“นางไม้” (2552) desperate housewife
02/11/09 (By: ประวิทย์ แต่งอักษร:สีสัน – ภาพยนตร์)

 ถ้าหากข้อมูลไม่ผิดพลาดคลาดเคลื่อน เป็นเอก รัตนเรืองน่าจะเป็นคนทำหนังที่มีผลงานออกสู่สายตาของสาธารณชนอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอกว่าเพื่อนร่วมงานอาชีพในรุ่นราวคราวเดียวกัน (หรืออีกนัยหนึ่ง คนที่เริ่มทำหนังเรื่องแรกในช่วงต้นทศวรรษที่ 2540) ในช่วงสิบสองปีที่ผ่านพ้นไป เขามีผลงานที่เป็นหนังขนาดยาวทั้งสิ้น 7 เรื่อง อัตราเฉลี่ยการทำหนังของเขาอยู่ที่ราวๆสองปีต่อหนึ่งเรื่อง และนั่นยังไม่นับหนังสั้นอีกสามสี่เรื่องที่ขั้นระหว่างกลาง

แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม ส่วนที่นับว่าน่าทึ่งและเหลือเชื่อก็คือ หนังของคุณเป็นเอกดูเหมือนจะไม่เคยประสพความสำเร็จทางด้านรายได้ในเมืองไทย หรืออีกนัยหนึ่ง นอกเหนือจากการเป็น ‘ขวัญใจคนดูหนังอาร์ตและนักวิจารณ์’ รวมทั้งสร้างชื่อเสียงอันแข็งแกร่งแน่นหนาบนเวทีการประกวดรางวัลในระดับนานาชาติมากมาย หนังของเขากลับไม่เคยได้รับการอ้าแขนต้อนรับจากผู้ชมวงกว้างในบ้านเกิดของตัวเอง และเรียกได้ว่า ‘เจ๊งสนิท’ แทบทุกเรื่อง ซึ่งถ้าหากพินิจพิเคราะห์ถี่ถ้วน มันก็ไม่ได้ถึงกับเป็นเรื่องลึกลับซับซ้อนเกินกว่าการหาคำอธิบาย
เสียงบ่นหนาหูเกี่ยวกับหนังของเขาจากผู้ชมทั่วสารทิศมักจะออกมาคล้ายๆกัน ทำนองว่ามันดูไม่รู้เรื่อง เข้าถึงได้ไม่ง่าย อีกทั้งจังหวะจะโคนในการเดินเรื่องก็ยังเชื่องช้า และเขามักจะปล่อยให้อะไรๆดำเนินไปตามกรอบเวลาอันจำเพาะของมัน ผู้ชมส่วนใหญ่ที่คุ้นเคยกับวิธีการเดินเรื่องแบบฉับไวและถึงลูกถึงคนตามขนบมาตรฐานของหนังฮอลลีวู้ด ล้วนแล้วพากันตกอยู่ในภาวะกระอักกระอ่วนและกระสับกระส่ายกับ ‘สปีด’ ของหนังที่อาจเปรียบได้กับหอยทากคืบคลาน

ในแง่หนึ่ง “นางไม้” ก็ยังคงรักษาท่วงทำนองในการเดินเรื่องที่ไม่แตกต่างไปจากหนังเรื่องก่อนๆนั่นเอง กล่าวคือมันเนิบนาบและไม่รีบร้อนอย่างเคย และในขณะที่ใครต่อใครอาจจะเห็นว่ามันเป็นจุดอ่อนและส่งผลให้ตัวหนังอืดอาดยืดยาดเกินไป แต่สำหรับคนที่หลงเสน่ห์หนังของคุณเป็นเอก มันคือจุดที่แข็งแกร่งและเป็นพลังดึงดูดที่สำคัญ เพราะมันเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้ดื่มด่ำและซึมซับบรรยากาศที่มักจะเล่นบทบาทที่ใหญ่โตในหนังของเขาเป็นประจำ หรือกล่าวโดยเฉพาะกับหนังเรื่องนี้ บรรยากาศอันชวนวิเวกวังเวงของป่าลึก-ส่งผลต่อจินตนาการและประสาทสัมผัสของผู้ชมโดยตรง ข้อสำคัญ มันเกี่ยวโยงอยู่กับการ ’ค้นหา’ ทั้งในทางกายภาพและจิตวิญญาณของตัวละคร

