วชิรธรรมพร
วันที่: 14/04/50 - 11:50 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 521
ขอลงชื่อด้วยคนครับ

จาก: ภพธร พุ่มระย้า
วันที่: 14/04/50 - 12:01 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 522
จำกัดสื่อ...ไม่เห็นด้วย
อย่าทำตัวเป็น ไดโนเสาร์นักเลย....
จัดตั้งเรท การดูหนังก็ได้....


จาก: Ratchaphum Wannaphong
วันที่: 14/04/50 - 12:04 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 523
คุณค่าของหนัง ไม่ควรถูกตัดสินด้วยคนบางกลุ่ม
แต่ควรให้ผู้ชมได้ดู ได้รู้สึกและตัดสิน
ด้วยชิ้นงานที่เต็มในความรู้สึกของผู้ทำ

จาก: นภสร ลิ้มไชยาวัฒน์
วันที่: 14/04/50 - 12:10 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 524
Don't need Censor's Group

จาก: -_-
วันที่: 14/04/50 - 12:11 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 525
โดยส่วนตัว ไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับระบบการ censer หนังหรอกครับ

แต่ก็พอรู้ระดับมันสมองกับความจองหองของคน censer ดี จากผลงานดีๆ ของคนมากมายที่ตั้งใจทำงาน แต่ี่ถูกคน(โง่ๆ) กลุ่มเล็กๆ ทำลายลงอย่างราบคาบ

จาก: เด็กไทย
วันที่: 14/04/50 - 12:12 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 526
เมื่อไรจะยุบหน่วยงานไร้ประสิทธิภาพนี้ทิ้งไปเสียที

ทำงานไม่มีมาตรฐาน เลือกทำงานเหมือนลิงโยนหัวก้อย

ความรู้ทางศิลปะวัฒนธรรมก็ไม่มี สะเออะมาทำงานด้านวัฒนธรรม

ไม่รู้เอาต่อมอะไรมาคิด เซนเซอร์อวัยวะภายในหุ่นจำลองทางวิทยาศาสตร์มั่งละ เซนเซอร์หน้าอกมนุษย์วานรมั่งละ ขนาดจิตรกรรมฝาผนังยังโดนเซนเซอร์เลย ดูถูกศิลปะประจำชาติตนเองขนาดนั้น

แบบนี้จะไม่ให้เห็นว่าประเทศไทยถอยหลังลงคลอง ด้อยพัฒนาลงทุกวันๆได้ยังไง

ทำไมไม่มีใครคิดจะทำอะไรจริงๆจังๆกันเสียทีครับเรื่องนี้ อย่างน้อยก็ออกมาเคลื่อนไหวอะไรบ้าง

หรือรัฐบาลก็น่าจะให้ทุนการศึกษาคณะกรรมการชุดนี้ ไปเรียนต่อด้านศิลปะเสียหน่อยนะครับ คนอื่นเขาจะได้ไม่ดูถูกเอาได้ ว่าข้าราชการไทยด้อยการศึกษา

จาก: ใครก็ไม่รู้
วันที่: 14/04/50 - 12:23 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 527
ขอร่วมเรียกร้องให้ยกเลิกกองเซ็นเซอร์ อย่าให้คนไม่กี่คนมีสิทธิตัดสินใจแทนคนทั้งประเทศอีกเลย

จาก: อู่ทอง ประศาสน์วินิจฉัย
วันที่: 14/04/50 - 12:24 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 528



วอนทุกท่านช่วยกันกระพือข่าว

การกระทำครั้งนี้เป็นหนึ่งในหลายๆ ครั้งที่เรามิได้ถูกริดรอน

"สิทธิเสรีภาพ"

แต่ทว่า

เรากำลังถูกพรากสิ่งที่เรารักและหวงแหนมากที่สุดไป

-ศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์-

จาก: ณภคดล กิตติเสนีย์
วันที่: 14/04/50 - 12:36 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 529
1 เสียง ไม่เห็นด้วย

น่าแปลกที่ สิ่งที่หนังพูด ก็คือเรื่องของชีวิต "คน"

แสดงให้เห็นความเป็น "คน"

ก็แค่ "คน" คนหนึ่ง กระำทำเท่านั้น

แต่เพราะ "คน" คนนั้น ไปอยู่ในหน้าที่ของหมอ ในฐานะของพระ

มันเลยกลายเป็นเรื่องไม่ปกติขนาดนั้นเชียวหรือ


ภาพความเป็นจริงที่ปกติ จนชินตาและกลายเป็นความเคยชินไปแล้ว

คือ

พระบางส่วนที่เดิน เลือกหนังโป๊แถวคลองถม ไม่มีคนเห็น แต่รู้กันทั่ว

หมอบางส่วนที่ประกอบกิจผิดจรรยาบรรณ ไม่ต้องพูด แต่ก็รู้ว่ามี

เป็นเรื่องปกติธรรมดาที่สุด ที่ไม่มีใครเซ็นเซอร์ออกไปบ้าง



ทีวีก็มีเรตทีวีแล้ว(แต่ก็กดดูได้ทุกวัยอยู่ดี)

ทำเรตหนังด้วยซะทีเถอะ

หนังที่ดีมันอยู่ได้ด้วยตัวของมันเอง


ช่วยปรับกองเซ็น(แบบ)เซ่อร์(ๆ) แบบนี้ทิ้งไปทีเถอะครับ

แม้มันจะเป็นงานที่ทำพลาดก็โดนด่า ทำไม่ดี ไม่ถูกใจก็โดนด่า

แต่มันเห็นกันอยู่ว่า ทางที่ทำไม่โดนด่ามันมีอยู่ แต่ไม่ค่อยทำ

ทำให้มันเป็นมาตรฐานเดียวกันซะทีเหอะพี่ท่าน

จาก: กิตติพงศ์ มหากิจกำพล
วันที่: 14/04/50 - 13:14 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 530
หนังไทยไม่พัฒนาเพราะอย่างงี้อ่ะแหละ

ตัดไปทำไม?ตัดเพื่ออะไร?ไม่เข้าใจ

เค้ายอมไม่ฉายนายก้อไม่ยอมคืนฟิล์มให้เค้าอีก นายจะเอายังงัยกะเค้าอีก

นายมันงี่เง่านะ...

จาก: เต้
วันที่: 14/04/50 - 13:14 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 531
การต่อสู้เพื่อความจริง และความถูกต้อง เป็นเรื่องยากเสมอ และยิ่งถ้ากลุ่มคนที่เราต้องต่อสู้นั้น เป็นผู้ที่โง่เขล่าและไร้ซึ่งสติปัญญาด้วยแล้วล่ะก็ การต่อสู้อันนี้ ยิ่งยากขึ้นเป็นทวีคูณ

ขอเป็นกำลังใจให้ทีมงานทุกคนที่เกี่ยวข้องกับหนังเรื่องนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ คุณเจ้ย จงต่อสู้กับคนเขล่าเหล่านี้อย่างมีสติ และหวังว่าลูกของคุณเจ้ยคนนี้จะกลับมาสู่อ้อมอกของคุณเจ้ยอย่างปลอดภัยทุกประการ

จาก: mr.brightside
วันที่: 14/04/50 - 13:25 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 532
สู้!

จาก: เพื่อความถูกต้อง
วันที่: 14/04/50 - 13:56 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 533
สงสารหนังไทย สงสารศิลปินนทำหนังครับ ศิลปะ ถูกทำลายจากน้ำมืนคนที่คิดแทนคนอื่น แล้วไอ้ที่ เซ็นเซอร์ dvd คุณคิดถูกแล้วใช่มั๊ยครับ เราเสียเงินซื้อ ขอลลิขสิทธิ์ แต่ได้ดูในสิ่งที่ไม่สมบูรณ์ ยุติธรรมแล้วใช่ไหมครับ สมองคุณ คิดได้แต่ เอาภาพเบลอๆมาแปะ ตัดฉากนั้นฉากนี้ หยั่งงี้ ไม่สมควรหรอกครับที่จะใช่สมองเล็กๆของคุณมาตัดสินแทนคนอื่น รู้ใช่มั๊ยครับว่ามันก็เหมือนเป็นการ สนับสนุน dvd เถื่อน รึว่าคุณมีลับลมคนใน ปัจจุบัน dvd แผ่นแท้ก็ราคาถูกลงมาก เราอยากสนับสนุน ของแม้ แต่ก็เจอพวก ที่เห็นว่าความคิดคนอื่นไม่มี มาคิดแทน บางทีคุณลอง ให้การฉายหนัง การของแผ่นหนัง เป็นเหมือนการซื้อบุหรี่ดูสิฮะ อาจจะเข้าท่านะ อายุ ยังไม่ถึง 18 ไม่สามาดูได้ทำนองนี้ เบื่อจิงเลยฮะ คนอย่างพวกคุณกองเซนเซอร์เนี่ย ผมเข้าใจว่าคุณต้องปกป้องวัฒนธรรมอันดีงามไว้ แต่ เมื่อโลกหมุนอยู่ทุกวัน เราก็ต้อง นำวัฒนธรรมของเรา ให้หนุมอัพเดท ทุกวัน ไม่ใช่ ว่า โลกหนุน แต่เรา รักษาวฒนธรรมต้อนแบบอย่างนี้ทั่งชาติมันไม่ได้หรอกฮะ ยกตัวอย่างนะฮะ ถ้าเปรีบยโลก เป็น ร่างกาย วัฒนธรรม เป็น สมอง เมื่อร่างกายเราโตสมองและความคิดก็ต้องโตตาม แต่ถ้า ร่ายกายโตแต่สมองไม่โต นั้นเค้าเรียกว่า ปัญญาอ่อนครับ วัฒนธรรม รักษาได้ แต่ อย่าให้มารกรานศิลปะ พวกผมมีสิทธิ์ดูในสิ่งที่ผมอยากดูโดยไม่เดือนร้อนใครครับ ขอเป็นกำลังใจให้คุณ เจ้ย นะครับ เราเป็นกำลังใจให้คนทำงานศิลปะฮะ และขอประนามคนที่คิดแทนผม คิดแทนคนที่รักหนังทุกคนครับ

จาก: คุณตัดเค้า สักวันเค้าตัดคุณ
วันที่: 14/04/50 - 14:05 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 534
หลายครั้งเรามอง ผู้ใหญ่ ไม่ควรได้รับการเคารพในสังคม
เพราะสิ่งเหล่านี้นั่นเอง ไม่ใช่แค่กรณีภาพยนตร์ ถ้าถามผม
ทุกสิ่งที่เป็นไป มักถูกรอบล้อมด้วย ผู้ใหญ่ ความคิดไม่เจริญ

เพราะถึงวันนี้ผู้ใหญ่จะปิดกั้นมันไว้ ซักวันมันก็ต้องเป็นไป
ไม่มีใครหยุดมันได้หรอก นอกจากจัดให้มันเข้ารูปให้มากที่สุด
มากกว่าจะหยุดให้มันอยู่กับที่

สำหรับการเซ็นเซอร์
ผมว่าเมืองไทยควรเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมบางส่วน
มันดูเห็นแก่ตัว แต่เพื่อเพื่อนในเมืองไทยนั่นแหละ

โลกมันย่อมเป็นไปในทางที่มันควรเป็น

จาก: non
วันที่: 14/04/50 - 14:12 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 535
ใช้สิทธิ์อะไรในการไม่คืนฟิล์มไม่ทราบ!!!


จาก: danaya
วันที่: 14/04/50 - 14:28 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 536
มาร่วมลงชื่อด้วยอีกคนค่ะ

น่าเศร้าใจที่กองเซ็นเซอร์คิดได้แค่นี้เอง

จาก: ยิบหยี
วันที่: 14/04/50 - 14:42 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 537
ขอลงชื่อด้วยครับ


หนังที่ดีไม่ได้ดู หนังที่ได้ดูแม่งก็---------

จาก: จิรายุทธ์ เสตะจิต
วันที่: 14/04/50 - 14:59 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 538
ตอนนี้ได้เราทำpetition ขึ้นมาที่ http://www.petitiononline.com/nocut/petition.html
ขอเชิญช่วยกันไปลงชื่อสนับสนุนให้มีการเปลี่ยนแปลงกฏหมายเซ็นเซอร์โดยด่วน

จาก: ชลิดา เอื้อบำรุงจิต
วันที่: 14/04/50 - 15:19 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 539
จะตัดสิทธิริดรอนไม่ให้เค้านำหนังมาฉายในประเทศ
บ้านเกิด ทั้งที่หนังไม่ได้เลวร้ายขนาดคำสมอ้างก็
ทุเรศพออยู่แล้ว ยังกล้าหน้าด้านมายึดหนังเขาอีก
ทั้งๆที่เจ้าของหนังตัดสินใจที่จะไม่ฉายในไทยแล้ว
ตามกฏหมายไทยนี่เข้าข่ายลักทรัพย์รึเปล่า

จาก: สุคนธา วิสุทธิศักดิ์
วันที่: 14/04/50 - 15:40 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 540
เขาเรียกกันว่าใช้ดุลพินิจไม่เหมาะสม
น่าจะมีการตรวจสอบดุลพินิจของกองเซ็นเซอร์จริง ๆ ใช้วิธีคิดอะไร
ไฉนจึงไปผูกขาดจริยธรรมอยู่ที่คนไม่กี่คน ฮ้าย

จาก: จันทร์กระดาษ
วันที่: 14/04/50 - 16:24 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 541
นี่ไม่ใช่ครั้งแรก กองเซนเซอร์ไม่เคยมีมาตรฐานในการเซนเซอร์เลย

คุณเอาบรรทัดฐานงี่เง่าของคุณมาตัดสินแทนคนทั้งประเทศงั้นหรือ งั้นคำว่า เสรีภาพ จะมีไว้ทำไม?

ขอแสดงความเสียใจต่อคุณเจ้ย และ แสงศตวรรษ เสียใจจริงๆที่คนบางกลุ่มทำร้าย เสรีภาพทางความคิด ของพวกคุณ

กองเซนเซอร์ควรจะพิจารณาตัวเองนะคะ

จาก: 1 ใน 65 ล้านคน
วันที่: 14/04/50 - 16:24 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 542
ขอบคุณทุกคนอย่างสูงที่เป็นกำลังใจค่ะ ตอนนี้เหมือนที่พีชลิดาบอก คือมีำคำร้องเรียนเพื่อแก้ไขกฏหมายอย่างเป็นทางการตามเวบนี้





http://www.petitiononline.com/nocut/petition.html







ขอเชิญร่วมลงรายชื่อ เพื่อความเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่เรายังมีชีวิตอยู่



จาก: สุชาดา สิริธนาวุฒิ (ผู้ช่วยผู้กำกับภาพยนตร์แสงศตวรรษฯ)
วันที่: 14/04/50 - 16:47 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 543
อีกหนึ่งเสียงที่ไม่เห็นด้วย



จาก: บุญชัย
วันที่: 14/04/50 - 16:48 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 544
je suis désolée pour vous ( les thaïlandais et Apichatpong )



จาก: france
วันที่: 14/04/50 - 17:18 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 545
ลงชื่อด้วยคนครับ

จะทำงานที่กองเซนเซอร์นี่ต้องมี EQ. และ IQ เท่าไหร่กันครับ อยากรู้จัง

จาก: ปังยาอ่อง
วันที่: 14/04/50 - 17:36 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 546
หนังไทยมีแต่คำหยาบไม่เห็นจะเซนเซอร์


ไอกองเซนเซอร์ควา....

จาก: SEM
วันที่: 14/04/50 - 17:48 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 547
มาร่วมลงชื่อค่ะ
ส่วนเรื่องความคิดเห็นหลายๆคนที่มาตอบก่อนคงบอกไปหมดแล้วค่ะ

จาก: พัชรี แซ่เอี้ยว(psycho patch)
วันที่: 14/04/50 - 17:59 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 548
หนังหลายเรื่องน่าจะโดนเซ็นเซอร์ แต่ไม่ยักกะโดน หรือเป็นเพราะว่าเจ้าของหนังเรื่องนั้นๆ มีเงินมากกว่าหนังที่ทุนน้อยแต่มีความตั้งใจทำ นี่หรือ กองเซ็นเซอร์เมืองไทยที่ไม่ได้มีแม้แต่คำว่ามาตรฐานการทำงาน เฮ่อ

จาก: ต้นกล้า
วันที่: 14/04/50 - 18:03 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 549
พี่ๆกองเซ็นเซอร์
โป๊ ...ไหมพี่


จาก: ปิยาภรณ์ บุญญานุพงศ์
วันที่: 14/04/50 - 19:11 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 550
ไม่เห็นด้วยจึงมาร่วมลงชื่อ

เอ่อ


เราแล้วจะมีโอกาสได้ดูไหมเนี่ย


แหะๆ

จาก: สุจิตรา จิรพทธ์พงศกร(allein(e))
วันที่: 14/04/50 - 19:20 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 551
ทำไมหรอเหตุผลที่ต้องห้ามฉายและอย่างหนังฝรั่งที่คิดว่าควรไม่ให้เข้าฉายพากกองเซ็นเซอรืยังให้เข้าฉายไม่ทราบวาหนังเรื่องนี้มันผิดศีลธรรมหรือขัดอะไรกับพวกคุณหรือเปล่ากรุณายอมรับความจริงบ้างเถอะเห็นใจคนเค้าทำหนังมั่ง

จาก: พิราบขาวหัดบิน
วันที่: 14/04/50 - 20:20 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 552
เอาด้วยๆ

จาก: โป้อยู๋...อย่าเข้ามานะ
วันที่: 14/04/50 - 20:32 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 553
อย่าลืมไปที่ http://www.petitiononline.com/nocut/petition.html


กันนะคะ

จาก: :)
วันที่: 14/04/50 - 20:45 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 554

http://www.petitiononline.com/nocut/petition.html


จาก: :)
วันที่: 14/04/50 - 20:46 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 555
http://www.petitiononline.com/nocut/petition.html


จาก: :)
วันที่: 14/04/50 - 20:47 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 556
ใครก็ได้ช่วยทำลิงค์ของความเห็น 553 ให้หน่อย ทำไม่เป็น

จาก: ไข่ย้อย
วันที่: 14/04/50 - 21:11 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 557
นี่แหละเมืองไทย

จาก: A
วันที่: 14/04/50 - 21:28 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 558
เจริญลง เมืองไทย -"-

จาก: gotgi
วันที่: 14/04/50 - 22:35 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 559
ตอนมาร์ค เลสเตอร์มาเมืองไทย เขาตกใจมากที่รู้ว่า ตอนนี้ เมืองไทยยังมีระบบเซ็นเซอร์กันอยู่อีกหรือ!

เชื่อไหมครับ เลสเตอร์เคยให้สัมภาษณ์ไว้เมื่อสามสิบปีที่แล้ว (2520-โรงแรมสยามอินเตอร์คอนติเนนตัล ปัจจุบัน-พารากอน!) ซึ่งทุกวันนี้รูปการณ์ก็ไม่เปลี่ยน แถมยิ่งเลวร้ายหนักกว่าเก่าด้วยซ้ำ

จาก: มโนธรรม เทียมเทียบรัตน์
วันที่: 14/04/50 - 23:28 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 560
"หากส่งฟิล์มในสภาพสมบูรณ์คืนแก่ทีมงาน ทางทีมงานอาจถือโอกาสนำกลับมาตัดเองแล้วส่งเข้าสู่กระบวนการอุทธรณ์อีกครั้ง อันจะทำให้คณะกรรมการตรวจพิจารณาฯ มีความผิดในการปฏิบัติงานทันที"

แสดงว่าท่านไม่ยอมให้เจ้าของได้มีโอกาศแก้ไขเลยหรือ (ในเขายอมแก้)

อายแทนหมอท่านอื่นๆ เรื่องแค่นี้ยังไม่รูจักแยกแยะ

หนังผีกระเทย ตั้งชื่อผู้แสดงส่อไปทางลามกตั้งหลายคน เช่น โค...
หนังตลกหน้าเหลื่ยม ตลกโดยคำหยาบทั้งเรื่อง
สองเรื่องนี้เซ็นเซอผ่าน เป็นหนังที่ลูกเล็กเด็กแดงดูกันทั่วบ้านทั่วเมือง

แต่เรื่องนี้ไม่ผ่าน ทั้งผู้ดูเกือบ 100% เป็นผู้ใหญ่มีรู้จักแยกแยะ

แค่นี้ก็แสดงถึงระดับสติปัญญาของผู้เซ็นเซอร์ แถมบ้าอำนาจต่างหาก

จาก: เป็นอีกคนที่ไม่ได้เหมือนกัน
วันที่: 15/04/50 - 0:56 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 561
อนาถใจค่ะ


จาก: เฟย์
วันที่: 15/04/50 - 0:56 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 562
ขอร่วมลงชื่อด้วยอีกคนค่ะ

จาก: bam
วันที่: 15/04/50 - 2:07 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 563

ร่วมลงชื่อไม่เห็นด้วยกับระบบเซ็นเซอร์

และไม่เข้าใจว่าทำไมถึงไม่คืนฟิล์ม

และคิดว่า ... ระบบที่ตั้งคืนควรปรับปรุงและเปลี่ยนแปลง
ให้เข้ายุคสมัย และทันโลกบ้าง


จาก: ศศวรรณ จิรายุส
วันที่: 15/04/50 - 2:23 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 564
คืนเค้าไปเถอะคับทั่น

จาก: เต้ยคับ
วันที่: 15/04/50 - 2:50 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 565
เศร้าใจ

จาก: sorawit
วันที่: 15/04/50 - 3:08 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 566
เออ คืนฟิล์มเถอะ ไม่ฉายแล้ว
ที่คนที่พวกคุณโค่นไปครั้งที่แล้ว
ยังมีโอกาสอยู่ทีประเทศอื่นที่ไม่ใช่
ไท
ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็น่าจะเหมือนกัน
กฎหมายระบุไว้ว่าคนไทยต้องจบการศึกษาระดับใดครับ
ยังไม่สูงพอที่จะใช้วิจารณญาณด้วยตนเองอีกเหรอครับ
แม้ผมเองจะดูหนังของคุณอภิชาติพงศ์ไม่ค่อยรู้เรื่อง
แต่ผมก็เป็นอีกคนที่คอยหนังคุณอภิชาติพงศ์คนนึง


จาก: อิสระความคิดเราเป็นของใคร
วันที่: 15/04/50 - 4:09 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 567

ข้าเสียใจมาก ที่หนังcoolๆ อย่างนี้ถูกทำร้าย
ข้าอุตส่าห์ตั่งตารอคอย

ข้าเสียใจ เสียใจ เหลือเกิน

โกรธ โกรธ โกรธ

จาก: ตู้ สมยศ เท็กซัส
วันที่: 15/04/50 - 6:50 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 568
การกระทำครั้งนี้จะส่งผลถึงการเปลี่ยนแปลงของหนังไทย ไปในด้านที่ทุกคนไม่อาจจะคาดหวัง แต่หนึ่งความคิดของผมคือ การที่ใช่ความรุ้น้อยนิดมากำหนด จัดการบางอย่างนั้น โดยไม่รุ้จักมันจริง ถือว่า โง่มาก
และคนพวกนั้นก็ไม่ควรบอกว่าตัวเองแบกรับศักศรี ของสถาบันกองเซนเซอร์แล้วมานั้งเหยีบสนามหญ้าของคนอื่นที่ปลูกไว้แบบนี้

จาก: bpy
วันที่: 15/04/50 - 10:02 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 569
ขอให้เราได้แยกแยะอะไรเองมั่งเหอะ
เราคิดได้เองแล้วนะคะ แบ่งrate หนังไปเลยดีกว่าค่ะ


จาก: Parichart Wiangtong
วันที่: 15/04/50 - 10:58 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 570
เป็นกำลังใจให้ครับ

จาก: เสนีย์ มูลลม่อม
วันที่: 15/04/50 - 12:09 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 571



ต่อไปคนโง่คงครองโลก กองเซนเซอร์เขาเคยเข้าใจงานศิลปะบ้างหรือเปล่า ให้คนที่ไม่มีศิลปะในใจมาทำงานด้านนี้ ถึงว่าบ้านเราถึงไม่เคยพัฒนาด้านศิลปะเหมือนต่างชาติเลย หนังได้ฉายแค่สองโรง ก็แบ่งกลุ่มเป้าหมายชัดเจนอยู่แล้วจะตัดอะไรกันนักหนา จะปิดกั้นทางความคิดกันมากเกินไปแล้ว คนไทยไม่ค่อยได้ดูหนังดีๆอยู่แล้ว มีอยู่ไม่กี่โรงที่ฉายหนังแบบนี้ ส่วนมากต้องรอดูดีวีดีอย่างเดียว หนังที่ไทยฉายในโรงใหญ่ส่วนมากเป็นหนังที่บั่นทอนปัญญาทั้งนั้น ขอยกตัวอย่างหนังอย่าง หอแต๋วแตก กับ บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม จริงๆ แล้วมีอีกหลายเรื่อง ที่มีคำหยาบคายตลอดทั้งเรื่อง กลับไม่มีพูดถึง น่าเป็นห่วงเยาวชนที่ได้ดูแต่หนังไร้สาระ หนังดีๆ กลับไม่ได้เข้าฉาย เพราะมีผู้ใหญ่โง่ๆ ต่อไปเด็กๆก็คงโง่เพราะดูแต่หนังบั่นทอนสติปัญญาให้ดู ทางที่ดีควรแบ่งเรทหนังให้ชัดเจนไปเลยดีกว่า หรือกลัวแต่ว่าจะได้เงินน้อยเลยไม่ยอมทำ

จาก: naraporn nanthasen
วันที่: 15/04/50 - 13:01 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 572
มีคนเยอะแยะมากมายที่ตายไปเพราะความไม่รู้ ผมไม่เข้าใจในสิ่งเขาพยามปกป้อง ผมเป็นเด็กคนนึงที่สงสัยว่าเขาพยามปกป้องผมจากอะไรคับ

จาก: กรูม่ายรู้
วันที่: 15/04/50 - 14:15 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 573
หนังไทยตกต่ำเพราะกองเซนเซอร์ ทำตัวเหมือนพวกบ้านอำนาจ
เอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่ ตัวเองดีแค่ไหนกันถึงได้มาตัดสิน
ว่าจะให้คนดูหรือไม่ดูอะไร สมองมีหรือปล่าวที่ตัดสินว่าจะให้ตัดหรือไม่ตัดฉากไหนอ่ะ คนดูเค้าคิดกันเป็น ไม่ต้องให้คนแค่ไม่กี่คนที่มีสมองหรือป่าวไม่รุ้มาตัดสินใจแทนหรอกว่า อันไหนดูได้หรือไม่ได้ ถ้าหนังเค้าไม่ดีจิงเค้าคงไม่ได้รับรางวัลจากต่างประเทศมาหรอก คิดหน่อยนะ
ถ้าคิดไม่ได้จิงๆๆก็ไปทำอย่างอื่นเหอะอย่ามาทำให้ประเทศชาติตกต่ำเลย

จาก: 1234
วันที่: 15/04/50 - 14:39 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 574
ทุกสิ่งทุกอย่างข้างต้นที่ผมได้อ่านมา "ผมเห็นด้วยครับ"

ขอฝากประโยคให้กองเซ็น "เซ่อ" ประโยคนึงละกัน(แม้จะรุ้ว่าแม่มไม่อ่านก็เหอะ)

"อย่างน้อยก็คิดว่า ทำเพื่อลูกหลานละกัน"

จาก: Puksatorn Jittaprasertsuk
วันที่: 15/04/50 - 14:48 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 575
ลงชื่ออย่างแรง ด้วยอีกคนดิ โห แมร่ง เซ็งวะ กับการเซ็นเซอร์ แบบโง่ ๆ ของพวกมัน แล้วก้อจะทำลายหนังของคนอื่น

มันมีสมองกันบ้างมั้ยเนี่ย ไม่รู้ใช้อะไรคิดเนอะ สมองเนี่ย เอาไว้คั่นหูเหรอ ไงวะ พวกมรึงงงงงง ..

เพราะทำกันอีแบบนี้ ประเทศมันก้อไมเจริญสักทีนะสิโว้ยยยยยยย !!

ต่างประเทศเขาใช้การจัดเรตหนัง ประเทศเราใช้การทำลายหนัง ควายซะ..

ดูหนังแล้วมีภาพเบลอๆ กรูก้อไม่อยากดูให้เสียรมณ์หรอก กรูจ่ายตังไปดูภาพสวยๆที่ คนสร้างเขาตั้งใจทำ ไม่ใช่จ่ายตังค์ ไปดูภาพเบลอๆ ที่พวกเซ็นเซอร์ ควายๆทำนะเว้ย ภาพแบบนั้น กรูทำเองก้อเป็นวะ

ปล. กองเซ็นเซอร์จะโง่ งี่เง่า กันอีกนานแค่ไหน อย่ามาใช้อำนาจบาทใหญ่ของมรึงให้มากนัก .. ไม่รู้ใครมันเลือกพวกมันมา น่าจับไปตบให้กบาลแยก สักที จะได้เลิกโง่

จาก: Pritsana Kanbang
วันที่: 15/04/50 - 16:57 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 576
i think we shoud close the thai cencorship division now!!!

จาก: BADSEED
วันที่: 15/04/50 - 17:15 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 577
ผมว่ายกเลิกเหอะคับ "เซ็นเซอร์" อาไรเนี่ย แม่ม ไร้สาระ ถามหน่อย ว่า "เซ็นเซอร์" ไปทำไม เพื่อให้ภาพที่ออกมาไม่ ผิดศีลธรรม เรื่องเซ็กซ์ เรื่องการเลียนแบบสิ่งที่ไม่ดีในหนัง
หรอคับหรือเพียงเพราะคิดว่า "กูไม่ชอบแนวนี้กูไม่ให็ผ่าน"แค่นั้น ถึงต้องแลกกับ ความตั้งใจในการสื่ออารมณ์ของภาพ ของหนัง ทำไมจัด "เรต" สำหรับคนดู อย่างฉากที่ตัดเนี่ย ถามหน่อยเหอะว่ามันเสียหายอาไรนักหนา เหอ เหอ ในเมื่อปัจจุบันนี้ หนังโป๊ เกลื่อนเมืองไทย คนที่ไม่มีความคิด เค้าไม่มาสนจัยหนัง"อาร์ท" หรอกคับ เหอ เหอ ช่วยด้วย อีก 1 เสียง คร้าบบบบบผม

จาก: คอหนัง
วันที่: 15/04/50 - 17:23 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 578
เป็นกำลังใจให้คุณเจ้ย + คนตั้งใจทำงานดีๆทุกท่าน
ที่ถูกบุคคล สมองหด กลั่นแกล้ง รังแก

จาก: ธวัชพงศ์ ตั้งสัจจะพจน์
วันที่: 15/04/50 - 17:24 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 579
ยกเลิกไปเลย ไอ้พวกเซ็นเซอร์ง่าว

จาก: อรชุน
วันที่: 15/04/50 - 17:52 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 580
คืนให้ พี่เค้า มาเหอะ ฟิล์มน่ะ จะเก็บ ไว้เผา xx xx เหรอ คับ
พวก ท่านจะบ้า อำนาจกันเกินไปแล้ว น่ะ ปัญหาชาติ บ้าน เมือง มีอีกเยอะแยะ ทำไม ต้องมากลั่นแกล้งคนทำ หนัง ด้วย ว่ะ หนัง ไทย แมร่ง ก็ หาดีดูไม่ค่อยได้อยู่ แล้ว ยัง จะมายึดหนัง เรื่อง นี้ไปอีก เอา งี้ ล่ะ กัน แม่ง ท่านเคยดูหนังมั้ยคับ

จาก: สิบแสนนา
วันที่: 15/04/50 - 18:06 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 581
ควายกองเซ็นเซอร์

ฟ้องแม่งเลย

เข้าใจครับ

ในฐานะคนทำหนังด้วยกัน

จาก: ดิศรณ์ แสงวิเชียรกิจ
วันที่: 15/04/50 - 18:09 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 582
ไม่เห็นด้วยเช่นกันค่ะ

เพราะการเซ็นเซอร์นี่ไม่จำเป็นเลยซักนิด ทำให้เสียอรรถรสหนังดีๆหมด

อย่างเรื่อง 300 ที่คห.ข้างบนกล่าวเหมือนกัน ฉากที่สวยและก็ดูศิลป์มากกลับโดนเซ็นเซอร์เสียอย่างนั้น

คนพวกนี้นี่ชอบทำอะไรที่ล่อเป้านะคะ สงสัยชอบโดนประชาชนที่เป็นผู้บริโภคด่า

จาก: ปรับปรุงซะเถอะค่ะ
วันที่: 15/04/50 - 18:35 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 583
ประเทศเรากำลังเดินหน้าลงคลอง ครับ คือถ้าถอยหลังเราอาจจะมองไม่เห็นข้างหลัง แต่นี่เราเลือกที่จะเดินหน้าลงไป ทั้งที่รู้ว่าข้างหน้าคืออะไร? สิ้นหวังครับ เราก็คงต้องซื้อหนังเค้ามาฉายกันอยู่ ร่ำไป

จาก: The Pung
วันที่: 15/04/50 - 18:58 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 584
แย่มากๆ
ไม่รู้จะหาดูที่ไหน อยากดูมากๆด้วย
ทำไมทำกันแบบนี้ เสรีภาพสื่อมีจริงหรือปล่าว
ตัดฉากก็รับไม่ได้แล้ว แล้วนี่ไม่ให้ฉาย คนทำหนังจะเอาไรกินครับ
หนังไทยด้วยกัน ยังไม่สนับสนุนเลย
เซ็งครับ

จาก: bug
วันที่: 15/04/50 - 19:26 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 585
มาช่วยลงชื่อค่ะ

จาก: pornpen pailinanurak
วันที่: 15/04/50 - 19:53 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 586
ขอบคุณทุกคนอย่างสูงที่เป็นกำลังใจค่ะ ตอนนี้เหมือนที่พีชลิดาบอก คือมีำคำร้องเรียนเพื่อแก้ไขกฏหมายอย่างเป็นทางการตามเวบนี้





http://www.petitiononline.com/nocut/petition.html







ขอเชิญร่วมลงรายชื่อ เพื่อความเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่เรายังมีชีวิตอยู่





จาก: สุชาดา สิริธนาวุฒิ (ผู้ช่วยผู้กำกับภาพยนตร์แสงศตวรรษฯ)
วันที่: 15/04/50 - 19:56 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 587
ลงด้วยครับ...

ขอเป็นอีก1เสียง อีก1กำลังใจ ให้กับผู้กำกับและทีมงาน ที่ผลิตหนังเรื่องนี้ครับ

สู้เค้านะครับ

จาก: ขาไก่
วันที่: 15/04/50 - 20:46 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 588
มาลงชื่อค่ะ เบื่อพวกมือถือสาก ปากถือศิลมาก ทำยังกับว่าไม่ให้ภาพเหล่านั้นไม่มีในหนัง แล้วในความเป็นจริงจะไม่มีอย่างนั้นแหล่ะ

เข้าขั้นโรคจิตชนิดที่ว่าหลอกตัวเองไปวันๆ

เป็นกำลังใจให้คนทำหนังไทยทุกคนค่ะ

Free หนังไทย

จาก: เพลิง ปรารถนา
วันที่: 15/04/50 - 21:14 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 589
ขับไล่เผด็จการ คืนอำนาจให้ประชาชน

จาก: เซตั้น ณ พันทิป
วันที่: 15/04/50 - 21:26 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 590
ไม่เห็นด้วยกับ คณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์
ที่เชิญคนที่ไม่มีความเชียวชาญทางภาพยนตร์
มาตัดสินภาพยนตร์



จาก: นพพร ศักดานเรศว์
วันที่: 15/04/50 - 21:43 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 591
คงเป็นความคิดของคนที่มีอายุมาก.... แล้ว

ซึ่งใช้มาตราฐานที่ล้าหลังในการตัดสินใจ กลัวนั้นนี่โน่นไปหมด

ผมคนนึงในฐานะคนรับ ผู้กำกับคือคนให้ ทำไมมันต้องมีคนมาแอบเด็ดไปด้วยล่ะ

อิสระมันมีแค่ในโทรศัพท์มือถือรึยังไงกัน

ขอลงชื่อแก้ไขการเซ็นเซอร์ด้วยคนครับผม


จาก: เม่น บางแสน
วันที่: 15/04/50 - 21:50 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 592
ขอยกย่องผู้กำกับและทีมงาน ที่นำเสนอความจริงในสังคม ให้คนไทยได้หูตาสว่าง

และขอประนามคนไม่ยอมรับความจริงบางคน ที่ตัดสินหนังเรื่องนี้แค่เปลือกนอก

จาก: chankij
วันที่: 15/04/50 - 21:58 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 593
ลงชื่อ กองเซ็นเซอร์ไปตายซะ

จาก: BK LOVE
วันที่: 15/04/50 - 22:21 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 594
ลงชื่อๆๆ กะความเหงเด๋วกะ 593

จาก: jkjk
วันที่: 15/04/50 - 22:28 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 595
ลงชื่อคัดค้านการเซ็นเซอร์

ลงชื่อเรียกร้องขอให้แก้ไขการเซ็นเซอร์(ถ้าเป็นไปได้)

ลงชื่อสนับสนุนให้มีการฉายหนังเรื่องนี้ในประเทศไทย ไม่ว่าจะโดยวิธีใดๆ

จะมีประโยชน์อะไรถ้าหนังไทย หรือคนทำหนังไทยโกอินเตอร์แล้วผู้คนในประเทศไม่สามารถแม้แต่หาดีวีดีลิขสิทธ์มาดูกันได้

เรามาทบทวนความเป็นประชาธิปไตยกันใหม่ไหม

จาก: อนฏ กิจนุกูล
วันที่: 15/04/50 - 22:33 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 596
เป็นกำลังใจให้ครับ และอยากให้มีการเปลี่ยนแปลงกันซะที

จาก: อย่ามาทำ มือถือสาก ปากถือศีล
วันที่: 15/04/50 - 22:55 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 597
ขอลงชื่อครับ "ต้องปอง จันทรางกูร"

จาก: ต้องปอง จันทรางกูร
วันที่: 15/04/50 - 23:00 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 598
พูดไม่ออกครับ เหนื่อยใจ

จาก: ชวลิต สัทธรรมสกุล
วันที่: 16/04/50 - 2:11 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 599
อยากดู แสงศตวรรษ

จาก: พงษ์พันธุ์ ชุ่มใจ
วันที่: 16/04/50 - 2:15 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 600
กรี๊ดดดดดด กรี๊ดดดดดด กรี๊ดดดดดด กรี๊ดดดดดด
กรี๊ดดดดดด กรี๊ดดดดดด กรี๊ดดดดดด กรี๊ดดดดดด

ไม่รู้ไม่ชี้ มากรี้ดเฉยๆ

จาก: อยากเสือก
วันที่: 16/04/50 - 2:36 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 601
ลงชื่อด้วยนะค่ะ

ฉากที่จะโดนตัดออกมันก้อเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจิงทั้งนั้น

คุนอย่านึกว่าคนไทยโง่สิค่ะ

เพราะคุนปิดความคิดความรับรู้ไปก้อเท่านั้น

อิกอย่างเรื่องอย่างนี้มันก้อมีมาตั้งนานเเล้ว

อย่าสักเเต่กุไม่ชอบจะตัดจะทัมมัย

ไร้สาระค่ะ

เเล้วไอ้ฉากเณรเล่นกีต้ามันก้อไม่ได้ร้ายเเรงอารัยมากมาย

ใช่ว่าพระไปฆ่าคนนี่ดีซะอิกอย่างน้อยก็เล่นดนตรีไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้คัย

คนไทยไม่ได้โง่ทุกเรื่องนะค่ะ



จาก: เนตรนภา ภู่ทิพย์
วันที่: 16/04/50 - 3:36 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 602
ดูหนังทั้งที ดูแล้วเซ็งมาก เวลาเจอหนังเซนเซอร์ ไม่รู้จะเซนทำไม คนคาบบุหรี่ แล้วสูดปล่อยควัน แล้วก้อมาเซนเซอร์.. มีเด็กไทยคนไหนโง่หรอ ที่จะดูไม่ออกว่าดูดบุหรี่... จำกัดอายุคนดูในโรงหนังก็หมดเรื่อง ละครบ้านเราที่เล่นกันอยู่หลังข่าว... ก็มีพวกกอด จูบจริง ปล้ำกัน ตบกัน ไม่เห็นจะมีตัด film กันเลย ดูแล้วหมดอารมณ์ เซ็ง เฟ้ย..กับคนตั้งข้อกำหนด...ไร้สมอง.....เจรงๆๆ

จาก: the_wind120
วันที่: 16/04/50 - 8:26 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 603
เห้อ ไอ่หน้าหนังคุวย เซ็นเซอร์จนเสียอารมการดูหนังหมด สัดเอ๋ย

กลับเข้าคอกไปได้เลยพวกมรึงอ่า

จาก: ทักษิญหลี้ภัยในอังกฤษ
วันที่: 16/04/50 - 8:30 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 604
อีกหนึ่งเสียงครับ อุทิศให้กับโลกทัศน์แคบๆ ของคนกลุ่มหนึ่ง

จาก: katana
วันที่: 16/04/50 - 10:56 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 605
ขอประณามในความเห็นแก่ตัวของกองเซนเซอร์
มองแต่งานของตัวเองโดยที่ไม่สนใจความตั้งใจของคนอื่น

ขอเป็นกำลังใจให้เจ้ย...และ คอหนังผู้รักศิลปะทุกคน

ขอจงยืนหยัดเพื่อสิ่งที่เรารัก และเสรีภาพแห่งศิลปะ

ช่วยกันเพื่อ ภาพยนตร์

จาก: MOVIE LOVER
วันที่: 16/04/50 - 11:54 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 606
ร่วมประนามความแคบของวงการเซ็นเซอร์ไทย

จาก: วิชาติ สมแก้ว
วันที่: 16/04/50 - 12:30 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 607
มาลงคะแนนอีก 1 เสียง และรอดูแสงศตวรรษ
เศร้าใจกับวงการภาพยนตร์ และศิลปะแขนงต่างๆของบ้านเรา
ที่คนบางกลุ่มขาดความเข้าใจ และปิดกั้นตัวเองไม่ยอมเข้าถึง
จึงแยกแยะของดีกับของไม่ดี ของแท้กับของเทียมไม่ออก
หนังขายได้เงินพันล้านก็ใช่จะเป็นหนังดี หรือให้อะไรดีๆกับผู้ชม
แต่หนังบางเรื่องที่ไม่ได้มุ่งหวังการขาย กลับเป็นหนังดีมีคุณค่า
และให้อะไรกับคนดูได้มากกว่า


