HAPPY BIRTHDAY (2551) ชั่วฟ้าดินสลาย
07/04/09 (By: ประวิทย์ แต่งอักษร)

HAPPY BIRTHDAY (2551)
กำกับ-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง ผู้แสดง-อนันดา เอเวอริ่งแฮม, ฉายนันทน์ มโนมัยสันติภาพ


Happy Birthday (2551) เป็นผลงานกำกับหนังลำดับที่สองของคุณพงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง และถ้าจะเปรียบกับเรื่องแรก “Me Myself ขอให้รักจงเจริญ” (2550) แล้ว มันก็ยังคงเป็นหนังที่ลอยละล่องอยู่บนสายน้ำเส้นเดียวกัน นั่นคือโรแมนซ์ที่มุ่งบูชาความรักเหนือสิ่งอื่นใด

แต่อันที่จริง ระหว่างหนังสองเรื่องนี้-ยังมีอะไรที่เหมือนกันมากยิ่งไปกว่านั้น ตั้งแต่ตัวพระตัวนางหลักของทั้งสองเรื่อง-ก็ยังคงเป็นคู่เดิม หรือทีมงานเบื้องหลังหลักๆ-ก็เช่นเดียวกัน ยิ่งไปกว่านั้น จุดปะทุของเรื่อง-ก็สามารถเรียกได้ว่าคล้ายคลึง กล่าวคือใน “Me Myself” อนันดา เอเวอริ่งแฮมรับบทชายหนุ่มที่สูญเสียความทรงจำและถูกนางเอกของเรื่อง(ฉายนัน ทน์ มโนมัยสันติภาพ) ขับรถชน และเนื้อหาหลักเกี่ยวข้องกับการตามหาตัวตนที่แท้จริงของพระเอกของเรา ก่อนที่เขาจะได้พบว่าชีวิตเก่ากับชีวิตใหม่ของเขามันช่างขัดแย้งกันเหลือ เกิน รวมทั้งความรักที่เขาเพิ่งค้นพบ-ก็เป็นไปไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง

ส่วน ใน Happy Birthday อย่างที่หนังตัวอย่างบอกไว้อย่างครบถ้วนกระบวนความ เรื่องของนางเอกที่หลังจากรักกับพระเอกอย่างดูดดื่มและหวานซึ้งได้พักหนึ่ง -ก็ถูกรถชน แต่คราวนี้ เธอไม่ได้เพียงแค่สูญเสียความทรงจำเหมือนกับพระเอกในเรื่องแรก หากนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราตราบนานเท่านาน และเนื้อหาถัดจากนี้-กลายเป็นบททดสอบ(อันยากลำบากและแสนสาหัส)ทั้งกับตัว ละครและกับผู้ชมในมิติที่ว่า ความรักที่คนๆหนึ่งมอบให้กับอีกคนหนึ่ง มันจะยิ่งใหญ่เพียงพอที่ใครคนนั้นจะยอมเสียสละชีวิตทั้งหมดที่เหลือเพื่อ ‘ดูแลกันตลอดไป’ หรือไม่และอย่างไร

แน่นอนว่าความรักที่ได้รับการ บอกเล่าในหนังเรื่องนี้-เป็นความรักในแบบอุดมคติ หรืออีกนัยหนึ่ง มันไม่ใช่สิ่งที่เราสามารถพบได้ทุกเมื่อเชื่อวัน และปฏิเสธไม่ได้ว่ามันเป็นสิ่งที่สวยงาม กระทั่งควรค่าแก่การยกย่องเทิดทูน แต่ด้วยความที่ธรรมชาติของเรื่องรักโรแมนติกแบบนี้มักจะมุ่งหน้าไปสู่โลกของ ‘ต้นแบบ’ อย่างดึงดัน หลายครั้งหลายครา เพิกเฉยต่อระบบตรรกะ, เหตุผล และการดำรงอยู่ของโลกของความเป็นจริง หรือในหลายกรณี อาจจะไม่ถึงขั้นเพิกเฉย แต่ก็หยิบฉวยตรรกะ, เหตุผล และการดำรงอยู่ของโลกความเป็นจริง-มาใช้ตามความเหมาะสมเฉพาะกรณีและตาม อำเภอใจ ซึ่งมันส่งผลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ต่อความน่าเชื่อถือหรือการตั้งคำถามต่อ ความเป็นไปได้ของเรื่องราว และหนังเรื่อง Happy Birthday ก็อยู่ในสถานภาพเช่นนั้น