และนั่นยังไม่ต้องเอ่ยถึงจังหวะในการเดินเรื่องโดยทั่วไป-ที่เห็นได้ชัดว่านอกจากหนังไม่พยายามแสดงบทบาทชักจูงหรือชี้นำ ยังปล่อยให้เหตุการณ์ต่างๆพัฒนาตัวมันเองไปอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งบางครั้งบางครา มันเป็นจุดกำเนิดของอารมณ์ขันที่ผู้ชมนึกไม่ถึงและไม่ทันตั้งตัว เช่นในฉากที่เจ้าหน้าที่ป่าไม้เถียงกันเรื่องจำนวนคนที่หายไปในป่าลึกเมื่อเดือนที่แล้ว-ในทำนองเอาชนะคะคานกัน บางที มันอาจเป็นเรื่องคอขาดบาดตายสำหรับคนในอาชีพแบบพวกเขา แต่มันเป็นเรื่องไม่เป็นแก่นสารสำหรับผู้ชม

ไม่ว่าจะอย่างไร เปรียบหนังเรื่อง “นางไม้” กับผลงานก่อนๆของคุณเป็นเอกแล้ว-ก็ต้องบอกว่า มันเป็นหนังที่ดูง่าย และเกือบไม่มีอะไรที่ผู้ชมเข้าใจไม่ได้ ยกเว้นส่วนที่เป็นเรื่องลี้ลับและส่วนที่ผู้สร้างเจตนาให้เกิดความคลุมเครือ หลายช่วงถึงกับ ’ดูสนุก’ ในความหมายของหนังกระแสหลักโดยทั่วไปเลยทีเดียว

โดยกรอบเนื้อหาแล้ว หนังเรื่อง “นางไม้” แตะต้องเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับภูตผี แต่ในส่วนแกนหลักของเรื่องจริงๆ-ก็ยังคงไม่แตกต่างไปจากหนังเรื่อง “พลอย” ผัวเมียที่ความสัมพันธ์ของพวกเขามาถึงช่วงที่ทุกอย่างจืดจาง จากที่หนังให้เห็น ชีวิตคู่ของเมย์ (วนิดา เติมธนาภรณ์) กับนพ (นพชัย ชัยนาม) เกือบๆอยู่เลยขั้นตอนของการบูรณะซ่อมแซม และความพยายามของฝ่ายหลังซึ่งเป็นช่างภาพในการชวนให้คนรักของตัวเองไปตั้งแคมพ์ในป่าลึกเพื่อว่าทั้งสองจะได้มีเวลาอยู่ด้วยกันอย่างจริงจัง-ก็ลงเอยด้วยการที่ต่างฝ่ายยังคงไม่สามารถเชื่อมโยงกันได้อยู่นั่นเอง แย่ไปกว่าอะไรทั้งปวง-ก็คือ เมย์ยังลักลอบมีความสัมพันธ์กับกรณ์ (ชมะนันท์ วรรณวินเวศร์) ผู้เป็นเจ้านายซึ่งเขาก็มีครอบครัวแล้ว