จาก: woman in the moon
วันที่: 16/04/50 - 12:45 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 608
อีก 1 เสียง และเห็นว่าควรมีการจัดเร็ตหนัง แยกกลุ่มคนดู

จาก: คนตัวใหญ่
วันที่: 16/04/50 - 13:10 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 609
อีก 1 เสียง และเห็นว่าควรมีการจัดเร็ตหนัง แยกกลุ่มคนดู

จาก: คนตัวใหญ่
วันที่: 16/04/50 - 13:36 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 610
1 เสียง

จาก: จิรวัฒน์ เอื้อสังคมเศรษฐ์
วันที่: 16/04/50 - 15:29 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 611
ร่วมลงชื่อด้วยครับ เสียงจากพวกเราคงช่วยให้มันเป็นไปในทิศทางที่ควรจะเป็น

จาก: clockworker
วันที่: 16/04/50 - 15:43 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 612
ด้วยคนค่ะ หนังมีหลากหลายแง่มุมแล้วแต่จะคิดจะมอง แต่เมื่อทำแบบนี้ก็เท่ากับรัฐ ปิดตา ปิดหู ประชาชาน ปล่อยให้แค่หายใจทิ้ง ไร้ชีวิต ไร้จินตนาการ แล้วไอ้ที่นุ่งสั้นโชว์นมกันตูมๆๆ ไมไม่ห้าม ไม่เซนต์เซ่อบ้าง

จาก: ระนา
วันที่: 16/04/50 - 16:28 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 613
เรา ต้อง ใช้เสียงกัน อีก เท่าไร คับ จึงจะทำให้ พวก ล้าหลัง มา สนใจ ใส่ใจ กัน เพิ่ม ขึ้น อีก

ไม่รู้ ว่า มันมีสิทธิ์ มาคิดแทนคนดูได้ไง ฟ่ะ มันเปน ความจริง ทั้ง นั้น ยอม รับกัน ไม่ได้เลยรึไง หนังน่ะเฟ้ย ไม่ได้บังคับใครดู จัดเรท ไปเลย เหมาะ สมยัง ไง ผู้ใหย่ควร แนะนำ มั้ย เรื่อง ง่ายๆ สมอง ฟ่อ หมด แล้ว รึไง ครับ กองเซนเซอร์ เซ่อ ทั้ง กอง ใครจ่าย เงิน เดือน พวก คุณกัน ครับ ผู้ มีอิทธิพล ที่ มีส่วน เกี่ยว ก้อง กับ หนัง รึ ไง สาดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด และ ที่ ทนไม่ได้ น่ะ ครับ อีก มากมาย มหาศาล ใน ประเทศนี้ ยังมีคน ไม่รู้ เรื่อง นี้ อีก กลุ้ม ใจคับ แต่ ไปเปน ไร คน พวกนี้ ถ้าได้ ดู หนังที่เปน เรื่อง จริง ใน สังคม อาจ จะทำให้ สามัญสำนึก ที่ใกล้สูญพันธ์เนี่ย กลับ มา งอกงาม อีก เป็น ได้
เหนื่อย คับ กระทู้ ก็ ยาว ขนาดนี้ ไม่รู้ อีก กี่ วัน จะมีข่าวดี พาดหัว ข่าว ตัวโตๆ " ยอม คืน ฟิมล์แล้ว กองเซนโง่ โดน ยุบ "

พักก่อน แล้ว กัน คับ ไปสงบนิ่ง ก่อน เดี๋ยว มา ระบายใหม่


จาก: สิบแสนนา
วันที่: 16/04/50 - 17:02 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 614
ช่างเป็นประเทศที่มาตรฐานด้านสิทธิมนุษยชนของเจ้าพนักงานรัฐ "ต่ำ"จริงๆนะครับ

จาก: Chayuth
วันที่: 16/04/50 - 17:02 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 615
จัดเรทครับ จัดเรท ได้เวลาพูดความจริง เรื่องจริงซะ

จาก: norachai
วันที่: 16/04/50 - 19:26 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 616



จะเซนเซอร์เพื่ออะไรกันคนที่ไปดูอ่ะเค้าก็รู้ว่ามันคืออะไรอย่างคนสูบบุหรี่ในละครเนี่ยเด็กมันคงคิดว่าเค้านั่งดูดนิ้วตัวเองอยู่มั้งถ้าตัดฉากบางฉากออกไปหนังเรื่องนั้นมันก้อคงเหมือนขาดอะไรไปกองเซนเซอร์ก้อสับแต่ว่าจะทำแต่ไม่ดูถึงความเป็นจริงของโลกมนุษย์เลยว่ามันเป็นยังไงกันถ้ารับหนังเค้าไม่ได้ก็ไม่ต้องไปดูซะเค้าไม่ได้ทำหนังมาให้พวกคุณดูนิเค้าทำให้คนทั้งประเทศให้คนทั้งโลกดูลองคิดซิว่าถ้าคุณทำหนังแล้วเค้ามาตัดฉากบางฉากในหนังเราออกคุณจะรู้สึกอย่างไรหล่ะครับคิดถึงใจเค้าใจเรามั่งซิขอร่วมลงชื่ออีกคนครับยังคิดไม่ค่อยออกเด๋วคิดออกเด๋วมาโพสใหม่งั๊บ

จาก: toppharo
วันที่: 16/04/50 - 19:45 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 617
ร่วมลงชื่อครับ

จาก: lapo
วันที่: 16/04/50 - 21:13 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 618
บ่งบอกถึงปัญญาของผู้กระทำการโดยคิดว่า เกรงว่า กลัวว่าพฤติกรรมที่เป็นธรรมชาติของมนุษย์เป็นสิ่งน่ารังเกียจ สู้อยู่ในโลกเพ้อฝันไม่ได้หนังละครต้องเพ้อเจ้อแม่ผัวตบลูกสะใภ้ ผู้หญิงตบกันแย่งผู้ชายเพื่อสมบัติ มรดก ผู้หญิงโชว้เต้าเต้นยั่ว เป็นการส่งเสริมการแบ่งแยกชนชั้นอย่างยิ่ง ตัวกู ของกู พรรคพวกของกู แตะต้องไม่ได้ อย่างว่าแหละ แสงศตวรรษยังส่องไม่ถึงหัวใจคนพวกนี้ เราจึงยังต้องมีคนมาชี้นำบอกว่าอะไรดี อะไรถูกต้อง ต่อไปอีกนานเท่านาน

จาก: dh
วันที่: 16/04/50 - 21:58 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 619
สู้เค้าทาเคชิ

จาก: ถลอกศักดิ์
วันที่: 16/04/50 - 22:06 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 620
ขอช่วยอีกแรงครับ พวกเราคนไทยไม่ได้โง่พอที่จะแยกไม่ออกว่า อันนี้ดีหรือไม่ดี เรามีสำนึกกันทั้งนั้น ฉะนั้น พวกเรากำลังถูกหาว่าเป็นคนโง่ในการใช้สติไตร่ตรองครับ ผมขอให้กำลังใจ

จาก: นัธกร
วันที่: 16/04/50 - 22:25 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 621
อันตราย

สื่อของไทยเป็นอันตรายต่อบุคคลผู้มีวิจารณญาณต่ำ
หนัง ละคร โฆษณา ข่าว รายการโทรทัศน์
มันกำลังฝังรากลึกในดวงวิญญาณอย่างช้าๆและไม่ทันได้รู้ตัว
มันจะกลืนกินเราอย่างช้าๆ
และพวกเราก็จะตกอยู่ในวังวนของมันจนยากจะถอนตัว

เธอเปรียบเหมือนแสงทองฉาบโฉลมจิตใจให้บริสุทธิ์อีกครั้งหนึ่ง
เยียวยาพวกเราด้วยเถิด
เรายังไม่อยากตาย

โอ้แสงทองเจิดจ้าอร่ามตา เจ้านำพาชีวาและความฝัน
เพียงข้ามคืนดับดิ้นทุกสิ่งอัน ข้านับวันรอเจ้าจะกลับมา



จาก: คนป่วย
วันที่: 16/04/50 - 22:39 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 622
เอาหนังดีดีมาให้เราดูๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

อย่ามากำจัดสิทธิของคนที่อยากจะดูหนังที่อยากดู
เมืองไทยไม่ใช่ระบบประชาธิไตยหรอ?

จาก: คนที่เห็นด้วยยยยยอีกคนครับ
วันที่: 16/04/50 - 22:55 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 623
*เลิกเซ็นเซอร์*

จัดเรต และ ใช้วิจารณญาณ

จาก: ด้วยคน
วันที่: 16/04/50 - 23:31 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 624
ทอดถอนใจ แล้วลงชื่ออีก 1 เสียงครับ

น่าเสียดายจริง ๆ

จาก: ยุสธิสฐีระ
วันที่: 17/04/50 - 0:46 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 625
1 เสียง สำหรับการไว้อาลัย ของแสงศตวรรษ... ที่พวกบ้าเอาเก็บเอาไว้ไปทำอะไรก็ไม่รู้

จาก: มด
วันที่: 17/04/50 - 2:11 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 626
เกณฑ์การเซนเซอร์หนังของไทยนั้นเป็นเรื่องอื้อฉาวมาแต่ไหนแต่ไร ซึ่งคนทำหนังและดูหนังได้กล้ำกลืนฝืนทนต่อความอยุติธรรมเหล่านี้มาเป็นเวลานาน บัดนี้ถึงเวลาแล้วที่จะเกิดการรวมตัวเพื่อลุกขึ้นสู้ต่ออำนาจที่ไร้เหตุผล ความล้าหลัง และความเป็นมนุษย์ที่มือถือสากปากถือศีลของผู้ใหญ่ที่โตแต่เพียงร่างกายและสังขารเสียที

ขอลงชื่อ 1 เสียง

หวังเพียงว่าแสงศตวรรษ จะเป็นประกายแห่งความสำเร็จในครั้งนี้ให้สมกับชื่อของเค้า

จาก: พิชิตโรมรัน อรรคธรรม
วันที่: 17/04/50 - 2:35 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 627
อีกหนึ่งเสียงค่ะ
สิ่งเหล่านี้ตอกย้ำว่า ประเทศไทยเป็นกลุ่มประเทศโลกที่ 3 จริงๆ

จาก: wattina
วันที่: 17/04/50 - 5:12 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 628
เฮ้อ!!!
อยู่ยากขึ้นทุกทีแล้วประเทศ

จาก: nowhere
วันที่: 17/04/50 - 9:45 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 629
ไม่ฉายก็ไม่เป็นไรคับ
อย่าตัดฉากเหอะคับ คืนฟิล์มเหอะคับ อย่าทำลายศิลปะเหอะคับ กองเซ็นเซอร์
เป็นกำลังใจให้ พี่เจ้ย - อภิชาติพงศ์ คับ
"แสงศตวรรษ" สู้ๆคับ


จาก: บุญชนินทร์
วันที่: 17/04/50 - 10:07 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 630
ทีการ์ตูนลามกอย่างชินจังยังเอามาแยให้เด็กเล็กๆเลียนแบบได้
อันนี้ก็กำหนดเรตหรืองดฉายแล้วคืนของเขาสิ
พวกนี้น่าจะโดนยึดทรัพย์

จาก: Alice
วันที่: 17/04/50 - 10:22 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 631
ยอมรับความจริง มันไม่ได้ยากเลยนะครับ ที่กองเซนเซ่อจะยอมรับความจริง ว่าปัจจุบันที่คุณทำอยู่ว่ามันไม่ได้มาตรฐานและไร้ประสิทธิภาพ หนังของคุณเจ้ย เขาไม่ได้มีพิษภัยเลย คุณกลับทำร้ายเขาได้ลงคอ ขอร่วมแสดงความคิดเห็นและสนับสนุนคุณเจ้ย ผมในฐานะคนที่เรียนสถาปัตย์และชอบภาพยนตร์ที่เป็นศิลปะแขนงที่ 7 แบบเดียวกับที่พี่เจ้ยเรียนและปฏิบัติ ขอเถอะ!ขอพื้นที่ให้ศิลปะได้แสดงผลงาน รวมทั้งคืนผลงานเขาด้วยอย่าใช้อำนาจโดยไร้สำนึกเช่นนี้

จาก: ขุนพล ผลจันทร์
วันที่: 17/04/50 - 10:59 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 632
หนึ่งเสียง อยากชมโดยไม่มีการตัดทอนใดๆ ครับ

จาก: YUTAKA
วันที่: 17/04/50 - 11:12 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 633
ร่วมลงชื่อค่ะ ทำไมทีหนังตลกหยาบคาย ลามก เอาอวัยวะเบื้องล่างมาลูบหัว ยังปล่อยผ่านมาได้? ละครกรี้ดกร๊าด ตบตีแย่งชิงผู้ชาย ด่าทอกัน ผู้ชายวางยาปล้ำผู้หญิง ทำไมปล่อยออกอากาศมาได้? มันเป็นแบบอย่างที่อันตรายกับเยาวชนของชาติ ทำไมไม่เซ็นเซอร์ มาตรฐานอยู่ที่ไหนกัน?

จาก: เมทินี
วันที่: 17/04/50 - 11:27 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 634
มาลงชื่อด้วย ทีหนังหยาบคายอย่าง เมล์นรก ดันฉายได้

จาก: ตาล
วันที่: 17/04/50 - 11:54 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 635
มาร่วมลงชื่อครับ
ความรู้สึกตอนนี้มันจุก หนังที่สร้างด้วยความตั้งใจ ทุ่มเท ละเอียด รอบคอบ ทุกๆ ฉากที่เข้ามาผ่านตาล้วนมีความหมายสื่อออกไป ทางใดทางนึง ทุกช่วง ทุกตอน ผมไม่ได้หมายความถึงหนังเรื่องนี้เพียงเรื่องเดียว แต่หากหมายความถึงหนังอีกหลายเรื่อง ที่ผู้สร้างตั้งใจทำออกมา ประเด็นเล็กๆ ในบางฉาก อาจสื่อถึงบทสรุป หรือบอกกับผู้ชมโดยอ้อมเกี่ยวกับเนื้อเรื่องที่นำเนินต่อไป ช่างเป็นเรื่องเศร้าใจมาก หากอำนาจในการตัดสินใจเด็จขาด ที่จะตัดทอน ห้าม และให้ หนังได้ฉาย ทำอยู่ภายใต้เงื่อนไขของภาพที่สื่อออกมา แต่มิใช่ความหมายที่สื่อแต่อย่างใด
ครั้งนึงผมเคยคิดถึงการจัดเรทหนัง เพื่อให้หนังดีๆ ที่มีฉากอันตราย (สำหรับกองเซนเซอร์บ้านเรา) อย่างน้อยก็ยังจะได้ฉายในเรทที่จำกัดอายุผู้ชม แต่ถึงตอนนี้แล้ว การจัดเรทอาจไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ถูกจุดเสียแล้ว แต่ผมกลับมองเห็นถึงกลุ่มคนที่อาจจะไม่ทำความเข้าใจในเนื้อหาของหนัง แต่ดูเพียง "ภาพ" กลุ่มคนที่อาจจะไม่เข้มงวดกับหนังทำเงิน หรือหนังต่างประเทศ (ฉากสูบกัญชา ฉากโป๊เปลือย ฉากสำส่อนทางเพศมีให้เห็นเป็นปกติว่า หนังเมืองนอกฉายได้) ถึงตอนนี้ ความหวังที่จะให้ กลุ่มคนที่ว่านี้เข้าใจอย่างถ่องแท้นั้น อาจจะต้องคัดกรอง เลือกสรร ผู้ที่มีความรู้จริงๆ ในด้านภาพยนต์ ได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ดีกว่าที่จะให้คนที่ไม่เคยดื่ม.. มาชิมไวน์

จาก: วรพจน์ ยืนยง
วันที่: 17/04/50 - 12:03 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 636
เห็นได้ถึงความไร้กึ๋น คับแคบ ขาดความเป็นสากลเยี่ยงนี้ ตัดสินอะไรไม่ได้หรอก เพราะเขาเองยังเข้าไม่ถึงสิ่งที่เขากำลังตัดสิน และยังเข้าไม่ถึงสิ่งที่พวกเขาเองยึดว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องด้วยซ้ำ
สรุปแล้วไม่เห็นด้วยแน่นอน

จาก: มัชฌิมา
วันที่: 17/04/50 - 12:06 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 637
ดูหนังเป็นรึป่าวถึงได้มากทำตำแหน่งนี้ หรือจับฉลากได้ตำแหน่งมา

จาก: B•B
วันที่: 17/04/50 - 12:15 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 638
มาลงชื่อด้วยคน มีแต่พวกแก่แต่ตัว จริง โลกนี้ไปไหนถึงไหนกันแล้ว

จาก: คนไทยในต่างแดน
วันที่: 17/04/50 - 12:30 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 639
การบังคับให้ทุกคนบนโลกนี้คิดอะไรเหมือนกันไปหมดคือหายนะอย่างหนึ่งของมนุษยชาติ

จาก: NyanTa
วันที่: 17/04/50 - 13:07 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 640
เบื่อ พวกมือถือสากปากถือศีล เอามาตรฐานตัวเองเป็นตัวตัดสิน
เคยไปสัมนามา บอกได้ว่ายังอีกนานกว่าจะ__นา
ก็พวกพิจารณา ดูหนังมามากน้อยขนาดไหน วันๆจองแต่จับผิด
เรื่องบางเรื่อง ปล่อยปะละเลย ที่ไม่คืนฟิลม์เป็นเรื่องของศักดิ์ศรีครับ
_ูถูก ๒ูใหญ่ ใครจะมาหักหน้าไม่ได้
คิดว่าฟิลม์ไม่น่าจะเป็นต้นฉบับที่ส่งนะ น่าจะมีอีกชุดที่ copy ไว้
สมัยนี้เขาส่งฟิลม์ให้ดูเลยเหรอ เสี่ยงที่จะเสียหายเกินไปนะ


จาก: คนแก่ที่ไม่แก่
วันที่: 17/04/50 - 13:18 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 641
เป็นกำลังใจให้คุณเจ้ยและหนังไทยดีดีครับ....

จาก: เมจิ
วันที่: 17/04/50 - 13:23 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 642
ร่วมลงชื่อประณามคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และให้กำลังใจคุณเจ้ย ด้วยคน

จาก: เอสเต้
วันที่: 17/04/50 - 13:53 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 643
การเรียนศิลปะมาบ้างมันทำให้คนเข้าใจได้ว่าการสร้างสรรค์เป็นสิ่งพิเศษที่มนุษย์สื่อสารความคิดออกมาได้ อย่างแตกต่าง และน่าสนใจ

จรรยาบรรณ ศีลธรรมของประเทศด้อยพัฒนาอย่างประเทศไทย มีปัญหาทุกระดับชั้นของสังคม ซึ่งผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองที่ดูดีมีหน้าตาในสังคม ก็พยายามแก้ปัญหาอยู่ ก็น่าเห็นใจว่าบางทีความรู้ความเข้าใจศิลปะของท่านๆ ก็น้อยเกินแคบไป

ผมเสียใจที่จะไม่ได้ได้ดูหนังที่สากลยอมรับว่ามีคุณภาพ ด้วยฝีมือการกีดกันการรับทราบข้อมูลข่าวสาร จากคนไทยด้วยกันเองที่ห่วงเรื่องหน้าตาของประเทศด้อยพัฒนาอย่างไทย

กบว คุณว่าใครด้อยพัฒนากว่ากัน ระหว่างคุณหรือคนส้รางสรรค์ศิลปะ





จาก: KHAM KHON KEAN
วันที่: 17/04/50 - 14:03 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 644
ร่วมลงชื่อด้วยค่ะ

คนไทยฉลาดพอ เลือกรับได้ ไม่ใช่มากีดกันไร้สาระแบบนี้

อะไรๆ ก็แบน อะไรๆ ก็เซ็นเซอร์ โลกไปมันถึงไหนกันแล้วคู๊ณณณณ

ถ้าเซ็นเซอร์จริง เราก็มีทางหาดูได้นั่นแหละ แต่มันอนาถจิต ทำไมต้องให้เราไปหามาดูให้ลำบากเล่า เค้าไม่ได้มองว่าแบนเพราะไม่เหมาะหรอกนะ เค้ามองว่ากองเซ็นเซอร์อะไรนี่โง่เง่าเต่าตุ่นต่างหาก

ฮึ่ยยย

จาก: เดือน
วันที่: 17/04/50 - 14:10 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 645
ประเทศอื่นเค้าเลิกเซ็นเซอร์ไปนานแล้ว ขอสนับสนุน

จาก: จุ
วันที่: 17/04/50 - 15:15 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 646



because of thems. thai people still blind still fool and still hopeless..join this group to stand up your opinion and kick away all mother fucker bull shit censors.maybe they don't have a work to do so shame of you all.
maybe 100 years thailand will be real republic land.
do it to day don't wait till 100 years. get them off!!!! get them off!!! get them off!!! let's them to find another job may be piece of shit will be them new work!!!!!
p.s. if you guy have any information send me by email!!!

จาก: kyu
วันที่: 17/04/50 - 15:51 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 647
ไม่เห็นด้วยกับระบบเซ็นเซอร์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบันครับ
พวกนี้มือถือสากปากถือศีล

จาก: วีระยุทธ บุญกอง
วันที่: 17/04/50 - 16:39 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 648
...ท่านครับ ตกลง ประเทศไทยต้องมีแต่หนังที่หลอกตัวเองไปวันๆ ใช่มั้ยครับ ...

...ท่านครับ ไปตายซะ...t("-t)

จาก: VDC
วันที่: 17/04/50 - 17:08 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 649
ที่นี่ประเทศไทย.....ลองคิดถึงหลายเหตุการณ์ที่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ที่ใดบนโลก แต่สามารถเกิดขึ้นได้ในประเทศไทย
นี่ก็เป็นอีกเหตุการณ์หนึ่งที่สะท้อนการดำเนินไปของสังคมไทย
-ยิงตำรวจตายในผับไม่โดนจับ
- เด็ขี่จักรยานโดนรถชน เด็กดดนจับเข้าสถานพินิจ
ความเหมือนที่แตกต่าง
- แสงศตวรรษโดนเซนเซอร์
- หนังที่ผ่านมาหลายเรื่อง เห็นเต็มตา

นาย A :" ทำไมประเทศยูเป็นอย่างนี้ว่ะ?"
นาย ก : ตอบเท่ห์ๆ "ประเทศไทยมีจังหวะของมัน ไม่เหมอืนบ้านเมืองยู"

ร่วมเป็นหนึ่งรายชื่อในการขอให้มีการแก้ไขระเบียบและแนวคิดเดิมๆที่เคยมีของกองเซนเซอร์

1 เรื่องสะทอ้นหลายปัญหา.....................

จาก: ทรงกลด ขาวแจ้ง
วันที่: 17/04/50 - 18:54 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 650
เเหววขำมาก ขำไอ้รางวัลศิลปาธร ที่คุณเจ้ยได้นะ มันไม่ได้มาช่วยออกมาทำเฮียอะไรเลยรือ

หรือว่าให้สำหรับศิลปินรุ่นใหม่ ให้กำลังใจ(อย่างดียว)ว่าฝ่าห่ากระสุนของสังคมได้

เเล้วจะให้ทำไมฟะ

55555556

จาก: เเหววเอง
วันที่: 17/04/50 - 19:06 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 651
ในการจัดเรตหนังนั้นไม่ใช่เพียงแต่ว่ารัฐธรรมนูญออกมาแล้วจะเป็นผลดี เพราะอย่างที่รู้กันว่าประเทศไทยเรานั้นระเบียบวินัยน้อยแค่ไหน ขนาดอย่างสงการนต์ที่ผ่านมาที่ห้ามเล่นแป้ง แต่เดินผ่านโทรทัศน์กันทีขาทั้งหน้า อีกตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการจัดเรทโทรทัศน์ที่นับวันก็จะยิ่งดูไร้สาระกันเข้าไปบางเรื่องนางเอกเดินมาตบหน้าแม่พระเอกเต็มๆแต่ขึ้นแค่แนะนำเฉยๆ ผิดกับบางเรื่องแค่พระเอกสูบบุหรี่แต่กลายเป็นแนะนำ13ซะงั้น เพราะฉะนั้นถึงแม้ว่าจะมีการจัดเรทขึ้นมาแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะได้ผลเสมอไปหรอกครับ เงินทองเป็นของนอกกายแต่คนทำธุรกิจเขาก็ต้องการอยู่ดีแหล่ะครับ เพราะฉะนั้นทางออกที่ดีที่สุดคือเปลี่ยนนิสัยคนไทยเสียอย่าให้มันแย่ไปกว่านี้อีกเลย
ปล.ฉากที่คุณหมอมีการขยายของเป้ากางเกงนั้นเมื่อเทียบกับหนังที่เอาอวัยวะเพศ(ปลัดขิก)มาลอยไปลอยมาในหนังแล้วใครแย่กว่ากันหล่ะ อย่าคิดว่าเด็กสมัยนี้โง่เหมือนสมัยคุณๆสิครับ
ไม่รู้จะพูดอะไรมากแต่ยังไงก็เป็นกำลังใจให้คนทำหนังอิสระทั้งหลายพยายามที่จะยกระดับภาพยนตร์ขึ้นมาบ้างไม่ใช่จมอยู่กับหนังตลาดจนคนไทยสมองฝ่อกันไปหมด
สุดท้ายนี้อยากบอกว่าแม้บางครั้งศิลปะอาจจะไม่ต้องเผยด้านมืดออกมาก็ได้ แต่สิ่งที่คุณเจ้ยต้องการเสนอไม่ใช่ด้านมืดแต่เป็นความจริงของสังคมที่อยู่ในเงามืดต่างหากครับ

จาก: nuJAKE
วันที่: 17/04/50 - 19:28 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 652
ไม่มีอะไรในโลกสมบูรณ์แบบ แต่การจัดเรต ยังไงก็ดีกว่าเซ็นเซอร์

จาก: อนุกูล
วันที่: 17/04/50 - 21:56 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 653

ขอร่วมประนาม ..


ไว้อาลัยแก่ "" ชนไร้อารยะ


ทำงานเกี่ยวกับศิลปะ แต่ไร้ซึ้ง ..สุนทรียภาพ

















.. ด้วยความโศกเศร้า และ สลด*

จาก: กำพล พรพิสูตร
วันที่: 17/04/50 - 22:20 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 654
ใว้อาลัย กับ หนัง ดีๆหลายๆเรื่องคับ ที่ไม่ได้เข้าฉาย เพราะกองเซ็นเซอร์

แต่เรื่องนี่ ผมคิดถึง ใจผู้กำกับเลยคับ ว่าคงจะเสียใจไม่น้อย หนังไทย ที่ออกไปกวาดรางวัล มากมาย ทำชือเสียงให้ประเทศ แต่ประเทศตัวเองกลับไม่ยอมรับผลงานของคนไทย เสียใจจริงๆคับ

จาก: 12345
วันที่: 17/04/50 - 22:27 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 655
please think of our culture and children not of your wanted.

จาก: thaipeople
วันที่: 17/04/50 - 22:33 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 656
เกิดอะไรขึ้นกับวงการภาพยนตร์ไทยเนี่ย
กองเซ็นเซอร์โคตรโง่เลย ไร้การศึกษาอย่างสิ้นเชิง

"ทัศนคติที่อ่อนด้อย นำไปสู่การดำเนินชีวิตที่อ่อนแอ"


น่าสงสารพี่เจ้ย

จาก: จ๊อบ
วันที่: 17/04/50 - 22:35 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 657
ไม่อยากให้หนังไทยล้าหลังไปมากกว่านี้อีกแล้ว เพียงเพราะคนบางกลุ่มเท่านั้นที่เห้นว่าไม่สมควรจะฉาย แต่คนส่วนมากแล้วทุกคนต้องการให้ฉาย เบื่อพวกที่คอยขัดขวางความเจริญ แล้วแบบนี้หนังไทยจะมีคนดูเหมือนหนังต่างประเทศได้อย่างไรถ้ายังมีคนคอยขัดขวางได้ตลอดทีเดียว วิเคราะห์จากแค่หนังก้อเป็นได้ถึงขนาดนี้ แต่เรื่องแค่นี้มันยังสะท้อนถึงประเทศไทยด้วยว่ามีความก้าวหน้าเพียงได หรือคุณอยากให้หยุดแค่นี้

จาก: พลพล
วันที่: 17/04/50 - 23:08 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 658
๏ ศิลปะนี้………………คืออะไร
งามเจียระไน………….ดั่งแก้ว
และสะท้อนใน………อัปลักษณ์
คนรู้แล้ว………………ทราบจริง

ปิดตัดทิ้ง…………….ใช่ศิลป์
บิดเบือนบิน………….ที่แท้
เห็นได้ยิน…………….คือสิทธิ์
ต้องสู้แม้………………อดตาย(งดฉาย) ฯ

“เรียกร้อง”

๏ แสงศตวรรษจุด-
ไฟรุด ณ อกผู้-
ศึกษาและเรียนรู้
เพื่อสู้ผดุงธรรม

อำนาจอธรรมล้น
มันปล้นขยี้ย่ำ
อ้างศีลและอ้างธรรม
“มึงต่ำเพราะกูดี”

“มึงรู้ก็สิทธิ์ใคร
กูใหญ่ก็รู้นี่
กูตัดเพราะอัปรีย์
เหลือที่จะเป็นจริง!!”

มาเถิดประณามมัน
อย่าหวั่นและอยู่นิ่ง
เรียกร้องสิเพื่อสิ่ง
สิทธ์ชอบประชาชน ๚ะ๛

จาก: ณัฐ
วันที่: 17/04/50 - 23:16 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 659
สมควรตัดออกทั้งหนัง น่าเกลียดมาก ๆ ทำไปได้ พระเล่นกีต้าร์ เจ็บใจอันนี้หละ หมอกินเหล้าปกติ หมอเครมสาว เจอะเยอะหวะ แต่หนังเรื่องนี้เม้งส่อนี่หว่า ส่อแววไม่ดีตั้งแต่ยังไม่ฉาย 5555

จาก: งง
วันที่: 17/04/50 - 23:20 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 660
เซ็งในวิธีการทำงานมากครับทำมากไปป่าว เสียอารมณ์มากกับหนังหลายๆเรื่อง มันทำให้ผมรู้สึกว่าดูหนังจากแผ่นก๊อปปี้ที่สวนยังจะได้อรรถรสกว่าในโรง หรือแผ่นที่ถูกกฎหมายอีกถ้าหนังเรื่องนั้นมันโดนเซ็นเซ่อร์ เป็นการกระทำที่ตื้นเขินและปิดกั้นจินตนาการมาก เสียใจครับที่ประเทศของเรามีกองเซ็นเซ่อร์ที่มันไร้เหตุผลและปัญญาอ่อนขนาดนี้

จาก: MAMAFAKA
วันที่: 18/04/50 - 0:31 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 661
เรากำลังต่อสู้เพื่ออะไร
ธัญสก พันสิทธิวรกุล

ในขณะที่ได้รับรู้ข่าวร้ายเกี่ยวกับ แสงศตวรรษ เป็นระยะ ๆ ช่วงก่อนสงกรานต์ที่ผ่านมา ในใจก็คิดอยู่ว่า จะดีหรือที่เราจะต่อสู้ ในช่วงเวลาที่ทุกคนกำลังจะกลับบ้าน ไปสาดน้ำสนุกสนาน หรือในยามที่ประเทศกำลังปั่นป่วน ความไม่แน่ใจกับรัฐบาลนี้ที่ต้องเผชิญกับการค่อย ๆ แก้ปัญหาที่รัฐบาลเก่าหมกเม็ดและพอกพูนจนยากจะแกะออก ชาติกำลังถึงกาลฉิบหาย เรื่องใหญ่ที่เราคิดแก้ปัญหาแทนไม่ได้ นอกจากจะไปสนุกกันให้ลืมร้อนลืมเศร้าเสียบ้าง

แล้วภาพยนตร์ หรือหนังแค่เรื่องเดียวเรื่องนี้ มันสำคัญหนักหนาหรือ

ต่างคนต่างต่อสายแลกเปลี่ยนหารือ พี่ลิ ชลิดา เอื้อบำรุงจิต บอกเราแบบขำ ๆ ว่า (หรือไม่ขำก็ไม่รู้) เออ เราน่าจะไปประท้วงนะ ไปตั้งม็อบที่สนามหลวง ม็อบตอนนี้มีไม่รู้กี่ม็อบ เราไปอีกม็อบก็ท่าจะดี ลามเลยไปถึงเรื่องประท้วงยังไง เพราะอย่างเกาหลี บรรดาผู้กำกับนักแสดงถึงกับโกนหัวประท้วง เมื่อรัฐบาลดำริให้เปอร์เซ็นต์หนังฮอลลีวูดจะยืนโรงฉายและเพิ่มจำนวนมากกว่าหนังของชาติตัวเอง พี่ลิบอกว่า ประท้วงไงก็ได้ แต่อย่าให้ไปแก้ผ้าประท้วงแล้วกัน เพราะไม่ถนัด(ฮา) โต้ง มานัสศักดิ์ ดอกไม้ ที่นาน ๆ จะโทรหาเราที แต่โทรมาทีไรก็ดูจะมีเรื่องใหญ่ทุกที บอกว่าเราต้องทำอะไรสักอย่างแล้วล่ะ เราต้องจัดการประชุมแสดงพลัง เต้ ไกรวุฒิ จุลพงศธร บอกว่าตอนนี้(หมายถึงตอนนั้น)กำลังปรึกษาไปทางสมาคมผู้กำกับ แต่พี่ปรัช ปรัชญา ปิ่นแก้ว กำลังไปพักผ่อนที่ฮ่องกง

เราถูกกล่อมเกลามาให้จำ แต่ไม่ถนัดที่จะขบคิด เราดูบ้านทรายทอง ปริศนา ดาวพระศุกร์บนจอทั้งทีวี ละคร จอใหญ่ ไม่รู้กี่เวอร์ชั่น เราก็ยังอยากจะดูมันอยู่อย่างนั้น ทั้งที่เรารู้อยู่แล้วว่าตอนจบคืออะไร มิได้หมายความว่างานเหล่านี้ไม่มีคุณค่าหรอกนะ แต่กำลังจะบอกว่า เราถูกกล่อมเกลามาให้คุ้นชินกับความเคยชิน ละครทีวี ลิเก หนัง เป็นแค่เครื่องสร้างความบันเทิงราคาถูก ที่จ่ายเงินไปเพื่อจะสุข จะเศร้า จะสยอง จะขำ แล้วก็รอโปรแกรมต่อไป นึกถึงเรืองคลาสสิคไหนก็ลุ้นว่าใครจะเอามาทำอีก หรือไม่ก็หยิบวีซีดีมาดูซ้ำ

เพราะเราเคยชินว่าหนังเป็นแค่ความบันเทิง จะเอาอะไรหนักหนาหรือกับหนังแค่สักเรื่อง

เราเคยตื่นตาตื่นใจกับเว็บไซต์เมืองนอก IMDB ที่จะมีข้อมูลของหนังแบบครบถ้วน ปีต่อปี เรื่องต่อเรื่อง ย้อนค้นไปกี่สิบปีก็หาเจอ เราตะลึงกับเว็บ Archieve ที่มีฟุตเทจทีวีมาลงเป็นหมื่น ๆ Youtube ที่ตอนนี้ถูกรัฐบาลบล็อคนั้น คือเว็บที่เราสามารถสืบค้นอะไรก็ตามที่ถวิลหาเมื่อครั้งยังเยาว์ มันอยู่ในมือของใครบ้างไม่รู้ แต่ตอนนี้มันถูกรวบรวมมาให้กับคนที่รู้ค่ามัน

หนังเรื่องหนึ่ง มันคือประวัติศาสตร์ชาติ มันบอกยุคสมัย มันบอกกำพืด ความคิด ทัศนคติที่มีต่อสังคม ช่วงเวลาที่ผู้คนไขว่คว้าหาเสรีภาพ เขาทำหนังแหกคอก ช่วงเวลาที่ผู้คนแสวงหาอะไรใหม่ ๆ เขาทำหนังทดลอง ช่วงเวลาที่คนกระหายหาความจริง เขาทำสารคดี หรือเป็นเพราะเราคุ้นแต่ว่าไม่ว่าช่วงเวลาใด เราก็ทำแต่หนังตลาด

ไม่แปลกหรอกที่เราจะชินกับคำว่า หนังคือความบันเทิง เพราะเราถูกปิดหูปิดตาให้ต้องทำแต่เฉพาะเรื่องที่ตลาดต้องการ เรื่องที่ตอบสนองคนดู เรื่องที่นายทุนพอใจเพราะจะได้มีเงินไหลกลับเข้ากระเป๋า ล้านแล้วจ้า คือประโยคฮิตที่ตอนเด็กต้องได้เห็นพะหน้าโฆษณาหนังดอกดิน ที่ตอนหลังลามไปถึงหนังอื่น ๆ และแค่ล้านไม่พอ ต้องร้อยล้าน

และเหนืออื่นใด เราถูกทำให้ต้องทำแต่เฉพาะเรื่องที่ ‘สมควร’ จะนำเสนอ

ใครหรือคือผู้ชี้ชะตาว่าอะไรสมควร อะไรไม่สมควร เมื่อก่อนดาราดังเขานิยมแก้ผ้าในหนัง เพราะมันคือวิธีหนึ่งที่จะเรียกคนดู สมบัติ เมทะนี , สรพงศ์ ชาตรี , ทูน หิรัญทรัพย์ ช่วยเอ่ยมาทีว่าดาราดัง ๆ พวกนี้ มีใครบ้างไม่เคยแก้ผ้าบนแผ่นฟิล์ม แต่เอาล่ะจู่ ๆ ก็มีบรรดาผู้มีอำนาจบางคนมาชี้หน้าก่นด่าว่า คนไทยควรรักนวลสงวนตัว (จนขึ้นคานไปหลายตัวแล้ว เฮ้อ)

ออกจะรู้สึกสมเพชบรรดาหนังสือกอสสิปที่ประโคมข่าวได้ทีด่าว่าช่างภาพใหญ่ อมาตย์ นิมิตภาคย์ ที่ถ่ายนู้ดดาราเพื่อเอาเงินบริจาควัดช่วยเอดส์ ถึงขนาดวัดดังกล่าวออกมาปฏิเสธรับเงินบริจาค แต่ในหนังสือประเภทเดียวกันแทบทุกเล่ม จุดขายคือภาพหลุดหวอ จุกหลุด แทบทุกฉบับ นี่เรากำลังอยู่ในสังคมประเภทใดหนอ ปากว่าตาขยิบ กระพริบ ๆ ๆ

เอาล่ะประเด็นนี้มันต่างกัน เพราะแสงศตวรรษนั้น ห่างไกลเรื่องศีลธรรมมากมาย ในขณะที่คนที่ยังไม่ได้ดู บางคนแทบจะคิดว่า ฉากจู๋โด่นั้น คือหนังควักลำออกมาให้เห็นทั้งดุ้น ซึ่งไม่ใช่เลย ในฉากนั้นคือ คุณหมอจูบกับแฟนสาว จนเกิดอารมณ์ แล้วกล้องก็ไปถ่ายเป้ากางเกงสีดำ ที่เห็นแค่ว่ามีอะไรบางอย่างตุงอยู่ในนั้น ถ้าจำไม่ผิด เมื่อสองปีก่อน บ้านเรามีจ. เจี๊ยวจ๊าว ที่ว่าด้วยเรื่องเจี๊ยวพูดได้ ตั้งผงาดง้ำจ้อทั้งเรื่อง ไหงถึงหลุดมาทำกำรี้กำไรในโรงได้(วะ)

เอาล่ะหมอกินเหล้า แพทยสภาออกมาป่าวว่าไม่เป็นการสมควร ที่หมอจะกินเหล้า ในหนังนั้น เป็นเรื่องของหมอคนหนึ่งที่ออกอาการตกประหม่า เพราะกำลังจะไปออกทีวี เลยดื่มเหล้าย้อมใจลดอาการ เธอไม่ได้กำลังจะไปผ่าตัดคนไข้เสียเมื่อไหร่กัน แล้วถ้าจำไม่ผิดอีกเหมือนกัน(อันนี้ขอบคุณมานัสศักดิ์ที่โทรมาบอกทำให้เราจำได้) กระสือวาเลนไทน์ หมอแดกเหล้า ปล้ำพยาบาล เอาศพไปเผา มันโหดกว่านี้เยอะ

พระเล่นกีตาร์ มีคนบางเว็บบอกว่า ควรแล้วหรือที่จะให้คนเห็นภาพเยี่ยงนี้ในหนัง ในเมื่อชีวิตมีประเด็นมากมายให้นำเสนอ แต่สำหรับเรา นั่นแหละคือสิ่งที่ควรนำเสนอ เพราะไม่มีใครกล้า ไม่มีใครคิดจะนำเสนอ ในหนังไม่ได้นำเสนอในแงลบหลู่ดูหมิ่นศาสนาแต่อย่างใด เป็นเพียงฉากคั่นเล็ก ๆ ที่ไม่ได้ทำออกมาเพื่อจะบอกว่าพระรูปนี้ทำผิดศีลเข้าขั้นอาบัติปราชิกเสียเมื่อไร แล้วขอถามหน่อยเหอะว่า คุณไม่เคยเห็นพระเดินพันธุ์ทิพย์ซื้อซีดีโป๊ วนเวียนตามแผงHFM เหล่สาวบนปกหรือ ชีวิตจริงนั้นมันยิ่งกว่านั้นเยอะเลยนะ พระฆ่ากัน เสพยาบ้า ข่มขืน ฯลฯ

ทำไมเราจึงแยกไม่ออกระหว่างหนังกับโลกความเป็นจริง ในเมื่อหนังคือการนำเสนอแง่มุมของผู้กำกับมิใช่หรือ