ขยายความก็คือ ในขณะที่ไม่มีใครตั้งข้อสงสัยในความรักระหว่างชายหนุ่มหญิงสาวของหนังเรื่อง นี้ แต่ด้วยระยะเวลาของความสัมพันธ์ที่ยังไม่ได้หยั่งรากฝังลึกเพียงพอ มันก็เลยยังไม่สามารถโน้มนำให้ผู้ชมยอมรับได้อย่างไม่ตะขิดตะขวง-ถึงการ อุทิศทุ่มเทและการเสียสละครั้งใหญ่หลวงของตัวละคร และเครื่องหมายคำถามนี้ มันทั้งก่อกวนและขัดขวางการกระโจนเข้าไปมีส่วนร่วมกับหนังอย่างเต็มตัว

ไม่ ว่าจะอย่างไร ประมาณครึ่งชั่วโมง-ก่อนที่โศกนาฏกรรมครั้งร้ายแรงจะมาเยือน หรือช่วงของการสถาปนาทั้งตัวละครและเงื่อนไขเริ่มต้นของเรื่องราว เป็นส่วนที่หนังถ่ายทอดได้ราบรื่นและชวนติดตาม อีกทั้งปฏิกิริยาเคมีระหว่างคู่พระคู่นาง-ก็ผสมกลมกลืนกันได้อย่างลงตัวและ เป็นอันหนึ่งอันเดียว

ฉายนันทน์แสดงเป็นเภา ไกด์สาวที่บุคลิกร่าเริงแจ่มใสและเชื่อมั่นในตัวเองสูง ขณะที่อนันดารับบทเต็น ช่างภาพหนุ่มที่ใช้ชีวิตที่ปล่อยปละละเลย และแทบจะไม่ได้เอาใจใส่ตัวเอง ปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งสองเริ่มต้นจากการต่อปากต่อคำกันผ่านการขีดเขียน ข้อความในหนังสือแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว(ซึ่งต้องบอกว่า มันเป็นหาเหตุผลให้พระเอกนางเอกมาเจอกันได้อย่างฉลาดและมีบรรยากาศทีเล่นที จริง) ก่อนที่ต่างฝ่ายจะได้เจอตัวเป็นๆของกันและกัน จากบทพ่อแง่แม่งอนในตอนต้น ทีละน้อย มันก็ค่อยๆพัฒนาไปสู่การเป็นแฟนกัน และแม้ว่าโดยรวมๆแล้ว ชีวิตคู่ของคนทั้งสองจะดำเนินไปอย่างสะดวกโยธิน แต่แง่มุมหนึ่งที่ผู้ชมสามารถสัมผัสได้ผ่านปฏิกิริยาของเภา-ก็คือ ชายหนุ่มยังไม่ได้พิสูจน์ให้เธอได้เชื่อมั่นในตัวเขาร้อยเปอร์เซ็นต์ และนั่นเป็นที่มาของประโยคที่แฝงไว้ด้วยความรู้สึกเคลือบแคลงอย่างเจือจาง “คิดจะจีบ ดีพอแล้วเหรอ” และข้อความในการ์ดวันเกิดที่ยังคงตั้งคำถามกับความจริงใจและจริงจังของเต็น “สัญญานะว่าจะดูแลกันตลอดไป”

มู้ดของหนังหลังจากรถเก๋งของเภาถูกรถ เมล์เล็กของโชเฟอร์ตีนผีพุ่งเข้าใส่อย่างกระหายเลือดกลางสี่แยก-เปลี่ยนไป อย่างชนิดหน้ามือหลังมือ และนั่นคือตอนที่ความน่าเชื่อถือของหนังจำต้องยอมเปิดทางให้กับความเข้มข้น ของเรื่องและสถานการณ์ที่บีบคั้นอารมณ์-เข้ามายึดครอง เต็นไม่เพียงต่อสู้เพื่อยื้อชีวิตคนรักผู้ซึ่งหมอที่เยียวยารักษาบอกว่าหมด หนทางช่วยเหลือ และเสนอให้ญาติๆยอมให้โรงพยาบาลถอดเครื่องช่วยหายใจ แต่พระเอกของเรายังดิ้นรนประกาศรักแท้ของตัวเอง-ด้วยการย้ายเภาไปพยาบาลต่อ ที่บ้านของตัวเอง ด้วยหวังว่าปาฏิหาริย์จะมีจริงและหญิงสาวอาจจะฟื้นจากการนอนหลับครั้งยาวนาน