จุดประทุของเรื่องมาจากการที่จู่ๆ นพก็หายตัวไปในป่าลึกอย่างไร้ร่องรอย และนั่นคือตอนที่สาวน้อยเพิ่งจะตระหนักได้ว่า เธอรักและต้องการผัวของตัวเองเพียงใด หนังทำท่าว่าจะมุ่งไปสู่การพยายามคลี่คลายปมปริศนาในโลกเร้นลับที่ตัวช่างภาพหนุ่มหายไป แต่เอาเข้าจริงๆแล้ว มันกลับโฟกัสที่ห้วงคิดคำนึงของเมย์-ผู้ซึ่งสภาวะภายในจิตใจของเธอว้าวุ่นสับสนทีเดียว ทั้งจากความปรารถนาที่แท้จริงของตัวเอง ความอ้างว้างเดียวดาย จากความรู้สึกผิดบาปที่เกาะกุม ไปจนถึงความต้องการทางเพศที่โหมกระพือ (เป็นที่น่าสังเกตว่าแม้เธอจะแอบเป็นชู้กับเจ้านาย แต่บทอัศจรรย์ของคนทั้งสองก็นับว่าจืดชืดเย็นชา) จนอาจกล่าวได้ว่า ทีละน้อย สิ่งที่เธอได้พบหลังจากการหายตัวไปอย่างลึกลับของคนรัก (ซึ่งก็ไม่ได้หายไปไหน และเขาหวนกลับไปปรากฏตัวที่บ้านในอีกไม่นานหลังจากนั้น) ไม่ใช่ใครที่ไหน ตัวเธอนั่นเอง

ในทำนองเดียวกันกับที่คุณอภิญญา สกุลเจริญสุข หรือน้องสายป่านแจ้งเกิดเต็มตัวจากหนังเรื่อง “พลอย” คุณวนิดา หรือกิ๊ปซี่จากวงเกิร์ลลี่เบอร์รี่ (วงเกิร์ลส์แบนด์ที่หนุ่มๆน่าจะอยากดูมากกว่าอยากฟัง) ก็ถือเป็น ‘บิ๊กเซอร์ไพรส์’ แห่งปี เพราะดูเหมือนว่าจะไม่เคยมีใครระแคะระคายมาก่อนว่าเธอไม่เพียงแค่แสดงหนังได้ แต่ยังถ่ายทอดบทของหญิงสาวที่ชีวิตของเธอเหมือนกับตกลงไปในหลุมดำ-ได้เป็นธรรมชาติราบรื่นเหลือเกิน ข้อสำคัญ ทั้งๆที่เธอเป็นตัวละครที่ทำในสิ่งที่สวนทางกับความถูกต้องเหมาะควร แต่สาวน้อยก็ยังคงเป็นตัวละครที่ผู้ชมเอาใจช่วยและผูกพัน ส่วนหนึ่งก็เพราะเธอแสดงให้เห็นว่าโดยเนื้อแท้แล้ว ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร และนั่นยังไม่ต้องเอ่ยถึงกล้องของหนังเรื่องนี้ที่เห็นได้จะแจ้งว่า ตกหลุมรักหญิงสาวเข้าอย่างจัง และมันถ่ายทอดเสน่ห์เย้ายวนทางเพศของตัวละคร ทั้งๆที่ไม่มีฉากที่ต้องเปลืองเนื้อเปลืองตัว

อย่างไรก็ตาม ส่วนที่น่าผิดหวังจริงๆก็คือตอนจบที่มีลักษณะพยายามสรุปและสั่งสอนเกินไป ซึ่งอันที่จริงแล้ว ไม่จำเป็นต้องมีก็น่าจะได้ หรืออย่างน้อย มันก็ไม่น่าจะถูกบอกเล่าในลักษณะเช่นนี้ มันส่งผลให้สมดุลของหนังสูญเสียไปอย่างชนิดที่ไม่มีเวลาให้แก้ตัว และในฐานะแฟนพันธุ์แท้หนังของคุณเป็นเอกมาช้านาน มันทำให้ไม่สามารถกล่าวเป็นอย่างอื่น-นอกจากบอกว่าเป็นเรื่องน่าเสียดาย

กำกับ-เป็นเอก รัตนเรือง 
ผู้แสดง-วนิดา เติมธนาภรณ์, นพชัย ชัยนาม, ชมะนันท์ วรรณวินเวศร์
















สมัครสมาชิก Thai Film เพื่อรับข่าวสารข้อมูลทางอีเมล์และรับสิทธิประโยชน์ต่างๆสำหรับสมาชิก [ JOIN ]


Copyright © 2004
Thai Film Foundation All Rights Reserved.
Site by Redlab