ชลิดาบอกเราว่า ก็ถ้าคนทำหนังจะนำเสนอเรื่องแบบนี้ออกมา แล้วมันถูกแล้วหรือที่เราถูกตัดสิทธิ์ในการดู มันเป็นคนละเรื่องกันเลย ทำไมถึงไม่ให้โอกาสคนในการคิด ในการกลั่นกรอง ในการใช้วิจารณญาณของตัวเอง ตัดสินได้ว่าสมควรหรือไม่ที่จะถ่ายทอด นำเสนอเรื่องนี้ ประเด็นนี้ แล้วหากจะหาเรื่องชี้แยกย่อยเป็นจุด ๆ ไปแบบนี้ หนังเรื่องไหน ๆ ก็มีข้อให้ชี้ผิดติติงได้ตะพึดทุกเรื่องไป ทำไมคนไม่คำนึงถึงภาพรวมว่าหนังเรื่องนั้น ๆ ต้องการจะสื่ออะไร

ประเด็นอีกแง่ที่ดูเหมือนยังไม่มีใครปริปาก หนังทุกเรื่องนั้นต้องส่งให้กองเซ็นเซอร์ กองเซ็นเซอร์หน้าซื่อใจคดก็ออกมาปากถือศีลว่าไม่ผ่านเพราะอย่างโน้นอย่างนี้ แต่ไม่มีสักหน้าที่สารภาพว่า ไม่ผ่านเพราะไม่ได้ยัดใต้โต๊ะ อุปส์ จุ๊ ๆ เรื่องนี้เขาห้ามเม้าท์นะจ๊ะเธอ

เราจำได้ดีว่าเวลาน้องวิวได้เหรียญ สมรักษ์คว้าแชมป์ ผู้คนแห่แหน เขาถ่ายทอดทีวีตั้งแต่ลงเหยียบสนามบิน ไปยันบ้านเกิด โอลิมปิคเขาแข่งสี่ปีครั้ง นักกีฬามีเป็นเบือ เหรียญทองตอนนี้ถ้าจะนับจริง ๆ เป็นร้อย ๆ แล้วล่ะ แต่อยากรู้นักว่าหนังไทยที่ได้รางวัลยิ่งใหญ่ระดับโลกนั้น มีกี่เรื่องกัน เอาที่ได้รางวัลสำคัญ ๆ จากเวทีสำคัญ ๆ จริง ๆ นะ แล้วโปรเจ็คท์นี้ เขาคัดผู้กำกับแค่ 7 คน จากทั่วโลก มาทำหนังเพื่อรำลึกถึงโมสาร์ท ผู้กำกับมีเป็นแสน ทำไมเขาถึงเจาะจงเลือกคนนี้เป็นหนึ่งใน 7 (ตายล่ะฉันคิดไม่ออกหรอก เราไม่ได้ถูกตั้งโปรแกรมให้คิด)

โอเค คงไม่จำเป็นต้องให้ฝรั่งมายืนยันหรอกว่าหนังเรื่องนั้นเรื่องนี้ ได้รางวัล หมายถึงหนังการันตีว่าดี แต่นั่นคือการแสดงออกเล็ก ๆ น้อย ๆ แล้วล่ะว่า ชาติอื่น เมืองอื่น เขาเห็นดี เห็นงาม เห็นคุณค่ามากกว่ามูลค่า เขาภูมิใจในอะไรบางอย่างที่คนในประเทศนั้นดันเห็นว่า ไม่เห็นจะน่าภูมิใจเล้ย หนังปีนกะไดดู เราคงคุ้นการขึ้นลิฟต์เสียชิน จนต้องมีโฆษณา ส.ส.ส.มารณรงค์ให้เดินขึ้นบันไดบ้าง ร่างกายจะได้แข็งแรง ถ้าหนังแบบนี้ต้องปีนกะไดดู ก็สมควรปีน เผื่อสมองจะไม่ฝ่อฟีบและคิดเป็นกับเขาบ้าง

เรามิบังอาจไปด่าทอใครว่าโง่หรอก เราเองมิได้ฉลาดและเก่งกาจมาจากไหน เราแค่คนทำหนังคนหนึ่งที่รู้สึกรันทดกับประเทศนี้ ทุกทีที่ไปเมืองอื่น เราก็ได้แต่ตะลึงค้างว่า เออเนอะ บนแผงวีซีดีบ้านเขา เขามีหนังหลาย ๆ แบบให้เลือกดู ไม่ใช่แฉชีวิตสาวโคโยตตี้แบบประเทศสารขัน หนังสือตามแผงบ้านเขา เบสต์เซลเลอร์ก็ไม่เห็นจะเป็นพวกข่าวฉาวท้องโตกับดารา 17 คน หนังเข้าโรงเขาก็ไม่ได้มีแค่ผีกับตลก เขามีโรงอาร์ตเฮ้าส์กระจายเป็นหย่อม ๆ มีเทศกาล มีงานแสดงที่ฉายให้เห็นพุทธิปัญญาของชาติ ให้ไปซาบซึ้งว่าชาติตัวเองมีอะไรดีบ้าง

ครั้งหนึ่งเราเคยคิดว่าบ้านเราคงต้องดักดานแบบนี้ไปชั่วนาตาปี เพราะเราไม่ถูกฝึกให้คิดให้ต่อสู้ เราถูกสอนให้จำและทำตาม แต่ตอนนี้เราเริ่มสงสารตัวเอง สงสารคนรุ่นต่อ ๆ ไป ที่เราจะต้องคอยมีโมเสคมาเบลอมาบังภาพขวดเหล้า บุหรี่ในทีวี ยกส้นตีน ยกปืนก็เบลอ ทั้งที่เด็กสามขวบยังรู้ว่าไอ้ที่เบลอคืออะไร แต่เราต้องทน เพราะเราคิดไม่เป็น คิดไม่เป็นจนไม่มีปัญญาพอจะไตร่ตรอง พอจะใช้วิจารณญาณกลั่นกรองเอาเองว่า นั่นคือสิ่งที่สมควรทำหรือไม่

แน่นอนว่าสิ่งที่ทำให้ผู้คนเริ่มเกิดกระแสไม่พอใจ ไม่ใช่แค่เราถูกปิดหูปิดตา แต่มันคือการลุแก่อำนาจของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่ได้ทั้งขึ้นทั้งล่อง ทุกขั้นตอนของการตรวจตรา ผ่านกระบวนการพิจารณา มีค่าใช้จ่าย และดูเหมือนคนกลุ่มนี้ก็คิดเอาง่าย ๆ ว่าถ้าได้ไม่เท่าไม่ถึงเรื่องอื่น ๆ ก็ให้มันไม่ผ่าน เผื่อว่ามันจะหาเงินมาสอดใต้โต๊ะ ก็จะให้ผ่าน ความคิดเบาปัญญาต่อยอดเป็นอาการยึดฟิล์ม คือถ้าไม่ตัดก็ไม่คืนฟิล์ม เลยไปถึงปรินท์นี้ไม่มีสิทธิ์ส่งไปเมืองนอก

พวกเขาไม่เคยคิดว่ามันคือหนัง มันคืองานศิลปะ คิดว่ามันก็แค่ความบันเทิงไว้หลอกขายหน้าหนังให้ผู้คนมาแห่ดู แต่กว่าหนังเรื่องนี้จะได้สร้าง มันคือความยากลำบากของคนทำหนังเรื่องนี้ ที่เขาคิด ดิ้นรน และต่อสู้ต่อระบบกระแสภาพยนตร์ที่อยู่ท่ามกลางสงครามธุรกิจ หนังเข้าสองโรง ฉายสองอาทิตย์ มีอยู่สองกอปปี้ จะมีกำไรสักกี่บาทเชียวครับท่าน เงินจะเจียดมายัดใต้โต๊ะลงพุงโล้ท่านยังไม่พอประทัง ยังจะมากลั่นแกล้งกันเช่นนี้ทำไมกัน

และนี่คือกรณีศึกษา ที่เราควรต้องตรึกตรองให้จงหนัก เมื่อรัฐร่ำ ๆ ว่า แต่นี้ หนังทุกเรื่องจะต้องผ่านการตรวจการพิจารณา ก่อนจะส่งไปเมืองนอกนั้น ยังจะมีใครอยากทำเยี่ยงนั้นอีกหรือไม่ ยิ่งหนังทุนต่ำที่ลำพังทุนทำหนังก็แทบจะสิ้นเนื้อประดาตัว จะหาเงินที่ไหนมาคอยเอาใจท่านให้หนังผ่านการพิจารณา เพื่อไปสู่ตลาดสากล มิใช่สินค้าโอทอปที่ทำกำไรเป็นล่ำเป็นสัน หนังนะจ๊ะ ไม่ใช่เครื่องหนัง

แน่นอนว่าการต่อสู้ครั้งนี้ ไม่ใช่เพื่อหนังเรื่องแสงศตวรรษอีกต่อไป แต่คือการต่อสู่เพื่อศตวรรษใหม่แห่งหนังจะถูกเปิดออกเสียที ถึงเวลาหรือยังที่เราจะได้รับการเปิดหูเปิดตา มาเปิดใจรับสิทธิ์ที่จะคิดพิจารณากลั่นกรองด้วยตัวเอง ก่อนที่จะให้ใครก็ไม่รู้มาตัดสินเข้าข้างเอาตามใจตัวก่อน ทำไมคนกลุ่มนี้ถึงมีสิทธิ์ได้ดูทุกฉากทุกตอน ทำไมคนกลุ่มนี้จึงมีสิทธิ์ชี้ว่าอันนี้สมควรหรือไม่สมควร ความสมควรนั้นอยู่ที่ไหน แล้วมันจะสืบทอดไปชั่วกัปชั่วกัลป์เลยไหม

การต่อสู้ครั้งนี้ ไม่ใช่การต่อสู้เพื่อใคร ไม่ใช่หนังเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หรือเพื่อหนังทุกเรื่อง แต่มันคือการต่อสู้เพื่อตัวเราเอง ที่จะได้รับสิทธิ์นั้น ในการหัดคิด หัดกลั่นกรอง หัดใช้สติปัญญา วิจารณญาณ ที่ตอนนี้เราพร้อมใจกันยกหน้าที่นั้นให้กับคนไม่กี่สิบคนตัดสินใจแทน (อันที่จริงจะพูดว่าเราพร้อมใจกันก็ไม่ได้เต็มปาก เพราะเราไม่มีทางเลือกมากนัก อันที่จริง เราไม่เคยได้ถูกหัดให้ได้เลือกอย่างจริงจังสักที เราเพียงแต่เห็นว่า ก็เขาว่าดีว่างาม ก็ทำตามเขาไป แล้วนี่ก็คืออีกเรื่องที่เราเคยชิน)

ถึงเวลาหรือยังที่คุณจะต่อสู้เพื่อตัวเอง


ขอเชิญร่วมต่อสู้ เพื่อสิทธิ์ของตัวท่านเองที่

http://www.petitiononline.com/nocut/petition.html




จาก: เอามาจาก http://thunska2.exteen.com/
วันที่: 18/04/50 - 0:40 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 662
ช่วงนี้รู้สึกอึดอัดมาก ขอเสนออีก จะทำหรือไม่ทำก็ตามใจ

1. อยา่กทำให้เรื่องนี้เป็นที่รู้ในระดับสาธารณะในเมืองไทย สื่อไม่ค่อยลงให้เลย เรียกร้องในเว็บ ลงชื่อในเว็บ ก็ครอบคลุมเฉพาะคนในแวดวงเดียวกัน น่าจะหาแนวร่วมกับองค์กรและกลุ่มอื่น ๆ ที่มีปัญหากับในประเด็นการลิดรอนเสรีภาพและการใช้อำนาจรัฐอย่างไม่เป็นธรรม (ไม่ใช่แค่เรื่องหนัง) จะได้มีพลังเสียงและอาจได้แนวทางใหม่ ๆ ในการต่อสู้มากขึ้น

2. ใครรู้บ้างว่าพฤติกรรมของกองเซ็นเซอร์ ทั้งการขาดความโปร่งใส การปิดกั้นเสรีภาพของประชาชน การทำลาย (ทั้งในเชิงรูปธรรมและนามธรรม) และเป็นอุปสรรคขัดขวางพ้ฒนาการทางศิลปะของชาติ เป็นความผิดทางกฎหมายหรือไม่ อย่างไร ถ้าผิด มา้ช่วยกันหาทางดำเนินการเลยเถอะ

3. ถ้าพฤติกรรมแบบข้อ 2 ไม่มีความผิดตามกฎหมาย (ซึ่งแสดงว่าก.ม. ไทยมีอ่อนมาก) มาช่วยกันหาทางคิดว่าทำไงถึงจะบรรจุเข้าเป็นก.ม. นี่ไม่ใช่เรื่องของมาตรฐานการเซ็นเซอรหรือการจัดเรต แต่เป็นการพยายามหาระบบถ่วงดุลอำนาจ

4. ถ้าวิถีทางในระบบ อย่างทางก.ม.ช่วยอะไรไม่ได้ มาหาทางจัดการแบบอินดี้กันเถอะ Sick เต็มทีแล้วกับ Police State แบบนี้


จาก: found footage
วันที่: 18/04/50 - 2:35 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 663
คนระดับชนชั้นปกครองมักคิดว่า ตนเองได้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับชนชั้นใต้ปกครองและมักคิดว่าชนชั้นใต้ปกครองของตนขาดไร้ซึ่งสติปัญญาคิดพิจารณาสิ่งต่างๆเองได้ไม่ดีเท่าพวกของตนเอง จึงมักคิดเองเออเองว่าสิ่งที่พวกตนคิดนั้นดีที่สุดแล้วสำหรับชนชั้นใต้ปกครองของตน โดยไม่เลือกที่จะถามความคิดเห็นของคนอื่นๆที่อยู่นอกเหนือชนชั้นปกครองของตน(กองเซ็นเซอร์ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งของผู้ที่ใช้อำนาจในระดับชนชั้นปกครอง)

จาก: freemason
วันที่: 18/04/50 - 9:11 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 664
มาร่วมลงชื่อด้วยคนค่ะ ขอประนามความงี่เง่าของกองเซ็นเซ่อเราด้วยคน

จาก: Whatever!
วันที่: 18/04/50 - 11:23 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 665
ร่วมลงชื่อครับ

คุณควรจะกำหนดอายุผู้เข้าชมมากกว่าที่จะมาตัดสินใจแทนคนอื่นว่า

ใคร ควรจะได้ดู หรือไม่ได้ดูอะไร

เลิกปิดหูปิดตากันได้แล้วครับ






จาก: วราห์ชา พรรณสังข์
วันที่: 18/04/50 - 11:43 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 666
สสังคมเรา มันมีอะไรที่ควรเซนเซอร์มากกว่าหนัง คนทำงานใช้เวลาขนาดไหนกว่าจะออกมาแต่ละฉาก แล้วสิ่งที่ลงทุนลงแรงไป มันมีค่าเท่ากับ ตัด นัว ทำเบลอ เท่ากับเค้ามองไม่ครบทุกมิติ ศิลปะมันก็มีอยู่ แต่คนจะมองข้าม มีแก้ผ้าเมื่อไรเท่ากับผิด มีมีดมีปืนเมื่อไร เท่ากับผิด ทั้งที่ความเป็นจริงในสังคมมันไปไกลแล้ว แต่พวกเซนเซอร์ยังหวังว่าสิ่งที่ตัดทิ้งมันทำให้สังคมดีได้ มันไม่ช่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยย สังคมไทย ชอบมีกลุ่มคนหัวเก่าที่ชอบอ้างความชอบธรรม ทำตัวชี้นำ และคาดหวังกับสังคมสูงเกินความเป็นจริง และมีิสิทธิอะไรมาตัดสินถูกผิด

จาก: แจ๊ค
วันที่: 18/04/50 - 11:47 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 667
เสรีภาพจงกลับมาสู่มวลชนครับ ลงชื่อด้วยคนครับ ปฏิญญา ไชยมงคล

จาก: ปฏิญญา ไชยมงคล
วันที่: 18/04/50 - 11:55 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 668
Me, Myself ขอให้คนรักหนังเข้าใจหนังจงเจริญ
ร่วมกันโค่นล้มระบบเซ็นเซอร์ของไทย

จาก: มีมี่
วันที่: 18/04/50 - 14:03 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 669
ลงชื่อด้วยคนครับ อย่าปล่อยให้มาตรฐานขึ้นอยู่กับ เงิน ครับ

จาก: ปรม เรืองโรจน์วิชัย
วันที่: 18/04/50 - 14:19 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 670
ลงชื่อด้วยคนครับ อย่าปล่อยให้มาตรฐานขึ้นอยู่กับ เงิน ครับ

จาก: ปรม เรืองโรจน์วิชัย
วันที่: 18/04/50 - 14:19 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 671
เค้าใช้อะไรในการวัดมาตรฐานกองเซ็นเซอร์อ่ะ อยากรู้จริงๆครับ ในสิ่งที่เกิดขึ้น ผมรู้สึกเสียดายมากเลยและคิดว่า สัตว์ประหลาดที่ในยุคนี้มีอยู่จริง มันทำลายศิลปะในหนังของคุณเจ้ย เค้าซะบิดเบี้ยวพิกลพิการ อันเนื่องมาจาก ฉากบางฉากมันยอมรับความจริงไม่ได้ ไม่เข้าใจในเรื่องที่เกิดขึ้น โทษนะครับผมดูเรือ่ง หมอเจ็บ เค้ายังดื่มเหล้าเลย ไม่เห็นที่ต้องตัดออกไปเลย เค้ายอมรับในหนังตลาดที่มีฉากแบบนี้อยู่ทั่วไป แล้วสังคมไทยในความเป็นจริงเป็นมากกว่านี้เยอะ แต่เค้าใช้ความคิดส่วนตัวกับในคนบางกลุ่มมาตัดสินเอาว่าสิ่งที่เค้าพยายามนำเสนอนั้น เป็นเรือ่งที่ต้องแก้ไขไปตามเรือ่งตามราว แต่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันน่าเสียดายจริงๆ
สัตว์ประหลาดที่พยายามใช้วิวัฒนาการทางความคิดอันน้อยนิด พยายามบอกพวกเราทั้งหลายว่า "วิวัฒนาการของเรามาจากสัตว์โลกล้านปีแล้วกลายเป็นคน" แต่สัตว์ประหลาดผู้ซึ่งใช่สิทธิ์ในการทำลายศิลปะของคนอื่นหลงลืมไปว่า ที่แท้ตัวเองก้อวิวัฒนาการจากสัตว์ไดโนเสาร์แล้วกลายมาเป็นแค่ตัวเหี้ย ที่มีความคิดอันน้อยนิดแค่นั้นเองที่ตัดสินอะไรที่ด้อยค่าอย่างที่สุด

จาก: megaman
วันที่: 18/04/50 - 14:20 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 672
ลงชื่อด้วยคนครับ อย่าปล่อยให้มาตรฐานขึ้นอยู่กับ เงิน ครับ

จาก: ปรม เรืองโรจน์วิชัย
วันที่: 18/04/50 - 14:20 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 673
ลงชื่อด้วยคนครับ
ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของกองเซ็นเซอร์อย่างยิ่ง

จาก: สมพร หน่ายโย
วันที่: 18/04/50 - 16:51 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 674
ขอแหวกกระแส สักคน

เห็นด้วยกับกองเซ็นเซอร์ นะครับ

หนังของคุณอภิชาตพงศ์ เนี่ย ห้ามฉายอะดีแล้วครับ คนให้รางวัลแต่ละท่านเนี่ย คงตาลาย หรือตาบอดแน่ ๆ เลย...

มีอย่างที่ไหน หนังเรื่องสุดเสน่ห์หา ผมดูกับเด็ก ๆ ที่บ้าน เห็นคุยว่าหนังดี ที่ไหนได้ มีฉากร่วมเพศล่อกันโจ่งครึ่ม ถ่อย สุด ๆ สิ้นดี ตัวหนังก็ดูไม่รู้เรื่อง ไม่มีสาระใด ๆ เลย ห่วยมาก ๆ ถ่อยอีกต่างหาก

เพื่อนๆ อย่าทำตัวตามกระแส กับคำว่าดูหนังอาร์ท ให้มากเลยครับ แยกแยะหน่อย หนังอาร์ท กับหนังถ่อย นะเป็นอย่างไร

ดูหนังดี กับดีแต่ดูหนัง ช่วยแยกแยะให้ออกด้วย...

กองเซ็นเซอร์ เค้าทำถูกต้องเเล้ว...



จาก: หวังอยู่
วันที่: 18/04/50 - 17:10 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 675
อีกหน่อยไม่เซนเซอร์หน้าตัวโกงเลยล่ะ
เดี๋ยวเด็กจะเอาไปเป็นแบบอย่าง

จาก: ผมเอง
วันที่: 18/04/50 - 21:06 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 676
...ศิลปินอยู่เพื่ออะไร

ศิลปินอยู่เพื่อจรรโลงสิ่งไหน....



กรุณาหยุดเหยียดหยามศิลปะเสียทีเถิดครับ

จาก: น้ำเพชร เชื้อชม
วันที่: 18/04/50 - 21:39 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 677
คุณหวังอยู่ เขาถึงเรียกร้องให้จัดเรทไง เพื่อป้องกันเด็กๆ
จากพ่อแม่ที่ชุ่ยอย่างคุณ ไม่ใช่มาเซ็นเซอร์
หนังเป็นสื่อสะท้อนสังคม การเมือง เศรษฐกิจของแต่ละยุคสมัย
ก็ต้องมีภาพที่สวยงามบ้าง อัปลักษณ์บ้าง

อย่างนั่งเครื่องบิน โอกาสที่เครื่องบินตกก็มี
แล้วคุณบอกว่า ควรจะยกเลิกการใช้เครื่องบิน ให้ทุกคนอยู่กับบ้านในประเทศของตัวเอง อย่าไปไหนอย่างนั้นหรือ
ที่จริงควรไปกำหนดมาตรฐานของนักบินต่างหากล่ะ

ที่คุณบอกว่า สุดเสน่หา มีการร่วมเพศโจ๋งครึ่ม แสดงว่าคุณสะตอ
เพราะคุณไม่ได้ดูจริง ในดีวีดี วีซีดี ไม่มีฉากนี้ ในหนังก็ไม่มีการสอดใส่เลย
มีแต่ฉากเจ้าโลกของตัวพระเอกที่พองตัวขึ้นเท่านั้น
ซึ่งในดีวีดี วีซีดีที่แมงป่องทำขายก็ถูกตัดออก

โกหกนั้นตายตกนรก






จาก: นรกมีจริง คนโกหกต้องไปแน่
วันที่: 18/04/50 - 22:52 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 678
นันทขว้าง สิรสุนทร สัมภาษณ์สด กองเซ็นเซอร์ แสงศตวรรษฯ

.......................................................................

เย็นวันอังคารที่ผ่านมา หลังจากปิดงานต้นฉบับเซคชั่น enter trend เรียบร้อย ผมลองกดมือถือไปเข้าเบอร์ของกองเซ็นเซอร์ท่านหนึ่ง ปรกติคณะกรรมการเซ็นเซอร์หนังจะเปลี่ยนหน้าตาไปเรื่อยๆ
5 ปีที่แล้วอาจไม่ได้หลุดเข้ามาเป็นปีนี้ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและดุลพินิจหลายๆ อย่าง แต่ในฐานะคนทำงานด้านนี้ ผมพอจะรู้จักว่าใครเป็นคณะกรรมการ


นี่ไม่ใช่ “นั่งเทียนเขียน” นะครับ แต่เป็นการนั่งยกขาข้างหนึ่งไว้บนเก้าอี้และใช้มือเขียน จากการสนทนาร่วมๆ 15 นาที (เวลา 17.20 น.)
เขาไม่ขอให้ออกนาม ด้วยเหตุผลไม่อยากยุ่งเกี่ยว เพราะเดี๋ยวเรื่องจะไปกันใหญ่ ถือว่าให้เกียรติกันกับคนให้ความคิดเห็นและสัมภาษณ์

........................................

นันทขว้าง : ปัญหาเรื่องแสงศตวรรษฯ หนังของคุณเจ้ย ดูท่าทางจะดังเป็นข่าวระดับชาติ
เซ็นเซอร์ : คุณอย่าไปสนใจเลย มันเป็นมาร์เก็ตติ้งของเขา เป็นการโปรโมทหนัง


นันทขว้าง : ผมถามได้มั้ยว่า ถึงตรงนี้แล้ว ความขัดแย้งมันจะไปจบหรือเจอกันได้ตรงไหน
เซ็นเซอร์ : ก็ทางเขาก็อุทธรณ์สิ รู้สึกจะอุทธรณ์นะ แต่ไม่ผ่านอีก หรือไงเนี่ย

นันทขว้าง : ถ้ามองแบบจากสายตาคนนอก ไม่เข้าข้างใคร จะเรียนถามว่า ทำไมเซ็นเซอร์ไม่คืนฟิล์มให้กับทีมงานภาพยนตร์
เซ็นเซอร์ : เซ็นเซอร์เขาก็กลัวนะ กลัวจะเอาไปตัดต่อฉายใหม่ ใครจะไปรู้ว่าจะฉายหรือไม่ฉาย

นันทขว้าง : ถ้าทีมงานเขาอ้างว่า จะฉายนอกประเทศล่ะครับ
เซ็นเซอร์ : ไม่ได้หรอก

นันทขว้าง : อ้าวทำไมล่ะครับ กฎหมายตัวนี้จะไป cover นอกประเทศด้วยหรือ
เซ็นเซอร์ : มันมีภาพไม่เหมาะสมเยอะ

นันทขว้าง : แต่ประเด็นเรื่องเขาจะฉายนอกประเทศ น่าจะเป็นความชอบธรรมชอบเขานะครับ
เซ็นเซอร์ : คุณไม่เข้าใจ ในหนังมันมีฉากที่ไม่ควรจะมีอยู่ ทางเซ็นเซอร์ไม่อยากปล่อย จริงๆ เขาก็ต้องไปต่อสู้เอาสิ

นันทขว้าง : (ผมยังติดใจเรื่องเซ็นเซอร์ของเราจะไปห้ามหนังเจ้ยฉายเมืองนอกได้อย่างไร แต่ก็เปลี่ยนประเด็นถามเพราะว่า เขามีเวลาน้อย) งั้น ฉากที่เป็นปัญหาเนี่ย ในมุมมองของคณะกรรมการ มองอย่างไร
เซ็นเซอร์ : อย่างฉากพระเล่นกีตาร์ มันไม่ได้ มันผิดบัญญัติสงฆ์เขา

นันทขว้าง : แค่เล่นกีตาร์ ?
เซ็นเซอร์ : คุณไปดูสิมันไม่ได้หรอก ผมว่าพวกเขา(ทีมงาน)ตะแบงเกินไป อยากจะโชว์ว่าข้ายิ่งใหญ่ ใครมาขวางไม่ได้

นันทขว้าง : เข้าใจว่าเรื่องศาสนาเป็นเรื่องอ่อนไหว แล้วฉากที่อวัยวะเพศแข็งตัวของหมอ
เซ็นเซอร์ : โอ้ย มันสื่อถึงอารมณ์เกย์เลย ถามหน่อยทำไมต้องทำขนาดนั้น คุณให้คนสองคนจูบกันและเดินออกมาจากห้องทีละคน ผู้ชมเขาไม่รู้เลยหรือว่า มันเซ็กส์กัน คุณก็รู้

นันทขว้าง : อวัยวะเพศแข็งตัวเป็นแท่งๆ แล้วเห็นมั้ยครับ
เซ็นเซอร์ : มันอยู่ในกางเกง แล้วเอามือจับอีก คือ ผมไม่เข้าใจว่าทำไมคนทำหนังต้องคิดว่าอะไรมันต้องสุดโต่งตรงๆ ออกมา มันสื่ออย่างอื่นได้ไม่ใช่หรือ

นันทขว้าง : แต่มันน่าจะเคยมีหนังหลายเรื่องที่มีภาพลักษณะนี้ อาจอยู่ในกลุ่มหนัง comedy
เซ็นเซอร์ : นันทขว้าง ถามคุณหน่อย แล้วทำไมมันต้องตรงแบบนี้

นันทขว้าง : ผมไม่ได้ดูหนัง เลยแสดงความเห็นไม่ได้ ว่ามันยังไง
เซ็นเซอร์ : สิ่งที่เรารู้สึกคือทีมงานเขากร่างมาก นึกว่าหนังได้รางวัลแล้วยิ่งใหญ่ ถามหน่อยเถอะว่า ใครให้ล่ะ ไม่ใช่ค่ายหนังที่มีเอี่ยวกับหนังหรือ

นันทขว้าง : เซ็นเซอร์จะแสดงบทบาทอย่างไรต่อ เพราะ conflict มันเริ่มแรง
เซ็นเซอร์ : ส่วนตัวแล้ว ไม่รู้นะ ต้องแล้วแต่ทางกองเขาว่าจะอย่างไร

นันทขว้าง : แต่โดยทางความชอบธรรมแล้ว หนังมีสิทธิ์จะฉายได้ ถ้าไม่เข้าสู่กติกาสังคม (หมายความว่า ทางทีมงานจัดฉายเป็นกิจกรรมพิเศษ และไม่มีการเก็บค่าตั๋ว)
เซ็นเซอร์ : วันก่อนเห็นโปรดิวเซอร์เขามาโวยวายที่กองฯ ใหญ่เหลือเกิน

นันทขว้าง : ผมว่าตอนนี้ คงต้องรอเจ้ย เพราะเจ้ยอยู่อเมริกา
................................


คุยถึงตรงนี้ เขาขอตัวเพราะเพิ่งเดินทางกลับถึงกรุงเทพหลังจากไปเที่ยวสงกรานต์มา
เรื่องนี้คงมีภาคสองเร็วๆ นี้.

จาก: http://www.oknation.net/blog/nantakwang/2007/04/17/entry-3
วันที่: 18/04/50 - 23:49 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 679
ไม่ต้องสงสัยอะไรทั้งสิ้นถ้าเป็นหนังไทยเมื่อไหร่กองนี้หั่นลูกเดียว แต่ถ้าเป็นหนังต่างประเทศโป๊ได้ไม่แปลก คาดว่าคนทำงานกองนี้คงจะยัง
ไม่เจริญทางความคิดเท่าไหร่ ว่างๆ ก็ไปเช่าหนังต่างประัเทศมาดูํบ้างก็ได้นะ
หนังไทยจะเจริญและไปไกลและดูได้อรรถรสกว่านี้ ถ้าไม่มี "กองเซ็นต์เซ่อร์"
ขอแนะนำว่าให้ยุบกองฯนี้ไปเลยดีกว่า ผมเอาใจช่วยและอยู่ข้าง
คนสร้างหนังไทยบอกตรงๆ เกลียดกองฯ นี้มานานแล้ว ไม่รู้ว่ามีสมอง
กันบ้างหรือเปล่า ถ่วงความเจริญของวงการหนังไทยคนพวกนี้ เอ้าคนสร้างหนังสู้ๆ



จาก: แมน เมืองสุพรรณ
วันที่: 19/04/50 - 2:26 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 680
ผมนายธัญสก พันสิทธิวรกุล ซึ่งไม่มีส่วนได้ส่วนเสียใด ใด ต่อการที่ท่านจะทำฉิบหายใด ใด ต่อหนังเรื่องนี้ ขออนุญาตใช้วิจารณญาณอันน้อยนิดของผม ไขข้อข้องใจที่ท่านดูจะยังสับสนในการพิจารณาหนังเรื่องนี้ หากผมเข้าใจผิดก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย เพราะผมใช้สติน้อย ๆ ของผม กลั่นกรองเอาจากที่เท่าที่ผมได้อ่านสัมภาษณ์ของคุณนันทขว้าง สิรสุนทรใน

http://www.oknation.net/blog/nantakwang/2007/04/17/entry-3

หากว่าบทสัมภาษณ์นี้เป็นการสัมภาษณ์จริง และไม่ได้นั่งเทียนเขียน อย่างที่คุณนันทขว้างออกตัวไว้ ก็อยากจะเป็นส่วนหนึ่งในการไขข้อคำถามคำตอบต่าง ๆ ที่ผู้อ่านบทสัมภาษณ์นี้ อาจเกิดความไขว้เขวได้

นันทขว้าง : ปัญหาเรื่องแสงศตวรรษฯ หนังของคุณเจ้ย ดูท่าทางจะดังเป็นข่าวระดับชาติ
เซ็นเซอร์ : คุณอย่าไปสนใจเลย มันเป็นมาร์เก็ตติ้งของเขา เป็นการโปรโมทหนัง

ถึงตอนนี้คงไม่ใช่มาเก็ตติ้งแล้วครับ เพราะทางคุณอภิชาติพงศ์ ยินดีจะไม่ฉายในประเทศนี้แล้ว ข่าวที่ประโคมอยู่ตอนนี้ ไม่ได้เป็นไปเพื่อหวังผลกำไรว่าจะมีคนมาซื้อตัวดูหนังเรื่องนี้ในโรงในประเทศไทยอีกต่อไป
เพราะเจ้าของหนังตั้งใจจะไม่ฉายโรงในเมืองไทยแล้ว แต่เหตุที่เป็นข่าวขนาดนี้ เพราะท่านกรรมการเซ็นเซอร์ทั้งหลาย ยึดฟิล์มหนังเรื่องนี้ไว้

และขอบอกอีกทีว่า สมมติว่าถ้าย้อนเวลากลับไปได้ หนังเรื่องนี้จะเข้าโรงแค่ 2 โรง และแค่ 2 สัปดาห์ คิดว่า หากมีคนมีดูเต็มโรงทุกรอบ หนังก็ได้กำรี้กำไรไม่เท่าหนังตลาดเรื่องอื่น ๆ อยู่แล้ว

ทั้งหมดไม่ได้เป็นไปเพื่อมาเก็ตติ้งหรอกนะครับ

คนทำเขาแค่หวังว่า การที่ต่างชาติเขาต้อนรับหนังเรื่องนี้ มันน่าจะดีเนอะ ที่หนังจะได้ฉายในบ้านเกิดตัวเอง

แต่การณ์กลับเป็นว่า คนในบ้านเกิดตัวเองนี่แหละ ที่มาทำร้ายกันอย่างนี้

นันทขว้าง : ถ้ามองแบบจากสายตาคนนอก ไม่เข้าข้างใคร จะเรียนถามว่า ทำไมเซ็นเซอร์ไม่คืนฟิล์มให้กับทีมงานภาพยนตร์
เซ็นเซอร์ : เซ็นเซอร์เขาก็กลัวนะ กลัวจะเอาไปตัดต่อฉายใหม่ ใครจะไปรู้ว่าจะฉายหรือไม่ฉาย

กรุณาให้เกียรติคนอื่นบ้างเถิดท่าน ผมเชื่อว่าการที่เขาไม่อยากฉายในคราวนี้ ไม่ใช่กลโกงบังหน้าเพื่อแอบเอามาฉายเก็บตังค์เป็นแน่แท้ แล้วหากเอามาฉายจริง ท่านก็ติงสิครับ เชื่อใจกันบ้าง หรือเป็นแต่พวกท่านหรือครับที่เชื่อใจได้(จริงหรือครับที่เชื่อใจได้ จริงหรือครับท่าน)

นันทขว้าง : อ้าวทำไมล่ะครับ กฎหมายตัวนี้จะไป cover นอกประเทศด้วยหรือ
เซ็นเซอร์ : มันมีภาพไม่เหมาะสมเยอะ

ท่านครับ ภาพไม่เหมาะสมเยอะนั้น ภาพไหนครับท่าน แล้วภาพไม่เหมาะสมเยอะนั้น คนดูเขาไม่มีสติปัญญาพอจะคิดหรือครับท่านว่าอะไรเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม ท่านกำลังทำให้ประชาชนสมองฝ่ออยู่หรือเปล่าครับ เอะอะอะไรก็ไปปิดหูปิดตาเขา จนคนแทบจะคิดเองไม่เป็นแล้วนะท่าน อะไรหรือท่านที่ว่าไม่เหมาะสม ถ้าจะนับความเหมาะสมที่ท่านให้ผ่านเซ็นเซอร์มาทุกวันนี้ ท่านเห็นว่าเหมาะสมแล้วหรือครับ แทงกันตาย ระเบิดหัว เลือสาด ฟันกันยับ ท่านเห็นว่าฉายได้ เหมาะสม ไม่ได้จัดเรตด้วยซ้ำว่าไม่เหมาะสำหรับเด็ก ท่านปล่อยให้เด็ก ๆ วิ่งพล่านในโรงที่ฉายหนังเน้นความรุนแรง ท่านเห็นว่าเหมาะสมหรือครับท่าน ช่างมีวิจารณญาณกันเสียจริง

นันทขว้าง : แค่เล่นกีตาร์ ?
เซ็นเซอร์ : คุณไปดูสิมันไม่ได้หรอก ผมว่าพวกเขา(ทีมงาน)ตะแบงเกินไป อยากจะโชว์ว่าข้ายิ่งใหญ่ ใครมาขวางไม่ได้

ใครโชว์หรือครับท่านว่าข้าใหญ่ ไม่เคยมีใครโชว์ว่าใหญ่อยู่แล้วท่าน มีแต่ท่านที่มีอำนาจในมือ จะหาวิธีข่มเหงเยี่ยงนี้ ท่านคิดว่าใครหรือที่ทำเช่นนั้น(หวังว่าท่านคงจะมีสติปัญญาคิดได้นะท่าน)

นันทขว้าง : เข้าใจว่าเรื่องศาสนาเป็นเรื่องอ่อนไหว แล้วฉากที่อวัยวะเพศแข็งตัวของหมอ
เซ็นเซอร์ : โอ้ย มันสื่อถึงอารมณ์เกย์เลย ถามหน่อยทำไมต้องทำขนาดนั้น คุณให้คนสองคนจูบกันและเดินออกมาจากห้องทีละคน ผู้ชมเขาไม่รู้เลยหรือว่า มันเซ็กส์กัน คุณก็รู้

วิจารณญาณท่านคงสับสนนะครับ หากท่านพูดเช่นนั้นจริง แสดงว่าท่านได้ดูหนังเรื่องนี้จริง ๆ หรือเปล่า หรือหากท่านไม่ได้พูด แต่คุณคนที่สัมภาษณ์นั่งเทียนเพ้อเอา ผมก็ขอกราบขอโทษมา ณ ที่นี้ด้วยนะท่าน

เอาล่ะ บังเอิญผมดูหนังเรื่องนี้มา 4 รอบ ผมจะขอทบทวน เผื่อว่าขณะที่ท่านอิ่มหนำระหว่างการพิจารณา หรือกำลังปั่นป่วนหัวใจที่ได้เงินน้อยไปในการทำหน้าที่เซ็นเซอร์ อาจทำให้ท่านลืมไปได้

ฉากนี้นั้น คุณหมอเข้าไปจูบกับแฟนสาว ซึ่งเป็นผู้หญิง
ท่านใช้อะไรมาตีความคำว่าเกย์ครับท่าน
หากท่านไม่มีวิจารณญาณแยกแยะได้ว่า คำว่าเกย์ หมายถึงอะไร ท่านกรุณาลาออกจากตำแหน่งเถอะท่าน อายลูกหลานเขาครับ
เอาล่ะต่อ ฉากนี้ จู๋อยู่ในกางเกงสีดำสนิท เห็นเป็นลำ แต่ไม่มีใครไปจับมันครับท่าน คุณหมอในเรื่องเขาแค่ขยับกางเกง ท่านไม่ไดล้วง หรือควักออกมาให้ผงาดอุจาดตาครับท่าน ท่านแค่ขยับ แล้วกล้องมาที่หน้าท่านแบบเขิน ๆ
จ.เจี๊ยวจ๊าวนะท่าน แท่ง ดุ้น อะไรนั่น อยู่ในกางเกงบอลสีขาว สีน้ำเงินบาง ๆ และเห็นเป็นรูปเด้งดึ้ง จ้อได้ด้วยนะท่าน ทั้งเรื่องด้วยนะท่าน

นันทขว้าง : ผมไม่ได้ดูหนัง เลยแสดงความเห็นไม่ได้ ว่ามันยังไง
เซ็นเซอร์ : สิ่งที่เรารู้สึกคือทีมงานเขากร่างมาก นึกว่าหนังได้รางวัลแล้วยิ่งใหญ่ ถามหน่อยเถอะว่า ใครให้ล่ะ ไม่ใช่ค่ายหนังที่มีเอี่ยวกับหนังหรือ

อันนี้ท่านขาดสติมากนะท่าน หนังเรื่องนี้ ไม่มีค่ายหนังจัดจำหน่ายในเมืองไทยนะท่าน รางวี่รางวัลที่ได้ ไม่ใช่ได้จากค่ายหนังในเมืองไทย ที่มีเอี่ยวกับหนังเรื่องนี้นะท่าน
ขอย้ำว่า ตั้งแต่เริ่ม หนังเรื่องนี้ไม่ได้เป็นไปเพื่อการค้า
หากท่านยังไม่รู้ ไม่มีความคิดกว้างไกล รู้ไม่รอบ และหูตาแคบอยู่แต่ในกะลา(อุ๊บส์ ขอโทษนะท่านที่บังอาจ)
ท่านควรจะรู้ว่า หนังเรื่องนี้ถูกสร้างเพื่อวาระครบรอบ 150 โมสาร์ท โดยเขาเลือกคนทำหนังจากทั่วโลก แค่ 7 คน 7 คนนะท่าน ท่านน่าจะไตร่ตรองได้ว่า คนทำหนังทั่วโลก มีเป็นล้านครับท่าน แต่เขาเลือกแค่ 7 คนนี้
เพราะเขาพิจารณา กลั่นกรอง และเลือกเฟ้นเป็นอย่างดีแล้วว่า 7 คนนี้ น่าจะสามารถถ่ายทอดสิ่งที่โครงการนี้ต้องการได้ เขาเห็นคุณค่าคนทำหนังเหล่านี้ครับท่าน ใช่ครับ เป็นฝรั่ง แต่คนไทยด้วยกันเอง กลับย่ำยี ท่านคิดว่าความเป็นคนไทยด้วยกัน ท่านยังไม่มี ขอโทษเถอะ สิ่งที่ท่านปฏิบัติตอบมา ท่านมองเขาเป็นคนหรือเปล่าท่าน