เป็นดังที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น เต็นต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งมโหฬาร ทั้งจากแรงบีบในทางเศรษฐกิจที่ผู้ชมมองเห็นได้ล่วงหน้า กล่าวคือชายหนุ่มซึ่งไม่ได้ร่ำรวยอะไร-ไม่น่าจะรับมือกับค่าใช้จ่ายที่แต่ละ อย่างล้วนแล้วมีราคาแพงได้ยาวนาน และโดยปริยาย มันกลายเป็นการนับถอยหลังไปสู่ภาวะสิ้นเนื้อประดาตัว, การเรียกร้องการเอาดูแลใจใส่ของคนไข้ที่สื่อสารไม่ได้ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ และเหตุไม่คาดฝันสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา และนั่นส่งผลให้ชายหนุ่มนอกจากต้องลาออกจากงาน เขายังแทบจะไม่หลงเหลือชีวิตส่วนตัว หรือการที่ฝ่ายพ่อแม่ของเภาไม่ต้องการให้ชายหนุ่ม ‘ทรมาทรกรรม’ ลูกสาวของตัวเองอีกต่อไป และปรารถนาให้เธอได้ไปสบาย

ทั้งหมดทั้ง ปวง มันเป็นเรื่องที่ผู้ชมสามารถเข้าใจได้กับการที่ในช่วงเวลาที่ตัวเอกตกอยู่ใน สภาพที่เรียกได้ว่าท้อถอยและอับจนหนทาง เขาจะระเบิดอารมณ์เหมือนกับรถเมล์เล็กเบรคแตกออกมา และถึงขั้นกล่าวโทษคนรักของตัวเองทำนองว่าทำไมฝ่ายหลังจึงไม่ยอมให้ความร่วม มือ แต่ส่วนที่ออกจะเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ยาก-ก็คือตอนที่หนังปล่อยให้เต็นไป ไกลเกินไป จนถึงขนาดสร้างจินตภาพว่าเภาฟื้นกลับมา และทั้งสองเที่ยวตะลอนไปตามสถานที่ต่างๆอย่างสนุกสนานเบิกบาน ไม่มากไม่น้อย มันหักห้ามผู้ชมไม่ให้แอบคิดไม่ได้ว่าพระเอกของเขาได้เดินทางจากโลกของคน ปกติไปสู่ภาวะวิกลจริตเรียบร้อยแล้ว และมันบั่นทอนมนต์ขลังของความรักอันสุดแสนดูดดื่มไปอย่างน่าเสียดาย

แต่ กล่าวในท้ายที่สุดจริงๆ Happy Birthday เป็นหนังที่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร และมุ่งหน้าไปสู่เป้าหมายนั้นอย่างไม่วอกแวกหรือออกนอกลู่นอกทาง ความชัดเจนในส่วนนี้-ทำให้เป็นเรื่องง่ายสำหรับผู้ชมที่จะซื้อตั๋วเข้าไปดู แน่นอน สำหรับใครก็ตามที่ไม่ชอบหนังรักบีบน้ำตาก็หลีกเลี่ยงไปได้เลย แต่สำหรับคนที่อยากจะดื่มด่ำกับเรื่องราวของคนๆหนึ่งที่ทำทุกสิ่งทุกอย่าง และมากกว่านั้นเพื่อความรัก ข้อสำคัญ ไม่น่าจะหาได้ในโลกของความเป็นจริง นี่คือโอกาสอันสวยสดงดงามของการได้เดินทางไปสู่โลกแห่งอุดมคตินั้น

*ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร สีสัน















สมัครสมาชิก Thai Film เพื่อรับข่าวสารข้อมูลทางอีเมล์และรับสิทธิประโยชน์ต่างๆสำหรับสมาชิก [ JOIN ]


Copyright © 2004
Thai Film Foundation All Rights Reserved.
Site by Redlab