นันทขว้าง : แต่โดยทางความชอบธรรมแล้ว หนังมีสิทธิ์จะฉายได้ ถ้าไม่เข้าสู่กติกาสังคม (หมายความว่า ทางทีมงานจัดฉายเป็นกิจกรรมพิเศษ และไม่มีการเก็บค่าตั๋ว)
เซ็นเซอร์ : วันก่อนเห็นโปรดิวเซอร์เขามาโวยวายที่กองฯ ใหญ่เหลือเกิน

ใครหรือครับท่าน โปรดิวเซอร์ที่ท่านว่าโปรดิวเซอร์หนังเรื่องนี้คือ ตัวคุณอภิชาติพงศ์เองครับท่าน แล้วตอนนี้เขาอยู่อเมริกา จะแบ่งร่างมาโวยท่านถึงกองนี่คงเหนือมนษย์แล้วท่าน ไม่มีใครเคยไปโวยท่านนะครับ มีแต่ท่านแหละครับที่กร่าง และโวย

นันทขว้าง : ผมว่าตอนนี้ คงต้องรอเจ้ย เพราะเจ้ยอยู่อเมริกา

อันนี้สำหรับคุณนันทขว้างนะครับ ผมว่าคุณน่าจะพอมีความเป็นคนหลงเหลืออยู่บ้างนะครับ



จาก: ธัญสก พันสิทธิวรกุล
วันที่: 19/04/50 - 2:48 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 681
ลุงคิดว่าเราไม่ได้กำลังต่อกรกับเจ้าพนักงานหรือกรรมการตรวจพิจารณาภาพยนตร์ แต่เรากำลังสู้กับอำนาจรัฐ ซึ่งใช้อำนาจทางปกครองจำกัดสิทธิเสรีภาพในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารและในการแสดงออกซึ่งความคิดเห็น และนี้เป็นสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของมนุษย์ คือสิทธิมนุษยชน
สิทธิเสรีภาพนี้สังคมโลก คือองค์การสหประชาชาติ รับรอง
รัฐธรรมนูญของไทย โดยเฉพาะฉบับ พ.ศ. ๒๕๔๐ ก็รับรอง แต่น่าเสียดายที่เราไม่ได้ทวงสิทธิเสรีภาพของเราในการรับรู้และแสดงออกในภาพยนตร์ ซึ่งถูกอำนาจรัฐเบียดบังหรือโกงเอาไป โดยใช้พระราชบัญญัติภาพยนตร์ พ.ศ. ๒๔๗๓ และ พระราชบัญญัติควบคุมเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๓๒(?)
ที่ลุงว่าเสียดาย คือ สองพระราชบัญญัตินั้น น่าจะขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นพระรราชบัญญัติที่จำกัดสิทธิเสรีภาพของราษฎร ซึ่งจริงอยู่รัฐธรรมนูญให้อำนาจรัฐทำได้ แต่การออกกฎหมายจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน จะต้องเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับทั่วไป ไม่ใช่เลือกปฏิบัติเฉพาะกลุ่ม แต่พระราชบัญญัติทั้งสอง เลือกปฏิบัติเฉพาะภาพยนตร์และวีดิโอ
จึงเป็นกฎหมายที่ไม่ยุติธรรม เช่น คนที่เขียนนิยายหรือเขียนรูปหรือทำละครเวที ไม่ต้องถูกตรวจตัดหรือสั่งห้ามแสดง แต่ทำหนังทำวีดิโอกลับถูกริบสิทธิเสรีภาพเช่นนั้น
ทำไม....
เพราะอำนาจรัฐกลัวอำนาจของภาพยนตร์ เพราะว่าอำนาจของภาพยนตร์เข้าถึงจิตใจของคนได้ง่าย ได้สำแดงการครองใจคนทั้งโลกไว้สนิทแน่นเพียงไรในร้อยปีที่ผ่านมา เราคงเห็นอยู่ ภาพยนตร์ทำให้คนฉลาดได้ง่าย เกิดปัญญาได้ง่าย และอีกด้านหนึ่ง ก็ทำให้คนจมอยู่ในความเขลา ความโง่งมได้ง่ายเช่นกัน
เป็นธรรมดาหรือธรรมชาติ ที่อำนาจรัฐกลัวการปกครองคนที่ฉลาด
เจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติภาพยนตร์ พ.ศ. ๒๔๗๓ ก็ปรากฏอยู่ในทางจดหมายเหตุว่า อำนาจรัฐในเวลาโน้น เกรงว่าราษฎรจะกระด้างกระเดื่อง
ลุงจึงไม่อยากให้พวกเรามัวไปรันตูอยู่ที่ตัวบุคคลหรือเจ้าพนักงาน ซึ่งเป็นปลายแถวของอำนาจ แต่เราต้องต่อกรกับอำนาจมืดที่อยู่เบื้องหลัง
เวลานี้รัฐธรรมนูญฉบับ ๒๕๔๐ ถูกฉีกไปแล้ว แต่ฉบับใหม่กำลังอยู่ในกระบวนการ เวลานี้สภาร่างรัฐธรรมนูญท่านทำฉบับร่างเสร็จแล้ว เดี๋ยวก็คงเห็นกัน
ประชาชนเรามีสิทธิมีส่วนร่วมในขั้นนี้ ก็โดยการใช้สิทธิเรียกร้องหรือเสนออย่างเป็นรูปธรรมและชัดเจนไปที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติในเวลานี้
เพื่อให้แปรญัติในขั้นพิจารณา เพื่อให้มีการบัญญัติประเด็นรับรองสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารและการแสดงออกทางความคิดเห็นผ่านสื่อภาพยนตร์
เมื่อนั้นแหละเราจึงจะโค่นอำนาจมืดลงได้
แต่ลุงก็ยังเห็นว่า เส้นทางการต่อสู้ไม่ง่ายดายอย่างที่พูด
เพราะฉนั้นพวกเราทั้งหลายคงต้องผนึกกำลังกันใช้สติปัญญาให้มาก ใช้อารมณ์ให้น้อย และที่สำคัญต้องแผ่เมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ ไม่มองเห็นว่ามีใครเป็นศัตรูเลย นอกจากความเขลาของมนุษย์เท่านั้น ขออย่าโกรธ อย่าเกลียด อย่ากระทำเพราะเคียดแค้น แต่ที่เราทั้งหลายทำ ไม่ใช่เพราะเมตตาและกรุณาต่อตนเอง ลุงเห็นว่าเราทั้งหลายที่คิดอย่างนี้ได้ทำอย่างนี้ได้ เพราะตัวเราล้วนเห็นแสงสว่างแล้ว แต่ที่เราทำก็เพื่อคนอื่นมิใช่หรือ
หากเราเห็นว่า แสงศตวรรษ เป็นแสงแห่งแก้ววิเศษที่ฉายให้เห็นสัจธรรม
เราจึงควรสู้ด้วยใจที่สว่าง


จาก: ลุงจอ
วันที่: 19/04/50 - 5:13 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 682
ผมว่าการที่เอา คำว่า ขนบธรรมเนียมประเพณี มาเป็นข้ออ้างในทุกๆเรื่องมันเป็นอะไรที่ดูโง่เคล้า กว่าชาวโลก ที่เค้าเดินหน้าก้าวล้ำไปถึงไหนๆแล้ว แต่เราเองยังคงย้ำอยู่กับที่

ขนบธรรมเนียมประเพณี เป็นสิ่งที่ควรจดจำ แต่ไม่ควรที่จะนำมาปิดกันความคิด และการสร้างสรรค์ในทุกๆด้าน




จาก: คนดู
วันที่: 19/04/50 - 9:57 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 683
ไม่คิดเลยว่าจะเป็นแบบนี้ คนไทยที่ทำร้ายคนไทยด้วยกัน เอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่ามั้ย สู้เอาเวลาไปสร้างสรรค์อบ่างอื่นดีกว่าครับ
พี่ทำถูกแล้วที่คิดแบบนี้ ถ้าต้องทำลายผลงานตัวเองที่ทำมานานและต้องถูกริดรอนความรู้ความคิดของพี่แล้วผมว่าอย่าไปฉายมันเลยครับ
ไปในที่ ๆ มีคนต้องการดีกว่า ผมเห็นด้วย
และผมก็ขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ กับรางวัลที่มีคุณค่าที่ได้รับแม้ว่าคนไทยบางกลุ่มจะตาต่ำก็ตาม
ขอบคุณครับ

จาก: ชัยวัฒน์ อู่ทองเจือ
วันที่: 19/04/50 - 10:01 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 684
หนังเลวๆที่มันควรจะเซ็นเซอร์มีต้องเยอะตั้งแยะ ทำไมไม่ไปดูให้ดีก่อนเน้อดูหนังกันไม่เป็นหรือไงกองเซ็นเซอร์นี่

จาก: ณ้ฐพล สถิรวุฒิพงศ์
วันที่: 19/04/50 - 10:15 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 685
ขอให้คณะกรรมการฯคืนฟิล์มแก่เจ้าของ พิจารณาตนเองแล้วลาออกไป เบื่อพวกอนุรักษ์นิยมแบบอ่อนไหวและล้าหลัง

จัดให้ประชาชน ผู้ทรงคุณวุฒิ นักกฎหมาย ตัวแทนอุตสาหกกรมภาพยนตร์ ฯลฯ ร่วมกันร่างกฎหมายใหม่ในเรื่องนี้ และเข้าสู่สภาต่อไป

หากคิดเห็นร่วมกันอย่างไร จะเข้าร่วมอีกแรงหนึ่งคับ



จาก: กิตติชัย คูรัตน์ชัชวาล
วันที่: 19/04/50 - 10:23 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 686
ควรจัดเรท หนัง
ควรจำกัดอายุคนดู
ควรไล่กองเซ็นเซอร์ เก่าออก
ควรให้อิสรภาพ แก่หนังเพลง สื่อทุกชนิด
เชื่อสิ ไม่มีใครอยากให้เมืองไทยเป็นแดนเถื่อน

แต่นี่คือความจริง ไม่กล้ายอมรับเหรอ?????

จาก: รุ่งรัตน์ กิจติคุณ
วันที่: 19/04/50 - 10:24 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 687
พวกกองเซ็นเซอร์นี้คงไม่มีสติปัญญานะผมว่า
แต่ละฉากที่อยากตัดก็งั้นๆแหละ พระนั่งกินกาแฟสด พระไปเดินวนอยู่แถวซีดีโป๊ ผมก็เคยเห็นทั้งนั้น พระchatจีบสาว หลายคนก็คงเคยได้ยิน
พระเล่นกีตาร์ กะเครื่องร่อนเนี่ยะนะ ผมว่าพระส่วนมากดูหนังโป๊ด้วยซ้ำไป
ช่วยกันกำจัดพระเลว ทำระบบตรวจสอบให้ดี ไม่ใช่จับสึก อีกวันไปบวชใหม่อีกวัด อย่ามัวแต่ห่วงภาพ/ภาพลักษณ์ตามสื่อแบบนี้เลย ไร้สาระ

ฉากหมอก็งั้นๆแหละ อย่าให้เว่อร์นักเลย

อ้อเรื่อง tv ด้วย เหล้า บุหรี่ เห็นไม่ได้ อะไรกันนักหนา เสื้อเกาะอกก็เบลอ ปืนจ่อหัวด้วย

จาก: แหน
วันที่: 19/04/50 - 11:08 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 688
การ์ตูน ดราก้อนบอล(ตอนเอามาฉายใหม่ทาง ITV) ตอนโงกุนยังเด็ก แก้ผ้าโดดน้ำ เซ็นเซอร์(ช่วงเป้า)เฉยเลย
สมัยก่อน ตอนฉายช่องเก้ายังไม่เห็นเป็นไร
การ์ตูนนะเพ่ มันจะอะไรกันนักหนา

จาก: เอกชัย
วันที่: 19/04/50 - 11:59 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 689
เราก็อยากรู้นะว่าหนังเรื่องนี้อ่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรเหรอ
แค่ชื่อเรื่องเราว่าก็น่าดูแล้ว "แสงศตวรรษ" คืออะไร
เราเกิดคำถามนี้ในใจ เอ๊ะ!!! แล้วทำไมถึงถูกแบนล่ะ
เพราะอะไรอ่ะ เราอยากดูนะ

เรามีความรู้สึกเหมือนว่าเราไม่มีเสรีภาพพอที่จะได้เลือกหนัง
ที่เราอยากจะดูในบางเรื่อง ถึงแม้ประเทศไทยเราจะมีสิทธิ
ที่ให้บริโภคในสิ่งต่างๆ แต่เราว่าก็ยังไม่เต็มที่

เหมือนกับว่าถ้าเขาเห็นว่าสิ่งนี้ไม่ดีนะ คนไทยไม่ควรดู
เราว่าน่าจะให้เราเป็นคนเลือกเองมากกว่าว่าเราควรจะดู
หรือไม่ควรดู ถ้าหากหนังเรื่องนี้ไม่ดี ผู้ทำหนังเค้าก็เสียชื่อ
อีกอย่างเค้าได้รางวัลการันตีด้วย หนังที่เค้าทำออกมา
ต้องแปลกแนวบ้างล่ะ จะให้เค้าสร้างหนังตามกระแสเหรอ
งั้นบ้านเราก็ไม่พัฒนาซักที ถ้าไม่มีคนคิดนอกกรอบ

เราเป็นคนจ่ายเงินนะ เราไม่ได้ให้คนพวกนั้นมาเลี้ยงดูเราซักหน่อย
ทำไมถึงจำกัดสิทธิในการบริโภคของเราล่ะ
เสียความรู้สึกอ่า บางครั้งก็มีความคิดเหมือนกันนะ
ว่าทำไมไม่เกิดเมืองนอกพวกประเทศที่พัฒนาแล้ว
ไม่ใช่ไม่รักชาตินะ แต่เพราะมันเป็นอย่างนี้ไง
ระบบประเทศเราอ่าล่าช้า ต้องอะไรไม่รู้เยอะแยะ
ไม่มีการจัดการ การวางแผนเลย เราว่าการที่จะให้หนัง
เรื่องไหนสมควรฉายหรือไม่สมควรฉายนะ
น่าจะมีการทำโพลสำรวจมากกว่านะ เพราะมันครอบคลุม
บุคคลหลากหลายดี เราก็จะได้ความคิดเห็นหลากหลาย
มีอีกหลายคนที่เค้าต้องการที่จะเลือกบริโภค

ถ้าหนังเรื่องนี้ฉายได้ฉายจริง ใครอยากดูก็ดู
ใครเห็นว่าไม่ดีไม่อยากดูไม่เหมาะสมก็ไม่ต้องดู
นี่และสิทธิ เสรีภาพของเรามากกว่านะ
ไม่ใช่มาปิดหูปิดตา แล้วอีกอย่าง
เราว่าเค้าทำไม่ถูกอ่า มายึดฟิลม์
ถ้าไม่ให้ฉายที่ประเทศไทย ก็ไม่ต้องให้ฉาย
มายึดฟิลม์ทำไม (ว่ ะ) ให้หนังของเค้าได้เจริญเติบโต
ได้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ (ซึ่งไม่ได้จะสร้างเลย)

ถ้าเป็นเราคงน้อยใจแย่ ทำหนังก็อยากให้คนประเทศตัวเองได้ดู
เหมือนกัน แต่กลับไม่ถูกสนับสนุนแถมยังจะมาขัดขวาง
ถ้าได้รางวัลก็แบบว่า ชม อ่า รู้สึกว่าไม่หน้าด้านไปเหรอ

ถ้าหนังเรื่องนี้ได้ฉายเมืองไทย เราจะไปดูแน่นอน
คนดูหนังระดับปัญญาชน(ถ้าคุณคิดว่าคุณเป็นปัญญาชน)
คุณก็คงจะมีวิจารณญาณในการชมภาพยนตร์
เชื่อว่าปัญญาชนคงจะแยกแยะออกอ่าคะ

จาก: KuNniE
วันที่: 19/04/50 - 13:18 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 690
เรียนท่านเจ้าของกระทู้

กระทู้นี้เริ่มโหลดช้าแล้ว ไปต่อใหม่ในตอนที่ 2 ดีไหมครับ เกือบ 700 ความคิดเห็นแล้ว(มากที่สุดกว่าทุกกระทู้)

จาก: โหลดช้าแล้ว
วันที่: 19/04/50 - 14:29 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 691
เมื่อไหร่จะจัดเรทหนังซักที เบื่อเต็มทนแล้วครับ มองกันคนละมุม จัดเรทซะจะได้จบๆ

จาก: lohman
วันที่: 19/04/50 - 14:31 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 692
จัดเรทดีกว่าตัดหรือเซ็นเซอร์หนังค่ะ
แล้วก็ต้องทำไงถึงได้เป็นกองเซนเซอร์หนังล่ะคะ
อยากรู้ขั้นตอนวิธีการว่าเขาเป็นกันได้ยังไงค่ะ
ขอบคุณค่ะ

จาก: quin toki
วันที่: 19/04/50 - 14:49 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 693
อ่านมาจนหมดทุกๆความคิดเห็นแล้วก็พบว่า
ได้เวลาแล้ว ตามเหตุผลทั้งหมด
(ละครน้ำเน่าหลังข่าวที่ควรจะโดนกลับไม่โดน งงมาก)
ได้รับรางวัลศิลปาธร แต่กลับโดนเซ็นเซอร์ แค่นี้ก็บอกได้หมดแล้วล่ะครับ
ไอ้การเซ็นเซอร์นี่มันเหมือนเป็นการเน้นจุดสนใจมากกว่านะครับ
มันทำให้สิ่งที่เขาไม่เคยคิดกัน ดูผ่านๆ กลายเป็นสิ่งที่ทำให้คิดมาก
จัดเรทยังดูดีกว่าอีก ทำได้แต่ไม่ทำ แล้วก็อ้างว่า "ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย"
มันเพราะอะไร คงไม่ได้รับคำตอบที่แท้จริงนัก
เพราะคงเป็นการอ้าง บอกปัด เสียมากกว่า ว่ามันยุ่งยาก .....
"ไม่เคยมีใครทำแบบนี้ หนังพันล้านยังไม่มีท่าทีแบบคุณเลย"
ไอ้นี่มันสื่อนะ เขารู้กันไปทั่ว
การเซ็นเซอร์มันมีมานานแล้ว และยิ่งมายิ่งหนักขึ้น
อย่างนี้มันดูถูกคนดูเกินไปหรือเปล่า ว่าเขาจะไม่รู้ว่ามันเป็นอะไร
และทำอย่างกับว่า ผู้บริโภค ไร้ความคิด ต้องคอยกำกับดูแลแบบวัวควาย
คนที่ดูแล้วไม่ดูความหมายที่ต้องการสื่ออะไร แล้วก็มาเอะอะโวยวาย
มันคิดกันไปได้ยังไง(ไม่เข้าใจ)
อย่าพูดอะไรทั้งๆที่ยังไม่รู้เรื่องทั้งหมด
(แน่นอน ผมอ่านเรื่องย่อของหนังแล้ว)
หลังๆมา กองนี้ ยิ่งมายิ่งเกินเหตุ
และครั้งนี้ เป็นสิ่งที่ "รับไม่ได้เป็นอย่างยิ่ง"
เขาก็ยืนยันว่าไม่ฉาย แค่ขอคืนก็ยังไม่ให้ มันก็เกินไป
และมันไม่ได้เกิดเหตุการณ์นี้กับแค่หนังในโรง.....อย่างที่มีกล่าวข้างต้น
ไม่มีกฎอะไรที่ใช้ได้ตลอดทุกสถานการณ์หรอก
เพราะในโลกนี้มันไม่มีอะไรที่สมบูรณ์
แล้วเราจะยืดหยุ่นกับมันบ้าง ไม่ได้หรือ
ทีกฎหมายมีช่องเอาประโยชน์นี่ ยืดหยุ่นกันจัง
คนที่เคยทำงานเหล่านี้ ก็จะรู้ว่า การสร้างมันไม่ง่าย
แต่การทำลายที่เกิดขึ้น ทำไมมันง่ายนักหนา
ผมเป็นเพียงแค่เสียงเล็กๆ ที่ไม่แน่ใจว่าจะมีคนเห็นด้วยมากแค่ไหน
แต่ผมขอให้กำลังใจพี่เจ้ย
ผมอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงเสียที
อยากให้แสงศตวรรษ เป็นแสงที่เปลี่ยนศตวรรษนี้ของไทย
ให้ดีกว่าที่เป็นอยู่
และกองนี้ ถ้ายังทำงานกับแบบนี้
การสนับสนุนไทยเป็น hollywood of asia บ้าง โครงการ sipa บ้าง
ก็จะเป็นเพียงการเสียเวลาเปล่า
ดังนั้น กองเซ็นเซอร์จึงควรพิจารณาปรับปรุง
ถ้าไม่ทำ ก็จงยุบไปเสีย
ขอสนับสนุนการ format ..... การยืนขึ้นในครั้งนี้
ขอให้มีการจารึกไว้ว่า แสงศตวรรษ เป็นแสงแห่งการปลดปล่อยด้วย

จาก: คนจร
วันที่: 19/04/50 - 15:28 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 694
เค้าคงไม่มองว่า "ภาพยนตร์" เป็นศิลปะแล้วละมั๊งค่ะ

ปล.อยากดูหนังเรื่องนี้จัง อยากรู้ว่าจะซักแค่ไหนกันเชียว....
จะให้เซ็นเซอร์หมดเรื่องราวเลยเหรอไง...

ลงชื่อหนึ่งเสียงค่ะ



จาก: title B
วันที่: 19/04/50 - 15:56 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 695
จริงๆมันควรจะมี Rate ให้เหมือนต่างประเทศไปเลย
ทำแบบนี้เหมือนดูถูกสมองคนดูหนัง
แต่เชื่ออย่างนึงเลยครับว่า คนเซนเซอร์เป็นคนที่ถูกเลือกอย่างมักง่ายและไม่เข้าใจคำว่าศิลปะแน่นอน

จาก: วี
วันที่: 19/04/50 - 16:30 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 696
เห็นด้วยครับว่าต้องประท้วงให้เป็น กรณีตัวอย่าง
ขอเป็นกำลังใจให้คุณ อภิชาติ ครับ
กองเซนเซอร์ ควรยกเลิกได้แล้วครับ
เปลี่ยนเป็นกำหนดอายุผู้ชมแทน ดีกว่า

จาก: อ๊อด
วันที่: 19/04/50 - 16:44 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 697
ผมขอออกความเห็นในเรื่องแสงศตวรรษในฐานะคนรุ่นใหม่ที่ดูหนัง
สำหรับผมแล้วฉากหมอผมไม่ค่อยอะไรมากจะตัดหรือไม่ตัดก็ได้ แต่สำหรับฉากพระเล่นกีต้ากับพระเล่นเครื่องร่อน โดยเฉพาะพระเล่นกีต้า มันไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะทำหรือสร้างขึ้นมา เพราะขนาดผมบวชเณรในบทบัญญัติยังห้ามไม่ให้ร้องรำทำเพลงดีดสีตีเป่า ขนาดเณรยังห้ามแล้วนับประสาอะไรกับพระ ผมเห็นด้วยที่จะให้ตัดออกอย่างยิ่ง
ผมได้อ่านเรื่องนี้มาจากคอลัมภ์ในหนังสือพิมพ์คมชัดลึก ซึ่งผมคิดว่าคนเขียนคอลัมภ์มีความลำเอียงอยู่ เพราะว่ารุมประนามกองเซ็นเซอร์ไทยอย่างเดียวไม่ได้คิดหน้าคิดหลังว่าจริงๆมันเหมาะรึป่าว
และในเรื่องที่คนทำหนังเรื่องนี้เขียนตอบกลับมาว่าคุณทำหนังประดุจลูกชายลูกสาวนั้น ผมอยากจะพูดว่า คุณเป็นคนไทยคุณมีเมียเป็นคนไทยลูกออกมาก็ต้องเป็นคนไทย ถ้าลูกออกมาเป็นฝรั่งก็แสดงว่าเมียคุณมีชู้ แต่ลูกคุณสามารถไปเรียนเมืองนอกได้(ก็เปรียบเหมือนได้รางวัลจากต่างประเทศ แต่ในไทยมันก็ไม่ใช่อยู่ดีคุณเป็นคนชาติไหนก็ต้องรักและเคารพวัฒนธรรมประเพณีและกฎหมายชาตินั้นสิ) และเนื่องจากยุคสมัยนี้วัฒนธรรมต่างชาติเข้ามามากขึ้นดังนั้น ผมจึงไม่ค่อยคิดมากสำหรับเรื่องหมอกอดจูบกับหญิงสาว หรือว่ากินเหล้า แต่สำหรับเรื่องของพระผมคิดว่ามันไม่เหมาะอยู่แล้ว เขามีบทบัญญัติก็เหมือนดั่งมีกฎหมาย ถ้าคุณละเมิดกฎหมายก็แสดงว่าคุณต้องรับโทษสิ ไม่ใช่มาเถียงข้างๆคูๆ
และสำหรับคนที่เขียนว่า"ด้วยความขลาดเขลาเบาปัญญาของคนไม่กี่คนที่อ้างตนเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ บังอาจคิดแทนคนอีกนับล้านคน" นั้นผมขอยกตัวอย่างให้ฟังว่า ถ้าอย่างนั้นแล้วจะมีนายกไว้ทำไร ก็ต้องเป็นตัวแทนเอาไว้คิดไว้ตัดสินใจ การที่ได้ตำแหน่งมามันไม่ใช่ว่าทุกคนจะเป็นได้เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเขาตัดสินอะไรก็ควรให้ความเคารพในการตัดสินใจยกเว้นว่าเรื่องนั้นมันสุดๆแล้วก็ค่อยว่ากันก่อม็อบประท้วงก็ว่ากันไป
ผมอยากฝากไว้ว่าวัฒนธรรม ประเพณี ศิลปะ บรรพบุรุษ ของประเทศใดก็ควรรักษาไว้ อย่าไปเอาของชาติอื่นมาทำให้เราหมดความเป็นชาติเราดีกว่า ถ้าคุณคิดว่าแค่นี้ทำไมไม่ได้ ถ้าวันนี้ปล่อยวันหน้ามันก็มีอีกแล้วจะยิ่งกว่านี้ แล้วก็จะอ้างว่าที..ยังทำได้เลย ฝากไว้ให้คิดในอีกมุมหนึ่ง


จาก: คนรุ่นใหม่ที่ดูหนังและคิดจะทำหนัง
วันที่: 19/04/50 - 17:17 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 698
ถึงจะน่าโกรธอย่างยิ่ง แต่อีกแง่นึงผมว่าก็ทำให้คนสนใจหนังเพิ่มขึ้นนะ

จาก: แหน
วันที่: 19/04/50 - 17:46 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 699
ลงชื่อด้วยคน เสียดายเงินที่เสียภาษีให้ประเทศจัง

*** แล้วจะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟัง***

จาก: ปาริชาติ ภู่อารีย์
วันที่: 19/04/50 - 18:32 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 700
ร่วมลงชื่อด้วยคนค่ะ

จาก: จุฑามาศ
วันที่: 19/04/50 - 18:38 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 701
ร่วมลงชื่อด้วยครับ

จาก: มติชน
วันที่: 19/04/50 - 19:12 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 702
เราไม่ได้มาพูดเรื่องความถูก-ผิด หรือเหมาะสม-ไม่เหมาะสมของหนัง
แต่เรากำลังพูดถึงระบบเซ็นเซอร์กับทัศนคติอันคับแคบต่างหาก
...
ไม่เห็นด้วยกับระบบเซ็นเซอร์ค่ะ

จาก: จิราภรณ์ วิหวา
วันที่: 19/04/50 - 20:59 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 703
มีอ๊อดคนที่ 2 มาแล้วครับ

จาก: อ๊อด (คนแรก แฟนพันธ์แท้สรพงษ์ ชาตรี)
วันที่: 19/04/50 - 21:02 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 704
ถึงกองเซนเซอร์
ได้โปรด เลิกโง่ เลิกใจแคบ เลิกคิดแทนคนอื่น เลิกทำลายศิลปะเถอะครับ ขอร้องผมเบื่อกับความ jackass ของพวกคุณเต็มทีแล้วครับ

จาก: bigboi101
วันที่: 20/04/50 - 0:44 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 705
เครือข่ายรณรงค์เพื่อเสรีภาพของภาพยนตร์

No Cut

No Ban

Coalition for Cinema Freedom

ขณะนี้อยู่ขั้นตอนการติดต่อประสานงาน ซึ่งยังไม่แน่ใจว่า จะเป็นวันไหน ระหว่างวันอาทตย์ที่ 22 หรือวันจันทร์ที่ 23 แวะมาเว็บนี้ใหม่พรุ่งนี้ จะแจกแจงรายละเอียดงานเสวนา พร้อมจัดฉาย แสงศตวรรษ ฉบับครบสมบูรณ์ ไม่พิกลพิการ พร้อมรับฟังเหตุผลที่ทำไมเราจึงต้องการ No Cut No Ban และแน่นอน อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล จะมาร่วมไขข้อข้องใจครั้งนี้ด้วย ซึ่งทางเราจะชี้แจงวันเวลา สถานที่ที่แน่นอนอีกที



จาก: เครือข่ายรณรงค์เพื่อเสรีภาพของภาพยนตร์
วันที่: 20/04/50 - 0:54 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 706
1 เสียงสนับสนุนครับ

จาก: อภิวัฒน์ แสงพัทธสีมา
วันที่: 20/04/50 - 1:13 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 707
ของงี้คนไม่ใช่คนทำไม่เข้าจายหลอก

จาก: ภูริพันธ์ ภู่ไพบูลย์
วันที่: 20/04/50 - 13:05 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 708
ได้เวลาที่จะปรับเปลี่ยนระบบกองเซนเซอร์ของไทยแล้ว
การทำงานของกองเซ็นเซอรืไม่ได้บ่งบอก
ถึงการพิจารณาโดยที่ใช้สมองตรึกตรองดูเลย มันแย่เกินไป

จาก: ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข
วันที่: 20/04/50 - 13:08 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 709
db พระห้ามเล่นกีต้านะ แต่เล่นสีกาได้.....ลงชื่อด้วย qp

จาก: db
วันที่: 20/04/50 - 13:10 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 710
น่าเสียดาย ที่หนังดี ฝีมือคนไทย แต่คนไทยส่วนใหญ่จะไม่มีโอกาสได้ดูหนังโรงหนังบ้านเราเอง

สาธุ ขอให้หนังได้ฉายเถอะ อยากดู



จาก: ฟ้าบ่กั้น
วันที่: 20/04/50 - 13:22 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 711
เป็นความจริงอย่างหนึ่งว่า หนังหลายๆเรื่องไม่ใช่หนังที่เหมาะสมกับทุกเพศทุกวัย แต่การเซ็นเซอร์ในแบบที่ทำลายผลงานที่คนๆหนึ่งสร้างขึ้นมาด้วยความยากลำบากนั้นมันเหมาะสมแล้วหรือ

เอาล่ะ ผมยอมรับว่าการเซ็นเซอร์นั้นยังไงก็จำเป็นต้องมี แต่คำถามที่อยากจะได้คำตอบก็คือ มาตรฐานในการทำงานของกองเซ็นเซอร์นั้นอยู่ตรงไหน และสิ่งที่เราควรจะเซ็นเซอร์(ถ้าคำนี้หมายถึงการตรวจสอบและกลั่นกรอง)จริงๆในเวลานี้คือ ผลงาน หรือ คนที่เข้าไปดู กันแน่

ทุกวันนี้เราละเลยสิ่งที่ควรทำจริงๆไปหรือเปล่า เมื่อเด็กๆของเราสามารถซื้อตั๋วเข้าไปดูหนังบู๊เลือดสาด หรือลามก โชว์อกทะลักจอได้สบายๆ

หรือที่พวกคุณเลือกจะตัดหนัง และทำลายงานสร้างสรรค์ของคนๆหนึ่งนั้น เพราะมันง่ายกว่าการสร้างกฎระเบียบดีๆขึ้นในสังคม

ที่ผ่านมาผมพยายามทำใจยอมรับกับการทำงานของกองเซ็นเซอร์ (ได้บ้างไม่ได้บ้างไปตามเรื่องตามราว) มาตลอด แต่การยึดฟิลม์ไว้แบบนี้มันทำใจให้ยอมรับการกระทำของพวกกองเซ็นเซอร์ไม่ได้จริงๆ


ขอร้องล่ะครับ ช่วยกลับมาพิจารณาตัวเองบ้างว่าพวกคุณกำลังทำอะไรอยู่ และนั่นใช่สิ่งที่ควรทำจริงๆหรือ

จาก: วรา
วันที่: 20/04/50 - 14:07 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 712
ผมว่าพวกกองเซ็นเซอร์เขาทำตัวเซ่อหลุดโลกแบบนี้ได้ไม่ลำบากเพราะเขาไม่มีต้นทุนทางสังคม

ช่วยให้รายชื่อนามสกุลของกองเซ็นเชอร์มาเลยดีกว่าครับจะได้รู้ว่ามีใครบ้าง พวกเราจะได้สรรเสริญได้ถูกคน

จาก: มวนวน
วันที่: 20/04/50 - 14:26 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 713
ลงชื่อด้วยคน ครับ อยากเห็นความเปลี่ยนแปลง ในวงการหนังไทยในทางที่ดี ครับ

จาก: นายสุรเชษฐ์ เปรมรัตน์
วันที่: 20/04/50 - 15:42 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 714
อยากเห็นความเปลี่ยนแปลงของหนังไทย ละคร ให้มันดีกว่านี้ ละครน้ำเน่า ทำไมยังมีอยู่ได้ เพราะมีคนดู แต่ทำไมไม่ลองให้โอกาส สังคมไทยรับรู้อะไรใหม่ๆที่เข้ามา หนังที่ได้รับรางวัล เพราะอะไรถึงได้รางวัล ทำไมคนเค้าให้รางวัล แต่ทำไมทีบ้านเรากลับปิดกั้นเพียงเพราะคิดว่าไม่สวยงาม ไม่สง่าในความรู้สึก ไม่จรรโลงอารมณ์ ไม่ถูกเทสต์คนไทย ด้วยเหตุผลอะไร อยากรู้ แต่ไม่เห็นด้วยในการทีจะไม่ให้ฉาย หรือ ยึดฟิส์มม้วนนี้มา

จาก: Alma Amla
วันที่: 20/04/50 - 16:34 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 715
อย่าบ้าอำนาจให้มันมากนัก ไอ้พวกกองเซนเซอร์ไร้สมอง ทุเรศ ทรามจิงๆ เค้ายอมไม่ฉายแล้วมึงยังเสือกยึดหนังเค้าอีก ไอ้ตัวกินไก่

จาก: ernesto
วันที่: 20/04/50 - 17:07 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 716
บ้าอำนาจมากๆๆๆๆไอ้กองเซนเซอร์

จาก: cherry
วันที่: 20/04/50 - 17:52 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 717
เรียน ผู้มีบทบาทในการตรวจพิจารณาภาพยนตร์ และสื่อภาพเคลื่อนไหวทุกประเภท

ดุลยพินิจของท่านที่ปรากฎออกมาผ่านการเซ็นเซอร์หนังแต่ละเรื่องนั้น ในทรรศนะของดิฉัน มองว่าเป็นความลักลั่นเหลือจะกล่าว ลักลั่นมาเนิ่นนาน นานจนเคยคิดจะปลงว่า การดูแคลนสติปัญญา และวิจารณญาณของผู้คนในสังคม โดยกลุ่มคนของพวกท่าน อาจจะมีต่อเนื่องไปอีกยาวนานนับอสงไขยปี...

ท่านทราบหรือไม่ เคยคิดหรือไม่ สิ่งที่ท่านเรียกว่า มาตรการ มาตรฐาน กฎเกณฑ์ ข้อกฎหมาย พระราชบัญญัติ หรืออะไรก็แล้วแต่ อันเปรียบเสมือนอำนาจที่ท่านมีอยู่ในกำมือ ซึ่งสามารถใช้มัน "ลงทัณฑ์" ผู้ใดก็ได้นั้น ในสังคมอารยะ หรือสังคมผู้ที่เจริญ การประหัตรประหารโดยอำนาจ ควรมากด้วยความชอบธรรม ความสมเหตุสมผล การพิจารณาไตร่ตรองอย่างรอบคอบ รอบด้านที่สุด

ทว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา การปฏิบัติหน้าที่ของกองเซ็นเซอร์ มิเคยทำให้ดิฉันรู้สึกว่า พวกท่านใช้อำนาจในทางที่ถูกที่ควรเลย แม้สักครา...

พวกท่านรู้หรือไม่ การใช้อำนาจประหัตรประหารสิทธิ เสรีภาพในการรับชมภาพยนตร์ของผู้ชมแม้สักคน หรือประหัตรประหารเนื้อหาในม้วนฟิล์มแม้สักม้วน อันเป็นผลงานของผู้กำกับแม้สักคน แม้เท่านั้น...มันก็ส่งผลสะท้อนไปได้ไกลถึงกรอบความคิดอันคับแคบของผู้มีอำนาจในบ้านเมืองนี้

จะห้ามมิให้ดิฉันคิดเยี่ยงนั้นได้อย่างไร ในเมื่อดินแดน หรือแวดวงที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นแหล่งเพาะสร้างศิลปะทางความคิดอันสำคัญแขนงหนึ่ง (ซึ่งจะว่าไป ก็เป็นเพียงส่วนเล็กๆ ส่วนหนึ่งของสังคมที่รวมไว้ซึ่งความหลากหลายของทั้งทัศนคติ เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์) ยังถูกกระทำให้รู้สึกราวกับว่า...เราถูกท่านมัดมือมัดเท้า เอาผ้าอุดปาก แล้วปู้ยี่ปู้ยำกระทำชำเราความคิด วิจารณญาณ สามัญสำนึก ตรรกะ ปัญญา ทุกสิ่งทุกอย่างอันเป็นสิทธิเสรีภาพของเราในการที่จะรับรู้เรื่องราวของภาพยนตร์เรื่องนั้นๆ สิทธิที่คนๆ หนึ่ง ทุ่มเท พิถีพิถันในการสร้างภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง ให้คนที่ต้องการจะดู ได้ดูสมความตั้งใจ แต่แล้ว...วัฎรจักรเดิมๆ ของการปิดกั้นเสรีภาพทางความคิดก็วนมาทับซ้อนอีกครั้ง อย่างน่าเคลือบแคลง และน่ากังขาไม่สิ้นสุด ภาพพระเล่นกีตาร์ หมอกินเหล้า หรืออวัยวะเพศที่อยู่ในร่มผ้าโด่ขึ้นมา...มันก่อให้เกิดความเสื่อมเสีย หรือเป็นภัยร้ายแรงของสังคมในแง่มุมไหนกัน จึงทำให้ท่านใช้อำนาจที่มีเข้าล้อมจับฟิล์มภาพยนตร์เรื่องนี้มิให้ขยับเขยื้อนไปสู่อิสรภาพ มิให้เดินไปสู่ดินแดนโลกใหม่ที่ยินดีเปิดรับ...


สิ่งใดหนอ ทำให้ท่านคิดว่า ท่าน "มีสิทธิ์ปิดกั้นการรับรู้" ของเราได้

ด้วยความเคารพ ท่านคณะกรรมการตรวจพิจารณาภาพยนตร์ทุกท่าน มีความจริงข้อหนึ่งที่ท่านอาจไม่เคยตระหนัก และในทรรศนะของดิฉัน เชื่อว่ามันอาจเป็นความจริงข้อสำคัญ ที่ความไม่รู้คงทำให้ท่านลิดรอนสิทธิในการเสพรับสื่อภาพยนตร์เรื่อยมา

ความจริงข้อนั้นคือ "เสรีภาพทางความคิด ไม่มีวันถูกพันธนาการได้ ไม่ว่าโซ่ตรวนนั้นจักแข็งแรงสักปานใด"

ด้วยเหตุนี้ ดิฉันจึงเรียนมา เพื่อให้ท่านรับทราบว่า การปิดกั้นของท่าน อาจเป็นการปิดกั้นทางสายตา ทางโสตประสาทสัมผัส แต่ในทางความคิด สติปัญญา และวิจารณญาณ ท่านไม่อาจ และไม่มีวันปิดกั้นได้เลย

ทั้งเซ็นเซอร์ในรูปแบบต่างๆ จนรุนแรงถึงขั้นยึดฟิล์มภาพยนตร์ จึงถือเป็นการกระทำที่เหนื่อยเปล่า หาสาระแก่นสารอันใดมิได้

เพราะฉนั้น หากท่านจะวางมือจากการก้าวล่วงลุกล้ำทางความคิดแต่เพียงเท่านี้ เพื่อนำเวลาอันมีค่าไปใครคร่วญถึงมาตรฐานอันเป็นธรรมกว่าที่เป็นอยู่ ก็จักเป็นการปฏิบัติหน้าที่ที่สง่าผ่าเผยยิ่ง



การเปิดเผย ย่อมดีกว่าการปกปิด หมกเม็ด หรือมิใช่?

จาก: รพีพรรณ สายัณห์ตระกูล กองบรรณาธิการ นิตยสารสารคดี
วันที่: 20/04/50 - 18:36 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 718
อีก 1 เสียงจ้า...

แต่อย่าไปด่าพวกเค้าเหล่านั้นกันเลยครับ
คนกลุ่มนั้นที่มานั่งเซ็นเซ่อร์เค้าก็แค่ ไม่มีความรู้ ไม่มีความคิด ไม่มีรสนิยม ไม่มีวิสัยทัศน์ และไม่มีศักดิ์ศรี ก็แค่นั้นเอง อ้าว.....ครบแล้วนี่หว่า อุ้ย ขอโทษ : )

คนพวกนั้นจะมีก็แต่ "อัตตา" ครับ มีในทางผิดๆด้วย
ฉะนั้น...ไม่ด่าแล้ว ขอบอกคำเดียวว่า "สมเพช"

จาก: ภราดร เวศอุรัย
วันที่: 20/04/50 - 18:37 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 719
703 แล้วอ๊อดคนแรกล่ะ ความเห็นยังคลุมเครือ ส่วนกระผม อ๊อดคนที่ 3 ขอสนับสนุนให้ยกเลิกเซ็นเซอร์ แล้วจัดเรตติ้งครับกระผม


จาก: อ๊อดคนที่ 3
วันที่: 20/04/50 - 19:00 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 720
คนไทยมักจะปฏิเสธความจริงเสมอครับ นึกถึงกรณีเรื่อง "จันดารา" เลย และอีกหลายเรื่อง เรื่องที่เกิดขึ้นในความเป็นจริง ผมว่าโหดร้ายและน่ากลัวกว่าฉากในภาพยนต์ที่ผ่านการสร้างโดยมนุษย์เสียอีก

เพราะเรื่องจริงในสังคม เป็นสิ่งสะท้อนจิตใจของมนุษย์โดยตรง ทำเหมือนว่า ทุกวันนี้ หมอเป็นคนดี ที่ไม่เคยทำผิด พระสงฆ์ไม่เคยทำผิดวินัย บ้าบอกันไปหรือเปล่า ไม่ทราบว่ากองเซ็นเซอร์เคยได้เรียนหนังสือ เคยศึกษาศิลปะมาหรือเปล่า เอาแค่ละครหรือหนังที่เกี่ยวแม่ผัวลูกสะใภ้เถียงกัน วางยาสลบนางเอกเพื่อให้ลูกน้องข่มขืน พระเอกเมานอนกับนางเอก แล้วปล่อยออกอากาศทุกวันเวลาเดียวกันหลายช่อง กองเซ็นเซอร์หายไปไหนครับ หรือเห็นว่าเป็นเวลาเลิกงานแล้ว จึงไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

อยากรู้จริงๆ ว่า กองเซ็นเซอร์ มีใครบ้างที่หน้าที่ตรงนี้ กล้าเปิดเผยตัวกับประชาชนได้มั๊ย แล้วมาคุยกันว่า ควรจะเลือกไม้บรรทัดอันไหนเป็นตัววัด ดีกว่าไม่มีหลักเกณฑ์ดังเช่นทุกวันนี้

จาก: iBeep
วันที่: 20/04/50 - 19:04 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 721
อืม พูดถึงพระแล้ว นึกถึงหนังเรื่องนึงที่เกี่ยวกับเณรน้อยที่ดูฟุตบอลโลก
ทำไมไม่เซ็นเซอร์

จาก: iBeep
วันที่: 20/04/50 - 19:06 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 722
อยากดูหนังเรื่องนี้ครับ
บ้านผมอยู่ใกล้ ๆ บ้านพี่เจ้ยที่ขอนแก่น
ผมภูมิใจในตัวพี่มาก ๆ
แต่มีชนกลุ่น้อยที่เป็นระดับตัวแทนสังคมมาทำ
เป็นรักบ้านเมือง ในแบบของเค้า แบบไม่ให้เกียรติกัน
แบบไม่ดูความคิดของชาวโลกประเทศอื่น ที่เค้าให้เกียรติผลงานของ
พี่เป็นอย่างสูง อย่าท้อน่ะพี่ ผมคนไทยผมอยากดูหนังของพี่
ผมอยากให้เด็กไทยมีฮีโร่ที่เก่งทางด้านศิลปะระดับพี่เยอะๆ
เพื่อให้เยาวชนของเรามีพลังใจที่จะสร้างสรรค์งานดีๆ อย่างพี่บ้าง
เอาหนังกลับมาฉายบ้านเราน่ะพี่ น้องรออยู่


จาก: ขาม จาตุรงคกุล ณ บ้านหนองใหญ่
วันที่: 20/04/50 - 19:12 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 723
กูเบื่อมาก ไอ้กอง... เนี่ย
โคตรสารเลวเลย ไปยึดฟิล์มเขาเนี่ย สัด

จาก: dark
วันที่: 20/04/50 - 19:50 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 724
หนูคิดว่า หนังจะดีหรือไม่อยู่ที่คนดูตัดสิน ไม่ใช่แค่คน 2-3คน
การที่เจ้ยเขาทำหนังมา เหมือนให้กำเนิดลูกอีก 1 คน ลูกของเขา เราออกความเห็นได้ แต่ไม่มีสิทธิใดๆ ที่จะกักขัง ไม่ให้กลับสู้อ้อมอกเจ้ยได้
ขนาดคนยังมีสิทธิเสรีภาพอันได้มาแต่กำเนิด และสิทธิมนัษยชนตามกฎหมาย
กองตัดสินยังมีอำนาจในการตัดสินใจ โดยใช้ความคิดเห็นส่วนบุคคล(แก่ๆๆ ที่ไม่เคยทำหนัง) มาตัดสินหนัง และยึดมันได้

แต่คนทำหนัง ไม่มีสิทธิเสรีภาพในการฉาย แม้กระทั่งน้ำฟิล์มกลับบ้าน
ยังไม่อาจทำได้
คนทำหนัง เสียเหงื่อไปขนาดไหนถึงได้หนัง 1เรื่อง แต่กองฯ นั่ง จิบไวล์ ดู แล้วบอกว่าไม่ผ่าน
คนทำหนังไม่มีกฎหมายคุ้มครองหรือช่วยเหลืออะไรเลย เงินก็ของเขา หนังก็เขาคิด ฟิล์มก็ซื้อเอง แต่กองเซ้นเซอร์ซึ่งเป็นหน่วยงานของประเทศ จะเรียกว่าเป็นขี้ค่าของคนไทย กลับล้มหนังไทยที่คนไทยทำ(มันจะมาเป็นเจ้านายเรา ที่กินเงินเดือนเรา)

อีกคะแนนเสียง จากเด็กคนนึงที่มีสมองคิด

จาก: ณัฐธิดา เหลืองเจริญรัศมี
วันที่: 20/04/50 - 21:42 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 725
หนูคิดว่า หนังจะดีหรือไม่อยู่ที่คนดูตัดสิน ไม่ใช่แค่คน 2-3คน
การที่เจ้ยเขาทำหนังมา เหมือนให้กำเนิดลูกอีก 1 คน ลูกของเขา เราออกความเห็นได้ แต่ไม่มีสิทธิใดๆ ที่จะกักขัง ไม่ให้กลับสู้อ้อมอกเจ้ยได้
ขนาดคนยังมีสิทธิเสรีภาพอันได้มาแต่กำเนิด และสิทธิมนัษยชนตามกฎหมาย
กองตัดสินยังมีอำนาจในการตัดสินใจ โดยใช้ความคิดเห็นส่วนบุคคล(แก่ๆๆ ที่ไม่เคยทำหนัง) มาตัดสินหนัง และยึดมันได้

แต่คนทำหนัง ไม่มีสิทธิเสรีภาพในการฉาย แม้กระทั่งน้ำฟิล์มกลับบ้าน
ยังไม่อาจทำได้
คนทำหนัง เสียเหงื่อไปขนาดไหนถึงได้หนัง 1เรื่อง แต่กองฯ นั่ง จิบไวล์ ดู แล้วบอกว่าไม่ผ่าน
คนทำหนังไม่มีกฎหมายคุ้มครองหรือช่วยเหลืออะไรเลย เงินก็ของเขา หนังก็เขาคิด ฟิล์มก็ซื้อเอง แต่กองเซ้นเซอร์ซึ่งเป็นหน่วยงานของประเทศ จะเรียกว่าเป็นขี้ค่าของคนไทย กลับล้มหนังไทยที่คนไทยทำ(มันจะมาเป็นเจ้านายเรา ที่กินเงินเดือนเรา)

อีกคะแนนเสียง จากเด็กคนนึงที่มีสมองคิด

จาก: ณัฐธิดา เหลืองเจริญรัศมี
วันที่: 20/04/50 - 21:42 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 726
สนับสนุนด้วยครับ อยากเห็นหนังไทยดีๆ ผลิิตออกมาเยอะๆ

จาก: pkk
วันที่: 20/04/50 - 21:49 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 727
เพิ่มอีกนิด แถวเมืองน่าน(บ้านเรา)พระเป็นเกย์ เอากันในโบถส์ ไม่เห็นมีพวกกินภาษีประชาชนคนไหนมาเซ็นเซอร์เลย

จาก: ณัฐธิดา เหลืองเจริญรัศมี
วันที่: 20/04/50 - 21:51 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 728
เป็นอย่างนี้ไง วงการหนังไทยจึงไม่พัฒนา

เอาใจช่วยด้วยอีกคนค่ะ
หนังดี ขอให้ได้ดี :)

จาก: พิมพ์มาดา
วันที่: 20/04/50 - 22:15 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 729
ขอร่วมคัดค้านการเซ็นเซอร์ และขอให้กำลังใจคุณเต้ยและทีมงานทุกคนด้วย

จาก: บุญส่ง ชัยสิงห์กานานนท์
วันที่: 20/04/50 - 23:09 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 730
ความคิดเห็นที่ 719 คุณอ๊อดคนที่ 3 ผมได้ออกความคิดเห็นไปแล้วใน #13 และ # 229 ชัดเจน ไม่คลุมเคลือเลยครับ

ถ้ายังจำเป็นต้องมีกองเซ็นเซอร์อยู่ ผมว่าต้องเปลี่ยนวิธีการคัดเลือกกรรมการเซ็นเซอร์เสียใหม่ เพราะทุกวันนี้คนทำหนังกับกองเซ็นเซอร์ เหมือนยืนอยู่คนละมุม ฝ่ายหนึ่งเหมือนคนทำงานศิลปะ แต่อีกฝ่ายทำตัวเหมือนตำรวจสืบสวนสอบสวนที่กำลังจับผิดผู้ต้องหา มันต้องเอาคนที่มีความรู้ความเข้าใจในงานที่เขาจะต้องทำมาเป็นกรรมการตัดสิน ถึงแม้จะเอามาจากแต่ละสถาบันก็ตาม มิเช่นนั้นงานภาพยนตร์ของเราจะต้องเจอปัญหาอย่างนี้ต่อไปตลอด ผมจึงขอสนับสนุนท่านมุ้ยและผู้ใหญ่อีกหลายท่านที่ออกมายื่นหนังสือให้ฝ่ายร่างรัฐธรรมนูญให้บัญญัติในรัฐธรรมนูญลงไปเลยว่าภาพยนตร์ก็เป็นสื่อชนิดหนึ่ง เราจะได้รับความคุ้มครองโดยอัตโนมัติตามกฎหมาย ไม่มีหน่วยงานไหนมาละเมิดสิทธิได้ แต่ผู้ผลิตก็ต้องทำให้อยู่ในขอบเขตของความเหมาะสมด้วย กรณีเรื่อง "แสงศตวรรษ" ก็เป็นหนังที่ฉายจำกัดอยู่ในวงแคบอยู่แล้ว(สำหรับเมืองไทย)เพราะจำกัดโรงด้วย ผู้ที่เข้าไปดู ต้องเป็นปัญญาชนทั้งสิ้น ข้อนี้กองเซ็นเซอร์น่าจะรู้ และเปิดใจให้กว้างกว่านี้(หรือกลัวตอนเป็นดีวีดี เด็กจะเอาไปดู เพราะผู้ใหญ่ไม่สามารถคุมเด็กอยู่ อันนี้ต้องโทษผู้ปกครองแล้วครับ)

จาก: อ๊อด
วันที่: 20/04/50 - 23:10 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 731
ไม่เห็นด้วยกับการมีกองเซ็นโง่ ไม่ว่าจะในรัฐธรรมนูญฉบับที่พวกโจรเป็นคนร่าง หรือรัฐธรรมนูญที่ประชาชนร่าง ทางเดียวที่จะทำให้หนังไทยเจริญ ต้องยกเลิกการเซ็นเซอร์เท่านั้น เซ็นเซอร์จงพินาศ

จาก: คนรักหนัง
วันที่: 20/04/50 - 23:42 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 732
ทำไมกองเซ้นทำแบบนี้อะ
เข้าใจนะว่าเพื่อคนดู
แต่มันคือศิลปะอะ
แล้วมีเหตุผลไรที่ไม่คืนฟิมล์ในเมื่อมันคือผลงานของเขาอะ
เปลียนเหอะระบบเซ้น

จาก: นพปฎล วัยอัศว
วันที่: 21/04/50 - 0:53 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 733
ลงชื่อด้วยคนค่ะ
1คน1เสียง

จาก: SAURI
วันที่: 21/04/50 - 5:41 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 734
ขอลงชื่อด้วยคน

1 เสียง

จาก: iPUMB
วันที่: 21/04/50 - 11:59 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 735
ทำไมไม่จัดเรทติ้ง เพื่อให้คนดูมีสิทธิ์ที่จะเลือกดู และให้คนทำหนังมีเสรีภาพที่จะทำหนังได้อย่างเต็มที่... หนังที่มีคุณภาพ เสนอประเด็นแรงๆที่เป็นปัญหาในสังคม มักจะถูกเซนเซ่อ แล้วยังงี้ เมื่อไหร่สังคม(เซ่อๆ)ของเราจะเป็นสังคมที่เปิดกว้าง และยอมรับความจริงกันซะที

จาก: คนเซ็งเซ่อ
วันที่: 21/04/50 - 12:02 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 736
ขอบคุณทุกคนอย่างสูงที่เป็นกำลังใจค่ะ ตอนนี้เหมือนที่พีชลิดาบอก คือมีำคำร้องเรียนเพื่อแก้ไขกฏหมายอย่างเป็นทางการตามเวบนี้





http://www.petitiononline.com/nocut/petition.html







ขอเชิญร่วมลงรายชื่อ เพื่อความเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่เรายังมีชีวิตอยู่







จาก: จาก: สุชาดา สิริธนาวุฒิ (ผู้ช่วยผู้กำกับภาพยนตร์แสงศตวรรษฯ)
วันที่: 21/04/50 - 13:43 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 737
ไม่ทราบว่ากองเซ็นเซอร์ได้กระทำพฤติกรรมน่ารังเกียจอย่างนี้ออกมาได้อย่างไร

จาก: นายอัมรินทร์ เอื้อมไชยวัล
วันที่: 21/04/50 - 18:07 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 738
ไอ้พวกบ้า เซนเซอร์ปัญญาอ่อนเกินไปแล้ว รับไม่ได้ตั้งแต่มาเซนเซอร์หนังดีวีดีแล้วนะ ได้ข่าวว่าหนังฉายในโรงเรื่อง 300 ก็โดนเหรอ (พอดีไม่ได้เห็นกับตา เรื่องนี้ไม่ได้ดู) อยากให้เปลี่ยนจากระบบเซนเซอร์มาเป็นระบบจัดเรทติ้ง เหมือนคนที่มีสมองเขาทำกัน

ขอร่วมลงชื่อด้วยคน เพื่อให้เมืองไทยน่าอยู่มากขึ้น และมีหนังดูแบบเต็มอรรถรสต่อไป

จาก: ชวเลิศ เทพประดิษฐ์
วันที่: 21/04/50 - 21:02 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 739
ติดตามผลงานของคุณเจ้ยมาหลายเรื่อง ชอบแนวคิดที่พยายามจะสื่อสารในหนัง ชอบมุมมองบางอย่างที่พยายามจะสะท้อน ความดิบของหนังของคุณเจ้ย คือ เสน่ห์ที่คนดูหนัง ในแบบฉบับของคุณเจ้ยเข้าใจ และรับได้ ไม่ทราบว่าจะเซนเซอร์ทำไม?
...เราชอบสิ่งที่คุณเจ้ยบอกว่า หนังก็เหมือนกับลูก ควรที่จะมีพื้นที่ในการมีชีวิต หายใจ และพื้นที่ที่จะยอมรับเค้า
...สิ่งที่เกิดขึ้น การยึดฟิลม์ มันทำร้ายจิตใจกันเกินไป ละเมิดสิทธิกันอย่างแรง ในขณะที่เรากำลังพูดกันเรื่องประชาธิปไตย สิทธิเสรีภาพ แต่ความเป็นจริง การกระทำดังกล่าวคือการคุกคามเสรีภาพ และดูแคลนวิจารณญาณของผู้เสพงานศิลป์ชัดๆ
...เราเข้าไปดูหนัง เราย่อมรู้ว่าจะเรียนรู้ หรือเสพอะไรจากงานที่เราเข้าไปดู ..ไม่จำเป็นต้องมาเซนเซอร์ และยึดฟิลม์ ด้วยการเอาความคิด มุ่มมองของกองเซนเซอร์มาตัดสินว่าอะไรควร ไม่ควร ดีงาม หรือไม่ดีงาม

ขอเป็นกำลังใจให้นะคะ ร่วมลงชื่อแล้ว อยากเห็นความเปลี่ยนแปลงในศตวรรษนี้เช่นกัน

สู้ๆๆ .........ค่ะ


จาก: อินทิรา วิทยสมบูรณ์
วันที่: 21/04/50 - 23:07 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 740
ไม่รู้หรอกนะว่าเป็นเรื่องแนวไหน แต่รู้ว่าถูก censor เพราะอะไร มันคงไม่ใช่การดีหากเรื่องแค่นี้สยามประเทศสามารถทำได้

จาก: ชิตพงษ์ วุทธานันท์
วันที่: 22/04/50 - 0:46 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 741
ขอร่วมลงรายชื่อ เพื่อความเปลี่ยนแปลงในศตวรรษนี้ อีก 1 เสียง


จาก: ปิยรัตน์ อยู่คงพันธุ์
วันที่: 22/04/50 - 1:38 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 742



ลองเปลี่ยนคนรุ่นใหม่เข้าไปทำงานน่าจะเป็นประโยชน์ต่อชาติและวงการภาพยนตร์ครับ
ใครรู้บ้างครับตอนนี้มีหน่วยงานไหนที่ให้การสนันสนุนคนมีความสามารถอยากทำภาพยนตร์แต่ไร้เส้นสายบ้างครับ อย่างเช่นผมมีพล็อตดีๆและเคยทำงานเกี่ยวกับภาพยนตร์มานาน เพียงแต่ผมไม่ได้เป็นตลกมาก่อนสามารถกำกับหนังได้ไหมครับ(ไม่อยากว่าตลกนะแต่แนวโน้มมันเป็นอย่างนั้นจริงๆ)
น่าจะมีองค์กรที่จริงจังและจริงใจคอยกลั่นกรองและเปิดโอกาสให้พวกเรา เมื่อองค์กรดังกล่าวนี้พิจารณาดูProjectของพวกเราแล้วเห็นว่าน่าสนันสนุนก็หาช่องทางประสานหาเงินทุนให้ บ้านเมืองเราจะได้มีหนังที่มีมุมองใหม่ๆจากผู้กำกับใหม่ๆบ้าง
ขอบคุณที่สละเวลาอ่านความคิดเห็นของผมนะครับก็ระบายไปงั๊นแหละไม่ได้คาดหวังอะไรมากมายหรอกครับ
คุณอนันท์ ศรีสุวรรณ
email : Khunanuner@hotmail.com
mobile : 08-3122-7050

จาก: Khunanun srisuwan
วันที่: 22/04/50 - 9:22 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 743
none

จาก: ทรงยศ แววหงษ์
วันที่: 22/04/50 - 9:38 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 744
ขอร่วมยกมือขวาอีกหนึ่งข้าง

จาก: niyom wongsa
วันที่: 22/04/50 - 10:48 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 745
ทำเปนบอกว่าอย่างนุ้นไม่ดี อย่างนี้ไม่ดี คิดได้กันแค่นี้เหรอ

หัวโบราณหวะ

หัดเปิดรับอะไรใหม่ ๆ ซะมั่ง

เอาเวลาไปพัฒณาอย่างอื่นดีกว่ามั้ง

เง้อ ผู้ใหญ่ไทย โตๆกันแล้ว นี่เหรอตัวอย่างแก่เด็ก

สิ่งที่จะทำเพื่อคนรุ่นหลัง ปันยาอ่อน แก่ๆกันแล้ว

หัดทำตัวให้มีความคิดซะมั่งนะ

โว้ยยยยยยยยยยยยยยยย



จาก: คนไทยคับ
วันที่: 22/04/50 - 12:05 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 746
กองเซ็นเซอร์ไทยมีความคิดปิดกั้น
ไม่ยอมรับความเป็นจริงว่าในสภาพปัจจุบันเป็นไปถึงขั้นไหนแล้ว
คนไทยเราสมัยนี้มีการศึกษา คิดเองเป็น
ไม่เห็นต้องมาคิดแทนเลยว่าจะสมควรดู หรือไม่สมควรดู
แล้วการที่ไปยึดฟิลม์ของเค้า
ทั้งที่เค้าก็บอกว่าไม่ฉายในไทยแล้ว
เพื่อป้องกันตนเองไม่ให้เกิดผลร้ายในภายหลัง
นี่หรือ ความคิดของคนที่มีวิจารณญานพอที่จะตัดสินว่า
สิ่งใดดี หรือไม่ดี แทนคนอื่น


จาก: คนรักหนังไทย
วันที่: 22/04/50 - 14:32 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 747
ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนและให้กำลังใจกับคุณเจ้ย และขอประณามการกระทำของกองเซ็นเซอร์ที่ทำงานด้วยสมองอันเบาหวิว

จาก: วิมลศักดิ์ ปัญชรมาศ
วันที่: 22/04/50 - 16:30 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 748
เอากฏอะไรมายึดฟิล์ม จะเซนก็เซนไป มายึดฟิล์มได้ไง ต้องฟ้องคับ

จาก: อลงกรณ์
วันที่: 22/04/50 - 20:40 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 749
ร่วมลงชื่อคะ
อยากดูหนังไทยเรื่องแสงศตวรรษในเมืองไทยค่ะ

จาก: ศิรินทรา
วันที่: 22/04/50 - 21:45 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 750
ขอไว้อาลัยให้กับประเทศไทย ประเทศอันมีคุณธรรมอันสูงส่ง (ในสายตาคนหรอกตัวเอง)

ไม่มีคำพูดอะไรเพราะการที่จะไปเจรจากับคนท่ บ้าอำนาจ มุมคองคับแคบตีบตัน ไม่รับผิดชอบ และหน้าด้าน คงไม่ทำให้พวกเขาได้พัมนาตัวเองหรือปรับตัวอะไรได้อีกแล้ว อย่างดีคงแค่ภาวนาให้เขาได้ไปเกิดไวๆ เผื่อบางทีเขาอาจจะสามารถพัฒนาความเป็นมนุษย์ ผู้พัฒนาได้บ้างแม้ความหวังมันคงยากเหลือเกิน

สุดท้ายขอไว้อาลัยกับประเทศไทย ประเทศเผด็จการ (ในสายตาคนผุ้เจริญ และนานาอารยประเทศ)

จาก: คนนอก
วันที่: 22/04/50 - 22:16 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 751
ยิ่งเห็นภาพท่ถูกตัด ยิ่งแสดงให้เห็นถึงความตีบตันทางปัญญาของกองเซนเซอร์ผู้มีคุณธรรมสูงส่ง มีถือสากปากถือศีล ถามจิงชีวิตนี้เมิงไม่เคยเป้าตุงเหรอว่ะ ถ้าตัวเองทำไม่ได้อย่าริมาตัด ผมจะบอกว่าถ้าประเทศมีคนอย่างคุณซักพันคนประเทศไทยคงวิบัติน่าดู


จาก: คนนอก
วันที่: 22/04/50 - 22:23 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 752
อีกหน่อย ถ้าประเทศไทยมีปัญญาทำวีดีโอเกมได้ ก็คงต้องโดนเซ็นเซอร์ไม่ต่างอะไรกับหนัง เพราะเมืองนอก เขาทำเกมได้ไม่ต่างอะไรกับหนังอยู่แล้ว และถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป ประเทศไทยก็คงจะไม่เจริญกับเขาซักที และผมคงไม่กล้าเสนอหน้ากับคนต่างชาติหรอกว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่กำลังพัฒนา......

จาก: crazyman
วันที่: 23/04/50 - 1:00 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 753
FREE THAI CINEMA MOVEMENT
วันจันทร์ที่ 23 เมษายน 2550
ขอเชิญท่านผู้สนใจ ร่วมฟังการแถลงข่าว และการเสวนา
เรื่อง "จากกรณี แสงศตวรรษ ถึง เครือข่ายรณรงค์เพื่อเสรีภาพของภาพยนตร์"
ณ โรงภาพยนตร์ HOUSE RCA พระราม 9(ตึกเดียวกับ UMG และ Tops)
ผู้ร่วมเสวนา
คุณอภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ผู้กำกับภาพยนตร์,คุณปรัชญา ปิ่นแก้ว นายกสมาคมผู้กำกับไทย,คุณ ชลิดา เอื้อบำรุงจิต มูลนิธิหนังไทย,คุณพันธุ์ธัมม์ ทองสังข์ โปรดิวเซอร์และผู้กำกับ,คุณไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ อดีตสมาชิกวุฒิสภา และคุณธนชัย อุชชิน(ป๊อดโมเดิร์นด็อก)นักร้อง
ดำเนินรายการโดย คุณ พิมพกา โตวิระ
ลงทะเบียนเวลา 15.00น.เริ่มแถลงข่าวและสัมมนา เวลา 16.00 น.

The seminar will be held at HOUSE theatre RCA rama 9(UMG&TOPS Building)
on Monday 23rd April 2007, at 4 PM.
Speakers include Apichatpong Weerasatetakul, Prachya Pinkeaw (director of Ong Bak), Pantham Tongsang (Syndroms's producer), Chalida Uabumrungjit (Thai Film Foundation) , Kraisak Choonhawan and Thanachai Ucchin(a lead vocal of Modern Dog).
Moderated by filmmaker Pimpaka Toweera.



จาก: ธัญสก
วันที่: 23/04/50 - 1:08 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 754
ขอบคุณค่ะที่มาบอก แต่คงเจียดเวลาไปไม่ได้แล้วล่ะ แต่ขอส่งใจไปแทนนะคะ

จาก: เอมอร
วันที่: 23/04/50 - 11:55 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 755
กองเซ็นเซอร์ไม่มีมาตรฐานในการทำงานค่ะ
จากที่ได้ชมภาพยนต์ทั้งที่ถูกและไม่ถูกเซ็นเซอร์

ดังนั้นการจัดเรทผู้เข้าชม น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด

จาก: siriwan b.
วันที่: 23/04/50 - 14:11 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 756
โง่ดักดานสิ้นดี กรรมการอะไรนี่

บางเรื่องเซนเซอร์บางเรื่องไม่เซนเซอร์

ดีฟรีพอว่านี่เสียตังไปดูจะไปชื่นชมผลงานของหนัง
ก็โดนตัดดอกไปหมด แล้วงี้ใครจะไปดูหนังกันละครับ



จาก: คนดีรึป่าว
วันที่: 23/04/50 - 14:12 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 757
กลัวตัวเองจะมีความผิด
แล้วยึดของคนอื่นไป
เชี่ยจริงๆ

ไปตายซะ

จาก: คนนั้นแหละ
วันที่: 23/04/50 - 14:25 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 758
ขอลงชื่อด้วยคนครับ

จาก: คนชอบดูหนัง
วันที่: 23/04/50 - 15:41 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 759
พอกันที คุณก็คน ผมก็คน เลิกคิดอะไรแทนผมได้แล้ว

ไม่เห็นด้วย อยากให้ช่วยอะไรโปรดแจ้ง

จาก: ธนะ วงษ์มณี
วันที่: 23/04/50 - 19:20 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 760
ตกลงเค้าคืนฟิล์มให้ยัง แล้วเรื่องไปถึงไหน สู้ๆนะ

จาก: อยากรู้
วันที่: 23/04/50 - 21:34 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 761
เพราะยั๋งนี้แหล่ะ แม้งถึงยังไม่พัฒนา
ก่อนพัฒนาอย่างอื่น มาพัฒนาสมองก่อนดีไหม
ตัวต่อตัวไหม

จาก: jugado
วันที่: 23/04/50 - 23:00 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 762
แค้นใจจริง

ไม่มีนรักหนังคนไหนยอมได้หรอก
มาทำกันแบบนี้



จาก: เอกลักษณ์
วันที่: 24/04/50 - 0:11 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 763
หนังดีๆๆ ที่เราไม่รู้ว่า จะมีโอกาสได้ดูหรือเปล่า ..... เฮ้อ สังคมไทย น่าเศร้ายิ่งนัก

จาก: Nasu
วันที่: 24/04/50 - 8:52 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 764



มาลงชื่อสนับสนุนอีก 1 คนครับ

จาก: Woragarn
วันที่: 24/04/50 - 13:21 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 765
ไม่คิดว่าจะได้ดู

แต่คงเป็นหนังไทยเรื่องแรก(หรือเปล่า) ที่เราต้องความหาตามตลาดมืด

จาก: popera
วันที่: 24/04/50 - 15:05 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 766
ขอให้ความตั้งใจของพวกเราทุกคนบรรลุผลด้วยน่ะครับ

จาก: แฝด
วันที่: 24/04/50 - 17:30 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 767
ขอให้สัมฤทธิ์ผลในเร็ววัน เซ็นเซอร์ออกไป

จาก: นภ
วันที่: 24/04/50 - 21:49 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 768
พิมพกา : ขอแจ้งนิดนึงนะคะ เนื่องจากในแถลงการณ์จะมีอาจารย์ไกรศักดิ์(ชุณหวัณ)แต่ท่านไม่ได้มาในวันนี้ เนื่องจากติดธุระ แล้วก็ทางเราได้เชิญคณะกรรมการกองเซ็นเซอร์ด้วย แต่ก็ทราบมาว่าไม่สะดวกเท่าไหร่ที่จะมานะคะ(ผู้ฟังหัวเราะ) หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมมีเสวนาแล้วก็แถลงข่าวด้วย จะขอแนะนำผู้ร่วมเสวนาใหม่อีกครั้งนะคะ คนแรกนะคะคุณอภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล เจ้าของหนังมีปัญหาเรื่องแสงศตวรรษนี่ค่ะ(ขำ) คนถัดมาคุณปุ๊ก พันธุ์ธรรม ทองสังข์ ซึ่งเป็นโปรดิวเซอร์และเป็นผู้กำกับหนังซึ่งล่าสุดก็คือเรื่องมะหมาฯ นะคะ ท่านต่อไปคุณปรัชญา ปิ่นแก้ว นายกสมาคมผู้กำกับไทย ท่านถัดไปคุณจิระนันท์ พิตรปรีชา ทราบกันดีอยู่แล้วนะคะ ท่านเป็นกวีซีไรต์และก็เป็นนักเขียนนะคะ ท่านถัดไปนะคะคุณชลิดา เอื้อบำรุงจิตนะคะ จากมูลนิธิหนังไทย แล้วก็ท่านสุดท้ายก็คือคุณป๊อดนะคะ ธนชัย อุชชินจากวงโมเดิร์นด็อกนะคะ

คือวันนี้อาจจะยาวนิดนึงนะคะ แต่ว่าเราไม่อยากให้คุณเจ้ยออกมาพูดเฉย ๆ ว่าหนังเขามีปัญหาอะไร แล้วก็เกิดอะไรขึ้นกับเขา เราอยากให้ทุกท่านทราบด้วยว่าถ้าเกิดมีปัญหาแล้ว เราจะเกิดการแก้ไขสำหรับผู้สร้าง ผู้ชม แล้วก็ผู้ที่ทำงานศิลปะในด้านอื่นด้วยอย่างไร ดูไปถึงขั้นนั้น แต่ก็ไม่รู้ว่าจะไปได้ขนาดไหน ก็ขอให้ลองรับฟังกันไปก่อนนะคะ

เริ่มจากเจ้ยก่อนเลยค่ะ ตอนนี้นอกจากเศร้าแล้ว อยากให้เล่าว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับหนังที่ทำมาขนาดนี้ แล้วตอนนี้สถานการณ์เป็นยังไงบ้างค่ะ

อภิชาติพงศ์ : แน่นอนเศร้าครับ แล้วก็ช็อคมาก แล้วก็บอกตัวเองเสมอเลยว่าถ้าเกิดขึ้นกับเรื่องสุดเสน่หา เราจะยังพอทำใจได้ เพราะในเรื่องนั้นมีฉากเซ็กซ์ คือส่วนที่สำคัญจริง ๆ คือในบ้านเรายังไม่มีระบบเรตติ้ง แต่แสงศตวรรษนี่เราได้เจออะไรที่เป็นระบบจริง ๆ เพราะว่าเรื่องก่อนหน้านั้นของผมนี่ เรื่องสัตว์ประหลาด สุดเสน่หา หัวใจทรนง ได้ทำผ่านสตูดิโอ เพราะฉะนั้นเราเลยไม่ได้เห็นขบวนการที่จะผ่านเซ็นเซอร์ แต่เรื่องนี้ยังจำได้ว่าคุยกับพี่หมูไบโอสโคป(สุภาพ หริมฯ) นะฮะว่า เออ ลองดูมั้ย ทำหนังที่ไม่ต้องผ่านระบบสตูดิโอ แล้วก็ไปคุยกับโรงภาพยนตร์ดู เพื่อที่ว่าอาจจะมีเวทีใหม่ขึ้นมาสำหรับคนที่... อาจจะมีโรงหนังโรงนึง ที่ฉายหนังวิดีโอ ของนักศึกษา คือมีเวทีให้เค้า ก็เลยน่าจะเริ่มด้วยเรื่องนี้ เพราะเป็นหนังอินดีเพนเด้นท์จริง ๆ เราก็เลยผ่านไปขั้นตอนที่หนังสตูดิโอเค้าก็เจอกัน ก็คือระบบเซ็นเซอร์ แล้วพอมีคำตอบกลับมาสำหรับแสงศตวรรษ อย่างที่ทุกคนก็รู้กันอยู่แล้วนะครับ เราก็เลยรู้สึกอย่างที่บอกคือ ช็อค รู้สึกเราได้เรียนรู้มากขึ้น ใจนึงเราก็ดีใจที่ว่ามันเป็นจุดกำเนิดที่เกิดอันนี้ขึ้น ที่ให้เรามาคุยกันว่าเกิดอะไรขึ้นกับระบบเซ็นเซอร์บ้านเรา แล้วก็ระบบการทำหนังด้วย แล้วก็สิทธิเสรีภาพของผู้สร้างแล้วก็ผู้ดูด้วย

พิมพกา : ได้ทราบมาว่าคุณปุ๊กนะคะ คุณพันธุ์ธรรม ได้เข้าไปร่วม...ต้องเล่าประวัตินิดนึงว่าจริง ๆ แล้วคุณปุ๊กเคยอยู่ในคณะกรรมการเซ็นเซอร์ เป็นตัวแทนใช่มัยคะ เป็นหนึ่งในผู้พิจารณาทางภาพยนตร์ แล้วก็ล่าสุดเป็นผู้ที่เข้าไปพบ เข้าไปเจรจาการพิจารณาภาพยนตร์เรื่องแสงศตวรรษด้วย อยากให้คุณปุ๊กลองเล่าภาพให้ฟังด้วย ว่าจริง ๆ แล้วขบวนการเซ็นเซอร์เป็นยังไง แล้วก็เล่าภาพของการที่คุณปุ๊กได้พบกับเหตุการณ์อะไรที่เกิดขึ้นกับแสงศตวรรษ

พันธุ์ธรรม : เอ่อ สวัสดีทุก ๆ ท่านนะครับ เรื่องแสงศตวรรษนี่ จริง ๆ แล้วอย่างที่เจ้ยบอก เรื่องนี้เป็นอินดีเพนเด้นท์ เพราะฉะนั้นการจะเอาเข้าไปเซ็นเซอร์โดยไม่ผ่านสตูดิโอใด เป็นการผ่านทางไบโอสโคปเอาเข้าไป ผมเองในฐานะโปรดิวเซอร์นี่ จริง ๆ แล้วถ้าเป็นเรื่องอื่นก็จะเข้าไปดูแล ถ้าเราคิดว่าหนังเรื่องนั้นจะมีอะไรที่เซ้นสิทีฟ แต่สำหรับเรื่องนี้พอเราดูเราก็ไม่รู้สึกว่าน่าจะมีปัญหา ก็เลยไม่ได้เข้าไปดูด้วยตนเองตั้งแต่ตอนแรกที่เค้าเซ็นเซอร์ แต่พอช่วงที่ทราบว่าทางไบโอสโคปส่งเข้าไปแล้วนี่น่ะ ทางคณะกรรมการเซ็นเซอร์ชุดแรกที่ได้ดูน่ะ มีการแจ้งว่าขอไม่ลงมติ เนื่องจากว่ามีฉากที่ล่อแหลมต่อการพิจารณาเขาขอให้มีคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับซีนที่มีปัญหามาพิจารณาอีกครั้งนึง แล้วก็การพิจารณาวันนั้นนี่พอดีคุณเจ้ยไม่ได้อยู่ในประเทศไทย ก็เลยโทรบอกให้ผมเข้าไป เพื่อที่จะได้ไปชี้แจงกับคณะกรรมการเซ็นเซอร์ ว่ามีเหตุผลในการทำหนังเรื่องนี้แบบนี้ แต่ก่อนอื่นขอทวนนิดนึงถ้าเผื่อหลาย ๆ ท่านอาจจะไม่ทราบว่าระบบเซ็นเซอร์ในบ้านเราเป็นไง คือระบบเซ็นเซอร์บ้านเราตอนนี้ ถ้าเซ็นเซอร์ภาพยนตร์จะเป็นกรมตำรวจมีหน้าที่ที่เป็นเหมือนผู้จัดการให้เกิดการเซ็นเซอร์ โดยเราจะต้องส่งไปให้กองทะเบียน แล้วจากนั้นทางกองทะเบียนจะเชิญหน่วยงานต่าง ๆ ที่เป็นตัวแทน ผู้ที่จะพิจารณาภาพยนตร์ อาทิเช่น สมาพันธ์ภาพยนตร์ ตัวแทนจากคณะครูอาจารย์ที่สอนทางด้านภาพยนตร์ ตัวแทนจากตำรวจเอง ตัวแทนจากกระทรวงวัฒนธรรม เค้าจะเชิญตัวแทนเหล่านี้มาประมาณ 4-5 คน ผมก็คิดว่ากรรมการที่เขาเชิญมาในชุดแรก อาจจะไม่มีคนที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสิ่งที่เป็นซีนล่อแหลม เขาเลยขอนัดอีกครั้ง และการนัดอีกครั้งนี่เขาระบุว่าจะต้องมีตัวแทนจากแพทยสภา กับกรมศาสนาเข้ามา ซึ่งจะเป็นตัวแทนโดยตรงที่เกี่ยวกับฉากล่อแหลม 3-4 ฉาก โดยทางไบโอสโคปได้แจ้งว่า เมื่อกรรมการได้ดูแล้วขอให้ทางตัวแทนภาพยนตร์เข้าไปชี้แจงถึงสิ่งที่กำลังจะทำก่อนที่จะมีมติ วันนั้นผมก็ได้ไปกับคุณนพพร (ทีมงานไบโอสโคป) แล้วก็ไปรออยู่ตั้งแต่ 11 โมง พอเขาดูหนังเสร็จ เราก็รอว่าเมื่อเขาเข้าห้องประชุม เราจะได้มีโอกาสไปชี้แจงก่อน แต่เหตุการณ์ที่เกิดในวันนั้นคือเขาก็พิจารณาไปเลย แล้วก็มีมติ พอเป็นดังนั้นเราก็เลยไม่มีโอกาสเข้าไปชี้แจง โดยในวันนั้นจะมีตัวแทนจากแพทยสภา มีตัวแทนจากสมาพันธ์ภาพยนตร์ มีตัวแทนจากกกระทรวงวัฒนธรรม มีตัวแทนจากคณะครูอาจารย์ที่สอนภาพยนตร์ แล้วก็มีตัวแทนกรมตำรวจ เท่าที่ผมทราบนี่ ตัวแทนจากกระทรวงวัฒนธรรมน่าจะเป็นตัวแทนจากสวช.(กรมส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งชาต)ไม่ใช่จากกรมศาสนาโดยตรง ท่านนี้ก็เป็นผู้เสนอให้มีมติว่าขอให้ไม่ผ่านในฉากที่พระเล่นกีตาร์ โดยเหตุผลของเขาคือ ผิดศีลธรรม จริง ๆ แล้วเขาจะขอให้ตัดอีกฉากหนึ่ง คือฉากที่เห็นพระเล่นเครื่องร่อน หมุน ๆ ตอนท้าย เขาก็บอกว่าเป็นอาการที่ไม่เหมาะสม อันนี้คือสองเหตุผลที่เขาขอให้ตัดนะครับ อีกสองฉากจะมาจากตัวแทนแพทยสภา โดยตัวแทนแพทยสภา ไม่ใช่คุณหมอ แต่เป็นประมาณเจ้าหน้าที่ เป็นนิติกรที่ทำหน้าที่ให้กับแพทยสภามาดูเรื่องนี้ เขาคิดว่าการที่มีฉากดื่มเหล้ากันในโรงพยาบาล กับการกอดจูบกันเขาขอให้ตัด โดยทั้งสองท่านก็ได้พยายามชี้แจงว่าเขาไม่ใช่ผู้ที่สามารถจะทำได้โดยตรง เขาขอให้ทางเราอุทธรณ์ก็แล้วกัน เพื่อจะให้ตัวแทนจากกรมศาสนาและคุณหมอมาดูอีกที เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราพยายามจะชี้แจงว่าหนังเรื่องนี้ทำด้วยเหตุผลอะไร และมีการเผยแพร่ในวงที่ไม่ใช่วงกว้าง อาจจะมีการจำกัด หรือมีการเรตติ้งตัวเราเองอยู่แล้ว โดยฉายจำกัดโรงก็ไม่ได้รับการชี้แจง ในเหตุการณ์ที่เกิดในวันนั้น ผมขอประมวลคร่าว ๆ ว่ามันเกิดจากการที่ ผู้ที่เป็นตัวแทนเซนเซอร์จากสถาบันที่เกียวกับซีนที่ล่อแหลมนี่น่ะ เขารู้สึกว่าเขาไม่ใช่ผู้ที่มีหน้าที่โดยตรงที่จะต้องมารับผิดชอบ ผมคิดว่าประเด็นอยู่ที่เขาผลักความรับผิดชอบออกไปจะง่ายกว่า โดยการแค่ลงมติว่าขอให้ไม่ผ่าน อันนี้คือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้นครับ

พิมพกา : แล้วสถานการณ์ตอนนี้เป็นยังไงคะ หลังจากที่ได้รับข่าวว่ามีการยึดฟิล์ม เจ้ยคิดว่าจะอุทธรณ์ หรือว่าจะยังไงคะ

อภิชาติพงศ์ : ฮะ คือตอนนี้เขาต้องการให้เราตัด แต่เราไม่ตัด คือพอเราไม่ยอมเราขอก๊อปปี้คืน แต่เราก็มีจดหมายไปว่า โอเค คุณไม่ยอมให้ฉาย เราก็ไม่ฉายนะ คือเราก็ไม่ฉายแล้ว คุณจะเอาอะไรอีก เขาต้องการให้ตัด 4 ฉากนี้ออกไป โดยที่เขาจะตัดเอง ก็เท่าที่รู้นี่คือ เขาก็เป็นแค่เครื่องอย่างนี้(เป็นแค่โต๊ะตัวนึง) แล้วเขาก็แค่ใช้กรรไกรตัด (ผู้ฟังขำ)ซึ่งเราก็รู้สึกว่า เฮ้ย นี่มันลูกเรานะเว้ย เพราะฉะนั้นเราก็เลยต้องมีตรงนี้ขึ้นมา ผมก็เห็นใจนะครับ โดยเฉพาะคนที่เป็นตัวแทนจากกระทรวงวัฒนธรรม ตัวแทนกรมศาสนา หรือว่าแพทยสภาว่าคุณต้องเพลย์เซฟ ว่าเขาเรียกคุณมานั่งแล้วเนี่ย คุณ ไม่ดูหนังทั้งเรื่องหรอก เท่าที่ผมรู้เนี่ย ระหว่างที่ฉายคุณก็เดินไปเดินมา พอดีคุณเข้ามาเห็น เฮ้ยฉากนี้ พระเล่นกีตาร์ไม่ได้ ก็คือเหมือนจับผิดน่ะ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นคือการกลัวระบบ การกลัวผู้ใหญ่ การกลัวว่าจะถูกเจ้านายด่า จะถูกสังคมด่า และกลัวถูกบอกว่าฉันไม่ได้ทำหน้าที่ของฉัน เพราะฉะนั้นก็เลยต้องแย้งขึ้นมาเพื่อจะให้มีสัญลักษณ์ว่าฉันได้ทำหน้าที่ของตัวเองแล้ว ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าพวกกรมเหล่านี้ได้ดูหนังที่พระวิ่งหนีผี หรือว่าพระทำอะไรเพื่อที่ให้คนดูหัวเราะนี่ผิดหรือเปล่า หรือหนังที่มีคำหยาบอะไรนี่ ซึ่งผมไม่ได้หมายความว่าหนังพวกนั้นไม่ใช่หนังดีนะครับ แต่หมายความว่ามาตรฐานมันอยู่ที่ไหน แล้วกลุ่มพวกนี้ได้ดูหนังพวกนี้หรือเปล่า เพราะฉะนั้นความผิดที่เรามองกันว่าผิด ผิด ผิดแน่นอน เพราะเราอยู่ในสังคมประชาธิปไตย และคนพวกนี้ไม่ควรมีสิทธิ์ที่จะมาสั่งตัด แต่เขามีสิทธิ์ตามกฎหมายชาติที่แล้ว ก่อนที่เราจะมีการใช้ระบบประชาธิปไตยเสียอีก พอเราศึกษาไปเรื่อย ๆ เราก็รู้สึกสงสารกลุ่มหนัง แล้วก็สงสารกลุ่มคนทำหนังด้วย แล้วก็กลุ่มคนดูด้วย ว่าทำไมบ้านเราถูกล้อมกรอบด้วยการตัดสินใจจากกลุ่มคนเพียงไม่กี่คน เมื่อกรมศาสนาว่ามันไม่ถูกต้องทางศีลธรรม แล้วคุณเชื่อเขาหรือเปล่าในฐานะคนดู คุณมีสิทธิ์ตัดสินหรือเปล่า ทำไมคุณให้เขาตัดสิน ผมเลยจะบอกว่าระบบเรตติ้งถึงจะมีข้อเสียบ้าง แต่มันจะทำให้เขาได้รู้ว่าคุณไม่มีสิทธิ์มาตัดหนังเรานะ แล้วเมื่อหนังมันออกไป กรมศาสนาจะมาฟ้องมาอะไร(ทีหลัง) ก็ให้มันเป็นไปตามนั้น แต่ว่าต้องให้คนดูเห็นด้วย คนดูมีเสรีภาพที่จะตัดสินด้วยตนเอง แล้วในส่วนของคนทำหนัง ได้ฟังตัวอย่าง เคยได้ยินว่าผู้กำกับบางคนนี่ มีเทคนิคต่าง ๆ นานาที่จะต้องผ่านเซ็นเซอร์ จะยัดเงินบ้าง หรือบางทีเข้าไปแล้วก็ชี้ด่าเลยนะ “พวกมึงห้ามตัดหนังกู ไม่งั้นกูจะฟ้องศาลปกครอง แม้แต่ฉากเดียวก็ไม่ได้” คือเรารู้สึกว่า เฮ้ย แต่ผมทำอย่างนี้ไม่ได้นะครับ (ผู้ฟังขำ) (พิมพกา-เธอน่าจะลองนะ ) ใช่มั้ย ไม่งั้นทุกคนต้องเรียนรู้ประโยคนี้ แล้วต้องใส่แว่นดำ(ผู้ฟังหัวเราะ) เรารู้สึกว่ามันไม่ใช่ มันเป็นการถูกย่ำยี ถูกข่มขืนของคนทำหนัง คือโอเค กรมศาสนาเนี่ยะ เขาก็เป็นกลุ่มใช่มั้ย ซึ่งเซ็นเซอร์ก็เคารพในความคิดเขา แล้วคนทำหนังล่ะ เขาไม่เคารพเราหรือ แล้วไม่เคารพคนดูหรือ ในระบบประชาธิปไตยนี่น่ะ ทำไมเราต้องมาพูดเรื่องนี้อีกแล้ว มีการมาถามว่า 4 ฉากนี้ จำเป็นแค่ไหนคะ จำเป็นแค่ไหนครับ(มันเหมือนกับ) ทำไมเราวาดภาพนี้ เอาสีแดงออกได้มั้ย เอาคนตาชั้นเดียวมาแทนตาสองชั้นได้มั้ย มันnonsenseน่ะ มันเป็นการดูถูกคนทำงานมาก ๆ ถ้าอย่างนั้นเนี่ย ทำไมไม่เปลี่ยนเป็นระบบเผด็จการไปทั้งประเทศ ซึ่งนี่เราไม่ได้ประชดนะ แต่หมายความว่า เราจะมีความสุขกว่ามากว่า แล้วเราจะได้ไม่ต้องมาคุยกันอีกว่ามันคือระบบอะไร สิ่งที่เราคิดนี่เราว่าไม่น่าจะไปจี้ที่กองเซ็นเซอร์ เพราะมันไม่ใช่ความผิดของเขา เขาทำตามหน้าที่ เพราะเขาทำด้วยระบบที่เกิดจากความกลัว ซึ่งไม่ใช่ในวงการภาพยนตร์ ผมเชื่อเลยว่าระบบราชการเนี่ย ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเพราะความกลัวด้วยกันทั้งสิ้น กลัวคนนั้นด่า กลัวคนนี้ด่า คนเลยไม่มีเสรีภาพ แล้วสิ่งที่เรากำลังทำกันอยู่ตอนนี้คือ ประเทศไทยมันเหมือนหมู่บ้านนึงที่ทุกคนกำลังสร้างเกราะเหล็กล้อมประเทศ แล้วคนที่สร้างเกราะเหล็กก็คือประชาชน แล้วคนที่สั่งให้สร้างก็คือกลุ่มคนเพียงไม่กี่คน แต่ที่เรากลัวมาก ๆ เลย คือกลุ่มประชาชนที่สร้างเกราะเหล็กรอบนอกประเทศ ก็ยินยอมด้วย อย่างเว็บที่เปิดการเสวนาอะไรขึ้นมาในเว็บพันธุ์ทิพย์นี่ บางคนก็บอกว่า “ถ้าฉายไม่ได้ก็ตายไปซะ ถ้าไม่ยอมตัดตามเขาน่ะ” คือถ้าพูดอย่างนี้แล้วเสรีภาพมันคืออะไรสำหรับคุณน่ะ มันคือการที่คุณไม่ยอมรับความคิดของคนอื่นหรือ

พิมพกา : เราถามกันว่ามาตรฐานการเซ็นเซอร์อยู่ตรงไหน เราถามถึงตัวบุคคลน่ะฮ่ะ แต่คุณอภิชาติพงศ์บอกว่า อาจจะไม่ใช่เรื่องของคนแล้วตอนนี้ มันเป็นเรื่องของระบบหรือเปล่า มันเป็นเรื่องของพระราชบัญญัติที่เขียนมาตั้งแต่พ.ศ.2473 หรือเปล่า แต่ก็ได้ยินว่าในระยะหลังมีการเสนอร่างพรบ.ฉบับใหม่ขึ้นมานะคะ ก็อยากจะให้พี่ปรัช ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องการเคลื่อนไหวเห็นว่าร่างพรบ.ใหม่จะนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงอะไรหรือเปล่าในวงการภาพยนตร์ไทย

ปรัชญา : ในวงการหนังเรานี่มีการพูดเรื่องตรงนี้มานานมากแล้ว กลุ่มผู้ชมหลายท่านอาจทราบความเคลื่อนไหวนี้อยู่แล้ว ด้วยเรื่องเดียวกันคือเสรีภาพในการนำเสนอ คือมันจะเกี่ยวพันกับการรับผิดชอบสังคม บ้านเรานี่หนังไทยยังถูกจำกัด ยังต้องถูกส่งงานไปให้เขาตรวจสอบ ในขณะที่สื่ออื่น ๆ ไม่ต้องผ่านการนำเสนอ แม้กระทั่งสื่อทีวีเราก็ต้องผ่านไปให้รัฐบาลตรวจสอบ ซึ่งตรงนี้เราก็ต่อสู้กันอยู่ด้านเดียว คือเราไม่เคยได้ชัยชนะกลับมา ในระหว่างการต่อสู้นั้น หนังที่ฉายในระหว่างการต่อสู้นั้นก็ถูกกระทำเหมือนหนังเรื่องนี้ ก็หาทางออกต่าง ๆ นานา บางทีก็ใช้อิทธิพลใส่เข้าไปบ้าง ใช้เงินบ้าง หรือว่ายอมบ้าง จนในช่วงที่มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ก็จะเป็นโอกาสที่เราจะไปต่อสู้และพูดเรื่องพวกนี้ เราก็มีการศึกษารัฐธรรมนูญฉบับเก่า และฉบับใหม่ที่มีการร่างอยู่ตอนนี้ เราก็มีการติดตามว่า เขาจะมีการตีความและจัดให้ภาพยนตร์เป็นสื่อด้วยหรือเปล่า คือเราตระหนักแค่ตัวนี้ตัวเดียว ให้อยู่ในรัฐธรรมนูญ ถ้าภาพยนตร์ถูกเรียกว่าเป็นสื่อแล้วก็จะมีผลต่อพรบ.เรื่องที่ว่ามีการเซ็นเซอร์ ซึ่งถ้าภาพยนตร์เป็นสื่อแล้ว ในรัฐธรรมนูญจะระบุว่า ฝ่ายรัฐบาลไม่มีสิทธิ์ที่จะมาปิดกั้น ไม่มีสิทธิ์ที่จะมาตรวจสอบ หรือระงับควบคุมการทำงานของเรา เราจะมีเสรีภาพในการนำเสนอ ต่อมวลชนได้โดยอิสระ ทีนี้ในแง่ของการรับผิดชอบสังคม เราก็คำนึงกันอยู่แล้ว การเสนอผลงานออกไปสู่ประชาชนมันต้องมีการจัดประเภทต้องจัดสรรให้เหมาะสมกับคนดู เพราะว่าวุฒิภาวะหรือวิจารญาณของแต่ละคนไม่เท่ากัน อันนี้เป็นเรื่องที่เราทราบกันดีอยู่แล้ว ซึ่งตรงนี้ผมเชื่อว่าเราทุกคนรู้กันดีอยู่แล้วว่ามาตรฐานการจัดประเภทภาพยนตร์ว่ามันเป็นยังไง ประเทศเพื่อนบ้านเขาเป็นยังไงเราคงทราบกันดีออยู่แล้ว ตรงนี้ไม่ยากถ้าเราจะทำ คือถ้าเรามีการจัดเรตติ้ง ภาพยนร์ก็จะไม่ถูกตัดไม่ให้ฉาย แต่พอไม่ใช่เรตติ้ง ก็จะมีแค่ให้ฉายกับไม่ให้ฉาย คือได้ กับไม่ได้ แต่ถ้าเรตติ้ง ถ้าได้ แต่ได้แบบนี้ เพราะฉะนั้นถ้าเป็นระบบเรตติ้งภาพยนตร์ของคุณเจ้ยก็คงไม่มีปัญหาใดใด เพียงแต่ว่าต้องจัดอยู่ในประเภทคนดูกลุ่มนี้เท่านั้น ซึ่งสิ่งที่เราเรียกร้องมันซับซ้อนหลายอย่าง บางทีมันเป็นเรื่องของการตีความภาษากฎหมายที่บางทีในรัฐธรรมนูญฉบับเก่าระบุว่าเราเป็นสื่อ แต่การปฏิบัติอาจจะไม่สอดคล้อง อย่างเช่นในรัฐธรรมนูญฉบับเก่าว่าด้วยสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา หรือการสื่อสาร โดยวิธีอื่น ๆ งในที่นี้หมายถึงว่าเรามีเสรีภาพในการสื่อสารโดยวิธีใดใดก็ได้ ซึ่งผมว่าภาพยนตร์ก็น่าจะอยู่ในข้อนี้ ในรัฐธรรมนูญฉบับเก่าก็พูดเรื่องการปิดกั้นสิทธิ์เสรีภาพ รัฐจะทำไม่ได้ ไม่ สามารถจะปิดโรงพิมพ์ วิทยุกระจายเสียง หรือวิทยุโทรทัศน์ และริดรอนเสรีภาพตามมาตรานี้ จะพูดแต่เรื่องนี้แต่ไม่มีเรื่องภาพยนตร์เข้าไป อาจจะตีความเข้าใจผิด จึงเกิดพรบ.ว่าด้วยการเซ็นเซอร์ซึ่งมันไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ การตีความมันสับสนวุ่นวาย ปัจจุบันรัฐธรรมนูญที่ออกมานี่ จึงรับฟังความคิดเห็นประชาชน มาตรา 45 หรือ 46 ว่าด้วยสื่อก็มีการระบุเหมือนกัน แต่เรื่องของภาพยนตร์ไม่มีการพูดถึง ซึ่งเหมารวมไปหมด อาจจะเป็นลำตัด โขน ลิเก ซึ่งตรงนี้เราก็ไม่แน่ใจว่าเขาจะออกกฎหมายลูกตามมา จะเข้าใจอย่างนี้หรือเปล่าเราก็ไม่แน่ใจ

พิมพกา : คือในส่วนนี้เราก็ทราบกันว่ามีโครงการจะร่างพรบ.ฉบับใหม่เกิดขึ้น กระบวนการนี้รู้สึกว่าจะใช้เวลานาน อยากจะให้คุณชลิดาซึ่งเคยเข้ารับฟัง อยากให้เล่าให้ฟังหน่อยสิคะว่ากระบวนการนี้ที่ร่าง ๆ กันอยู่ จะนำเสนอไปสู่ตรงไหน แล้วก็เรื่องเรตติ้งนี่มันอยู่ในนั้นยังไงบ้าง

ชลิดา : คือเมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้ว เรามีการสัมนาเรื่องแบบนี้กันบ่อยมาก จนเราเรียกกันว่า อีกแล้วครับท่าน อะไรอย่างนี้ เราเคยทำเรื่องเกี่ยวกับพรบ.ภาพยนตร์อีกแล้วครับท่าน เพราะว่ามันไม่ไปไหน จนกระทั่งเมื่อประมาณ 3-4 ปีที่แล้ว เรื่องนี้ก็ไปถึงรัฐสภา ก็มีนักการเมืองที่สนใจ คิดว่าจะทำเรื่องนี้ ก็มีการเชิญคนจากหลาย ๆ หน่วยฝ่ายทั้งผู้ที่ดูแลเรื่องกิจกรรมทางศิลปวัฒนธรรม ทั้งทั้งครูบาอาจารย์ ทั้งตัวแทนศาสนาต่าง ๆ ไม่เฉพาะแต่ศาสนาพุทธเท่านั้นนะคะ มีแม่ชี มีอะไรงี้ด้วย มาสัมนากัน รวมทั้งมีการเดินทางไปสัมนา 4 ภาค ตอนนั้นเขาเรียกว่าพรบ.ภาพยนตร์ม้วนเดียวจบนะคะ เพราะเขากะว่ามันจะต้องออกมาได้แน่ ๆ หลังจากการประชุมหลาย ๆ ทีเขาก็มีบทสรุปออกมาว่า พรบ.ภาพยนตร์ฉบับเก่านี่มันล้าหลังไปแล้วแน่ ๆ 2473 นี่ตั้งแต่ก่อนที่จะเปลี่ยนแปลงการปกครอง หลาย ๆ อย่างก็อาจจะครอบคลุม และตีความให้กว้างมาก ๆ จริง ๆ ทำอะไรก็คลุมได้ว่าผิดตามมาตรา 4 ของพรบ.ได้ อยู่แล้ว เลยมีความคิดกันที่ว่า ต้องมีการทำพรบ.ฉบับใหม่ โดยที่ประชุมได้มอบหมายให้กระทรวงวัฒนธรรมเป็นเจ้าภาพในการที่จะไปร่างกฎหมาย จำไม่ได้น่ะคะว่ากฎหมายฉบับนี้ร่างโดยใคร แต่หลายเดือนต่อมา กฤษฎีกาก็ได้ติดต่อมาว่าได้มีการร่างพรบ.ฉบับใหม่แล้ว ให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหลายไปร่วมแสดงความคิดเห็น ซึ่งพรบ.ฉบับใหม่พยายามที่จะรวมสองฉบับเจ้าด้วยกัน ทั้ง 2473 ที่เกี่ยวกับภาพยนตร์ และวัสดุวิดีทัศน์ แล้วก็มีการขยายผลที่จะดึงรายการโทรทัศน์อะไรเข้ามาด้วย แต่ก็มีฝ่ายต่าง ๆ พวกกทช.เขาบอกว่าเขามีอะไรของเขาอยู่แล้ว ไม่อยากร่วม ก็จะมีฝ่ายต่าง ๆ เข้าไปนำเสนอ ซึ่งบทสรุปจากรัฐสภาก็คือว่า ได้นำเสนอมาเลยว่ามันควรจะเป็นระบบเรตติ้ง แต่กฎหมายฉบับใหม่ที่ร่างมานี่ก็ยังมีหลายประเด็นในเรื่องของการจำกัดสิทธิเสรีภาพอยู่เยอะ มากเหมือนกัน ถึงแม้ว่าในตัวโครงก็จะพูดถึงเรื่องเรตติ้ง แต่ก็ยังไม่การตัด คือมีการจัดประเภทพแล้ว ก็ยังมีการตัดได้ มีการแบนได้ หรือแม้กระทั่งว่าคุณสามารถเอาบทมาให้ตรวจก่อนได้ ซึ่งดู ๆ ไปแล้วอาจจะดูร้ายแรงกว่า(ที่เป็นอยู่ตอนนี้)นะคะ ตอนที่ไปประชุมนี้ ทางสมาพันธ์ภาพยนตร์ก็ไปประชุมในช่วงแรก และได้แสดงปฎิกิริยาว่าไม่รับฉบับนี้ และได้วอล์คเอ้าท์ไป แต่เขาก็ยังดำเนินเรื่องของการประชุมเรื่องนี้ต่อมาเรื่อย ๆ แต่ดิฉันก็ยังได้ติดตามและเข้าไปdefendบ้างค่ะ(พูดแย้งเพื่อปกป้องตัวเอง) จนเขาถามว่าคุณกำลังต่อสู้เพื่อใคร คุณเป็นตัวแทนบริษัทไหนหรือเปล่า เราก็บอกว่าไม่ เราเป็นคนดู เรามีสิทธิ์ที่จะรับรู้ กฎหมายมันควรจะออกมาให้ทุกคนไม่ใช่เพื่อกลุ่มผลประโยชน์ใด กลุ่มผลประโยชน์หนึ่ง เราก็ได้ดีเฟนด์ไปทุกข้อ แต่ตอนนี้ก็ไม่แน่ใจว่าร่างนี้ยังอยู่ในกฤษฎีกาหรือเปล่า คือจริง ๆ ถึงแม้ว่าจะผ่านกฤษฎีกา ก็ยังมีอีกหลาย ๆ ขั้นตอนน่ะค่ะ คือคนส่วนใหญ่เขายังไม่ค่อเข้าใจ หรือแม้แต่คนที่เขียนกฎหมายเขาก็มีข้อที่เขาดีเฟนด์ เพราะเขาไม่เข้าใจในเรื่องของหนัง เขาไม่ยอมรับในเรื่องของเสรีภาพน่ะ เขาบอกว่า “เสรีภาพคุณมีได้แต่เราสามารถที่จะจำกัดคุณได้เมื่อเราออกกฎหมายมา” เราเลยคิดว่าจริง ๆแล้ว นอกจาการที่เราจะมาคุยกันเรื่องเซ็นเซอร์ เราต้องมาคุยกันด้วยหรือเปล่าว่าเสรีภาพที่เราอ้างกันมาในรัฐธรรมนูญนั้นจริง ๆ แล้ว เรามีอยู่จริงหรือเปล่า เราตั้งคำถามในฐานะประชาชนธรรมดา ดิฉันไม่ได้ทำหนังนะคะ แค่อยากจะรับรู้ แค่อยากจะได้ดู เราจะต้องดูแผ่นผีซีดีเถื่อนตลอดไปหรือเปล่า ทำไมเราจึงไม่สามารถเดินอยู่ในแสงสว่างเหมือนคนอื่น ถ้าเรามองว่าภาพยนตร์คือปัญญา คือความรู้ มันเหมือนเราอ่านหนังสือเล่มนึง ทำไมเราถึงจะอ่านมันไม่ได้ล่ะ ก็เลยมองว่าตรงนี้เป็นประเด็นที่เราต้องมาถกกัน นอกจากที่เราต้องมาพูดเรื่องกฎหมายแล้ว

พิมพกา : อย่างนี้แสดงว่าระบบเรตติ้งที่เราพูดถึงตอนนี้มันอาจจะใช้ไม่ได้เหมือนกัน คุณเจ้ยว่ายังไงคะตรงนี้

อภิชาติพงศ์ : คือชอบเรตติ้งนะครับ แต่ว่าไม่ชอบเรตติ้งแบบนี้

ชลิดา : งั้นขอพูดเพิ่มอีกนิดนึง คือมันมีรายละเอียดไงคะ คือเรตติ้งมันมีหลายแบบ ผู้ปกครองเป็นคนจัดเรต ไม่ได้ผ่านกฎหมายอะไรใหญ่ ๆ ด้วยซ้ำไป เป็นการรวมกลุ่มให้มีตรงนี้ขึ้นมา เพื่อที่จะปกป้องผู้บริโภคด้วยกันได้ แต่เรามองว่าลึกไปแล้วมันคือเจตนาของกฎหมายว่ามองว่าภาพยตร์มันคืออะไรกันแน่ ถ้ามองว่ามัน(ภาพยตร์)คือยาพิษหรือสิ่งชั่วร้าย ก็แน่นอนว่าการมาคุมก็ต้องสตริค(เข้มงวด)น่ะ คือมันขึ้นอยู่กับการที่เขามองไง มันเป็นเรื่องของทัศนคติ เป็นเรื่องของความเข้าใจที่จะต้องทำให้มันกว้างกว่านี้ เหมือนเครื่องมือน่ะ จะทำให้กว้างก็ได้แคบก็ได้ แล้วตอนนี้สิ่งที่เราไม่มีก็คือว่า เราคิดว่าการควบคุมน่ะมีได้ แต่เรามีหลักประกันเรื่องเสรีภาพของเราแค่ไหน เรตติ้งในหลาย ๆ ประเทศ คือหลักประกันของคนทำ คือคุณทำมาได้ไง แต่คุณจะถูกจำกัดพื้นที่ คือมันเป็นจุดที่จะมาเจอกันได้ แต่ถ้าเป็นเรตติ้งแบบที่ทั้งตัด ทั้งแทรกแซง แล้วโทษขึ้นด้วย จะมีการติดคุกกันระนาวเลยล่ะ หลังจากนี้ถ้าคุณฉายจะติดคุก โดนปรับเป็นแสน คือมันน่ากลัวค่ะ

อภิชาติพงศ์ : คือเหมือนกับสื่อสารกันไม่เข้าใจว่าจะคุมกันไปถึงไหน เรตติ้งนี่โอเค แต่เรตติ้งแล้วมีการเซ็นเซอร์ มีการตัดด้วยนี่ มันก็ไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการ สิ่งที่เรามาพูดกันในวันนี้คือเราต้องการอะไร คือในแสงศตรรษเนี่ย ขอให้มันมีเรตติ้งขึ้นมา แล้วถ้าเกิดมีกรมศาสนาขึ้นมาอ้าง แล้วเกิดความกลัวเหมือนเดิมในระบบ แล้วสมมติว่าให้เรต B Y K bad for your kids เนี่ย (ผู้ฟังหัวเราะ) เราก็ว่า โอเค ห้ามคนอายุต่ำกว่า 30 เข้าดู (ผู้ฟังฮา) เราก็จะโอเค ครับ ได้ ๆ แต่ว่าอย่ามาสั่งตัดหนังผม ซึ่งตรงนี้ ผมก็ไปเวิร์คกับโรงหนัง เขาก็อาจจะไม่เอากับผมก็ได้ แต่ว่าอย่างน้อยผมก็ได้ฟิล์มขึ้น แล้วก็เป็นฟิล์มที่สมบูรณ์ แล้วก็มีไอ้เรตนี้แปะอยู่ แล้วผมก็อาจจะไปเวิร์คกับอย่างหอศิลป์ปทุมวันที่กำลังจะเปิด อาจจะเป็นเวทีนึง ซึ่งไอ้ BYK อาจจะถูกคุมทุก(หนัง)วิดีโอของเด็กที่จะทำกันต่อมา แต่อย่างน้อยก็คือไม่ตัด และในอีก 20-30 ปีอนาคตก็น่าจะมีโรงหนัง หรืออย่างน้อยก็น่าจะมีมิวเซียม แกลอรี่อะไรที่ยอมฉายหนังเหล่านี้ คือเรารู้สึกว่ามันเป็นสเต็ปที่ตื้นไปนิดนึงน่ะ

พิมพกา : ฟังดูเหมือนภาพยนตร์นี่มันน่ากลัวจังเลยนะ ใคร ๆ ก็ต้องรู้สึกว่ามันเป็นอันตราย ใคร ๆ ก็ต้องควบคุม มันไม่ปลอดภัยกับคนดู ไม่ค่อยไว้ใจในสิทธิ์มนุษย์คนนึงเท่าไหร่นัก จึงอยากจะถามพี่จี๊ด จิระนันท์ พิตรปรีชา เพราะพี่จี๊ดเป็นนักเขียน แล้วดูเหมือนการเขียนการแสดงความคิดเห็นในงานเขียน มันดูน่าอิจฉามากกว่า พี่จี๊ดมองเสรีภาพตรงนี้ยังไงบ้างในฐานะที่ทำงานศิลปะตรงนี้ ซึ่งถือว่าเป็นศิลปะแขนงนึงเหมือนกัน

จิระนันท์ : จริงๆ แล้วมันเป็นปัญหาสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานนะคะ แล้วสิ่งที่เซอร์ไพรส์มาก ไม่ใช่หนังของอภิชาติพงศ์ทำไมออกมาอย่างนี้ แต่สิ่งที่ประหลาดใจก็คือปฎิกิริยาของผู้มีอำนาจ ในการควบคุม ชี้แนะ หรือ ตั้งข้อจำกัดต่อสังคม ทำไมถึงเป็นแบบนี้ นั่งคิดมาหลายวันแล้วว่ามันเป็นเพราะอะไร ถ้าสมมติสัก 10 ปีก่อนนี้ ก็อาจจะผ่านสบายมาก หรือเราถอยหลังย้อนยุคกลับไป อยากจะได้เผด็จการคืนมา เอ๊ะก็เปล่านี่นา เรากำลังเตรียมร่างรัฐธรรมนูญ กำลังเตรียมอะไรต่ออะไร พูดจาเป็นนามธรรมกันเยอะแยะ มากมาย แต่พอถึงปัญหารูปธรรมเล็ก ๆ อันนี้เป็นปัญหาเล็ก ๆ นะคะ เมื่อเทียบกับสิทธิเสรีภาพอันสามารถแสดงออกได้ ห้าพันประการเนี่ย ทำไมถึงเป็นเรื่องขนาดนี้ เอ่อ พี่ไม่ได้เป็นนักเขียนอย่างเดียวนะ แปลหนังมา 300 กว่าเรื่อง เพราะฉะนั้นจะเป็นคนที่ได้ดูหนังฮอลลีวูด อันคัท (ไม่ตัด) เยอะมาก คือดูก่อนที่จะเอาไปให้คณะกรรมการเซ็นเซอร์ดู เพราะผู้พิจารณากองเซ็นเซอร์เนี่ย เขา ต้องมีซับไตเติ้ลภาษาไทยให้อ่าน(ผู้ฟังหัวเราะ) เอาจากสถิติ เอาแค่ 300 เรื่องนี่นะ ยังไม่นับรวมกับที่เราไปดูเองในโรงหนังเนี่ย ไอ้ที่จะเป็นพิษเป็นภัย ถึงขนาดแต่งชุดเป็นแรมโบ้ เด็กเกาหลีออกมายิงกราดอะไรนี่นะ มันเป็นเรื่องที่อาจจะเกิดขึ้นได้ แต่ว่าหนึ่งในเท่าไหร่ แล้วเรายินดีที่จะเอาเสรีภาพของเราไปแลกกับความปลอดภัยสัมบูรณ์ถึงขั้นนั้นหรือเปล่า รู้สึกว่ามันการทำที่เว่อร์สุขีดแล้วอีกประการหนึ่งเรื่องที่น่าสนใจคือหนังบางเรื่องมันน่าจะตัดมากถ้ามาตรฐานที่เขากำหนด แต่ปรากฏว่าผ่านหมด เพราะอะไร เพราะเป็นฉากlove scene ที่มืดมัว มัวซัว มองไม่เห็นจุดต่างๆ บนร่างกายที่เขาบัญญํติไว้(ผู้ฟังหัวเราะ) เห็นแต่อากัปกิริยา หรือดูอย่างปกนิตยสารล่าสุดแต่งตัวเป็นชุดหุ่นยนตร์ผู้หญิงญี่ปุ่นแล้วก็เพนท์ทั้งตัวไม่มีหัวนมอย่างเนี่ยปรากฏว่าถ่ายได้สบายมาก อันนี้สะท้อนอะไร สะท้อนวิจารณญาน วิจารณญาณของใคร คงไม่ใช่ของผู้ดู แต่เป็นวิจารณญาณของคนที่มีหน้าที่มาบอกเราว่าอะไรดูได้และอะไรดูไม่ได้ เป็นปัญหาว่าผู้ถ่ายทอดตีความกฎหมายซึ่งเขียนไว้เหมือนกับว่าหวังดีต่อประชาชนแต่ท้ายที่สุดกลายเป็นการทำร้ายสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน สมควรจะอยู่รึเปล่า เพื่อความปลอดภัยของพวกเราแน่รึเปล่า แล้วก็คิดต่อไปอีกว่าถ้าจำกัดสิทธิในการนำเสนอ ในเรื่องที่คุณปรัชญาพูดถึงเรื่องภาพยนตร์ในฐานะสื่อ แต่ถ้าจำกัดสิทธิเสรีภาพของบุคคลในการสร้างสรรค์ศิลปะด้วยเนี่ยะมันเข้าขั้นแย่แล้วนะ เพราะศิลปะมันเป็นองค์ความรู้เป็นทั้งจิตวิญญาณ ทั้งความงดงามของมนุษย์ ใช่มั้ยคะ แล้วการตีความที่มีวิจารณญาณที่ค่อนข้างประหลาดๆ ต่อไปภาพประติมากรรมของปรมาจารย์ทั้งหลายที่โชว์อยู่แถวศิลปากร รูปเปลือยตั้งเยอะแยะ อาจจะต้องถูกpaint ทำเบลอ เอายาหม่องไปป้าย(ผู้ฟังหัวเราะครืน) ใช่มั้ยคะ ใครเคยดูหนังเรื่องสิทธารถะมั้ย หนังโบราณมากๆกว่าจะบรรลุธรรมมาได้ต้องมีนางมายั่วยวน ต้องมีฉากเซ็กซ์ ฉากอะไรเยอะแยะ หนังชุดใกล้กันนี่ เรื่องพระเยซูเรื่องอะไรต่ออะไร เขาก็ทำกันมา คือไม่ได้บอกหนังเรื่องนั้นดีหรือไม่ดี แต่โดยหลักการแล้วนี่ วิจารณญาณของผู้ชมควรได้รับความเคารพบ้าง แล้ววิจารณญาณของผู้พิจารณานั่นแหละที่จะต้องถูกพิจารณา อันนี้เป็นคำถามใหญ่ จากเหตุการณ์ปะทะสังสรรค์ครั้งนี้ มันทำท่าจะนำไปสู่การตีความ ตีเป็นตัวบทกฎหมายที่ต้องยิ่งระวังภัยยิ่งขึ้น คือตัวเองคิดว่ามันเป็นภัยยิ่งขึ้น ก็เลยต้องออกมาพูดกันตรงนี้ ถ้าลำพังแค่หนังสือนะ เพราะนักเขียนสบายอยู่แล้ว แยกกันค่อนข้างชัด ประเภทหนังสืออนาจาร หนังสือลามกทั้งหลาย กับพวกวรรณกรรมมันเห็นชัดๆ แต่ในภาพยนตร์มันไม่ได้เพราะต้องนำเสนอตัวละครในหลายมิติและเป็นภาพเป็นเสียง เพราะฉะนั้นมันขีดคั่นกันไม่ได้ เรามีพ.ร.บ.สื่ออาราจารลามกให้จับกันอยุ่แล้ว คุ้มครองความปลอดภัยของสังคมอยู่แล้ว ทั้งๆที่ไปเดินพันธุ์ทิพย์ พลาซ่านี้(ผู้ฟังขำ) ก็รู้สึกว่ายังเกร่ออยู่ แต่ภาพยนตร์จะตกเป็นเหยื่ออย่างมากในแง่ของการตัดสินวิจารณญาณทำนองนี้ก็เลยคิดว่าอันนี้เป็นโอกาสอันดีที่จะพูดถึงเรื่องนี้ ในฐานะรัฐธรรมนูญใหม่ แสงแห่งเสรีภาพ ประชาธิปไตย สิทธิส่วนบุคคลอะไรต่ออะไร กำลังรำไรมา ก็ไม่อยากให้ภาพยนตร์ตกขบวน เพราะจริง ๆ แล้ว ภาพยนตร์เป็นสื่อหรือเป็นศิลปะที่มีอาณุภาพต่อสังคมอย่างสูงมากๆ อย่างที่คุณอภิชาตพงศ์พูด อันนั้นเห็นด้วย เพราะเห็นหนังสือพิมพ์ทีละ 5,000เล่มคนอ่านก็ประมาณคูณสองหรือว่าลบก็ไม่รู้ล่ะ แต่ว่าภาพยนตร์นี่ฉายเพียงอาทิตย์เดียวนี่ต้องดูกันทั้งประเทศ ซึ่งถ้ามันจะมีผลต่อสังคมจริงล่ะก็ สังคมส่วนที่รับไป ก็สามารถรับได้ทั้งด้านที่มันเป็นจิตวิญาณของการสร้างด้วยก็คือสิทธิเสรีภาพการสร้างสรรค์ส่วนบุคคล ซึ่งถ้าปราศจากสิ่งนี้แล้ว ต้องดูอย่างสังคมนิยมจีนยุคท่านประธานเหมา ปีนึงดูหนังกันอยู่ 8 เรื่องนะ ต้องดูแต่ประเภทดราม่าปฎิวัติ เปล่งคำขวัญกันตลอดอย่างนี้ เราจะเอามั้ย หรืออย่างยุคตาลีบัน ในอัฟกานิสถาน แม้แต่ในงาศพยังห้ามตีกลองเลย คือปฎิเสธความบันเทิงทุกประเภท แล้วต้องขึ้นอยู่กับการตีความของท่านผู้ปกครอง เรากำลังพูดถึงสิทธิเสรีภาพประชาธิปไตย แต่ขออย่าให้ป้ายอันนั้น เสื้อคลุมอันนั้น ที่ยกชูกันสลอนเนี่ยนะ มาปกปิดความอัปลักษณ์บางอย่างที่เกิดขึ้นในด้านมืดของวงการสื่อภาพยนตร์

พิมพกา: เราได้เห็นว่าเสรีภาพของการสร้างสรรค์ภาพยนตร์มันยากมากเลยนะคะ ต่อให้พูดถึงพ.ร.บ.วันนี้ก็คงไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะดูจะเป็นเรื่องยากมาก ทีนี้สิทธิของคนดู เสรีภาพของคนดูมันมีมั้ยคะ คุณป็อด เพราะคุณป็อดได้ดูหนังเรื่องแสงศตวรรษแล้วคุณป็อดคิดว่าเป็นหนังที่คนอื่นควรได้ดูรึเปล่าหรือว่าควรตัด 4 ฉากนั้นทิ้งก่อนแล้วค่อยดู

ธนชัย : อยากจะให้คนอื่นได้ดูเพราะหนังเรื่องนี้เป็นหนังที่สะท้อนพฤติกรรมมนุษย์ 4 ฉากที่ถูกตัดมันคือพฤติกรรมมนุษย์ในรูปทรงต่างๆอย่างเช่นพระก็มนุษย์คนหนึ่งที่กำลังแสวงหาหนทาง พฤติกรรมต่าง ๆ หนังก็ได้สะท้อนสิ่งต่างๆเหล่านั้น เหมือนกับอยากจะให้ทุกคนได้คิดเอาเอง แล้วก็ดูว่าสิ่งนั้นที่เกิดขึ้นมันคืออะไร เราคิดยังไงกับมัน ผิดถูกชั่วดีเรารู้สึกเองได้ แต่ไม่อยากให้ถึงกับจะปิดกั้นหรือถึงขนาดที่ว่ายึดฟิล์มไป แล้วก็ตัดโอกาสไม่ให้ใครได้สัมผัสมันเลย ผมรู้สึกว่ามันเข้าขั้นอุกอาจ แล้วก็สมควรได้รับการพิจารณาและได้รับการเปลี่ยนแปลงได้แล้ว คือผมเชื่อว่าทุกอย่างงานศิลปะทุกชิ้นมันมีที่ทางของมันที่จะได้แสดงออก แต่ว่าการที่มันถูกปิดโอกาสไปเลย ผมคิดว่ามันหนักหนา หนักหนามากนะ

พิมพกา : แล้วเวลาที่ทำดนตรีเคยเจอประสบการแบบนี้บ้างมั้ยที่มีการถูกห้ามอะไรแบบนี้

ธนชัย : ยังครับเพราะยังไม่มีเพลงที่จะไปกระทบอำนาจหรือว่าสถาบันใดๆ ก็เลยยังไม่โดน ผมก็เชื่อว่าสถาบันต่างๆมีความ sensitive(ละเอียดอ่อน) ในตัวเองอย่างสถาบันศาสนาหรือว่าองศ์กรอะไรก็ไม่อยากจะให้ภาพลักษณ์ของตัวเองเสื่อมเสียใช่มั้ยฮะ เขาก็จะพยายามปกป้องตัวเองให้มากที่สุด แต่ว่าจริงๆแล้วมันเป็นภาพแห่งความจริงอันนึง ที่เขากล้าพอที่จะยอมรับภาพเหล่านั้นรึเปล่า เหมือนที่เราไปเดินสะพานเหล็กแล้วเจอหลวงพี่เลือกซีดีอะไรกันอยู่(ผู้ชมหัวเราะ) ก็เป็นสิ่งที่เราก็เห็นกันอยู่แล้ว แต่ว่าเขาอาจจะไม่อยากจะโชว์มันออกมา

อภิชาติพงศ์ : อยากจะเสริมนิดนึงว่าเราว่ามันเป็น Protective stae คือเป็นสังคมที่พยายามจะคิดให้คน(ในสังคม) คือพยายามจะปกป้อง มันเหมือนกับว่าเขาอาจจะตี(ค่าเรา)ไว้ประมาณเด็ก 5 ขวบ 5 ขวบกันทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นอย่างที่คุณป๊อดบอก เขาจะไม่มีการวิเคราะห์ไม่มีการ process ข้อมูลเอง เหมือนกับที่คุณโดม(สุขวงศ์)ว่าคนเรามันต้องหัดให้เสพย์อะไรที่...คือคนเรามันต้องมี immune system (ภูมิต้านทานเชื้อโรค)บ้าง ต้องมีตัวต้านทานบ้าง ต้องได้เจอของ.. แต่นี่ไม่ได้พูดถึงแสงศตวรรษนะ เพราะเสงตวรรษนี่บริสุทธิ์มาก(ผู้ขมหัวเราะ) แต่เราพูดถึงหนังทุกเรื่องแม้แต่ โกยเถอะเกย์ หรือว่าอะไรก็ตาม เรามองว่าคนสร้างเขาก็มีวิจารณญาณของเขา เรามองว่าถ้าจะต้องโอ๋เด็กไทย อายุ20กว่าแล้วยังต้องโอ๋เนี่ย คือผมช่วงนี้ได้ไปทำworkshop ไปสอนหนังสือในหลาย ๆ ที่ ไปที่สวิสเซอร์แลนด์ ไปที่อเมริกา เราเห็นได้ชัดเลยว่าเด็กอายุ20กว่าเนี่ย ของไทยกับของเขานี่มันต่างกัน ความคิดมันต่างกัน เพราะเขามีความคิดของตัวเองเยอะมาก แล้วเขาไม่ขี้แง ไม่งอแง คือเขาจะไม่รอให้คนมาช่วย เขาจะช่วยตัวเอง แล้วเค้าก็จะมีความคิดของตัวเอง ผมโชว์หนัง บางทีพอเขาไม่เข้าใจเขาก็ถาม เขาไม่มานั่งคิดว่าโอ๊ยหนังเรื่องนี้ได้รางวัลต้องดีอย่างนั้นต้องดีอย่างนี้ เราถามไม่ได้ คือถ้าเราไปปิดกั้นความคิดเขาเนี่ยะแล้วเขาจะวิเคราะห์อะไรเป็นรึเปล่า ในเมืองไทยก็เหมือนกัน ซึ่งบางคนเอง หลายคนเลยอาจจะไม่ชอบหนังของผมคุณก็ไม่ต้องดูสิ คือเราก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าให้อายุสมองคนมันดิ่งลงเหว ที่เรากลัวน่ะ เรากลัวหลานเรามันจะโง่เท่านั้นเอง ทำไมมาบังคับ

พิมพกา : จริง ๆ เราต้องการอะไรกันคะ เราต้องการกองเซ็นเซอร์ทีดีมีมาตรฐาน หรือเราอะไรที่จะทำให้เสรีภาพในการแสดงออก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเผยแพร่ภาพยนตร์ หรือการดู ที่จะไปได้ในวงกว้างกว่านี้ หรือเราต้องการพระราชบัญญัติที่เราพอใจ เริ่มจากคุณป๊อดก่อนค่ะ

ธนชัย : คิดว่าเราต้องการที่ทางของงานศิลปะนะครับ หมายถึงที่สำหรับศิลปะ จริง ๆ ผมก็หมดหวัง หรือแทบจะไม่หวังกับรัฐบาลอะไรมากมาย คือรู้สึกว่ามันซับซ้อนมาก มันมีเรื่องของอำนาจ มีเรื่องของเงิน มีเรื่องของอะไรต่าง ๆ จนกระทั่งผมไม่อยากจะหวัง แต่ผมคิดว่า มันควรจะมีที่ทางของมัน อย่างเช่นถ้าภาพยนตร์นี้หมดสิทธิ์จะฉายในโรง ก็อาจจมีโอกาสในการที่จะได้ฉายในmuseum หรือว่าในสถาบันเล็ก ที่คนที่สนใจจะมาดูกันเอง แต่ไม่ถึงกับตัดสิทธิ์ แล้วก็ตัดส่วนที่เขาไม่ต้องการ แล้วก็ยึดฟิล์ม มันเหมือนตอนสมัยผมเป็นนักเรียนมัธยมแล้วก็ครูจะมาตัดผมนักเรียนที่ผมยาว แต่ตัดตอนกำลังนั่งสอบอย่างนี้นะฮะ (ผู้ฟังขำ) คือความรู้สึกเดียวกันเป๊ะ ๆ เลย เฮ้ย กูทำอะไรไม่ได้เลย กูต้องสอบ แล้วมึงก็มาตัดหัวกูอะไรงี้(ผู้ฟังหัวเราะ) กูก็เฮ้ย กูโตแล้วนะ กูก็ 30 กว่าแล้ว มึงไม่ให้กูผมยาวอีกสักนิดนึงไม่ได้หรือ ทุกวันนี้ผมก็สั้นกว่าคนทั่วไปอยู่แล้ว(ผู้ฟังหัวเราะครืน) คือกูคิดเองได้นะ ก็คือขอแค่ที่ทางที่เหมาะสมเท่านั้นเอง เพราะเราไม่หวัง โอเค ขนาดพี่เจ้ยเขาก็อาจจะคิดแค่สองโรง โอเค ไม่ฉายในประเทศไทย ก็โอเค ไม่ฉายก็ได้ ไม่ได้พูดว่าหนังเรื่องนี้ดีหรือไม่ดีหรือยังไง แต่ว่าควรจะให้โอกาสเขานำเสนอในสิ่งที่เขาคิด สร้างสรรค์ แล้วก็พยายามตั้งใจมุ่งมั่นให้มีที่ทางของเขา

พิมพกา : คุณชลิดาล่ะคะ

ชลิดา : เคสนี้ถ้ามันเปิดออกไปได้มันจะเป็นเหมือนexercise(แบบฝึกหัด/บริหาร) เรื่องประชาธิปไตยด้วย แล้วตอนนี้มีความขัดแย้งในสังคมเยอะมาก มีกลุ่มต่างๆ เยอะมาก คือในตอนนี้อย่างแสงศตวรรษก็ไม่ใช่ทุกคนจะเห็นด้วย ก็มีคนคิดอย่างอื่นแหละ แต่มันจะเป็นแบบทดสอบแหละว่า แล้วเราจะอยู่ด้วยกันบนความเห็นที่แตกต่างได้ยังไง ถ้าเกิดว่าท่านกรรมการเซ็นเซอร์จะพูดว่า อ้าวสมมติว่าไม่มีกรรมการเซ็นเซอร์แล้ว เดี๋ยวกลุ่มพระเขาก็จะมาประท้วง เราคิดว่าวิธีการแสดงความคิดเห็นเหล่านั้น คือexcercise ที่เราจะอยู่ด้วยกันได้ สมมติว่าหนังเรื่องนี้ถูกฉายออกไป ผ่านเรตติ้งผ่านเซนเซอร์ไม่มีปัญหา กลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับหนังก็มีวิธีที่จะแสดงออกถึงความไม่เห็นด้วยบนพื้นฐานของประชาธิปไตย เราไม่มีอะไรที่ต้องกลัว เหมือนมันมีsafe guard มันมีโหมดอื่น ๆ น่ะ เราคิดว่ามันเป็น exercise ไง ถ้าเราคิดว่าเราไม่เห็น เราก็ไม่ต้องไปฆ่าเขา เราก็แค่บอกว่าเราไม่เห็นด้วย การวิจารณ์หนังอย่างกว้างขวางก็เป็นวิธีนึง เพราะว่าที่ผ่านมาโดยเฉพาะหนังไทยถูกวิจารณ์น้อยมาก ยังน้อยเกินไป เราไม่มีการ exercise ในทางประชาธิปไตย ไม่มีการแสดงความคิดเห็นอย่างถูกต้อง เพราะเราคิดว่าพอมีสถาบันบอกว่าอันนี้โอเค มันจะดีแล้ว สิ่งที่เราหวังจะเห็นก็คือ 1.แน่นอน ก็คือการแก้ไขทางด้านกฎหมาย เพราะตอนนี้มันบังคับอยู่ แต่นอกเหนือจากการปลดแอกตรงกฎหมายแล้วเนี่ย เราจะexcercise เสรีภาพนี้กันยังไง ซึ่งแรก ๆ อาจจะดูวุ่นวาย เหมือนไม่ชิน ทำไม่เป็นอาจจะงง ๆ กันอยู่ แต่เราคิดว่าสักพักนึง ทุกคนจะเข้าใจในกฎกติกา แล้วเราจะอยู่กันอย่างมีความสุข บนพื้นฐานของความแตกต่างได้ดีขึ้นค่ะ เราน่าจะใช้ตรงนี้เป็นโอกาส มันไม่ใช่แค่ต่อสู้เพื่อหนังอย่างเดียว เราคิดถึงสังคมที่เป็นสุข ที่เราอยากจะอยู่ด้วย

พิมพกา : คุณจีระนันท์ล่ะคะ

จีรนันท์ : คือตอนนี้น่ะประเทศอื่น ๆ เขาก็เปลี่ยนกันไปหมดแล้วนะคะระบบการเซ็นเซอร์ อย่างเพื่อนบ้านเราประเทศลาวที่เราไปดูถูกเขานักหนาเนี่ย คือถ้าม่อยากคิดเอง ไปตามแบบประเทศมหาอำนาจอย่างอเมริกาก็ได้นี่คะ ถ้ารักหน้ารักตาหน่อยก็ดีแล้ว อันดับที่สองสิ่งที่เรียกว่ากองเซ็นเซอร์ กองพิจารณาอะไรต่ออะไรนี่ โปรดไปพิจารณาตัวเองโดยด่วน(ผู้ฟังปรบมือ) เพราะว่าเมื่อเช้านี่เปิดทีวีว่าจะมาดูข่าว พอดีมีมิวสิควิดีโอนะคะ ก็เหลือเชื่อมหัศจรรย์ยิ่งกว่าสัตว์ประหลาด หรือแสงศตวรรษหลายร้อยเท่านะ คือในมิวสิควิดีโอมีตุ๊กตาแต่งตัวเหมือนตัวโนม หรือซานตาคลอสก็ไม่รู้แหละ เดินส่ายดุ๊กดิ๊ก ๆ แล้วก็โก้งโค้ง แล้วกางเกงก็เปิดเห็นแก้มก้น แล้วก็มีเบลอตรง(ก้น)นั้น ตุ๊กตานะคะ คือคนไม่ได้นี่ก็ยังพอจะเข้าใจ แต่นี่ขนาดตุ๊กตาไม่ได้นี่มันจะบ้าไปหน่อยแล้ว ในขณะที่ปิดทีวี มาเปิดไทยรัฐ โอโห ภาพข่าวมาเต้นโชว์อะไรเนี่ย มันชัดเจนยิ่งกว่าอะไร คือ double standard พวกนี้ต้องเลิกให้หมด เพราไม่งั้นสังคมไทยจะไปสู่ทิศทางมือถือสากปากถือศีลทุกขณะจิต แล้วเราก็มาประกาศว่าโอ๊ยเรามีธรรมมะ เราอยู่เมืองพุทธ เราดูถูกเพื่อนบ้าน ชาติ ศาสนาอื่น เหล่านี้ กลายเป็นว่าเรานั่นเองนั่นแหละที่ ไม่เข้าท่าที่สุด อันนี้ต้องถือว่าเป็นความอัปยศแห่งชาติ วาระหนึ่งเหมือนกัน คืออยากจะภูมิใจ แต่มันภูมิใจไม่ออก เอ๊ะ ตอบคำถามหรือเปล่าเนี่ย (ผู้ชมฮาครืน)

พิมพกา : ตอบค่ะ ๆ (ขำ) ค่ะพี่ปรัชล่ะคะ

ปรั๙ญา : ก็คงต้องการระบบที่มันสอดคล้องกับปัจจุบัน สอดคล้องกับความเคลื่อนไหวของสังคม สอดคล้องกับความคิดความอ่านความเข้าใจของบ้านนี้เมืองนี้ ในพ.ศ.นี้ มันแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด คือถ้าสมมติว่ามีพระเมาเหล้าอยู่ในหนังเรื่องนี้ แล้วมีกรมศาสนามาดู เขาก็คงเห็นว่าต้องเซ็นเซอร์ แต่ถ้าพระเป็นพระปลอมล่ะ ผมไม่รู้ว่าพระในหนังของคุณเจ้ยเป็นพระจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่มันเป็นเรื่องที่เขาสมมติขึ้นมา มันไม่ใช่ของจริงเลย แต่มันมีระบบที่ทำให้เขาเข้ามาตัดสินได้ เขาก็เข้ามาตัดสินทันที ผมไม่โทษคนตัดสินนะ โทษที่ระบบ เราต้องปิดระบบบางระบบให้มันสอดคล้อง ไม่ว่าเราจะพูดเรื่องใด ๆ ขึ้นมา แต่ที่นี้หนังไทยพอพูดอะไรเรื่องนี้ขึ้นมา ผมรู้สึกว่าปฎิกิริยาคนดู เริ่มมองเจตนาเราผิด คล้าย ๆ ว่าเราอยากจะพูดหยาบ เราอยากจะเสนอความรุนแรง เราไม่รับผิดชอบต่อลูกหลานเขา จริง ๆ เราก็อยากจะขยายตรงนี้ว่าเรารับผิดชอบนะครับ อย่างหนังของคุณเจ้ยนี่ เราไม่ได้มานั่งถกกันว่าภาพนั้นมันเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม แต่เราพูดเรื่องเสรีภาพในการนำเสนอ แต่ถ้าคุณหวาดระแวงเรื่องลูกหลาน หรือคนที่วิจารณญาณไม่เหมาะสมเนี่ย เราก็นำเสนอระบบใหม่ ซึ่งมันก็ไม่ซับซ้อนอะไร มันก็มีสื่อบางสื่อที่เขาเซ็นเซอร์ไม่ได้ อินเตอร์เนตนี่เขาเซ็นเซอร์ไม่ได้เลย คือวันนึงประชาชนก็นำเสนอออกมา แม้ไม่ใช่ผู้ผลิต วันนึงก็ไปเสนอคลิปวีดีโอ บทความอะไร หรือทำหนังสั้นแล้วเสนอเข้าไปในอินเตอร์เนต ก็ไม่เห็นต้องมีใครมาตรวจสอบ เพราะฉะนั้นตรงนี้ มันไม่ทันยุคทันสมัย แค่นั้นเอง

พิมพกา : คุณปุ๊กค่ะ

พันธุ์ธรรม : ผมคิดว่าถ้าตัวเองเรียกร้องได้ แต่ไม่รู้จะทำได้ยังไง ผมอยากจะเรียกร้องให้เกิดทัศนคติดที่ยุตติธรรมต่อภาพยนตร์ เพราะผมคิดว่านี่คือประเด็นปัญหาที่ทำให้เกิดเรื่องนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก ไม่รู้ว่าจะเป็นเพราะคนส่วนใหญ่มีทัศนคติที่ไม่เป็นธรรมต่อภาพยนตร์ แม้กระทั่งในฐานะสื่อ เมื่อจะออกกฎหมายว่าจะต้องไม่มีการปิดกั้นสื่อ ทั้ง ๆ ที่ภาพยนตร์เป็นสื่อ ก็ไม่ได้รับความยุติธรรมให้ถูกบรรจุให้ภาพยนตร์เป็นสื่อ อย่างตอนที่ผมอยู่ในคณะที่คุณลิ(ชลิดา) พูดถึง ที่เขาเรียกกันว่าเซ็นเซอร์ม้วนเดียวจบนี่ เขาได้ออกไปทำประชาพิจารณ์ตามจุดต่าง ๆ คณะทั้งหมดที่ออกไปทำนี่ ก็จะมีทัศนะคติว่าเมื่ออกไปทำแล้วจะต้องได้ยินคำตอบจากผู้ที่เป็นประชาชนแน่เลยว่า จะต้องเซ็นเซอร์ แต่มันกลับตาลปัด อย่างที่เราผมไปด้วย ที่เชียงใหม่ คนที่เขานั่งอยู่ด้วยส่วนใหญ่จะเป็นเด็กด้วยซ้ำไป เขาก็บอกว่า เหมือนที่คุณป๊อดพูดน่ะ กูดูแลตัวกูเองได้ กูคิดเป็น แต่ผู้ที่เกียวกับงานตรงนี้ทั้งหมดกลับมีทัศนคติในเชิงลบกับภาพยนตร์ พอไปถึงขั้นกฤษฎีกา แม้กระทั่งกระบวนการที่ทำมา คณะอนุกรรมการกรมศาสนาและวัฒนธรรมที่คุณลิบอกว่ามีแม่ชี มีอะไรด้วยนี่ สรุปกันแล้วว่าประชาชนทั่วไปต้องการพรบ.ภาพยนตร์ฉบับใหม่ที่ไม่มีการเซ็นเซอร์ ควรจะเป็นเรตติ้ง แต่เมื่อเสนอเข้าไปในกฤษฎีกา เมื่อกฤษฎีกามีทัศนคติที่ไม่ดีต่อภาพยนตร์ กฤษฎีกาก็จะยืนยันกระต่ายขาเดียวให้ ฉันจะต้องออกกฏหมายไม่เป็นไปตามที่เธอต้องการล่ะ แม้เธอจะไปทำประชาพิจารณ์มาแล้ว ก็จะมี...ผมเรียกในทางเทคนิคว่า อ่ะ อยากได้เซนเซอร์ก็เซ็นเซอร์ อยากได้เรตติ้งก็ได้ แต่ในเรตติ้งนั้นแอบแฝงกลายเป็นโทษสองชั้นคือ ถ้าเซ็นเซอร์ผ่านแล้วจะจัดเรตให้ แต่ถ้าเซ็นเซอร์ไม่ผ่านก็จะไม่ผ่าน ซึ่งมันผิดเจตนมรมย์ของการที่ไปทำประชาพิจารย์มา ผมรู้สึกว่าเขามีทัศนคติที่ไม่ดีต่อภาพยนตร์อยู่ทั่ว ๆ ไปในสังคมไทย ก็ไม่รู้ว่าจะทำให้เกิดทัศนคติที่ดีได้ยังไง ผมคิดว่าถ้าเขามีทัศนคติที่ดีว่า ภาพยนตร์ไม่ใช่อาวุธร้าย ไม่ใช่ยาพิษ แต่ภาพยนตร์เป็นสิ่งที่ทำให้ก่อปัญญา อย่างเช่นที่มีเสื้อยืด ภาพยนตร์ก่อให้เกิดปัญญา ทำไมทัศนคตินี้ มันไม่ถูกเผยแพร่ไปสู่ประชาชนกันบ้าง มันกลับกลายเป็นทัศนคติแปลก ๆ ทั้งนั้นเลย ผมคิดว่าถ้าตัวเองเรียกร้องได้ อยากจะเรียกร้องความยุติธรรมให้วงการภาพยนตร์ ถ้าได้แค่นี้ก็คงจะทำให้ปัญหาเสรีภาพของเราหมดไป

พิมพกา : สำหรับเจ้ย อยากถามจริง ๆ ว่า ทำไมถึงไม่สู้เพื่อที่จะฉายหนังเรื่องนี้ ทำไมถึงคิดว่าจะไม่ฉายหนังเรื่องนี้อีก

อภิชาติพงศ์ : ก็สู้อยู่เนี่ย คือเราจะไม่ฉายจนกว่าพรบ.นี่จะทิ้งไป หรือพรบใหม่ที่ค่อนข้างจะงี่เง่านี่จะไม่ได้ผ่าน แต่ว่าน่าจะเป็นอะไรที่เราทุกคนที่ได้ร่างกันมาแล้วว่าเราอยากจะได้อะไร จนกว่าสิ่งนั้นสำเร็จน่ะเราถึงจะยอมฉาย เพราะไม่งั้นมันก็เป็นอย่างที่เขาว่ากันว่า เป็นเพียงแค่การโปรโมทหนังเรื่องนึง ซึ่งทางเซ็นเซอร์นี่เขาก็ว่าทำไมไม่อุทธรณ์ล่ะ ทำไมไม่อุทธรณ์ ซึ่งเราก็คิดว่า พออุทธรณ์มึงให้กูฉาย มึงก็โดนด่าอีก คือที่จะมาฉายเนี่ย มันก็ไม่ได้เงินอยู่แล้ว เพราะเราต้องควักเนื้อ ต้องอะไรอย่างนี้ มันไม่มีทางที่จะ...คือที่เราฉายเราอยากให้คนกลุ่มที่เราคิดว่าเขาอยากดูหนังเรา แล้วต้องเสพย์ทางจอใหญ่ ในโรงภาพยนตร์ในห้องมืดเท่านั้น ได้มีโอกาสได้ดู นี่คือจุดประสงค์ แล้วก็ ผมรู้สึกว่าในทางอุดมคติ ผมก็เห็นด้วยกับพี่จี๊ดว่าก็อยากให้เหมือนประเทศที่เจริญแล้วพัฒนาแล้วเขาทำกัน ซึ่งมันก็คงเป็นรูปแบบแบบไทย ๆ แต่ขอให้เริ่มขึ้นมาก่อน แล้วก็ เราอยากจะล้มไอ้กองเซ็นเซอร์นี่ออกไป แล้วที่เราประทับใจมากก็คือ ที่คิดว่าจะไม่สามารถทำได้เมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว ก็คือมี petition on line ขึ้นมา แล้วมีคนเข้ามาเซ็นสี่พันห้าร้อยคนภายในเวลาอาทิตย์เดียว ซึ่งนี่คือเสียงของประชาชน ซึ่งมันอาจจะเกิดจากปีที่แล้วก็ได้ ซึ่งระบบการเมือง เขารู้สึกแล้วว่า เสียงเขามีค่า จุดนี้น่าสนใจที่จะดันอย่างนี้ขึ้นมาได้ แต่อย่างไรก็ตาม อย่างที่คุณปุ๊กว่า เรื่องทัศนคติ เราเปลี่ยนกันไม่ได้หรอก เพราะฉะนั้นเราก็ต้องทำตามระบบไทย ๆ ซึ่งต้องขึ้นไปข้างบน ต้องผ่านstep พวกที่มีทัศนคติไม่เข้าใจ สอนอีกสองชาติก็ไม่เข้าใจ ก็คือไปถึงนายก ไปถึงใครก็ตาม ทำให้เขาเข้าใจว่านี่คือสิทธิของเรานะ แล้วคือกลุ่มคนเท่านี้เลยนะที่เห็น อีกอย่างหนึ่งที่อยากจะเห็นก็คือแรงพลังมวลชน แล้วก็พรบ.นรกนี่ พรบ.อันใหม่ที่น่ากลัวมากนี่ ทั้งเซ็นเซอร์ ทั้งอะไรด้วยนี่ มันออกมาจากอะไรนะ ออกมาจากกระทรวงวัฒนธรรมหรือเปล่า

ชลิดา : มันไม่ได้ออกจากกระทรวงวัฒนธรรม เดี๋ยวเขาจะเป็นแพะเกินไป แต่กระทรวงวัฒนธรรมได้รับมอบหมายให้เป็นเจ้าภาพ แต่การร่างนี่อาจจะเกิดจากทางกฤษฎีกายำกฎหมายต่างๆ เข้าด้วยกัน ซึ่งสิ่งที่เราจะช่วย ๆ กันได้ คือเราต้องเฝ้าระวังกลับว่ากฎหมายจะออกมาเป็นยังไง คือถ้าเราเห็นว่าไม่เป็นไปอย่างที่เราต้องการ เราก็ต้องแสดงความคิดเห็นออกมา คือกฎหมายมันก็ไม่ออกมาเพื่อจะบังคับเราได้ง่าย ๆ คือปรกติคนจะไม่ค่อยระวังเพราะคิดว่ากฎหมายมันก็มีขั้นตอนของมัน

จีระนันท์ : คำว่าเฝ้าระวังนี่ชอบ เพราะเป็นการป้องกันล่วงหน้า ป้องกันการตีความที่เรานึกไม่ถึงตกตะลึงพึงเพริศ(ผู้ฟังขำ) อย่างเช่นเวลาเราไปเสียภาษีรายได้บุคคลธรรมดานี่นะ มันจะมีหมวดหนึ่งว่า ผู้ประกอบวิชาชีพอิสระ ได้แก่ ทนายความ แพทย์ วิศวกร และผู้ประกอบประณีตศิลป์ศิลปกรรม อันนี้ศิลปินป๊อดอยู่ด้วยหรือเปล่าไม่รู้ แต่ว่านักเขียนนี่ ไม่รวม เพราะคุณไม่ได้ลงทุนซื้อวัสดุและตั้งกิจการ(ผู้ฟังขำ) ผู้กำกับนี่มีมั้ย ก็อย่างมากคุณก็เอาบิลค่าคอมพิวเตอร์ไปหักค่าใช้จ่ายก็แค่นั้นล่ะ(ผู้ฟังหัวเราะครืน) เพราะฉะนั้นนี่คืออุทธาหรณ์ของคำว่าต้องเฝ้าระวัง การตีความที่หลุดโลกติงต๊องได้ขนาดนี้(ผู้ฟังหัวเราะครืน)

อภิชาติพงศ์ : เรารู้สึกว่าพรบ.นรกนี่ คนทำหนังน่าจะมีเสียงออกมาได้ เพราะรู้สึกว่าอย่างทางสมาคมเอง หลังจากนี้ก็น่าจะมีการหาข้อสรุปกันว่าไม่ได้แล้วนะอะไรอย่างนี้ ซึ่งมันอาจจะไม่ได้ก็ได้ ซึ่งมันอาจจะไม่ผ่าน แต่สิ่งที่ผมอยากจะย้ำกันบ่อย ๆ ก็คือความกลัว ของระบบที่มันเป็นอย่างนี้ แล้วจนถึงจุดนี้ ทำให้ผมรู้สึกกลัว ปรกติผมไม่เคยกลัว เวลาเราทำภาพยนตร์ เราก็เลยกลัวตัวเองว่า เฮ้ยเราไปอยู่ในระบบนี้ด้วยหรือ เฮ้ยเราย้ายประเทศดีมั้ย เพราะเราสู้มาเยอะ ตั้งแต่ทำหนังเรื่องแรก มาถึงปัจจุบัน แล้วพอมาเจออะไรอย่างนี้ ปรกติไม่ชอบที่จะออกมาพูดอย่างนี้ แต่จำเป็นต้องพูด แต่ถ้ามันถึงเวลาแล้วนี่ แล้วไม่ได้จริง ๆ ก็คงต้องย้ายประเทศ เพื่อที่เราจะทำงานที่เราอยากจะทำ แล้วต้องทำไกด์บุคขึ้นมาว่า ทำไงคนไทยบางคนถึงจะออกไปประเทศไหนได้บ้าง ซึ่งมันเกิดขึ้นจริง ๆ ที่อเมริกา ซึ่งเขาต่อต้านบุชมาก แล้วเขามีไกด์บุคออกมาเต็มไปหมดเลยว่า ทำยังไงถึงจะลี้ภัยไปแคนนาดาได้ นี่คือสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นได้เหมือนกัน ก็คือถ้าเราต่อต้านระบบนี้ เราก็ไม่ต้องอยู่ในระบบนี้ ตอนนี้เรากลัวที่จะต้องเข้าไปเป็นเบี้ยล่างของระบบนี้ แล้วก็ได้เสิร์ชอินเตอร์เนต มีกวีชาวเยอรมัน เขากล่าวไว้ว่า Whenever they burn books, they will also in the end burn human being ถ้าแปลเป็นไทยได้ว่า เมื่อใดที่เขาสามารถเผาทำลายหนังสือแล้ว สุดท้ายพวกเขาก็สามารถเผาประชาชนทั้งเป็นได้ ในอนาคต เพราะฉะนั้นเราต้องคิดถึงจุดนี้ด้วย ว่ามันคืออนาคตของเราที่เราจะต้องเผชิญกับมัน

พิมพกา : ฟังแล้วเศร้านะคะ เศร้ากว่าตอนแรกอีก แต่เจ้ยอย่าเพิ่งเศร้านะคะ ในตอนแรกเราพูดถึงการลงชื่อใน petition นะคะ ไม่ทราบว่าท่านสื่อมวลชนได้ทราบเรื่องนี้หรือเปล่า คือช่วงที่ผ่านมาเรามีการทำข้อเสนอ เพื่อเรียกร้องต่อสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อปลอดจากการแทรกแซง และจำกัดสิทธิเสรีภาพ จากอำนาจรัฐ ดุจเดียวกับสื่อมวลชนอื่น ๆ ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามีคนที่รู้สึกไม่พอใจ รู้สึกถูกคุกคามบางอย่างเหมือนกัน ซึ่งอันนี้อยากให้คุณชลิดาเล่าให้ฟังด้วยเหมือนกันเพราะมันจะเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เราจะทำกันวันนี้ด้วย คือวันนื้เราจะไม่ใช่แค่มาคุยกับคุณอภิชาติพงศ์ แล้วเราก็จะจบกันไป

ชลิดา : คือถือว่าเป็นการรวมตัวอย่างหลวม ๆ และปัจจุบันทันด่วน ด้วยการที่เราเห็นในสิ่งเดียวกันว่าเราไม่ได้มาต่อสู้เพื่อหนังแสงศตวรรษเพียงอย่างเดียว แต่จริง ๆ เรากำลังจะรณรงค์เพื่อเสรีภาพของภาพยนตร์ ซึ่งในที่นี้ไม่ใช่แต่คนทำอย่างเดียว แต่มีคนดูด้วย เพราะมันคือสิ่งที่กระทบต่อทุกคน ในเบื้องต้น ข้อเรียกร้องตอนนี้เรามีแค่ 2 ข้อที่เห็นได้ชัดมาก ๆ คือ 1.เรื่องของพรบ.ภาพยนตร์ 2473 ซึ่งเป็นสิ่งที่เราเพิ่งคิดได้ว่า... ซึ่งมันแปลกมากเพราะเราก็ติดตาม เรื่องของพรบ.มานาน แต่เราไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเรื่องของพรบ.2473 จริง ๆ แล้วมันขัดรัฐธรรมนูญ ซึ่งถึงแม้ว่าตอนนี้รัฐธรรมนูญตอนนี้จะไม่มีแล้วก็ตาม แต่อย่างน้อยถ้ารัฐธรรมนูญมีหลักประกันเรื่องสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น หลาย ๆ อย่าง หลาย ๆ ข้อในนั้น(ในพรบ.2473) มันน่าจะขัด เพราะเป็นกฎหมายที่ออกมาก่อนที่จะมาสู่ประชาธิปไตย (เรามีรัฐธรรมมนูญปี 2475) ไม่เคยมีคนมองในแง่นี้มาก่อน เราก็อยู่ในกฎหมายนี้มานาน เราก็คิดว่าอาจต้องจำยอม อาจจะเถียงบ้าง แต่เราก็จำยอม คิดว่าเราน่าจะมีการทำอะไรบางอย่างเพื่อที่จะให้ยกเลิกพรบ.นี้ แล้วก็ถ้าจะมีกฎหมายใหม่ หรือรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะต้องให้หลักประกัน แล้วก็รับรองสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการที่จะรับรู้ และการแสดงออกผ่านสื่อ ซึ่งในที่นี้รวมถึงภาพยนตร์ด้วย โดยไม่มีการเลือกปฎิบัติ ตอนนี้สองข้อนี้คือข้อที่เราต้องการในเบื้องต้น แล้วการที่เราทำเป็นเครือข่ายขึ้นมา เพราะไม่ต้องการให้ทุกอย่างมันหยุดแค่วันนี้ เราคิดว่าจะต้องมีการพูดคุย และนำเสนอเรื่องนี้ไปสู่ประชาชนกลุ่มอื่น ๆ ด้วย การทำอย่างนี้ไม่ใช่ว่าเราเอาแต่ได้อยู่ฝ่ายเดียว เราอยากจะฟังด้วย อย่างแม้แต่กลุ่มพ่อแม่ ที่เราคิดกันไปเอง แต่เขามองอีกด้านนึง เพราะฉะนั้นข้อเสนอมันต้องมีหลักประกัน สำหรับคนกลุ่มอื่น ๆ ด้วย เราอยากให้มีการเคลื่อนไหว ก็เลยตั้งกันเล่น ๆ ว่า Free Thai Cinema Movement ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการปลดแอกเฉพาะคนทำหนังเท่านั้น แต่มันหมายถึงสื่อภาพยนตร์ในประเทศไทย อย่างน้อยควรจะได้รับแสงสว่างมากกว่าที่เป็นอยู่ เบื้องต้นถ้าใครต้องการสนับสนุน แล้วยังไม่ได้เซ็นpetition ก็สามารถไปเซ็นกันได้ ถ้าใครเห็นด้วยกับสิ่งที่เราทำอยู่ก็ช่วยเซ็นด้วย หรือว่าจะส่งต่อ ๆ ไปยังคนอื่น ถ่ายทอดความเข้าใจนี้ ไปสู่คนอื่นก็จะเป็นการช่วยกัน

พิมพกา : ตอนนี้ใครอยากจะถามอะไรก็เชิญเลยนะคะ

มานิต ศรีวานิชภูมิ : ผมคิดว่าหลายๆ คนมากันด้วยความโกรธเหมือนกัน ที่เราถูกคนบางคนใช้อำนาจ ผมคิดว่ามันควรจะพ้นสมัยแล้วนะครับเรื่องการเซ็นเซอร์ ผมอยากเสนอเพื่อให้เวทีนี้มีความเคลื่อนไหวขยับต่อไป ไหน ๆ คุณเจ้ยอุตส่าห์เสียสละเพื่อจะไม่ยอมฉายหนังตัวเอง ในประเทศที่กำลังมีปัญหานี่ ผมอยากให้คุณเจ้ยนำเรื่องนี้ เข้าสู่ศาล เป็นการฟ้องเพื่อให้เกิดคดี จะเป็นคดีแรกที่พิจารณาต่อกฎหมายเรื่องเซ็นเซอร์ว่ามันขัดต่อรัฐธรรมนูญ หรือเปล่า เพราะเรื่องนี้ยังไม่เคยมีผู้กำกับคนไหนที่ใช้ช่องทางนี้เลย ผมเสนอว่าลองศึกษากับนักกฎหมายแล้วเปิดประเด็นเลยครับ

โปรดติดตามตอนต่อไปวันพรุ่งนี้



จาก: www.thaiindie.com
วันที่: 25/04/50 - 2:12 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 769
ขอบคุณครับ ไทยอินดี้ ถ้ามาต่ออีก รบกวนช่วยใช้ Enter ด้วยนะครับ
แต่ละบรรทัด มันยาวเกินหน้าจอ อ่านลำบาก
วันอาทิตย์ผมไปดู "แพนส์ ลาบี้รินท์" มา
มีพ่อแม่บางคนพาเด็กเล็กเข้าโรงหนังด้วย เห็นแล้วอนาถครับ
หนังเรื่องนี้ผ่านเซ็นเซอร์ฉลุย ไม่ถูกตัดทอนสักฉาก
หน้าหนังเป็นแฟนตาซี ใครไม่รู้ก็ต้องนึกว่าเป็นหนังที่เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูดี
แต่จริงๆ แล้ว มันคือหนังที่เด็กดูไม่ได้ แต่ผู้ใหญ่ห้ามพลาดต่างหากล่ะ
ห้ามพลาด เพราะผู้คนส่วนใหญ่ในประเทศนี้ มันช่างต่างจากในหนัง
ในหนังเขาสอนให้เราอย่าไปโดนพวกเผด็จการทางความคิด
ใส่โปรแกรม ยัดความเชื่อต่างๆ ให้เรา โดยที่ไม่คิดจะตั้งข้อสงสัย
และที่ห้ามเด็กดู ก็เพราะมันโหดเกินกว่าที่เด็กๆ จะรับได้

นี่ถ้ามีการจัดเรต ใส่ตัว R ลงบนโปสเตอร์หนังตัวเบ้งๆ
พ่อแม่คนไหนๆ ก็คงต้องคิดพิจารณาก่อนซื้อตั๋วว่าควรหรือไม่ควรแหละนะ

เพราะงั้น ผมจึงขอสนับสนุนให้จัดเรต และยกเลิกระบบเซ็นเซอร์ครับ
(ความจริงข้างบนก็ลงชื่อไปแล้ว ลงอีกครั้งคงไม่เป็นไร)

จาก: โอ
วันที่: 25/04/50 - 10:14 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 770
ก็เพราะผู้ใหญ่บ้านเราเป็นอย่างนี้นี่สิ

จาก: ปิยธิดา ช่องวารินทร์
วันที่: 25/04/50 - 12:46 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 771
เห็นด้วยกับน้องโอ PAN'S หนังดีมากๆ แต่เลือดสาด เกือบโง่พาลูกไปดูเหมือนกัน ดีที่ไปอ่านเจอในพันทิปซะก่อน

จาก: สมรศรี ราชินีหมอลำซิ่ง
วันที่: 25/04/50 - 13:10 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 772
อาจจะเป็นการพูดซ้ำ แต่ผมขอย้ำอีกทีที่ตรงนี้ว่าการเซ็นเซอร์คือ "การดูถูกสติปัญญาของผู้ชมงานศิลปะในการพิจารณาคุณค่าของงานศิลปะ" ผมไม่ใช่ควายที่ต้องให้ขิงมาคอยเอามือบังตาจูงจมูกเดินนะครับ ผมดูเองได้ว่าอะไรดีอะไรไม่ดี และต้องการดูให้รู้กับตาตัวเองด้วยว่ามันไม่ดีจริงๆ ไม่ใช่เชื่อที่ไอ้อีที่ไหนมันบอกมา อยากให้คณะที่ทำการประท้วงเน้นประเด็น "เสรีภาพในการชื่นชมงานศิลปะของประชาชน" ด้วยครับ ผมสนับสนุนตรงนี้เต็มที่

จาก: วิภาส วิมลเศรษฐ
วันที่: 25/04/50 - 15:44 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 773
ยกเลิกไปเลยระบบเซ็นเซอร์เนี้ยเวลาดูหนังแล้วมีอะไรมาเบลอยังไงก็รู้อยู่ดีว่าคืออะไรบางครั้งเห็นเซอเซอร์ทั้งหน้าไปเลยคราวนี้ไม่รู้เรื่องแล้วภาพก็ไม่เห็นได้ยินแต่เสียงจะบ้าหรอใครจะรู้เรื่องสิ้นคิดมากคับไม่มีมาตรฐานไรที่แน่นอนเลย

จาก: moo
วันที่: 25/04/50 - 15:52 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 774
ลงชื่อด้วยคร๊า
น่าจะจัดเรทซะมากกว่า
ถ้าตัดซะอย่างงี้
แล้วใครมันจะไปคิดเป็น
รึ?

จาก: tarntp
วันที่: 25/04/50 - 17:03 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 775
กองเซนเซอร์ที่ไร้สาระที่สุดในโลกแห่งหนึ่งหาได้ในประเทศไทย
มักทำอะไรบ้าๆบอทีสุดในประวัติศาสตร์ชาติโลกนี้

ทำงานสองมาตรฐานแบบไม่ต้องพูดถึง


*-* เซงกับพวกนี้

ลงชื่อให้แล้วครับ อยากเห็นเมืองไทยทำอะไรมีสาระมากกว่านี้
เป็นกำลังใจให้ได้ฉายครับ

จาก: วิล
วันที่: 25/04/50 - 22:25 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 776
เบื่อเหหมือนกันครับ

จาก: นัน
วันที่: 25/04/50 - 23:57 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 777
ไม่เห็นด้วยกับการยึดฟิมล์เลยคะ

ทำตัวเหมือนเด็ก...ไม่ได้ดั่งใจ ก้อคว้ามือไปแย่งของคนอื่น....ไม่อายรึ



จาก: learn_tobelonely
วันที่: 26/04/50 - 4:08 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 778
น่าเศร้านะคะ หนังไทย แต่คนไทยไม่ได้ดู

ต้องไปดูที่ประเทศอื่น

ลงชื่อด้วยคนค่ะ

จาก: ploya
วันที่: 26/04/50 - 19:25 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 779
ลงด้วยครับ ปัญหานี้ควรได้รับการแก้ไขซะที

จาก: theae
วันที่: 26/04/50 - 19:46 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 780
ไม่รู้จะพูดอะไรดี พูดกันไปหมดแล้ว มาลงอีกชื่อละกัน

จาก: noonabin
วันที่: 27/04/50 - 12:16 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 781
“The rights to life and to liberty and integrity and security of person and also to freedom of expression are fundamental human rights that are recognized and guaranteed by international conventions and instruments.” (UNESCO Resolution, General Conference 1997)

สิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ ในการมีชีวิตและมีเสรีภาพ เป็นปฏิญญาสากล ที่นานาชาติต้องรับรอง

วันที่ 3 พฤษภาคม นี้ เป็นวัน WORLD PRESS FREEDOM DAY
ในวงการสื่อสารมวลชน หนังสือพิมพ์เป็นพี่ใหญ่หรือบูรพ คือผู้มาก่อน
แต่เสรีภาพของหนังสือพิมพ์ก็อยู่ภายใต้ร่มของ สิทธิเสรีภาพแห่งการแสดงความคิดเห็นและการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของมนุษย์

ลุงจอขอเรียกร้องให้เพื่อนพ้องน้องพี่ทั้งหลาย ที่กำลังต่อสู้เพื่อ เสรีภาพของภาพยนตร์ในประเทศไทย
สิทธิเสรีภาพของเราในฐานะมนุษย์ในประเทศนี้ ที่จะรับรู้และแสดงออกโดยผ่านสื่อภาพยนตร์ทั้งหลาย
เพื่อนผองเรานอกจากจะต้องผนึกกำลังกันเองแล้ว เราจะต้องนึกกำลังกับ
เพื่อนพ้องน้องพี่ในวงการสื่ออื่น ๆ ด้วย และที่สุดต้องผนึกกำลังกับ โลก!!
เราจะต้องมีประชาชนคือพ่อแม่พี่น้องสนับสนุนหลัง เพราะเราจะออกหน้า
และลุงคิดว่า เราต้องส่งสัญญาณให้ประสานถึงนานาชาติ เพราะพลังที่หนุนหลังจะเป็นพลังของโลก

ณ เวลานี้ ยังไม่มี WORLD DAY สำหรับ CINEMA
บางที พวกเราในประเทศไทย จะสามารถจุดคบเพลิงแห่งการเรียกร้องเพื่อปลดปล่อยพันธนาการให้แก่ภาพยนตร์ ไม่ใช่เพียงแต่ ภาพยนตร์ในประเทศไทย แต่ในทั่วทุกแห่งทั่วโลกด้วย

แสงศตวรรษ เป็นแสงที่พิสุทธิ์ ของคนทำหนังเล็ก ๆ ที่โลกต้องค้อมหัวให้ แต่แผ่นดินแม่ของเขายังไม่ได้รับแสงสว่าง และดวงตาก็มืดบอด
เวลานี้เราอยู่ใน รุ่งอรุณของศตวรรษที่สองของภาพยนตร์
แต่แสงสว่างแห่งเสรีภาพของภาพยนตร์ทั่วโลกก็ยังไม่ส่องทั่วถึง

ลุงคิดว่าถึงเวลาที่สหประชาชาติจะต้องฟังและยอมรับนับถือเสียงจาก แสงศตวรรษ จากประเทศไทย

ได้ยินเสียงเรียกร้องจากลุงจอไหม

จาก: ลุงจอ
วันที่: 28/04/50 - 9:33 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 782
ผมว่านอกจากการรณรงค์เพื่อให้แก้ไขกฎหมายที่ล้าหลังแล้ว เราควรใช้มาตรการอื่นๆจัดการกับกองเซ็นเซอร์ด้วย
เพื่อให้เขารู้ว่าเขาไม่สามารถใช้อำนาจตามอำเภอใจได้
ผมเสนอให้คนทำหนัง "แสงศตวรรษ" ฟ้องคณะกรรมการเซ็นเซอร์ต่อศาลปกครองฐานละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ที่ไม่ยอมคืนฟิล์มให้ และฟ้องละเมิดเรียกร้องค่าเสียหายจากการที่ไม่ยอมคืนฟิล์มให้
ฟิล์มเป็นทรัพย์สินของเจ้าของนะครับ คนอื่นจะมาเอาทรัพย์สินของเราไปตัดต่อ ทำให้เสียหายโดยที่เราไม่ยินยอมไม่ได้
นี่เป็นสิทธิ์ของเราโดยแท้ ถ้ามาตรการนี้ได้ผลก็จะเป็นบรรทัดฐานให้คนพวกนี้ไม่กล้าทำอะไรตามอำเภอใจ

ร่วมลงชื่อด้วยคนครับ
สงกรานต์ ป้องบุญจันทร์

จาก: สงกรานต์ ป้องบุญจันทร์
วันที่: 28/04/50 - 10:44 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 783
อยากให้พวกเราระวังการแสดงความคิดเห็น กับการแสดงข้อเท็จจริง

เรื่องสิทธิเสรีภาพเป็นเรื่องหลักการ เป็นนามธรรมหรือภาพรวมกว้าง ๆ
แต่เรื่องการยึดฟิล์ม การทำลายฟิล์ม เป็นข้อเท็จจริง เป็นกรรมวิธีทางปฏิบัติ หรือเป็นเทคนิคทางกฎหมาย

ข้อเท็จจริงอาจจะกลายเป็นว่า หากเจ้าพนักงานไม่ยึดฟิล์ม จะเป็นการละเลยหน้าที่ของเขาก็ได้

การต่อสู้ทางกฎหมายจำเป็นต้องใช้นักปฏิบัติหรือเทคนิเชี่ยน
พวกเราอาจเข้าใจผิด หรือเข้าไม่ถึงข้อเท็จจริง และอาจแสดงความคิด
เห็นที่ทำไม่ได้ในทางปฏิบัติ

ลุงจอจึงอยากให้พวกเราทั้งหลายเข้าใจหลักธรรมะธรรมดา เรื่องเหตุและผล

การปฏิบัติทั้งหลายของเจ้าพนักงานเซ็นเซอร์ภาพยนตร์ เรามีสิทธิไม่เห็นด้วย ไม่ชอบ โกรธเกลียด แค้น อาฆาต
แต่เราต้องเข้าใจว่าเขามี สิทธิ หน้าที่ และ อำนาจ ที่จะกระทำดังนั้น
แต่จะชอบธรรมหรือไม่ เป็นความคิดเห็นที่แตกต่างกัน
เราไม่จำเป็นต้องไปโกรธเกลียดเขา

ประเด็นจึงอยู่ที่การต่อสู้หรือต่อรองอำนาจรัฐ
ควรใช้อำนาจประชาธิปไตยเข้าต่อรอง
และด้วยการเคารพความคิดเห็นที่แตกต่างกัน นับถือความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกัน

แต่เพราะมนุษย์เข้าถึงแสงสว่างไม่เท่ากัน หากมีแสงอยู่แล้ว
หรือบางทีเขาพร้อมจะเข้าถึงได้ แต่ในที่นั้นไม่มีแสงสว่าง
เราจึงควรมีเมตตา กรุณา ต่อเพื่อนมนุษยน์ซึ่งมีโอกาสไม่เท่าเทียมกัน

อย่าลืมว่าพวกเราเห็นแสงสว่างหรือมีปัญญาแล้ว
จงใช้ปัญญาอย่างวเมตตาด้วย

จาก: ลุงจอ
วันที่: 28/04/50 - 11:52 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 784
ไม่ควรใช้เหตุผลกับคนพวกนี้
ควรประจานให้รู้กันทั่ว
จะได้ไม่เป็นเยี่ยงอย่างอีก
เป็นถึงอาจารย์ ควรประจานสถาบันของเขาด้วย ทำไมมีคนแบบนี้
แล้วจะไปสอนเด็กได้อย่างไร
ไม่มีความรู้ทางศิลปภาพยนตร์เพียงพอ
อยากให้นักศึกษาที่เป็นลูกศิษย์ออกมาให้ข้อมูลกันหน่อย

จาก: nutP
วันที่: 29/04/50 - 12:32 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 785



จะมีเมตตากับพวกอีโก้จัดแบบนี้ไปทำไมครับลุงจอ

จาก: ตาต่อตา ฟันต่อฟัน
วันที่: 29/04/50 - 13:40 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 786
ฆ่ามัน ฆ่ามัน
สมัยก่อนต้องเจดชั่วโคตนะมรึง
ไอ้พวกปัญญาเต่า

จาก: สะใจ เมื่อได้ฆ่า
วันที่: 29/04/50 - 13:59 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 787
อีก 51 คน petition จะครบ 5000 ชื่อแล้ว


จาก: อีก 51 คน ครบ 5000
วันที่: 29/04/50 - 18:04 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 788
4956 wayne rooney นักฟุตบอล เข้าไปลงชื่อด้วย

จาก: เวรกรรม
วันที่: 30/04/50 - 9:11 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 789
4995 ชื่อแล้ว

จาก: กำลังจะถึง5000
วันที่: 30/04/50 - 20:18 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 790
ไม่เข้าใจ...หนังต่างประเทศแสดงโจ้งๆ ว่ามีท่าแบบอย่างว่า กองเซนเซอร์ยังให้ผ่านไม่ตัดสักแอะ และให้ฉายทั่วประเทศสนองนโยบายนายทุน(ที่สงสัยจะยัดเงิน) ส่วนหนังที่คนไทยทำเอง แสดงถึงแง่มุมที่ประเทศเรากำลังจะเป็นแบบนั้น กลับตัดตอน ไม่ให้ฉาย กลัวคนไทยจะเป็นอย่างนั้นจะเป็นอย่างนี้ คุณคิดว่าคนไทยนี่โง่มากเลยหรืองัย ต้องรอให้คุณมาตัดสินใจให้ มิน่าล่ะ ทำไมกรุงศรีถึงแตกเพราะคนไทยมันไม่รักกันเอง ไปรักคนต่างชาติ เขาป้อนอะไรมาก็ทำตามเขา ให้เป็นควายก็เป็น ดูอย่างสินค้าของคนไทยที่ทำเอง ผลิตโดยฝีมือคนไทย แต่ไม่สนับสนุน เอาแต่ของที่ต่างชาติมันเอามายัดเยียดให้ว่าเป็นของดี ทั้งๆ ที่ของเราน่ะดีกว่าเป็นร้อยเท่า แต่ก็หลับตาเชื่อ ว่าของมันดี เฮ่อ ...ไปทัวร์นอกกะลาบ้างก็ได้นะ ข้างนอกเขามีอะไรก็น่าศึกษาอีกเยอะ ขอลงอีกหนึ่งเสียง (ขอโทษที่นอกเรื่องบ้าง ...มันเก็บกด เบื่อพวกคิดว่าตัวเองฉลาดตาย)

จาก: เบื่อ
วันที่: 02/05/50 - 17:32 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 791
ทำไมประเทศไทยไม่ลองทำตามต่างชาติดูบ้างล่ะครับ ว่าหนังเรื่องนี้เรทเท่าไร ใครมีสิทธิ์ดูได้บ้าง อย่างอเมริกาที่มี PG แล้วก็อีกหลายต่อหลายเรท ไม่จำเป็นที่จะต้องตัดต่อเนื้อหาของหนัง ทำภาพเบลอ ขึ้นตัวอักษร และวิธีการอีกสารพัด ขอโทษนะครับทุกวันนี้ที่เห็นบนจอทีวีบ้านเรา ในหนังเค้าดื่มเหล้า สูบบุหรี่ เอามีดจี้คอ เอาปีนเล็งหัว น้องผมอายุ 7-8 ขวบยังรู้เลย ไม่รู้จะเซนเซอร์ไปทำไม

จาก: เซ็งกองเซนเซอร์
วันที่: 04/05/50 - 17:21 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 792
แล้วเราจะทำอะไรต่อไปดี เราทำอะไรได้มั้ยเนี่ย

จาก: vit
วันที่: 06/05/50 - 9:58 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 793
ควายเอ๊ย ไอ้เซ็นเซอร์ควาย

จาก: คนไม่ใช่ควาย
วันที่: 06/05/50 - 10:34 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 794
ทำไมคนเราถึงมีความบอบบางทางสมองกันเยอะจังเลย ภาวะโรคป้องกันความอิสระมันทำไมถึงสูงขึ้นจังเลยหว่ะ กองเซนเซอร์ใช้สมองคิดหรือยังเนี่ย

จาก: หัวหน้าแผนกศิลปะศาสตร์ทางฝรั่งเศษ
วันที่: 07/05/50 - 12:26 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 795
เห็นด้วยกับทุกคน
แต่ต้องเขียนว่า "ฝรั่งเศส" จ้ะ
"ส" ไม่ใช่ "ษ"

จาก: นายเพิ่ม
วันที่: 07/05/50 - 15:02 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 796



ภาพโดยคุณ "ไอ้แอนนนนน"
http://iannnnn.com[/color]

จาก: inspired
วันที่: 09/05/50 - 1:50 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 797
ผมเข้ามาเว็บนี้ผมชื่นใจน่ะ

แต่บางทีเข้าไปเว็บอื่นที่ไม่ใช่คนรักหนังและดูหนังเป็น จะคิดไปคนละแบบเลย
ผมว่าอันตรายมากถ้าให้ผู้บริโภคตกหลุมความคิดหนังตลาดมากๆ

ขอให้หนังอาร์ต และ Experimental film ทั้งหลายส่องสว่าง

ลดช่องว่างและว่างศิลปินกับผู้เสพต่อไป

ถ้าการเคลื่อนไหวนี้ชิ่งกระแสสังคมสักอย่างได้ผมว่า มันจะเป็นความหวังไหม่ของวงการศิลปินร่วมสมัยบ้านเราทีเดียว

คือคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์ ไม่มีความรู้ทางศิลปะกะภาพยนตร์หรอกครับ อยากไปคาดหวัง ถ้าไปเห็นการทำงานแล้วจะเสียใจ

ผมมั่นใจพอสมควรว่า ความขัดแย้ง ความรุนแรง ต่างๆที่เกิดขึ้น การเมือง เศรษฐกิจ นโยบายสังคม กำลังทหารหรือแม้กระทั้งนโยบายสมานฉันท์เอง ช่วยไม่ได้หรอกครับ

บางทีต้องพึ่งศิลปะในการผ่าทะลุผ่านแล้วหล่ะ

.........................
หนังอาร์ตแรงผลักดันทำมันบริสุทธิ์น่ะ ไม่ใช่หนังตลาดแค่โจทย์แรกที่จะทำหนังก็ต้องตั้งที่จะขายแล้ว ความอ่อนไหวแบบนี้คนเสพต้องรู้ได้

เพราะพวกเหี้ยนี้ คิดว่าหนังเป็น product ไปแล้ว ..สาด...
นักเรียนหนังอย่างผมจะมีคุณค่าในการศึกษาหนัง
ไปทำควยอะไร...........

ผมยังยืนยันว่าหนังเป็นศิลปะ ไม่ใช่ product.........


จาก: สุรพงษ์ เพชรน้ำล้วน
วันที่: 13/05/50 - 21:01 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 798
เครือข่ายรณรงค์เพื่อเสรีภาพของภาพยนตร์และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ร่วมกันจัดงานสัมมนา
“จากเซ็นเซอร์สู่เรตติ้ง ทางออกที่เป็นไปได้”
ขึ้นโดยวัตถุประสงค์ของงานไม่เพียงแค่จะพิจารณาความเป็นไปได้ของการนำระบบเรตติ้งมาประยุกต์ใช้ในสังคมไทยเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้มีการอภิปรายถึงกฎหมายควบคุมภาพยนตร์ ทั้งในมิติของประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรมและสื่อที่มีอิทธิพลในสังคม เพื่อหาทางออกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับทุกๆ ฝ่าย
โดยงานสัมมนาครั้งนี้มีวิทยากรมากมายที่จะมาแสดงวิสัยทัศน์และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ไม่ว่าจะเป็นผู้กำกับภาพยนตร์อย่าง คุณอภิชาติพงษ์ วีระเศรษฐกุล แสงศตวรรษ) คุณอิทธิสุนทร วิชัยลักษณ์(โหมโรง) คุณพันธุ์ธัมม์ ทองสังข์(มะหมา สี่ขาครับ) นักวิชาการด้านภาพยนตร์อย่าง รศ.ดร.อุบลรัตน์ ศิริยุวศักดิ์ รศ.บรรจง โกศัลวัฒน์ ผศ.ดร.กฤษดา เกิดดี อ.ทรงยศ แววหงส์ นักวิจารณ์อย่าง คุณนิวัติ กองเพียร คุณประวิทย์ แต่งอักษร ตัวแทนกลุ่มสังคมอย่าง คุณสุภิญญา กลางณรงค์ (เลขาธิการคณะปฏิรูปสื่อ) พ.ญ.กมลพรรณ ชีวพันธ์ศรี(ประธานเครือข่ายพ่อแม่ผู้ปกครองแห่งชาติ) ตัวแทนเครือข่ายครอบครัวเฝ้าระวังและสร้างสรรค์สื่อ และตัวแทนจากภาครัฐ
งานสัมมนาครั้งนี้จัดขึ้น ในวันอังคารที่ 29 และพุธที่ 30 พฤษภาคมนี้ เวลา 9.30 – 17.00 น. (ไม่เสียค่าใช้จ่าย) ณ แกลเลอรี่ 2 บางกอกโค้ด ศูนย์ชุมชนน่าอยู่กรุงเทพ (Bangkok Code) อยู่ริมถนนสาทรใต้ (ฝั่งโรงพยาบาลเซ็นหลุยส์) ใกล้สถานีรถไฟฟ้าสุรศักดิ์


กำหนดงานสัมมนา
จากเซ็นเซอร์ สู่เรตติ้ง : ทางออกที่เป็นไปได้
วันอังคารที่ 29 พฤษภาคม 2550
9.30 -10.00 ลงทะเบียน
10.00 – 12.00 สำรวจเส้นทาง พรบ.ภาพยนตร์ 2473 กับ กรณีศึกษา
- ผศ.ดร. กฤษดา เกิดดี นักวิชาการด้านภาพยนตร์
- คุณอดิเรก วัฏฏะลีลา โปรดิวเซอร์ภาพยนตร์องคุลีมาล
- คุณอภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ผู้กำกับภาพยนตร์แสงศตวรรษ
- คุณพันธุ์ธัมม์ ทองสังข์ ผู้กำกับและโปรดิวเซอร์ภาพยนตร์ ที่เคยทำงานเป็นหนึ่ง ในทีมงาน คณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์
ผู้ดำเนินรายการ คุณชลิดา เอื้อบำรุงจิต
12.00 – 13.00 พักเที่ยง
13.00 – 14.30 ภาพยนตร์ : ศิลปะแขนงที่เจ็ด
- ดร. อภินันท์ โปษยานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปะวัฒนธรรมร่วมสมัย
- ดร.บุญรักษ์ บุญญะเขตมาลา นักวิชาการด้านภาพยนตร์
- อ. ทรงยศ แววหงส์ นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์และงานศิลปะ
- คุณนิวัติ กองเพียร นักเขียนและนักวิจารณ์ด้านงานศิลปะ
ผู้ดำเนินรายการ พิมพกา โตวิระ
14.30 – 15.00 ชา-กาแฟ
15.00 – 17.00 อิทธิพลของภาพยนตร์กับการเรียนรู้ของสังคม
- พ.ญ. กมลพรรณ ชีวพันธ์ศรี ประธานเครือข่ายผู้ปกครองแห่งชาติ
- คุณอัญญาอร พานิชพึ่งรัถ ตัวแทนเครือข่ายครอบครัวเฝ้าระวังและสร้างสรรค์สื่อ
- คุณนิมิตร์ เทียนอุดม มูลนิธิเข้าถึงเอดส์
- คุณอิทธิสุนทร วิชัยลักษณ์ ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องโหมโรง
- เด็กหญิงณีณา นพรัตน์ ตัวแทนเด็กและเยาวชน
- เด็กชายชูพันธ์ ธาราชีวิน ตัวแทนเด็กและเยาวชน
ผู้ดำเนินรายการ ลาวัลย์ จิระสุรเดช

วันพุธที่ 30 พฤษภาคม 2550
9.30 – 10.00 ลงทะเบียน
10.00 – 12.00 ภาพยนตร์ : สื่อและกรอบของเสรีภาพ
- ตัวแทนคณะกรรมการกฤษฎีกา
- รศ.บรรจง โกศัลวัฒน์ นักวิชาการด้านภาพยนตร์และผู้กำกับภาพยนตร์
- รศ.ดร.อุบลรัตน์ ศิริยุวศักดิ์ นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชน
- คุณสุภิญญา กลางณรงค์ เลขาธิการคณะปฏิรูปสื่อ
ผู้ดำเนินรายการ สุภาพ หริมเทพาธิป
12.00 – 13.00 พักเที่ยง
13.00 – 17.00 สัมมนาโต๊ะกลม จากเซ็นเซอร์ สู่เรตติ้ง : ทางออกที่เป็นไปได้
- ท่าน ว.วชิระเมธี พระนักเทศน์ และผู้เขียนหนังสือธรรมะติดปีก
- ผู้แทนคณะกรรมการกฤษฎีกา
- ผู้แทนคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์
- คุณลัดดา ตั้งศุภาชัย ผู้อำนวยการกลุ่มเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม
- ผศ. ดร.กฤษดา เกิดดี นักวิชาการด้านภาพยนตร์
- คุณธนากร ปุลิเวคินทร์ กรรมการสาขาเจ้าของโรงภาพยนตร์ สมาคมสมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งชาติ
- คุณปรัชญา ปิ่นแก้ว ผู้กำกับภาพยนตร์องค์บาก และต้มยำกุ้ง
- คุณประวิทย์ แต่งอักษร นักวิจารณ์ภาพยนตร์
ผู้ดำเนินรายการ กนก รัตน์วงศ์สกุล

หมายเหตุ วิทยากรผู้เข้าร่วมงานอาจมีการเปลี่ยนแปลง



แผนที่ บางกอกโค้ด ศูนย์ชุมชนน่าอยู่กรุงเทพ (Bangkok Code) อยู่ริมถนนสาทรใต้ (ฝั่งโรงพยาบาลเซ็นหลุยส์) ใกล้สถานีรถไฟฟ้าสุรศักดิ์



จาก: น้อง
วันที่: 22/05/50 - 12:44 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 799
หึหึหึ

จาก: FUCK DA WORLD
วันที่: 23/05/50 - 9:06 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 800
แก้ปัญหาให้ถูกทางหน่อย จัดเรตดีก่า พวกกองเซ็นเซอร์เห็นว่าเป็นพวกแก่ๆ เข้าไปนั่งดูหนังหลับๆตื่นๆ แล้วก็หลับหูหลับตาเซ็นเซอร์

จาก: lovekoko
วันที่: 18/06/50 - 6:30 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 801
โดยส่วนตัวแล้ว ผมยินดีและเห็นด้วยกับการจัดเรตติ้งให้กับภาพยนตร์ไทยหรือภาพยนตร์ต่างประเทศที่เข้าฉายในประเทศ

แต่ต้องเป็นองค์กรหรือกลุ่มคนที่ไม่ใช่ของหน่วยงานของรัฐ ที่สำคัญ คนที่จะมาทำหน้าที่ในการจัดเรตติ้งต้องเป็นอิสระ เป็นกลาง ไม่ยึดติดหรือมีผลประโยชน์ทางด้านธุรกิจภาพยนตร์แอบแฝง มีความเข้าใจทางด้านศิลปะในการนำเสนอภาพ และมีพื้นฐานในการดูหนังมามากพอสมควร ที่สำคัญบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องด้านภาพยนตร์ เช่น ผู้อำนวยการสร้าง , ผู้กำกับ ฯลฯ ต้องไว้ใจและไม่มีการล็อบบี้

ขณะเดียวกัน สัญลักษณ์การจัดเรตติ้งรายการโทรทัศน์ที่ใช้ในบ้านเราก็มีลักษณะแบบเดียวกับเรตติ้งที่ใช้กับภาพยนตร์ที่ฉายในอเมริกาหลายอย่าง เช่น

1. ท บ้านสีเขียว คือ เรต G (General) ผู้ชมทั่วไปสามารถเข้าชมได้

2. น เครื่องหมายถูกผิด คือ เรต PG (Parental Guidance) ผู้ปกครองควรให้คำแนะนำแก่เด็กและเยาวชน

3. น เลข 13 เครื่องหมายถูกผิด คือ เรต PG-13 สำหรับภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาหรือการนำเสนอภาพ ซึ่งไม่เหมาะกับผู้ชมที่มีอายุต่ำกว่า 13 ปี ผู้ปกครองควรให้คำแนะนำ

4. น เลข 18 มีเครื่องหมายถูกผิด คือ เรต R (Restricted) สำหรับภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาหรือการนำเสนอภาพ ซึ่งผู้ชมที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ต้องมีผู้ปกครองเข้ามาชมด้วย

5. ฉ สัญลักษณ์ สายฟ้า สีแดง คือ เรต NC-17 (No Children Under 17) ซึ่งก่อนที่จะเปลี่ยนเป็น NC-17 สำหรับอักษรก่อนหน้านี้ก็คือ เรตเอ็กซ์ (X : Exclusive For Adult Only) ที่รู้จักกันเป็นอย่างดี ผู้ชมอายุ 18 ปีขึ้นไป ต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชนก่อนเข้าชม ส่วนอายุที่ต่ำกว่านั้นหมดสิทธิ์เข้าชม

ผู้ที่จะเข้าชมในโรงภาพยนตร์จะต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชนในขณะที่คุณจะต้องซื้อบัตร ในกรณีที่โรงนั้นฉายภาพยนตร์ที่ได้เรต PG , R หรือ NC-17 ซึ่งที่นั่นจะปฏิบัติหน้าที่อย่างจริงจังและเข้มงวด และผู้ที่เข้าชมก็เข้าใจถึงระบบและสามารถปฏิบัติตนจนกลายเป็นเรื่องเคยชิน แต่สำหรับคนไทยอาจจะต้องปรับตัวอีกมาก เพราะคุ้นเคยกับความเป็นอิสระที่ไม่ต้องการถูกบังคับก็เลยปฏิบัติตนจนเป็นความเคยชิน เพราะความเคยชินแบบคนไทยนี่แหละปัญหามันก็เลยไม่รู้จักจบสิ้น

ผมดูหนังมาเยอะ เคยไปดูที่โรงหนังในต่างประเทศก็บ่อยหน แม้กระทั่งหนังไทย เวอร์ชั่นในอีกรูปแบบหนึ่งที่ไม่มีโอกาสได้ดูในโรงบ้านเรา แต่ไปอยู่ในรูปแบบแผ่น DVD แทน ก็เลยปรับตัวและเคยชินแม้จะไม่ใช่เป็นเรื่องใหญ่สำหรับการดูหนังของผม แต่เห็นการเตรียมการที่จะผลักดันให้มีการจัดเรตติ้ง ผมก็เลยถือโอกาสเสนอความเห็นขึ้นมาด้วยอีกคน

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ผมก็ถือโอกาสเสนอแนะเพิ่มเติมเกี่ยวกับทางออกภายหลังจากการจัดเรตติ้งภาพยนตร์ ที่จะมีผลกระทบต่อแนวทางการปฏิบัติในบางอย่างที่จะกล่าวถึง ดังต่อไปนี้

1. ผลกระทบกับสายหนังต่างจังหวัดและบริการหนังกลางแปลง ซึ่งสายหนังที่มีโรงหนังรองรับอยู่แล้ว ไม่มีปัญหา เพราะสามารถควบคุมได้ แต่หนังกลางแปลงซึ่งเป็นความบันเทิงที่สามารถเข้าถึงได้ทุกพื้นที่ เพราะในหลาย ๆ พื้นที่ ก็ยังมีผู้ชมที่ต้องการชมอยู่ เมื่อภายหลังจากการมีเรตติ้งแล้ว เท่ากับเป็นการจำกัดไม่ให้มีภาพยนตร์ที่จะออกฉายในรูปแบบหนังกลางแปลง และทำให้บริการภาพยนตร์กลางแปลงต้องยุติกิจการไปโดยปริยาย ทางออกที่ดีที่สุดก็คือ ทางสมาพันธ์ ฯ ต้องมีการพูดคุยและหาทางออกร่วมกันเพื่อธุรกิจไปได้

2. สำหรับโรงภาพยนตร์ ในกรณีที่มีผู้ชมมาชมกันเป็นกลุ่มที่ประกอบด้วยผู้ชมที่เป็นเด็กและเยาวชน อาจจะหนีเรียนหรือไม่ได้เข้าเรียน แต่มากันเป็นแก๊ง (ไม่ได้มองในแง่ร้าย เพราะอาจจะตั้งใจมาชมก็ได้) รวมไปถึงการที่เด็กหรือเยาวชนมากับบุคคลอื่น ๆ ที่ไม่ใช่บิดา-มารดา หรือผู้ปกครองของตน จะมีแนวทางในการดำเนินการอย่างไร

3. ภาพยนตร์ที่วางจำหน่ายในรูปแบบวิดีทัศน์ก็จำเป็นที่จะต้องมีเรตติ้งควบคุมด้วยไม่เช่นนั้นก็เละเทะ ผู้ชมที่เป็นเด็กและเยาวชนอาจจะตั้งใจหรือถูกวานจากผู้ใหญ่เพื่อจะเช่าหรือซื้อ ก็สามารถทำได้

4. การใช้สัญลักษณ์เรตติ้งในภาพยนตร์ ถ้าเป็นไปได้ ควรใช่ร่วมกับสัญลักษณ์เรตติ้งของรายการโทรทัศน์จะดีกว่า เพราะจะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปกำหนดขึ้นมาใหม่อีก เพราะจากประสบการณ์การชมภาพยนตร์ของผม พบว่า ภาพยนตร์ไทยที่อยู่ในกลุ่มของ ท นั้นมีน้อย ส่วนใหญ่จะเป็น น เครื่องหมายถูก-ผิด หรือ สัญลักษณ์ ฉ สายฟ้าสีแดง ส่วนหนังต่างประเทศจะถูกกำหนดมาแล้วจากสตูดิโอต้นสังกัด เพราะฉะนั้นสามารถเทียบกันได้

5. ภาพยนตร์ไทย (ทั้ง 16 มม. และ 35 มม.) และต่างประเทศที่เคยเข้าฉายก่อนที่จะการจัดเรตติ้ง ควรได้รับการพิจารณาด้วย แม้ภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว จะมีฟิล์มอยู่หรือไม่มีแล้วก็ตาม เพราะส่วนมากจะไปอยู่กับบริการหนังกลางแปลงที่แอบเก็บไว้ โดยเฉพาะหนังลามก รวมไปถึงหนังต่างประเทศที่เป็นหนังตึก เช่น ฟ็อกซ์ , วอร์เนอร์ , โคลัมเบีย , ไทรสตาร์ , วอลต์ ดิสนีย์ , ทัชสโตน , ยูไอพี เป็นต้น

6. การบังคับใช้ระเบียบในทางปฏิบัติต้องจริงจังและเข้มข้น เพราะเชื่อว่าถ้าเรตติ้งมีผลบังคับใช้แล้ว แรก ๆ ทุก ๆ คนจะรู้สึกอึดอัดในการปฏิบัติตน แต่นาน ๆ เข้าก็จะเคยชินไปเอง ส่วนผู้สร้างและผุ้นำเข้าภาพยนตร์ก็มีอิสระในการนำเสนอมากขึ้น และไม่ต้องถูกจำกัดอีกต่อไป

จาก: คลังรูปพยนต์
วันที่: 18/06/50 - 12:20 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 802
ในส่วนของคกก.เซ็นเซอร์นั้น น่าจะมีการพิจารณาจัดตั้งคณะกรรมการใหม่ ควรจะมีผู้รู้ในหลายๆด้าน ไม่ควรจะเจาะจงไปเฉพาะทางเช่นแพทยสภา เนื่องจากอาจมีอคติในการพิจารณาได้ ควรจะเป็นคณะกรรมการที่มีความเป็นกลางและเข้าใจพอสังคมพอสมควร ผมขอเสนอให้มีนักสังคมศาสตร์ นักจิตวิทยาสังคม นักวิชาการด้านสื่อ นักวิชาการด้านเยาวชน
เข้าร่วมพิจารณา พร้อมกับหารือร่วมกับผู้ผลิตหนังด้วย นอกเหนือจากคณะกรรมการชุดเดิมที่มีแค่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ด้านวัฒนธรรมซึ่งอาจจะเข้าใจภาพยนต์ได้ไม่ลึกซึ้งเพียงพอ มองแค่ผลเสียมากกว่าผลดี ภาพยนต์ไม่ใช่อาชญากรนะครับ พิจารณาให้ดีไม่ใช่จับมาสอบสวนหาข้อผิดพลาด
เป็นกำลังใจให้คุณเจ้ยครับ

จาก: อัปปัญญาชน
วันที่: 01/07/50 - 23:58 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 803
มันไม่เกี่ยวหรอกครับ ว่าจะเป็นหนังประเภทไหน หนังอาร์ต หนังตลาด ฯลฯ ทุกสิ่ง เหมาะสมแล้วหรือที่จะ ให้บุคคลซึ่ง ยึดติดหน้าที่ตามบทบัญญัติ ชื่อเสียงวงค์ตระกูล และหน้าตาในสังคมมาเป็นผู้ตัดสินใจแทน ทุกๆท่านว่า ดูแค่นี้ก็น่าจะรู้เรื่อง พอแล้ว ตัดฉากมีเซ๊กส์ออกไปบ้าง เอาฉากล่อแหลมต่อความมั่นคงออกไปบ้าง ทำเบลอๆบ้าง ตัด ตัดฉากตัวละครสูบบุหรี่ออกบ้าง พวกท่านเหล่านั้น ไม่ได้ใช้จรรยาบรรณ และจิตวิญญาณในการตัดสินใจเลยแม้แต่น้อย
ถามว่าผมไปดูหนังเรื่องหนึ่ง ผมอยากดูฉากมีเซ๊กส์มั้ย??? ใช่แน่นอนอย่างที่สุด ผมย่อมอยากดู พูดได้โดยไม่มีหน้ามีตาทางสังคม

ผมอยากใคร่ขอถามว่า "เซ๊กส์มันผิดตรงไหน????" ถ้าการมีเซ๊กส์เป็นความผิด ท่านทั้งหลายคงต้องลักลอบ ที่จะเกิดมาบนโลกนี้เป็นแน่

นี่พูดในแค่กรณีเดียว นะครับ

หากการทำหนังจำเป็นต้องผ่าน องค์กรศาสนา แพทยสภา ขสมก
สมาพันธ์รถแท๊กซี่ สตช. สมาคมตุ๊ดเกย์แห่งประเทศไทย
กระผมมองว่า เรากลับไปดูหนังจักรๆวงศ์ๆกันเถอะ อ้อ!!! ไม่ได้สิ หนังจักรๆวงศ์ๆ ก็อาจกระทบถึง หม่อมๆ ทั้งหลายอีกเป็นแน่

ผมขอแนะนำให้พวกเรา กลับไปปกครองแบบระบบ "สังคมนิยม" เถอะครับผมคงยอมรับได้ในจุดนี้ >


จาก: Improvise
วันที่: 14/07/50 - 9:06 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 804
อยากได้ e-mail ของคุณชาครี ดวงเก้า

จาก: ano
วันที่: 04/08/50 - 14:31 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 805
ไม่ชอบเหมือนกันกับความคิดที่มาเซ็นเซอร์กับหนังของเจ้ย เสียความรู้สึกมาก เราดูหนังทุกเรื่องของเขาทีเป็นหนังโรง ยอมรับว่าเก่ง ทำให้คนต่างชาติรู้จักฝีมือคนไทยและประเทศไทยมากขึ้น ถ้ากรรมการเซ็นเซอร์ทำแบบนี้ ต่อไปคนทำงานกับหนังจะไปเอาอะไรกิน

จาก: ภาณุวัฒน์ ดาวเรือง
วันที่: 06/08/50 - 14:15 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 806
เสียดาย เพื่อนผมอุตส่าหืได้เล่นเป็นหมอหน่อง กะรอดูมันให้ได้ แต่ก้ไม่ได้ดู
จะได้มีเพื่อนเป็นดารากะเขาสักที ยังไงจะคอยดูนะเพื่อน ม.6 ก.น.ว.


จาก: หมอราชันย์
วันที่: 16/08/50 - 23:49 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 807
คุณเจ้ย เดินตามเส้นทางของคุณต่อไปให้โลกรู้ว่า หนังของคุณมันอยู่ไม่ได้ในเมืองมือถือสากปากถือศีล แต่เติบโตได้ในเมืองแห่งความจริง
เสียใจด้วย และร่วมลงชื่อ เพื่อเรียกร้องฟิล์มหนังฉบับเต็มของคุณคืน

จาก: รัชนิกร ศรีคง
วันที่: 15/09/50 - 11:12 น.
IP Address: 124.120.65.xx
ความคิดเห็นที่ 808
ทำไมเอาควายมาเป็นคณะกรรมการเซ็นเซอร์หนัง ไอ้พวกนี้มันมีมาตรฐานซะที่ไหน เซ็นเซอร์หนังจาก "ความรู้สึกส่วนตัว" อย่างเดียว ควายจริงๆยังฉลาดกว่าพวกนี้เยอะ

จาก: เกลียดไอ้พวกเซ็นเซอร์หนังไทย
วันที่: 16/03/51 - 9:59 น.
IP Address: 61.7.172.xx
ความคิดเห็นที่ 809
พวก เซ็นเซอร์หนังเป็นพวกที่ไม่ยอมรับความเป็นจริงของสังคมที่เลวร้ายลงทุกวัน
มีคนทำหนังสะท้อนสังคมมาเค้าก็เซ็นเซอร์ ปิดบังความจริงกลัวจะเป็นผลกระทบต่อสังคมที่เลวร้ายนี้ในสังคมมันโหดร้ายมากกว่าหนังสักอีก
เค้าไม่ไปดูแลในส่วนนี้หละ ผู้ชมเค้ามีสมองคิดได้แล้ว ว่าอะไรเป็นอะไร หนังประเภทนี้ส่วนมากแล้วจะไม่มีเด็กมาดูหรอก ไม่ใช่หนังขายตลาดสักหน่อย คนที่ดูส่วนมากก็จะเป็นคนที่ชอบดูหนังแบบนี้อยู่แล้ว ไม่งั้นเค้าไม่เสียตังไปดูหนังที่คนส่วนใหญ่ดูไม่รู้เรื่องหรอก จึงอยากจะขอร่วมลงชื่อเพื่อให้มีการจัด เรต สำหรับภาพยนตร์ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องไปรบกวน กบว เค้ามาตัดหนังอีกแค่ทำหน้าที่ใส่เรตหนังก็พอ



จาก: zardsae
วันที่: 02/07/51 - 15:07 น.
IP Address: 58.9.42.xx
ความคิดเห็นที่ 810
ทำไมคณะกรรมการกองเซ็นเซอร์จึงต้องเป็นกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาด้วยคะมันเกี่ยวกันยังไง
ช่วยเมลล์คำตอบมาที่msn_nuttree@hotmail.comด้วยนะคะ ขอบพระคุณอย่างสูง

จาก: อยากรู้จริงๆคะ
วันที่: 10/07/51 - 21:16 น.
IP Address: 61.7.145.xx
ความคิดเห็นที่ 811



ทำมัยจึงต้องเซ็นเซอร์วะ เสียอารมณ์หมดเลย ทั้ง vcd และ dvd
โดยเฉพาะค่าย Happy home และ J BIC ค่ายห่วยแตก หนังห่วย
หนังก็ชอบเซ็นเซอร์ และก็ชอบตัดตอนที่คนผสมพันธุ์ออกไป คิดว่าตัดแล้วคนจะไม่รู้หรอวะ เพราะอย่างเงี่ยจะทำให้คนไทยเป็นคนที่ "เก็บกด" ไอ่ควาย ไอ่น่าโง่ ของเมืองนอกยังดีกว่าอีก

จาก: boy oh
วันที่: 16/09/51 - 8:45 น.
IP Address: 202.28.25.xx
ความคิดเห็นที่ 812
ผมเกลียดไอ้กองเซ็นเซอร์ที่สุด สงสัยมันนี่แหละเป็นเองเพราะว่า อย่างฉากหื่นๆต่างๆพูดง่ายๆว่ามันคงเก็บไว้ดูเองแหงๆ พวกนี้มันไม่มีมาตรฐานในการเซ็นเซอร์ ฉากบางฉากเป็นฉากที่สำคัญต่อตัวเนื้อเรื่อง ไปเซ็นเซอร์อย่างนี้ ให้ประเทศไทยไม่ต้องมีหนังฉายซะยังจะดีกว่า

บางฉากมันไม่ได้ไม่เหมาะสม ไอ้คนที่คิดว่าไม่เหมาะสมนั่นแหละ ที่เป็นเอง สมองมันมีแค่นี้

จาก: F
วันที่: 20/02/52 - 15:43 น.
IP Address: 118.175.16.xx
ความคิดเห็นที่ 813



ทำไมชอบปิดกั้น

ชอบสร้างกฏเกณฑ์..

ชอบตีกรอบ....

แล้วจะมีอะไรที่เกิดการพัฒนาไหม

ถ้ายังคงยึดติดอยู่กับสิ่งพวกนี้

ให้คนไทยได้เปิดกว้าง....

ได้ระเบิดสมองให้คนต่างชาติเค้าได้เห็นมันสมองของคนไทยมั้งเหอะ



จาก: จารุวรรณ ยศกลาง
วันที่: 24/04/52 - 21:49 น.
IP Address: 124.121.126.xx
ความคิดเห็นที่ 814
มีพวกกองเซ็นเซอร์แล้วจะทำให้สังคมมันดีได้จริงๆหรอครับ
ยิ่งปิดกั้นคนยิ่งอยารู้.. ถ้าไม่ปิดกั้น ก็เป็นสิ่งธรรมดา
เราต้องปลูกฝังความคิดให้เด็กสิครับ มัวแต่แก้ปัญหาปลายเหตุแล้วได้อะไร..
เจตนาเรื่องเพศหรือความรุนแรงต่างๆ ผู้ชมสามารถไตร่ตรองได้ด้วยตนเอง
ไม่ต้องพึ่งพาสมองพวกคนหรือวิจารณาญาณใครหรอกครับ
ถ้าไม่มีอะไรทำก็ไปบวชซะ.. ปิดกั้นและปราบปรามไม่ได้ช่วยให้ได้บุญหรอก
ปลงซะ.. ถามหน่อยว่า ถ้าคนดูหน่อยฆาตกรรมแล้วจะต้องฆ่าคนอื่นตามด้วยมั้ย คิดไม่เป็นก็ไปตายซะ..

จาก: offserver
วันที่: 18/07/52 - 0:07 น.
IP Address: 125.25.70.xx
ความคิดเห็นที่ 815
ก่อนอื่นต้องช่วยกันใส่คำว่าภาพยนตร์ อยู่ในหมวดสื่อเหมือน ละครโทรทัศน์ จึงจะได้ผล เพราะพวกงานที่เผยแพร่ทางทีวีเขายังดูแลกันเองตามความจริง แต่ภาพยนตร์ นั้นแบ่งเรทตามอายุแล้วดังนั้น ไม่ควร เบรอ แบน เนื่องจาก ประชาชน 20++เขามีวิจารณญาน ในการชมท่านไม่ควรไปตัดสินกันเอง...หนังฝรั่ง จะได้เงินเกินหนังไทยก็เพราะเบรอ บ้าบอนี่แหละ...คนที่โตแล้วก็ให้เขาเรียนรู้จากภาพยนตร์บ้าง ดีกว่าต้องผจญเองในชีวิตจริง หรือท่าน ต้องการให้เด็ก ผู้หญิง เจอของจริงและลงข่างหน้า 1 จึงจะเข้าใจคะ? หนังที่ตีรันแทงเลือดกระฉูดนั่นล่ะตัวดี ...ควรระวังมาก...หนังรักเขาทำละเมียดละมัยได้ สวยงาม ถ้าจะตัดเบรอ ทำไม ชั่วฟ้าดินสลายให้ผ่านคะ ท่าน

จาก: patty
วันที่: 02/04/54 - 17:27 น.
IP Address: 58.10.9.xx
ความคิดเห็นที่ 816
ก่อนอื่นต้องช่วยกันใส่คำว่าภาพยนตร์ อยู่ในหมวดสื่อเหมือน ละครโทรทัศน์ จึงจะได้ผล เพราะพวกงานที่เผยแพร่ทางทีวีเขายังดูแลกันเองตามความจริง แต่ภาพยนตร์ นั้นแบ่งเรทตามอายุแล้วดังนั้น ไม่ควร เบรอ แบน เนื่องจาก ประชาชน 20++เขามีวิจารณญาน ในการชมท่านไม่ควรไปตัดสินกันเอง...หนังฝรั่ง จะได้เงินเกินหนังไทยก็เพราะเบรอ บ้าบอนี่แหละ...คนที่โตแล้วก็ให้เขาเรียนรู้จากภาพยนตร์บ้าง ดีกว่าต้องผจญเองในชีวิตจริง หรือท่าน ต้องการให้เด็ก ผู้หญิง เจอของจริงและลงข่างหน้า 1 จึงจะเข้าใจคะ? หนังที่ตีรันแทงเลือดกระฉูดนั่นล่ะตัวดี ...ควรระวังมาก...หนังรักเขาทำละเมียดละมัยได้ สวยงาม ถ้าจะตัดเบรอ ทำไม ชั่วฟ้าดินสลายให้ผ่านคะ ท่าน

จาก: patty
วันที่: 02/04/54 - 17:27 น.
IP Address: 58.10.9.xx















สมัครสมาชิก Thai Film เพื่อรับข่าวสารข้อมูลทางอีเมล์และรับสิทธิประโยชน์ต่างๆสำหรับสมาชิก [ JOIN ]


Copyright © 2004
Thai Film Foundation All Rights Reserved.
Site by Redlab